เข้าสู่ระบบน่าเบื่อชิบหาย!
ไอ้เด็กปี 1 โดดรับน้องช่วงกลางวัน สมัยอยู่ปี 1 ถึงพวกผมจะทั้งเบื่อทั้งเซ็งที่รุ่นพี่เรียกพบแค่ไหน แต่ทั้งผม ไอ้เทมส์ ไอ้เจมส์ ไอ้กัสต่างไปตามนัดให้มันจบๆ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องต้องลำบาก ละดูรุ่นน้องมันทำ... โคตรเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงใจใคร มันไม่คิดเลยว่าเพื่อนในรุ่นจะเดือดร้อน แค่อยู่ในระเบียบช่วงรับน้องมันจะตายรึไงวะ พอได้รุ่นแล้วก็ไม่มีใครบัง คับมันละ!
แล้วโดดทั้งทีดันเสือกโดดมาห้องสมุดกลาง ผมที่เป็นหนึ่งในพี่ว้ากก็ต้องมาลากคอมันกลับคณะอีก... เสียเวลาโคตร!! เดินหาตามโต๊ะไม่เจอเด็กวิศวะสักราย หรือมันจะกลับคณะแล้ว!
“แล้วเย็นนี้เอาไง” เสียงเด็กผู้หญิงที่นั่งคุยกันเบาๆ ทำให้ผมเดินย้อนกลับมาเมื่อรู้สึกเหมือนเห็นอะไรแว๊บๆ
“ฉันไลน์บอกคุณแม่ละว่าเย็นนี้จะไปดูหนังแล้วกลับพร้อมแก ท่านก็ไม่ว่าอะไร” ผมยิ้มทันทีเมื่อเห็นน้องฝันหวานกำลังคุยกับเพื่อนที่หน้าเหมือนตุ๊กตา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ คนที่ผมอยากเจอมาตลอดทั้งอาทิตย์อยู่ห่างไม่ถึงห้าก้าว หึ! อย่างน้อยมาห้องสมุดกลางก็มีเรื่องดีบ้างล่ะวะ!
“แล้วแกล่ะพีช ขอที่บ้านยัง” น้องผู้หญิงอีกคนที่นั่งตรงข้ามน้องตุ๊กตาถามมั่ง
“ขอแล้ว คุณป้าก็ไม่ว่าไรเหมือนกันเพราะฉันบอกกลับพร้อมฝัน”
“ดีเลยวันศุกร์ทั้งที ทานข้าวสักมื้อ ดูหนังสักเรื่องเดี๋ยวฉันขับรถมาส่งแกสองคนเอง ว่าแต่เล่มนี้ใช้ไม่ได้อ่ะ” น้องผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามน้องฝันหวานบอก ชูหนังสือในมือโบกไปมา
“งั้นฉันไปค้นเล่มอื่นมาเพิ่ม” คนน่ารักของผมอาสาแล้วลุกขึ้นยืน ผมรีบหลบหลังชั้นหนังสือแต่ยังแอบมองน้องอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างไอ้เดย์จะมีโมเม้นท์แอบมองสาว... ขำตัวเองชิบ
“เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน” น้องตุ๊กตาทำท่าจะลุกแต่แฟนในอนาคตของผมส่ายหน้ายิ้มๆ
“แกอยู่นี่รอเหอะ อยู่ในนี้ไม่ใครมายุ่งกับฉันหรอก”
“ว่าได้เหรอ เพราะเด็กเอกอิ้งค์ตามขอเบอร์แกเป็นอาทิตย์ เที่ยงนี้เราต้องมาหลบในห้องสมุดกลางแบบนี้ไง”
เด็กเอกอิ้งค์ที่ว่ามันเป็นใครวะ... กูเจอน้องฝันหวานก่อนเว้ย มึงไม่มีสิทธิ์!
“ก็เพราะที่นี่เป็นห้องสมุดไงถึงวางใจได้ อีตาบ้านั่นคงคิดไม่ถึง... แล้วตามมาหรอก แกช่วยสองคนนี้หาข้อมูลเถอะจะได้เสร็จเร็วๆ เดี๋ยวฉันมา” น้องฝันหวานยิ้มให้เพื่อน น้องตุ๊กตาถอนหายใจนิดหน่อย พยักหน้าและยอมนั่งลง...
