เข้าสู่ระบบร่างสูงใหญ่ถอนหายใจก่อนจะก้าวเข้าไปตวัดผ้าห่มให้คลุมร่างเปลือยเปล่าของยาหยีเอาไว้ที่เจ้าตัวดูไม่ได้ยี่หระเลยว่าจะมีใครมาเห็นหรือไม่
"ลุกไปใส่เสื้อผ้า แล้วลงไปคุยกับป๊าข้างล่าง" เป็นอีกครั้งที่ชาลีออกคำสั่ง หากแต่เสียงทรงพลังนั้นกลับใช้กับลูกสาวไม่ได้อยู่ดี
ยาหยีไหวไหล่เป็นเชิงบอกกลายๆว่าเธอไม่มีทางลงไป นี่มันห้องส่วนตัว เธอไม่ได้เดินไปแก้ผ้าโชว์ใครในพื้นที่สาธารณะเสียหน่อย ส่วนคนเป็นพ่อที่ไม่สามารถออกคำสั่งลูกสาวได้ก็ได้แต่ถอนหายใจ ชีวิตนี้ไม่เคยมีใครกล้าขัดใจและท้าทายเขาเท่ากับยาหยีมาก่อนเลยเลย
ไม่ยอมลงไปก็ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นก็ยืนคุยมันตรงนี้นี่แหละ!
"อย่าให้รู้ว่าแกทำอะไรแบบนี้อีกนะยาหยี เข้าใจที่ป๊าพูดไหม!"
"ไม่เข้าใจ" เธอสวนออกไปอย่างไวแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ แบบนี้ของป๊ามันคือแบบไหน สิ่งที่เธอทำและเป็นอยู่ไม่ได้มีอะไรเสียหาย
"ยาหยี!"
"ป๊าจะเอาอะไร?! ไม่ให้หยีคบกับผู้ชายหยีก็ทำให้แล้วนี่ไง!"
อย่าว่าแต่มีแฟนเป็นผู้ชายเลย แค่คบเพื่อนผู้ชายหรือแม้กระทั่งเพื่อนที่เป็นเกย์หรือกระเทยยังไม่ได้ ตราบใดที่ยังมีไอ้นั่นพ่อของเธอก็ไม่เคยไว้ใจให้ทุกคนที่มีเพศสภาพเป็นชายหน้าไหนเข้าใกล้
"ไม่ให้มีผัว หยีก็มีเมียแล้วนี่ไง แล้วป๊าจะมาเจ้ากี้เจ้าการอะไรกับชีวิตหยีอีก!?"
ทีกับเธอเจ้ากี้เจ้าการชีวิตทุกฝีก้าวจนแทบจะประสาทกินตาย แต่กับยายยี่หวาลูกสาวสุดที่รักกลับปล่อยให้มันไปแรดที่ไหนก็ได้ไม่เคยเห็นว่าอะไร นิสัยแรดเหมือนใคร ไม่ต้องสืบเลย!
"ที่ป๊าห้ามไม่ให้แกคบผู้ชายก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะมาสมสู่กับเพศเดียวกันไม่เลือกหน้าแบบนี้ได้ มันวิปริตแกเข้าใจไหม!"
ที่เขาคอยกันผู้ชายทุกคนออกไปเพราะแค่ยังไม่เจอคนที่เหมาะสมพอกับยาหยี และอีกอย่างก็เพราะชาลีมีคนที่ตนวางเอาไว้แล้วว่าผู้ชายแบบไหนถึงจะคู่ควรและเหมาะสมกับยาหยี
หากลูกสาวจะมีสามีต้องไม่ใช่ไปคว้าใครที่ไหนมาก็ได้ ไม่ว่าจะฐานะหน้าตา หน้าที่การงานและนิสัย ไหนจะธุรกิจทางบ้านต้องดูด้วยว่าสามารถเกื้อหนุนกันให้ไปไกลได้หรือไม่
ก่อนหน้านี้มัวแต่ชะล่าใจเพราะนานแล้วที่ในชีวิตของยาหยีไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้เข้าใกล้ นอกจากญาติพี่น้องที่สนิทกันและคนที่ชาลีไว้ใจเพียงเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นชาลีจะคอยกันพวกปรสิตให้ออกหากจะยาหยีทุกช่องทาง
ถ้าลูกน้องไม่มารายงานความผิดปกติของยาหยีที่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีแต่รู้หญิงมาติดพัน เธอพาหญิงสาวเข้ามานอนด้วยที่บ้านทุกวัน ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเพื่อนกัน แต่เล่นเปลี่ยนหน้าได้แทบทุกวี่ทุกวันจนพักหลังลูกน้องรายงานว่าคำพูดคำจาที่ยาหยีและผู้หญิงพวกนั้นใช้กันไม่เหมือนคนที่เป็นเพื่อนพูดกันเลยสักนิด
วันนี้ชาลีเลยรอจังหวะจนแน่ใจ เมื่อสบโอกาสที่คิดว่าจะจับให้ได้แบบคาหนังคาเขาเลยให้แม่บ้านเอากุญแจไขเข้ามาแบบนี้ แล้วแทนที่ยาหยีจะตกใจที่ไหนได้ลูกสาวของเขากลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
รู้อยู่หรอกว่าเป็นคนจิตแข็งมากไม่กลัวอะไรง่ายๆ แต่เรื่องแบบนี้ช่วยมีปฏิกิริยาอะไรหน่อยก็ได้ที่ไม่ใช่ท่าทางยียวนกวนบาทา ถ้าไม่ใช่ลูกสาวนะพ่อจะยันให้หน้าหงาย!
