INICIAR SESIÓNประตูห้องเป็นไม้บานใหญ่ สลักด้วยลายดอกกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม มันดูทั้งน่ากลัว ลึกล้ำ และสวยงามมาก เห็นเพียงประตูยาหยีรู้สึกได้ทันทีว่าเธอถูกใจทั้งที่ยังไม่ทันก้าวเข้าไปในห้องนั้นเลย
"มีว่างอยู่ห้องเดียว คุณจะอยู่ไหมคะ"
"อยู่ค่ะ ฉันจะพักห้องนี้"
จากคนที่เคยพิถีพิถันมากและค่อนข้างขี้สงสัย เวลาจะเลือกอะไรสักอย่างให้ตัวเองปกติยาแล้วหยีค่อนข้างเรื่องมากในระดับหนึ่ง หากแต่คราวนี้เธอกลับตบปากรับคำว่าจะพักที่ห้องนี้อย่างง่ายดายไม่สำรวจห้อง ไม่มีการตกลงเรื่องราคา ไม่มีแม้แต่การเจรจาว่าจะอยู่นานเท่าไหร่ กี่วัน กี่เดือน กี่ปี หรือจะอยู่ตลอดไป..
มีเพียงสัญญาหนึ่งฉบับที่เธอก็ไม่ทันได้อ่านมันเลยด้วยซ้ำแต่กลับกล้าที่จะเซ็นชื่อจริงนามสกุลจริงของตัวเองลงไปทันทีที่หญิงวัยกลางคนคนนั้นยื่นมันมาให้
'นางสาว กีรติ กิจเจริญสกุล'
ทันทีที่ปากกาสีแดงเลือดจรดเซ็นจนครบอักษรตัวสุดท้าย บานประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้นทันใด
แอดดดดด..
ยาหยีหันขวับไปมองตามเสียงนั้น สติสัมปชัญญะที่เริ่มเลื่อนลอยถูกปลุกให้กลับมา คิ้วสวยขมวดมุ่นก่อนจะค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้
"เปิดได้ไง?" สองเท้าหยุดชะงักอยู่หน้าบานประตูห้องก่อนที่จะเดินผ่านกรอบประตูเข้าไป เธอหันกลับไปหาหญิงวัยกลางคนเพื่อที่จะยื่นสัญญาคืนกลับไปให้ แต่แล้วก็ต้องพบว่า..
"หะ หาย หายไปไหน.." ทันทีที่หันไปเธอไม่เจอใครแม้แต่คนเดียว
ก้มมองกระดาษสัญญาที่คิดว่าถืออยู่ในมือมาตลอดเพื่อจะอ่านรายละเอียดต่างๆ แล้วก็ต้องพบว่าสองมือเรียวบางของตนกลับว่างเปล่าเช่นเดียวกัน ดวงตาคมสวยเบิกกว้างมาก ขนอ่อนภายในกายพากันลุกชันตั้งแต่ปลายเท้ายันกลางกระหม่อม
คนจิตแข็งไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติไม่เคยเชื่อเรื่องวิญญาณ เชื่อแค่วิทยศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้เท่านั้นมาตลอดอย่างยาหยีตอนนี้ชักจะหวั่นใจขึ้นมาหน่อยๆแล้ว
"บ้าน่า.." สะบัดหน้าสองสามทีเรียกสติตัวเอง
ป้าคนนั้นเขาอาจจะปวดหนัก รีบชักกระดาษสัญญาในมือเธอแล้ววิ่งสี่คูณร้อยลงบันไดไปแล้วก็ได้ ถึงความคิดนี้จะดูไม่เข้าท่าและห่างไกลจากความเป็นไปได้มากอยู่แต่ใครจะรู้ คนเราเวลาอดีนาลีนหลั่งหรืออยู่ในสถานการณ์คับขันมันสามารถทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
สำหรับหญิงวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปลายๆสวมกระโปรงทรงเอเสมอเข่า ใส่รองเท้าส้นสูงคัชชูสามนิ้วส้นแหลมเปี๊ยบ ยาหยีทำใจให้เชื่อว่าหากปวดหนักแบบข้าศึกบุกหน้าด่านขึ้นมาก็สามารถใส่เกียหมาวิ่งสี่คูณร้อยได้
เออ คิดแบบนี้แล้วก็สบายใจ!