เยี่ยม! โอกาสเป็นของผมละ
ผมเดินตามคนตัวเล็กโดยใช้ชั้นหนังสือสูงท่วมหัวบังร่างสูงใหญ่ของตัวเองไว้ น้องหยุดที่ชั้นๆ หนึ่ง ไล่สายตามองหนังสือเหนือหัวด้วยสีหน้าจริงจังทำให้ผมอดยิ้มในท่าทางน่ารักนั้นไม่ได้ ไม่นานน้องก็เอื้อมมือทำท่าจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่ง แต่เป็นเพราะตัวเล็ก ไม่น่าถึงร้อยหกสิบด้วยซ้ำมั้ง ขนาดเขย่งสุดตัว... มือยังไม่ถึงเลย
ผมยิ้มมุมปาก โอกาสของมึงมาถึงละไอ้เดย์! ผมเอื้อมมือหยิบหนังสือเล่มที่น้องต้องการ ยื่นให้คนตัวเล็กจากทางด้านหนัง
“เล่มนี้ใช่มั้ยครับ”
“ใช่ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” คนตัวเล็กหันมามองกันด้วยรอยยิ้ม แต่พอเห็นเป็นผม สีหน้าสว่างไสวเปลี่ยนเป็นตกใจในพริบตา “พี่เดย์!”
“ทำไมมองพี่งั้นล่ะครับ มีไรรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ” น้องส่ายหัวแต่สีหน้าดูเกร็ง มือที่ยื่นมารับหนังสือก็เหมือนจะสั่น “ขอบคุณนะคะที่ช่วยหนูอีกแล้ว”
“แล้วเรื่องที่จะไปทานข้าวด้วยกันเมื่อไหร่ดีครับ” ผมทวงสัญญาด้วยรอยยิ้มแต่ร่างเล็กตรง หน้ากลับเบิกตาโต
“คะ... คือ... ว่า” น้องอึกอัก สีหน้าเหมือนคิดไม่ตก มารูปนี้ปฏิเสธแน่แต่ผมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก
ปึก! ผมใช้แขนทั้งสองข้างเท้าชั้นหนังสือไว้ กักขังเด็กสาวหน้าหวานไม่ให้ไปไหน น้องสะดุ้งหน้าแดงขึ้นมาทันตาเมื่อเราใกล้ชิดกัน
“ว่าไงครับ เมื่อไหร่ดี” ผมถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ลูกพีชนั่งอยู่นั่น ฝันหวานก็คงอยู่แถวนี้แหละ มึงช่วยกูหาขวัญใจกูหน่อย” เสียงผู้ชายที่เข้ามาขัดจังหวะทำให้ผมถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนจะปล่อยน้องเป็นอิสระ
“ฝันหวานครับ” เสียงแหบห้าวทำให้ผมกับน้องหันไปมอง เด็กผู้ชายสองคนกำลังเดินมาทางนี้ น้องรีบหลบหลังผมเหมือนขอความช่วยเหลือ คนนึงผมไม่รู้มันอยู่คณะไร แต่อีกคนผมจำได้แม่นว่ามันอยู่วิศวะ!
“ชิบหายละ” ไอ้เด็กปี 1 ที่ผมตามหาสบถออกมารีบหันหลังหนี
“หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าคิดหนี ถ้าไม่หยุดพี่เทมส์มาหาคุณแน่!” ชื่อของไอ้เทมส์ทำให้มันหยุดได้ราวกับถูกสาป แถมยังหันมองผมด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้!
“ผมขอโทษครับพี่เดย์ ผมไม่สบายนิดหน่อยเลยไม่เข้ารับน้อง”
“เดี๋ยวคุณไปบอกรุ่นพี่คนอื่นแบบที่แบบกับผมแล้วกัน ส่วนคุณมีอะไรกับฝันหวาน” ผมหันไปถามไอ้เด็กอีกคน
“ผมมีธุระกับฝันหวานนิดหน่อย ไม่น่าจะเกี่ยวกับพี่นะครับ” มันอยู่คณะอื่นคงไม่กลัวผม เหอะ! คิดว่าพูดงี้ต่อหน้าหญิงมึงดูเทพมากว่างั้น บอกเลยมึงคิดผิด!
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อฝันหวานที่คุณพูดถึงเป็นแฟนผม”
หมับ! มือเล็กหยิกเข้าที่หลัง ผมแอบลอบยิ้มเมื่อน้องไม่ปฏิเสธต่อหน้าไอ้เด็กนี่เรื่องเราสองคนเป็นแฟนกัน แต่น้องกลับลงโทษผมที่พูดไม่จริงด้วยการหยิกซึ่งแทบไม่เจ็บอะไรเลย มดกัดยังเจ็บกว่าด้วยซ้ำ...น่ารักชะมัด
“จริงเหรอครับฝันหวาน” ไอ้เด็กเมื่อวานซืนโพล่งถามอย่างตกใจ
หมับ! ผมถอยหลังลงมายืนข้างน้อง ยื่นมือเข้าไปจับมือเล็กแล้วชูให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนดูมือของเราสองคนที่กำลังแนบสนิทกัน มือน้องนิ่มมากกก นิ่มจนผมไม่อยากปล่อยเลยให้ตาย!