"อย่าเหยียดเพศสิป๊า ทำเป็นคนหัวโบราณไปได้ ไอ้นิสัยโลกแคบของป๊าน่ะหยีพอเข้าใจอยู่หรอก แต่ช่วยเปิดตาดูหน่อยเถอะว่าเดี๋ยวนี้โลกมันไปไกลถึงไหนกันแล้ว!"
ยาหยีเอ่ยจบไม่ทันที่ชาลีจะพูดอะไรต่อก็ดันมีเสียงของผู้มาใหม่ เป็นเสียงที่ชาลีรู้ได้ทันทีว่าความบรรลัยมันกำลังเข้ามาใกล้ๆอีกไม่กี่นาทีนี้นี่เอง
"หยุดพูดก้าวร้าวกับป๊าแบบนั้นนะยายยาหยี!" เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นชนิดที่ประตูห้องนอนของเธอยังปิดอยู่ยาหยีก็รับรู้ได้ หญิงสาวกรอกตาไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่สุด ไม่สบอารมณ์ยิ่งกว่าตอนโดนพ่อด่าไม่รู้กี่เท่า
"จะมาทำบ้าอะไร!" แค่เสียงก็เอือมระอาพอแล้ว ยิ่งเห็นผู้หญิงคนนั้นย่างก้าวเข้ามาในห้องนอนของเธอยาหยียิ่งไม่พอใจอย่างแรง
ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครที่ไหนในบ้านนี้เข้ามาในห้องส่วนตัวของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนเลนแม้แต่คนเดียว แล้ววันนั้นมันวันวินาศสันตะโรอะไร ทำไมใครต่อใครเข้ามาวุ่นวายจังเลย!
"ทำไมถึงไม่ใส่เสื้อผ้า" เมษาเอ่ยถามลูกเลี้ยงที่มีศักดิ์เป็นหลานของตนด้วยเช่นกันด้วยเสียงแข็งกร้าว
นัยน์ตาสีนิลที่มีร่องรอยของความเหี่ยวเฉามีไฟลุกโซนราวกับอยากจะเผาเธอให้มอดไหม้ ยาหยีรับรู้ได้ทันทีว่าน้าสาวแท้ๆผู้มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของเธอกำลังคิดทุเรศอะไรอยู่
"เก็บความคิดอุบาดๆนั่นในลึกลงไปหน่อยเถอะเพราะไม่มีใครทำเรื่องไร้ยางอายแบบที่น้าเคยทำได้หรอกค่ะ น้าเม!"