ฟู่ว~
เธอพลูลมหายใจลดความประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พยายามระงับจังหวะอัตราการเต้นของหัวใจที่มันกำลังสูบฉีดเลือดแรงกว่าปกติ สั่นทะเทือนอย่างกับกำลังเกิดแผ่นดินไหวอยู่ในหว่างอก
"เป็นบ้าอะไรเนี่ยไอ้หยี" ยกมือขึ้นมาลูบปอยๆอยู่ที่หน้าอก จากนั้นจึงหมุนตัวแล้วเดินเข้าห้องพักไป
ยาหยีสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่เพิ่มระดับขึ้นเมื่อเธอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ การก้าวเท้าแต่ละก้าวของเธอช่างเชื่องช้าทั้งที่เธอเองรู้สึกว่าก็ก้าวเท้าปกติป้ะวะ แต่ภาพมันจะสโลว์ไปไหน!
เพียงสามเก้าเท่านั้นก็เลยบานประตูล้ำเข้าไปด้านในตัวห้อง จากไอเย็นยะเยือกอย่างกับยืนอยู่ขั้วโลกเหนือเมื่อวินาทีที่แล้วตอนนี้มันกลับอบอุ่นจนน่าแปลกใจ ราวกับมีคนมาเปิดฮีทเตอร์รอเธอเอาไว้
การก้าวเข้ามาในห้องนี้ทำไมเธอถึงตื่นเต้นมาก มันรู้สึกเหมือนกำลังเจอประสบการณ์ครั้งใหม่ ราวกับว่าต่อจากนี้ชีวิตจะเปลี่ยนไป ไม่มีอะไรกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกเลย
ดวงหน้าสวยทอดสายตาไปสำรวจทั่วห้องกว้างคร่าวๆแล้วมุมปากบางก็ยกยิ้ม ยาหยีค่อนข้างพอใจถึงห้องจะไม่ได้ใหญ่เท่าห้องนอนที่บ้านและไม่ได้หรูหรามากมายหากเทียบเท่ากับห้องพักราคาหกหลัก แต่มันก็กว้างพอให้เธออยู่อย่างไม่รู้สึกอึดอัด
มีเตียงนอนไม้สักโบราณสี่เสาสีน้ำตาลเข้มขนาดหกฟุต ประดับด้วยผ้าม่านสีขาวบางๆมัดรวบกับทุกเสาเอาไว้และมีระบาย ตัวเบาะถูกปูผ้าตึงเปรี๊ยะด้วยชุดเครื่องนอนสีเทาหม่นอ่อนๆจนเกือบขาวหรือเพราะสีมันซีดจางไม่แน่ใจ แต่ดูสะอาดสะอ้านดี มีกลิ่นหอมด้วย
มือเรียวลากผ่านมันแล้วเดินสำรวจมุมอื่นๆต่อไป มีโต๊ะเครื่องแป้งเข้าชุดกับเตียงนอน ทีวีจอแบนจอใหญ่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เสื้อผ้าตู้ใหญ่ มีโซฟาปลายเตียงและที่สำคัญมีคอมพิวเตอร์รุ่นที่ดูใหม่มากพร้อมเก้าอี้แบบเอนหลังราวกับพวกที่สตรีมเกมส์หรือโปรแกรมเมอร์เขาชอบใช้
มีไปเพื่ออะไร? ในหอพักมีของแบบนี้บริการให้ด้วยหรือ อืม แต่ก็แปลกดี
สองร่างแนบชิดและพากันโยกคลอนท่ามกลางเสียงเนื้อกระทบเนื้อสลับเสียงหอบถี่หายใจ ร่องคับแน่นทั้งตอดรัดรุนแรงและกระตุกตอบรับ เพียงไม่นานเท่านั้นทิศเหนือก็แตกพร่าหลั่งไหลน้ำรักออกมาเป็นสายธารอีกครั้ง ไม่ปล่อยให้ทั้งเขาและเธอได้หยุดพักทิศเหนือถอดถอนท่อนลำจากรูดอกจันด้านหลังกลับมาสอดใส่ร่องรักด้านหน้าแล้วสาดเอวสอบขยับโยกอย่างหื่นกระหาย