“เชื่อยังว่านี่แฟนผม” ผมรู้ว่าน้องคงอยากสะบัดมือออก แต่เพราะอยากให้ผู้ชายเลิกตามตื๊อเลยเลือกที่จะเงียบ และยิ้มเล็กน้อย
หึ! ไงล่ะ! นอกจากได้จับมือสาวที่ชอบแล้ว ยังกันไอ้พวกที่คิดมาจีบน้องได้อีก ผมคือสายรุกคลั่งรักนะเว้ย ไม่มีทางให้สาวที่หมายตาหลุดมือแน่! ไม่เชื่อคอยดู!!
“แกคิดงั้น” ฉันถามอย่างชั่งใจ“อื้อ ขนาดพีชยังให้โอกาสพี่เทมส์เลย แกจะไม่ให้โอกาสพี่เดย์รึไง” แก้มยุ้ยแซวพีชไปในตัวทำเอาคนโดนแซวโวยเบาๆ หน้าแดงกว่าปกติ รู้เลยว่ากำลังเขิน ฮ่าๆ“อ้าว! ไหงลากฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเล่า”“ก็ในบรรดาเราทั้งหมด แกเห็นภาพชัดที่สุดไง ฉันเลยยกตัวอย่างให้ฝันเห็นก็เท่านั้น” แก้มยุ้ยยักคิ้วใส่เพื่อนรักที่นั่งข้างกันรัวๆพีชย่นจมูกใส่แต่กลับเถียงไม่ออกทำเอาพวกเราที่เหลือยิ้มด้วยความเอ็นดู จากนั้นพวกเราก็คุยกันเรื่อยเปื่อย พออิ่มไม่ไหวก็เช็คบิล ออกมาเดินย่อยเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ถึงเวลาก็เข้าไปดูหนัง ออกจากโรงมาก็มีคนเรียกฉันไว้ซะงั้น“น้องฝันหวานครับ”ขวับ! เราสี่คนที่กำลังเม้าท์มอยเรื่องหนังหันไปมองทางคนเรียกก็เห็นพี่เดย์กับพี่เทมส์ยืนข้างกัน แน่นอนว่าเพียงแค่ยืนเฉยๆ หนุ่มหล่อโลกละลายและหนุ่มหล่อเกินต้านก็สามารถเรียกสายตาจากสาวๆ แถวหน้าโรงหนังให้หันไปมองพวกเค้าเป็นสายตาเดียวได้อย่างง่ายดาย“สวัสดีค่ะพี่เทมส์ พี่เดย์” แก้มยุ้มกับเอมยกมือไหว้หนุ่ม
แต่ทำเอาพีชที่นั่งข้างกันหน้าแดงขึ้นมา ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะพี่เทมส์ขอพีชเป็นแฟนแล้ว แต่เพื่อนฉันยังไม่ได้ตกลงกับหนุ่มหล่อเกินต้านหรอกนะคะ ขอดูๆ กันไปก่อน เชื่อเถอะอีกไม่นานพีชต้องตกลงแน่ ก็พี่เทมส์อ่ะโคตรเช้าถึงเย็นถึง ขนาดเมื่อกี้โทรมา ถึงขั้นจะรอรับพีชที่หน้าโรงหนังเลยเถอะ... คลั่งรักไม่ไหว ฮิ้ว!“ถึงขั้นตอบคำถามจนได้ mvp แถมพี่เค้ายังให้หมวกคู่แกมา ถามจริง... เท่าเดิมจริงอ่ะ” แก้มยุ้ยที่นั่งฝั่งตรงข้ามถามกันด้วยสีหน้าไม่เชื่อ พีชกับเอมถึงกับพยักหน้ารัวๆ ทำนองเห็นด้วยกับคนถาม“ก็เท่าเดิมจริงๆ นี่ พี่เค้าเล่าโน่นนี่นั่นให้ฟัง ฉันก็ตอบได้บ้างไรบ้างสิ”“อ่ะจ้า แต่ตอบได้ทุกคำถามเนอะ ไม่รู้ใจกันเลย” เอมยิ้มล้อเลียนทำเอาฉันหลบสายตาวิบวับของเพื่อน เฉไฉทำเป็นลวกเนื้อทันควัน“ฉันนึกว่าพี่เดย์ขอแกเป็นแฟนแล้วซะอีก ต่อหน้าคนอื่นพี่เค้ายังเปิดเผยขนาดนั้น คุยกันสองต่อสอง... ไม่รุกแกแย่เหรอ”“ก็รุก...แหละ” ฉันตอบเบาๆ ไปตามตรง“นั่นไง!” ทั้งเอม แก้มยุ้ยรวมถึงพีชโพล่งคำเดียวกันทันควัน โชคดีที่โต๊ะอื่นมีสภาพไม่ต่างจากเรา กินไปคุยไปก็เลยไม่มีใครหันมามองพวกเร
