INICIAR SESIÓNภวินทร์เอ่ยเรียบ ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเคร่งขรึมตามนิสัย ทว่าหากใครที่รู้จักอาจารย์หมอภวินทร์ดีจะรู้ดีว่า ประโยคสั้น ๆ นี้คือคำชมเชยขั้นสุดที่เขาไม่ได้เอ่ยปากชมใครพร่ำเพรื่อ
“เดี๋ยวลงมาเปลี่ยนชุด แล้วออกไปนั่งรอที่โต๊ะด้านนอกได้เลยนะครับ หมอขอไปล้างมือและจดชาร์ตแป๊บหนึ่ง”
เขาหันไปพยักหน้าให้เมเปิ้ล พยาบาลสาวรีบก้าวเข้ามาช่วยประคองข้าวปุ้นให้ลุกลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง ส่วนภวินทร์เดินตรงไปที่อ่างล้างมืออีกครั้ง เขาถูสบู่เหลวและฟอกล้างมืออย่างพิถีพิถัน กลิ่นสบู่สะอาดผสมคอตตอนลอยฟุ้งขึ้นมาอบอวลอีกหน
ดวงตาสีดำอมเทาเบื้องหลังกรอบแว่นจ้องมองสายน้ำที่ไหลผ่านฝ่ามือ ขณะที่สมองระดับอาจารย์แพทย์กำลังประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งได้รับจากการตรวจทางกายภาพของหญิงสาวเมื่อครู่...
‘ช่องคลอดสะอาดมาก ไม่มีกลิ่น ไม่มีการอักเสบ ถือว่าดูแลตัวเองดีเยี่ยม... แต่ปัญหาคือผนังช่องคลอดที่บางและขาดความชุ่มชื้น ซึ่งตามกลไกแล้วมันคือภาวะที่มักจะเกิดในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ไม่ใช่ผู้หญิงอายุสามสิบสอง...’
หลังจากเช็ดมือจนแห้งสนิท ภวินทร์เดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงาน หยิบปากกาด้ามโปรดขึ้นมาบันทึกรายละเอียดลงในแฟ้มประวัติคนไข้อย่างลึกซึ้งทีละบรรทัด ลายมือของเขาเป็นระเบียบเรียบร้อย อ่านง่าย ผิดวิสัยลายมือแพทย์ทั่วไปอย่างลิบลับ เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยขณะกำลังวางแผนการรักษาในหัว
เมื่อข้าวปุ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและเดินกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ภวินทร์ก็เงยหน้าขึ้นจากชาร์ตประวัติ สายตาคมกริบมองตรงไปที่ดวงตาของเธออย่างตรงไปตรงมา
“จากที่ตรวจดู โครงสร้างมดลูกและรังไข่ปกติดีครับ ไม่มีก้อนเนื้อ ไม่มีการอักเสบ และไม่พบรอยโรคบริเวณปากมดลูก...” เขาเริ่มต้นด้วยการแจ้งข่าวดีเพื่อลดความเครียดของเธอ ก่อนจะต้อนเข้าสู่ประเด็นหลัก
“แต่ปัญหาที่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บ หรือ ‘ไร้ความรู้สึก’ เวลามีเพศสัมพันธ์ น่าจะมาจากภาวะช่องคลอดแห้งและผนังช่องคลอดฝ่อลีบ ในทางการแพทย์เราเรียกว่า Vulvovaginal atrophy (ภาวะช่องคลอดแห้งและฝ่อลีบจากขาดเอสโตรเจน) ครับ”
เขาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้ซึมซับข้อมูล
“ปกติแล้วภาวะนี้จะเจอในกลุ่มคนวัยทองที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง แต่ในวัยของคุณ... สาเหตุหลักน่าจะมาจากความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือสภาพจิตใจที่ส่งผลกระทบต่อระบบการหลั่งฮอร์โมนโดยตรง คุณทำงานเป็นนักเขียนใช่ไหมครับ? ช่วงนี้พักผ่อนเป็นยังไงบ้าง เครียดเรื่องงานหรือเปล่า”
ภวินทร์ตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้คาดคั้น ทว่าดวงตาคมปลาบกลับคอยสังเกตสีหน้าและปฏิกิริยาของเธออย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าเขาควรจะจ่ายยาปรับฮอร์โมน หรือควรจะเน้นไปที่การบำบัดพฤติกรรมรวมถึงการจัดการความเครียดให้เธอมากกว่า
ข้าวปุ้นเลิกคิ้วกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความฉงน
“อ้าว... คุณหมอรู้ได้ยังไงคะว่าฉันเป็นนักเขียน?”