ส่วนเธอตอบรับทุกท่วงท่าอย่างว่าง่ายเมื่อต่างฝ่ายต่างแตกพร่าจนพอใจแล้วเขาทิ้งร่างกำยำที่หอบเหนื่อยด้วยสุขสมลงด้านข้างพลางยึดร่างบางที่สั่นเทามากอดเอาไว้เขาพรมจูบขมับบางแทนคำขอโทษที่เผลอทำรุนแรงจนเกินไป แต่ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้ไม่สามารถยั้งตัวเองไหว ไม่นานเขาก็ปล่อยตัวเองให้ผล็อยหลับไป"พี่เหนือ.. พี่เหนือ หลับแล้วเหรอ?" ยาหยีมองคนรักด้วยแววตาวาววับ ทำเธอจุกขนาดนี้แล้วยังจะมีหน้ามาหลับหน้าตาเฉยได้ยังไงร่างเพรียวสวยเดินหายไปยังลิ้นชักตัวโปรดที่ปิดสนิทเอาไว้ไม่ให้ใครมาวุ่นวาย ไขกุญแจแล้วเปิดมันก่อนจะหยิบของเล่นชิ้นโปรดออกมา มองขนาดของมันด้วยสายตาที่นิ่งสนิทยากจะคาดเดาแล้วยกยิ้มอ่อน ก่อนจะหันตัวกลับไปหาคนตัวสูงที่นอนหลับสนิทแถมยังกรนเบาๆด้วยอยู่ในร่างคนแล้
นี่เขาต้องหื่นกามขนาดไหน ไม่ได้ติดเซ็กส์แต่ติดเธอต่างหาก เขาติดยาหยีมาก แค่ได้เห็นหน้าก็อยากแตกพร่าในตัวเธอจนอดไม่ไหวขาเรียวโดนจับถ่างกว้าง ร่างบางสะดุ้งเฮือกยกเอวลอยหวือเมื่อถูกลิ้นร้อนปาดเลียกึ่งกลางกายจนร่องรักของเธอเผลอตอดรัดอากาศถี่ยิบ ริมฝีปากหนายกยิ้ม ไม่รอให้หญิงสาวหายตกใจเขาก้มลงไปตะโบมดูดดุนติ่งเนื้อแรงๆแล้วปาดลิ้นรัวเร็วอย่างหื่นกระหายนิ้วหนารุกล้ำเข้าไปในโพรงเนื้อกลางกายสาวจนสุดข้อ เขาแช่นิ่งไว้ชั่วครู่ก่อนค่อยๆขยับมือจากเนิบช้าเป็นถี่เร็วขึ้นในจังหวะที่รู้ดีว่ายาหยีชอบมากจากที่อยากนอนพักผ่อนแล้วแบบนี้เธอจะหลับลงได้อย่างไร เสียงหวานหวีดร้องในตอนที่สะโพกสวยถูกยกให้ลอยหวือเขารัวลิ้นบนติ่งไตและเร่งความเร็วของนิ้วพร้อมกันไม่นานก็ส่งเธอถึงฝั่งฝันได้ เอวบางลอยหวือใบหน้าสวยเชิดหงายตัวชาวาบก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงอย่างหมดแรงพลางหอบหายใจร่างสูงหยัดกายขึ้นทาบทับกลางหว่างขาที่ยังคงเปิดอ้า ร่างสวยกระตุกสั่นจากการได้ปลดปล่อยอารมณ์กระสันซ่าน ไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัวแก่นกายใหญ่ที่ผงาดจนแข็งชันระดับสิบก็สอดแทรกเข้าไปยังโพรงเนื้อที่แสนอ่อนไหว"อืมม.." เสียงหวานครางครืนขึ้นอีกครั้งเมื่อร่อง