"เออ! อยากใช้เงินยังไงแกก็ใช้ไป แต่เรื่องหมั้นกับไอ้ซันแกต้องทำใจ เพราะป๊าผิดคำพูดไม่ได้แล้ว" ชาลีตัดสินใจไปแล้วจะกลับคำไม่ได้ เขากลัวลูกสาวจะวิปริตผิดเพศไป และถึงอย่างไรชาลีก็เปลี่ยนเรื่องที่เคยลั่นวาจาไว้กับเป๊าะซูหมัดซอรีไม่ได้อีกแล้วเช่นกัน ทางนั้นกระจอกงอกง่อยเสียเมื่อไหร่"ไม่! หยีไม่หมั้นไม่แต่ง ไม่อะไรกับใครทั้งนั้นแหละ!""อย่ารั้นให้มากนักนะยาหยี!""ป๊านั่นแหละอย่าเยอะให้มาก นี่มันชีวิตหยี และขอบอกเลยว่าชีวิตนี้หยีไม่มีวันเดินตามรอยแม่เด็ดขาด"เธอไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักจนต้องทนทุกข์ทรมาณจนตัวตายเหมือนแม่ และไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงยาหยีไม่มีวันใช้ร่วมกับใคร ไอ้พวกที่ผ่านมาและผ่านไป ได้กันเป็นครั้งคราวพอหายเหงาเธอไม่ใส่ใจแต่หากต้องมาเป็นคู่ชีวิตกันหรือคนรักกันเธอจะไม่ยอมให้คนๆนั้นมีใครนอกจากเธออีก เมียเล็กเมียน้อย กิ๊กกั๊กหรืออะไรยาหยีไม่โอเค!ยิ่งเป็นกับยี่หวายิ่งแล้วใหญ่ เธอไม่มีทางใช้ผู้ชายคนเดียวกันกับน้องสาวต่างแม่ที่เธอก็เกลียดแม่ของยายนั่นเข้าไส้แน่นอน"แกพูดอะไร?" ได้ยินสิ่งที่ยาหยี่พูดนายหัวชาลีไม่เข้าใจ"กว้างขวางไม่ใช่เหรอ? ลูกน้องเยอะหูตาเยอะ เส้นใหญ่มาก
ซารีฟจุกจนหน้าเขียวหน้าคล้ำ อารมณ์กระสันเมื่อวินาทีก่อนหน้าสลายหายไปทันทีที่โดนหยาหยีบีบพวงไข่จนเกือบแตก!เธอไม่ได้เล้าโลมลูบคลำให้เขามีอารมณ์แล้วแต่เธอบีบมัน บีบที่เหมือนกำลังจะฆ่าตัวประกัน พวงสวรรค์ทั้งสองข้างโดนเธอกอบกุมเอาไว้ แล้วค่อยๆออกแรงบีบหนักขึ้นเรื่อยๆตอนแรกก็เสียวดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้เหมือนจะตาย"ทะ ทำบ้าอะไรของเธอวะ! อ๊ะ อึก!""ก็จะช่วยอยู่นี่ไง" ยาหยีพูดเสียงเย็นมือข้างหนึ่งของเธอยังกอบกุมแล้วออกแรงบีบรัดไอ้นั่นของเขาเอาไว้ ใบหน้าสวยยกยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก สายตาสวยๆของเธอมันย่างเยือกเย็นมาก หากเธอออกแรงบีบอีกหน่อยคือเขาตาย"โอ้ย! ลูกหยีพี่จุก แม่ง!" เสียงทุ้มเข้มสบถด่า กรามแกร่งกัดแน่นเม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มใบหน้า"ช่วยให้ไข่ตายอยู่นี่ไง เสือกเงี่ยนไม่ดูเวล่ำเวลา!"เมื่อก่อนเคยชอบพอกันก็จริงอยู่หรอก แต่นั่นมันนานมาแล้ว และตอนนี้เธอก็ไม่มีอารมณ์มาคิดอะไรเรื่องแบบนี้ด้วย ให้ตาย!หงุดหงิดมากที่ช่วงนี้ใครก็ใครก็เข้ามาก้าวก่ายชีวิตเธอให้วุ่น อายุจะยี่สิบเก้าปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ายังเป็นเด็กน้อยที่ไม่เคยได้รับอิสระเอาเสียเลยตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่สิ เธอไ