“ก็คุณเพิ่งบ่นให้ผมฟังไปตอนซักประวัติเมื่อกี้ไงครับ”
เขาตอบเสียงเรียบนิ่ง สายตาที่มองสบเธอผ่านกรอบแว่นตาสีดำนั้นราบเรียบไร้อารมณ์ใด ๆ จนยากที่จะหยั่งถึงความรู้สึกในใจ... แต่แท้จริงแล้ว แววตาของอาจารย์หมอแอบไหวระริกขบขันในความขี้ลืมและเด๋อด๋าของคนตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู
“อ๋อ... ก็มีเครียดเรื่องงานบ้างค่ะ ช่วงนี้พักผ่อนน้อยค่ะเพราะต้องรีบปั่นงาน พออกหักสมองมันเลยโฟกัสกับงานมากกว่าปกติมั้งคะ..” เธอตอบตามจริงที่ตัวเองเลี่ยงความเศร้าด้วยการจมกับงานเขียน
“อกหัก...”
ปลายปากกาที่กำลังจดบันทึกลงบนแฟ้มประวัติชะงักไปชั่ววินาที ภาณุเงยหน้าขึ้นจากกระดาษชาร์ต ดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองใบหน้าขาวซีดของหญิงสาวตรงหน้า รอยขมวดมุ่นปรากฏขึ้นจางๆ ระหว่างคิ้วของเขา
“....งั้นเหรอครับ”
เขาเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว แต่ในฐานะแพทย์ที่ได้ฟังพฤติกรรมนอกใจของชายคนนั้นเมื่อครู่ เขายอมรับว่ารู้สึกแปลกใจปน... โล่งใจนิดๆ ทว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญในตอนนี้ สิ่งที่น่าห่วงกว่าคือสภาพร่างกายของเธอที่รับผลกระทบเต็มๆ จากความพังทลายของจิตใจ
“ถ้าความเครียดจากการเลิกราทำให้คุณโหมงานหนักจนพักผ่อนน้อย ร่างกายก็กำลังฟ้องคุณอยู่ครับ”
ภวินทร์วางปากกาลงบนโต๊ะ ประสานมือไว้บนตัก ท่าทางของเขากลับมาดูเป็น ‘อาจารย์แพทย์’ จอมดุอีกครั้ง
“ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความแห้งของช่องคลอด แต่กระทบไปถึงอารมณ์ทางเพศ (Libido) ที่ลดลงด้วย มันคือกลไกป้องกันตัวของร่างกาย... เมื่อคุณเครียด ร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามากดการทำงานของฮอร์โมนเพศ เพราะมันมองว่าสภาวะนี้ไม่เหมาะสมต่อการสืบพันธุ์”
เขาอธิบายด้วยภาษาทางการแพทย์ที่ถูกย่อยให้เข้าใจง่ายที่สุด แต่เจือไปด้วยน้ำเสียงดุๆ แบบคนที่ไม่ชอบเห็นใครทำร้ายตัวเอง
“คุณบอกว่าอกหักเลยโฟกัสงาน... นั่นคือการหลีกหนีปัญหา ไม่ใช่การแก้ปัญหาครับ”
ภวินทร์ถอนหายใจเบาๆ “คุณปั่นงานจนลืมพัก ร่างกายพัง ฮอร์โมนรวน แล้วพอคุณไม่รู้สึกทางเพศ แฟนก็อาจจะมองว่าคุณเปลี่ยนไป... มันกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจคุณเอง”
เขามองลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอ แววตาของเขาไม่ได้ตำหนิ แต่เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังและห่วงใยตามแบบฉบับของคนแข็งนอกอ่อนใน
“ถ้าคุณยังฝืนใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไป ต่อให้ผมสั่งยาฮอร์โมนไปให้ หรือให้เจลหล่อลื่นไปใช้เป็นลัง มันก็แก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ได้หรอกนะครับ”
ภวินทร์เว้นจังหวะ เพื่อให้คำพูดของเขาซึมซาบลงไป
“ร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร... ถ้าคุณไม่ยอมพักให้ตัวเอง มันก็จะบังคับให้คุณพักด้วยความเจ็บป่วยแบบนี้แหละ”
เขาหันไปหยิบใบสั่งยาขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว
“เบื้องต้น ผมจะจ่ายครีมเอสโตรเจนเฉพาะที่ให้ เอาไว้ทาบริเวณช่องคลอดเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความบางของผนังช่องคลอด... แต่...”