ฉันหมุนตัวเช็คความเรียบร้อยบริเวณหน้ากระจก พอเห็นว่าทุกอย่างโอเคก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นหมวกที่วางอยู่บนเตียงก็พาลคิดถึงรอยยิ้มหวานโลกละลายของคนให้ ใจดวงน้อยดันเต้นตึกตัก เม้มปากอย่างชั่งใจ คำถามที่ทำเอาหลับๆ ตื่นๆ แทบทั้งคืนวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งถ้าวันนี้พี่เดย์ไม่เห็นหมวกจะรู้สึกยังไง? เฉยๆ หรือแอบเฟลแล้วถ้าฉันใส่ไป... พี่เดย์จะดีใจ ยิ้มกว้างเหมือนตอนฉันรับไว้รึเปล่า?รู้ตัวอีกทีขาทั้งสองข้างก็มาหยุดที่ข้างเตียง ถ้าพี่เดย์ไม่พูดว่าหมวกคู่! ฉันคงสามารถหยิบขึ้นมาสวมโดยไม่คิดหนัก แต่เพราะพี่เค้าบอกชัดเจนว่าอยากให้เราใส่คู่กัน ฉันเลยเกิดลังเลเบาๆ ในเมื่อเราสองคนยังไม่ได้ตกลงในความสัมพันธ์ครั้งนี้แต่อย่างใดตัวฉันไม่เคยมีความรักมาก่อน ที่ผ่านมามีแต่คนเข้ามาจีบฉันก็ปฏิเสธทุกรายไป แต่กับพี่เดย์... มีเหตุการณ์ทำให้เราสองคนเจอกันบ่อยมาก แถมทุกครั้งที่ฉันเจอปัญหา ไม่ว่าจะมาจากผู้ชายที่ตามตื๊อรวมถึงแฟนคลับของพี่เดย์ที่มาอาละวาดใส่ พี่เดย์ไม่เคยทอดทิ้งกันแถมยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือฝันหวานคนนี้ทุกครั้ง ไหนจะเรื่องน้องหมาที่พี่เค้าเคยรับเลี
“นั่น...” ฉันตาโตมองพี่เดย์หน้าตื่น“ถ้าน้องฝันหวานไม่รับไว้ พี่คงโดนพวกพี่เทมส์ล้อยันรับปริญญาว่าบ้า ที่ซื้อหมวกแบบเดียวกันต่างกันแค่สีมาใส่ เพราะงั้นช่วยรับไว้ด้วยนะครับ” ทั้งน้ำเสียงออดอ้อนและแววตาระยิบ ระยับของพี่เดย์ทำเอาใจดวงน้อยของฉันวิวหวิวในชั่ววินาทีจากที่ตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่รับแน่นอน ตอนนี้ใจเริ่มเอนเอียงซะอย่างนั้น ฮือ!ไม่ได้ฝันหวาน นี่มันราคาแพงมาก เธอจะรับไม่ได้! ท่องเอาไว้เธอต้องปฏิเสธ!! ฉันสะกดจิตตัวเองก่อนจะบอกไปว่า“หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันแพงเกินไป” ฉันว่าพลางจับหมวกหมายจะถอดคืนแต่พี่เดย์เร็วกว่า จับมือของฉันไว้อีกทีจนฉันต้องรีบดึงมือตัวเองออกโดยพลัน กลายเป็นว่ามือของพี่เดย์วางอยู่บนหัวฉันอย่างอ่อนโยนโดยมีหมวกกั้น“น้องฝันหวานเคยสัญญากับพี่ว่า เพื่อเป็นการตอบแทน ที่พี่รับเลี้ยงเจ้าฟูฟู ถ้าพี่อยากได้อะไรให้บอก น้องยินดีจะทำให้ ตอนนี้พี่อยากให้น้องรับหมวกใบนี้ไว้...ได้มั้ยครับ” พอพี่เดย์ให้เหตุผลทั้งรอยยิ้ม ฉันถึงกับปฏิเสธไม่ลงเพราะเคยรับปากพี่เค้าเอาไว้จริงๆ ...