ยาหยีเกลียดเมษามากก็จริงแต่ยี่หวาไม่เกี่ยว แม่กับลูกเป็นคนละคนกัน ตอนเด็กเธอและยี่หวาโตมากับพี่เลี้ยง เวลาป๊าชาลีกับเมษาต้องไปออกงานสังคมหรือไปไหนก็ตาม ยาหยีนี่แหละที่เป็นคนดูแลยี่หวาอย่างใกล้ชิดมาตลอด ด้วยความที่อายุห่างกันเกือบแปดปียาหยีโตกว่ามาก เธอเห็นทุกการเติบโตของยี่หยา อยู่ด้วยกัน สนิทกัน รักกัน ยี่หวาติดเธอแจมาตลอด จนพักหลังทั้งคู่โดนเมษาจับแยกกันเพราะยี่หวาเริ่มเป็นสาวก็เริ่มพาเดินสายออกงาน ไหนจะเป่าหูสารพัดให้พี่น้องเกลียดกันแต่ยี่หวาเกลียดพี่สาวลงเสียที่ไหน ยาหยีก็เช่นเดียวกันด้วยความปากจัดก็ด่าน้องไปบ่อย จิกกัดบ้างตามประสาเวลาที่ยี่หวาอยู่กับเมษาทว่าไม่เคยคิดร้ายอะไรเธอโกรธมากกว่าที่ยี่หวาชอบเอาตัวเองมาเสี่ยงอะไรแบบนี้"เขาดูแลพี่หยี รักพี่หยีจริงๆใช่ไหม?" ยี่หวาสะอึกสะอื้นกอดพี่สาวแล้วเอ่ยถามทั้งน้ำตา เธอรักยาหยีมากทั้งหวงทั้งห่วง ไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายจิตใจพี่สาวเธอจึงลองใจดู และยาหยีก็รู้ทันจนได้"แล้วแกคิดว่าไง" ยาหยีถามพลางลูบหัวปลอบใจน้องสาวไปให้นิ่งจากการสะอึกสะอื้น คอยซับน้ำตาที่รื้นเบ้าให้"ก็ดี มั้ง" ยี่หวาพยักตอบอย่างขอไปทีเพราะก็ยังไม่มั่นใจในตัวทิศเหนือมา
"นี่ ยี่หวาเจ็บนะ! ไม่คิดจะช่วยกันหน่อยรึไง คนอะไรใจร้ายชะมัดเลย!" เธอแหวใส่ทิศเหนือพร้อมทั้งยื่นมือออกมาหวังให้เขาช่วยพยุงตัว แต่ทิศเหนือยืนเฉยอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ขืนเขายื่นมือไปแตะต้องยายเด็กนี่แล้วเกิดจังหวะนรกที่ยาหยีเดินเข้ามาเห็นพอดีได้บรรลัยแน่ เพราะฉะนั้น อย่าเสี่ยง!หากเมียเริ่มระแวงและไม่ไว้ใจขึ้นมาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละโคตรอันตราย เกิดยาหยีเลิกบอกเลิกขึ้นมาเขาจะทำยังไง"นี่คุณ!" ยี่หวายังคงร้องเรียกให้ช่วยแต่เขากลับถอยห่างกว่าเดิมสองก้าวแล้วยกไวน์มาจิบต่อเพื่อรอยาหยีมาเอ๊ะ.. หรือว่าเราควรตามยาหยีไปดีนะ ทิศเหนือคิดได้อึดใจก็หันตัวจะเดินไปทว่ากลับถูกยี่หวาพุ่งตัวมากอดเอวสอบไว้จากด้านหลัง"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอวะ!" ทิศเหนือสะดุ้งโหยงเมื่อร่างกายโดนรุกล้ำหุ่นกำยำโดนหญิงสาวกอดไว้แนบแน่น หน้าอกอิ่มบดเบียดแผ่นหลังจนเขารู้สึกได้ และด้วยโดนกอดจากด้านหลังจึงลำบากในการที่จะสลัดมือปลาหมึกของน้องสาวคนรักให้หลุดออกไป ถ้ายาหยีมาเห็นเข้ามีหวังโดนกระทืบตาย!"ปล่อย! อยากตายหรือไงวะฮะ!" ทิศเหนือดิ้นขลุกขลักพลางด่ายี่หวาที่เอาแต่กอดเขา ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงและเป็นน้องสาวคนรักเขาคงจะไม
"ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะคุณสามี หยีปวดฉี่!" ยาหยีเรียกชื่อเขาอย่างประชดประชันด้วยสรรพนามที่เปลี่ยนไปตามที่ทิศเหนือพอใจ"รู้แล้วคร้าบบ" โดนเรียกสามีก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตา"แล้วจะถามเพื่อ?""ก็มันติดปาก" ยาหยีเบ้หน้าก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังห้องน้ำ ทว่าเสียงของทิศเหนือหยุดเธอเอาไว้"รีบไปรีบมา เร็วๆล่ะ คิดถึง..""โอ้ยพี่เหนือ หยีแค่ไปฉี่ ไปด้วยกันเลยไหมล่ะ" คิดถึงบ้าอะไร ไม่เบื่อหรือไงอยู่ตัวตัวกับแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว"ได้เหรอ?" ไม่รอช้าร่างสูงรีบผุดลุกขึ้นหมายจะเดินตามเธอไป"หยุด! นั่งรออยู่ตรงนั้นเลยนะ" ยาหยีรีบห้ามเมื่อรู้ว่าในหัวของทิศเหนือกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่เธอได้ยินนะว่าเขาคิดถึงวันนั้นที่ทำกันในห้องน้ำผับ ไอ้ผีหื่น! รอเธอหมดประจำเดือนหน่อยก็ไม่ได้"เฮ้อ~ รู้ทันตลอดเลยเมียใครวะ" ทิศเหนือล้มเลิกความคิดแล้วนั่งกลับลงตามเดิมก่อนจะยกแก้วไวน์ชั้นดีขึ้นมาจิบและดื่มด่ำกับบรรยากาศยาค่ำคืนที่แสนสดชื่นและสุขใจ ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งทั้งยังได้มีคนรักอย่างยาหยีมาอยู่ข้างกาย มีเงินทองที่ใช้ไปอีกร้อยปีก็ไม่มีวันหมดมันช่างสุขยิ่งวันนี้ทั้งสองคนเพิ่งไปจดทะเบียนสมรสกันมา และจดในชื่อขอ
"ลูกหยี.. คุยกับป๊าก่อนได้ไหม""ไม่มีอะไรจะคุยทั้งนั้นแหละค่ะ หยีหิวแล้ว ไปหาไรทานกันดีกว่าค่ะพี่เหนือ" ยาหยีปฏิเสธชาลีในประโยคแรกอย่างไม่อยากใส่ใจนักและหันกลับไปคุยกับคนรักด้วยน้ำเสียงที่ต่างกันมากในประโยคหลังโดยไม่สนว่าชาลีจะหน้าเจื่อนขนาดไหนยี่สิบปีที่ผ่านมาเคยมีสักครั้งหรือที่ป๊าจะใส่ใจอยากพูดอยากคุยอยากปรับความเข้าใจ เคยมีหรือที่จะเข้าหาเธอ ถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง เรียนเหนื่อยหรือเปล่า ข้อสอบยากไหม ทำงานเป็นยังไงบ้าง ยาหยีอยากไปไหนไหมหรือต้องการอะไรกันแน่ ความใส่ใจเล็กๆน้อยๆไม่เคยไม่มี ทำหน้าที่พ่อที่ไม่ใช่แค่ใช้เงินจ้างคนมาดูแลเธอหรือก็ไม่ป๊าไม่เคยทำให้ยาหยีรู้สึกอุ่นใจ ไม่เคยแม้แต่จะคุยกันด้วยเหตุผลหรือคุยกันดีๆสักครั้ง มีแต่จะบังคับและกะเกณฑ์เท่านั้น แล้ววันนี้นึกอยากจะมาคุยอะไร"อ่อ.. ส่วนเรื่องแต่งงานหยีแค่แจ้งให้ทราบไม่ได้จะมาขออนุญาตใคร" ว่าจบยาหยีก็กุมประสานฝ่ามือใหญ่แล้วพาทิศเหนือออกจากบ้านไป ปล่อยให้ชาลีเมษาและยี่หวานั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่อย่างนั้นรู้ว่ายาหยีเอาแต่ใจและหัวรั้นขนาดไหน แต่ที่ไม่เข้าใจคือคนที่เคยกลัวความรักมาก กลัวการผูกมัดและไม่เคยคิดจะผูกพันกับใครเลย