เขาเน้นย้ำหนักแน่นคำว่า ‘แต่’ พร้อมขีดเส้นใต้สองเส้นบนกระดาษอย่างหนักแน่น
“เงื่อนไขของการใช้ยานี้ คือคุณต้องปรับเวลานอน นอนให้ครบ 7-8ชั่วโมงต่อวัน ลดการทำงานดึกๆ และหาวิธีคลายเครียดที่ไม่ใช่การโหมงาน...”
ภวินทร์ยื่นใบสั่งยาและแฟ้มประวัติส่งคืนให้เมเปิ้ลเพื่อไปจัดการต่อ ก่อนจะหันกลับมาสบตาข้าวปุ้นอีกครั้ง
“ทำได้ไหมครับ?”
คำถามสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากเสียงดัง แต่มาจากแววตาที่จริงจังจนน่าเกรงขาม
เธอจำต้องพยักหน้าหงึกๆ สีหน้าสลดลงเล็กน้อยเมื่อโดนหมอดุแม้จะไม่เข้าใจศัพท์ทางการแพทย์ที่เขาพูดออกมาทั้งหมด มันทะลุหูซ้ายออกหูขวา แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงรังสีที่น่าเกรงขามและน้ำเสียงดุนั้นๆ
“ท...ทำได้ค่ะ”
“ถ้าทำได้จริงๆก็ดีครับ... แต่เสียงคุณฟังดูไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่เลยนะ”
สองสัปดาห์ต่อมา...บรรยากาศในห้องตรวจแผนกสูตินรีเวชยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันคุ้นชิน สองสัปดาห์ที่ผ่านไป เวลาของอาจารย์หมอภวินทร์เดินช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ในหัวของเขาแทบไม่ได้จดจ่ออยู่แค่งานวิจัยหรือชาร์ตคนไข้เหมือนทุกที แต่กลับมีใบหน้าหวาน ๆ ของยัยนักเขียนสายโก๊ะแวะเวียนเข้ามาวนเวียนอยู่ตลอดและแล้ว... วันนัดติดตามอาการก็มาถึง“เชิญคุณเพรียงพริมต์ งามขวัญ ค่ะ”ประตูกระจกห้องตรวจเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของข้าวปุ้นในชุดเดรสสีหวาน แม้สีหน้าของเธอจะดูผ่อนคลายขึ้นกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่สวยกลับยังมีรอยหมองคล้ำของการอดนอนแฝงอยู่จาง ๆ“สวัสดีค่ะคุณหมอ” ข้าวปุ้นส่งยิ้มบาง ๆ พลางหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานของเขา“สวัสดีครับคุณข้าวปุ้น...” ภวินทร์เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มประวัติ ดวงตาสีดำอมเทาเบื้องหลังกรอบแว่นกวาดสายตามองคนตรงหน้าอย่างละเอียด“สองสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นยังไงบ้างครับ? เรื่องอาการเจ็บและสภาพจิตใจ”“เรื่องไมเกรนดีขึ้นมากเลยค่ะคุณหมอ พอเปลี่ยนยาแล้วไม่ค่อยง่วงซึมแล้ว... แต่ว่าเรื่องอารมณ์...”ข้าวปุ้นหลุบสายตาลงต่ำ นิ้วเรียวเกร็งเรียวประสานกันบนตักอย่างอึดอั
ภวินทร์เอ่ยเรียบ ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเคร่งขรึมตามนิสัย ทว่าหากใครที่รู้จักอาจารย์หมอภวินทร์ดีจะรู้ดีว่า ประโยคสั้น ๆ นี้คือคำชมเชยขั้นสุดที่เขาไม่ได้เอ่ยปากชมใครพร่ำเพรื่อ“เดี๋ยวลงมาเปลี่ยนชุด แล้วออกไปนั่งรอที่โต๊ะด้านนอกได้เลยนะครับ หมอขอไปล้างมือและจดชาร์ตแป๊บหนึ่ง”เขาหันไปพยักหน้าให้เมเปิ้ล พยาบาลสาวรีบก้าวเข้ามาช่วยประคองข้าวปุ้นให้ลุกลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง ส่วนภวินทร์เดินตรงไปที่อ่างล้างมืออีกครั้ง เขาถูสบู่เหลวและฟอกล้างมืออย่างพิถีพิถัน กลิ่นสบู่สะอาดผสมคอตตอนลอยฟุ้งขึ้นมาอบอวลอีกหนดวงตาสีดำอมเทาเบื้องหลังกรอบแว่นจ้องมองสายน้ำที่ไหลผ่านฝ่ามือ ขณะที่สมองระดับอาจารย์แพทย์กำลังประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งได้รับจากการตรวจทางกายภาพของหญิงสาวเมื่อครู่...