“พี่จอดรถไว้ตรงโน้น ไปกันเถอะครับ” พี่เดย์ยักคิ้วด้วยใบหน้าสว่างไสวพร้อมกับผายมือไปทางขวา“ไหนบอกว่าจะเอารถแกไปไง” ฉันถามเอมที่กำลังพยายามใช้มือดันหลังให้ฉันเดิน“แกก็รู้แถวหลัง ม. หาที่จอดยาก ไปกับพี่เดย์นี่แหละสะดวกสุด ไม่ต้องวนหาที่จอดรถด้วย”เรื่องนั้นมันก็จริง เอาฟะ! ไปก็ไป ขืนตกลงกันไม่ได้ต้องตกเป็นเป้าสายตาและเป้าน้ำลายยิ่งกว่าเดิมมีเอมกับแก้มยุ้ยนั่งไปด้วย คงไม่โดนเม้าท์หนักหรอกเดินมาไม่เท่าไหร่ก็ถึงรถหรูของพี่เดย์ แต่ยังไม่ทันจะขึ้นไปนั่งรุ่นพี่ปี 2 ในเอกที่เห็นหน้าบ่อยครั้งกำลังพยุงกันมาทำให้พวกเราสามคนรวมถึงพี่เดย์หันไปมองเป็นตาเดียว“มีอะไรให้พวกเราช่วยมั้ยคะพี่เป้ย” แก้มยุ้ยร้องถามทำให้พี่เป้ยที่พยุงพี่มดหันมามองทางนี้“น้องๆ ช่วยพี่พยุงพี่มดอีกแรงได้มั้ย พี่มดเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ นอนไม่พออาการเลยกำเริบ ใจสั่นจนเดินไม่ไหว พี่กำลังจะขับรถไปส่งที่บ้านเนี่ย” พี่เป้ยบอกยาวเหยียดด้วยสีหน้าแตก ตื่น“เดี๋ยวเราอุ้มไปส่งที่รถ” พี่เดย์ขันอาสาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหารุ่นพี่ของฉัน“ไม่รบกวนเดย์ดีกว่า คือเพื่อนเราเป็นวันนั้นของเดือนน่ะ คงไม่สะดวกใจเท่าไหร่ถ้าให้ผู้ชายอุ้ม” พี่เป้ยกระซิ
เมื่องานเฟรชชี่เดย์จบลง น้องปี 1 อย่างพวกเราก็ถูกรุ่นพี่ปล่อยพักตามอัธยาศัย ทางคณะมีข้าวกล่องมาแจกอีกมื้อ แต่ฉัน เอม และแก้มยุ้ยตกลงจะไปหาอะไรทานแถวหลัง ม. แทน คือไม่ ใช่ไรหรอก แบบว่าเหนียวตัวกันมากไง กะจะไปอาบน้ำ (ที่ห้องฉัน) ทานข้าว พักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับมางานเฟรชชี่ไนท์อีกครั้ง“พวกแก พีชบอกว่าร้องเพลงได้ละ อีกสักพักจะมีคนมาแต่งหน้าให้” ฉันแชทกับพีชพลางบอกเอมและแก้มยุ้ยที่เดินอยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้น เอาตามตรงอยากเชียร์พีชร้องเพลงไม่ไหวแล้วเนี่ย“ชักอยากเห็นแล้วดิวะ ฉันว่าพีชต้องเปล่งประกายบนเวทีแน่นอน ฟันธง!” แก้มยุ้ยบอกด้วยแววตาระยิบระยับ น้ำเสียงตื่นเต้นไม่ต่างกัน“ถูก!” ฉันกับเอมพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆนี่ไม่ใช่การชาบูเพื่อนนะคะ พีชโหมดปกติคือน่ารักเกินต้านอยู่ละ ยิ่งได้แต่งหน้าทำผมเสริมลุคเข้าไป มีหรือออร่าจะไม่พุ่งกว่าเดิม!“แล้วพีชทานไรยัง ให้พวกเราซื้อขึ้นไปให้มั้ย” เอมถามอย่างนึกได้ทำให้ฉันระรัวพิมถามไป“รุ่นพี่เตรียมไว้ให้ละ” ฉันบอกพลางยื่นหน้าจอมือถือให้สองคนนี้ดู เมื่ออีกฝ่ายถ่ายรูปสลัดกล่องโตมาให้ดูเป็นหลักฐานว่ารุ่นพี่เตรียมอาหารเย็นไว้ให้เรียบร้อย“เค งั้นเราสามคนก