‘ช่องคลอดสะอาดมาก ไม่มีกลิ่น ไม่มีการอักเสบ ถือว่าดูแลตัวเองดีเยี่ยม... แต่ปัญหาคือผนังช่องคลอดที่บางและขาดความชุ่มชื้น ซึ่งตามกลไกแล้วมันคือภาวะที่มักจะเกิดในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ไม่ใช่ผู้หญิงอายุสามสิบสอง...’หลังจากเช็ดมือจนแห้งสนิท ภวินทร์เดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงาน หยิบปากกาด้ามโปรดขึ้นมาบันทึกรายละเอียดลงใน
ภวินทร์ดึงกระดาษสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาจากแฟ้มประวัติ ปากกาในมือตวัดเขียนรายการตรวจเลือดด้วยลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยผิดวิสัยหมอทั่วไป“สำหรับอาการของคุณข้าวปุ้น เราจำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อเช็กระดับฮอร์โมนอย่างละเอียดครับ ทั้งเอสโตรเจน เทสโทสเตอโรน โพรแลคติน และไทรอยด์ เพื่อดูว่ามีความผิดปกติทางสรีรวิทยา (กลไกการทำงานของร่างกาย) ร่วมด้วยไหม”เขาวางปากกาลงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรง ๆ เพื่อสังเกตปฏิกิริยา ซึ่งคนตัวเล็กดูจะมึนงงกับศัพท์แสงทางการแพทย์ของเขาอยู่ไม่น้อย“นอกจากนี้ หมออยากจะขอตรวจภายในด้วยครับ... ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นอารมณ์นะ แต่ตรวจเพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น ร่องรอยแผล อาการอักเสบ หรือภาวะช่องคลอดแห้ง ซึ่งมักจะเป็นผลพวงมาจากฮอร์โมนที่แปรปรวน และนั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บเวลาพยายามมีเพศสัมพันธ์ จนกลายเป็นภาพจำในแง่ร้ายกระตุ้นให้สมองสั่งการให้ต่อต้านซ้ำ ๆ”อาจารย์หมอเว้นจังหวะครู่หนึ่งให้เธอได้ย่อยข้อมูล “ถ้าผลตรวจทางร่างกายปกติดีทั้งหมด เราถึงจะส่งตัวคุณไปปรึกษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพื่อประเมินเรื่องความเครียดและบาดแผลทางใจ (Trauma) จ
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง “ร่างกายของคนเราไม่ใช่เครื่องจักรที่แค่กดปุ่มแล้วจะทำงานได้ดั่งใจเสมอไป มันมีปัจจัยแวดล้อมมากมายมาเกี่ยวข้อง ทั้งระดับฮอร์โมน ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่งยาบางตัวที่ทานเข้าไป”ภวินทร์จงใจเน้นประโยคสุดท้ายเพื่อย้ำเตือนให้เธอรู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยสักนิด ก่อนจะเริ่มซักประวัติเพิ่มเติมตามกระบวนการตรวจวินิจฉัย“ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณข้าวปุ้นมีความเครียดสะสม หรือนอนน้อยกว่าปกติไหมครับ? แล้วมีพวกยาที่ต้องทานเป็นประจำหรือเปล่า ยาคุมกำเนิด ยานอนหลับ หรือยาแก้แพ้... ลองนึกดูดี ๆ ครับ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มีความหมายหมด”ข้าวปุ้นขมวดคิ้วทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะค่อย ๆ เรียบเรียงคำพูดออกมารายงานคุณหมอ“อืม... พักผ่อนน้อยมากค่ะเพราะต้องปั่นงานเขียนจนดึก บางวันก็ลากยาวโต้รุ่ง ยาคุมไม่ได้ทานค่ะเพราะใช้วิธีป้องกันตลอด มีเครียดบ้างเวลาพล็อตตันแล้วปั่นงานส่งไม่ทัน มียาประจำ... เอ๊ะ อ๋อ! มียาไมเกรนค่ะ พอดีฉันเป็นไมเกรนบ่อย ๆ เลยต้องกินเวลามีอาการ”“ยาไมเกรน... ตัวไหนครับ? พอจะจำชื่อยาหรือลักษณะเม็ดยาได้ไหม”“อ้อ! ฉันหยิบติดกระเป๋
สามสัปดาห์ต่อมา...บรรยากาศในห้องตรวจแผนกสูตินรีเวชยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันคุ้นชินเหมือนเช่นเคย ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างโต๊ะตรวจในวันนี้ข้าวปุ้นไม่ได้นั่งไถโทรศัพท์ส่องกล้ามโฮสต์หนุ่มจีนอย่างร่าเริงเหมือนเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ใบหน้าสวยหวานหมองเศร้า ดวงตาคู่สวยสั่นระริกและเหม่อลอยจนอาจารย์หมอภวินทร์ที่กำลังอ่านชาร์ตคนไข้รายล่าสุดต้องขมวดคิ้วฉับ แววตาหลังกรอบแว่นฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นชื่อ ‘เพรียงพริมต์’ บนปกแฟ้มประวัติที่วนกลับมาหาเขาเร็วกว่ากำหนดตรวจประจำปี“เชิญคนต่อไปครับ”“คุณเพรียงพริมต์ งามขวัญ เชิญด้านในค่ะ”เมเปิ้ลพยาบาลผู้ช่วยสาวยังคงทำหน้าที่ขานชื่อด้วยน้ำเสียงสดใสเจื้อยแจ้วเหมือนเช่นเคย ทว่าคนฟังอย่างภวินทร์กลับชะงักมือที่กำลังเปิดชาร์ตคนไข้รายล่าสุดเรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหาการเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ... เพราะในบรรดาคนไข้ร้อยแปดพันเก้าที่ผ่านหูผ่านตา เธอเป็นคนเดียวที่เขาจดจำชื่อจริงและชื่อเล่นได้แม่นยำขึ้นใจ ทั้งที่เพิ่งตรวจผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ประตูห้องตรวจเปิดออก ร่างบางก้าวเข้ามาพร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขา ทว่ามันกลั
คำเสนอแนะนั้นทำเอาข้าวปุ้นขมวดคิ้วฉับ โรงพยาบาลรัฐที่คนแน่นจนล้นขนาดนี้ แต่อยู่ ๆ อาจารย์หมอผู้เคร่งครัดกลับเสนอเส้นสายลัดคิวให้เธอเสียอย่างนั้นไม่ว่าจะหาเหตุผลมุมไหนก็ไม่เห็นความจำเป็นที่เขาต้องช่วยเธอเลยสักนิด ทว่าสายตาเรียบนิ่งคู่เดิมที่สบมองมา ทำเอาแพทย์หนุ่มเพิ่งระลึกได้ว่าตัวเองเผลอพูดอะไรแปลก ๆ ออกไป เขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่องแก้เก้อทันควัน“แล้วก็... อย่าดื่มกาแฟตอนท้องว่างนะครับ น้ำย่อยจะกัดกระเพาะเอาเปล่า ๆ ทานข้าวก่อนค่อยดื่มจะดีกว่า”ข้าวปุ้นอ้าปากค้างมองเขาตาปริบ ๆ ประมวลผลตามไม่ทันกับท่าทางจริงจังทว่าคำพูดกลับแฝงความห่วงใยแปลก ๆ นั้น ก่อนจะพยายามรวบรวมสติ“ฉันไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาหรอกค่ะ รอคิวตามปกติได้... ส่วนเรื่องกาแฟ ก็ขอบคุณนะคะที่คุณหมอเป็นห่วง”เธอยิ้มหวานอย่างผ่อนคลาย คิดเข้าข้างตัวเองว่าคุณหมอคงรักและเป็นห่วงคนไข้ทุกคนเป็นปกติอยู่แล้ว“ว่าแต่... คุณหมอทานกาแฟไหมคะ? เดี๋ยวฉันสั่งเผื่อ ถือเป็นการขอบคุณที่คุณหมออุตส่าห์จะช่วยลัดคิวให้”“ไม่เป็นไรครับ”เขาปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเธอจะเลี้ยง“ผมไม่ดื่มกาแฟ มันมีคาเฟอีนทำให้ใจ