"เรื่องที่จะคุยมีแค่นี้?" ยาหยีเอ่ยถามอย่างไม่ใยดีคำตอบเขา ที่เธอพูดเป็นการแสดงออกแล้วว่ากำลังไล่เขากลายๆ แต่เมื่อซารีฟทำราวกับไม่รู้สึกรู้สาร่างเพรียวสวยจึงเดินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไปก่อนจะเอ่ยปากไล่ตรงๆอีกครั้ง"จะออกไปได้ยัง หยีง่วง!"ง่วงเสียที่ไหน เพราะตั้งแต่ได้รับรู้ข่าวเรื่องที่กำลังจะมีคู่หมั้นจากปากผู้ชายที่ซึ่งเป็นว่าที่คู่หมั้นแล้วยาหยีไม่อาจข่มตาให้หลับลง ตอนนี้ตาสว่างจ้าสมองครุกรุ่นไปด้วยไฟพร้อมที่จะล้างผลาญทุกอย่างของผู้เป็นพ่อให้มอดไหม้พลังความเกรี้ยวกราดของยาหยีสามารถทำให้คนตัวโตที่จ้องมองมาขนอ่อนในกายลุกชัน ซารีฟไม่ได้ตกใจแต่กลับชอบสายตาคู่นั้น ยาหยีเป็นคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอน่าค้นหา หัวรั้น ดุดัน และพยศได้ใจเธอเป็นคนไม่ค่อยยอมกับอะไรง่ายๆยิ่งทำให้ ไม่เหมือนผู้หญิงที่คอยรายล้อมเขาพวกนั้นที่แค่เอากันมันๆก็พอจะเป็นเมียของพี่มันต้องได้อย่างนี้สิวะ!"ถ้าไม่ออก ได้ป้ะล่ะ"ไม่ได้คิดจะท้าทายอำนาจมืดแต่เรียกว่าหน้าด้านมากกว่า เผื่อฟลุ๊คยาหยีนึกครึ้มโอนอ่อนผ่อนตามขึ้นมา"อยาก..ป้ะล่ะ?" ยาหยีถามกลับอยากอะไรวะ อย่าพูดกำกวมให้จินตนาการไปเองอย่างนี้สิ คนขี้เงี่ยนมันใจคอ
สายตาคมหวานแพรวพราวมีแววอ้อนวอนก่อนร่างสูงจะลุกชันตัวเต็มความสูงแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของยาหยี นิ้วแกร่งยกขึ้นเกี่ยวปอยผมที่ร่วงลงมาปรกข้างแก้มนวลให้ไปเกี่ยวทัดใบหูขาวเอาไว้ สายตาคมลึกล้ำจดจ้องมองตั้งแต่ดวงหน้าสวยไล่ต่ำมายังลาดไหล่เรือนร่างนี้ เธอคนนี้ที่เขาได้แต่เฝ้ามองและอยากครอบครองมาตลอด ที่ผ่านมาทำได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ไกลๆ ไม่คิดเลยว่าผ่านไปกว่าสิบปีสุดท้ายจะมีวันนี้ได้ วันที่เขาได้เข้าใกล้ยาหยีมากขนาดนี้ วันที่นายหัวชาลีเป็นคนอนุญาตเอง"มีอะไรจะคุย รีบว่ามา" ยาหยีไม่คิดจะปัดป้องแล้วเอาแต่ยืนจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า นานนับนาทีที่ทั้งคู่ประสานสายตากันก่อนซารีฟจะพูดบางอย่างออกมา บางอย่างที่เขาว่าทำเอายาหยีเลือดขึ้นหน้าได้ภายในเสี้ยววินาที"รู้ตัวรึยัง ว่าหยีต้องหมั้นกับพี่ อ่อ.. ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าแต่งงานกันถึงจะถูก" ซารีฟเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ปากหนายกยิ้มแสดงออกถึงความพออกพอใจหากแต่ยาหยีกลับไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกันกับเขาเลยสักนิดเห็นแววตาวาวโรจน์เบิกกว้างของยาหยีซารีฟก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอคงยังไม่รู้ตัว ความจริงแล้วเขาเองก็เพิ่งรู้มาจากพ่อเหมือนกันว่านายหัวชาลีพ่อของยาหยี
เสียงเคาะประตูบานใหญ่ดังขึ้นสามครั้งอย่างปกติที่หากว่าใครก็ตามต้องการจะพบกับยาหยีหากได้มาเยือนคฤหาสน์หลังนี้ทุกคนต้องถือมารยาทก่อนจะเข้าก้องได้ปกติแล้วยาหยีไม่ค่อยได้ออกไปไหน ถ้าหากจะไปก็มีแค่ชอปปิ้ง ทำงานบ้างเป็นบางวัน ประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัท ประชุมความคืบหน้าแต่ละไตรมาศซึ่งนั่นมันก็นานๆครั้ง ส่วนเรื่องออกไปเที่ยวแตร่อย่าได้หวังไม่ใช่ว่าเธอจะออกไปไม่ได้หากแต่ทุกครั้งที่ไปก็จะเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ในชุดดำมากมายล้อมหน้าล้อมหลัง ประกบติดบ้าง คอยดูแลอยู่ห่างๆบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ดูอึดอัดมาก ไม่มีที่ไหนเป็นส่วนตัวเลยสักนิดสำหรับยาหยียิ่งในพื้นที่คฤหาสน์หลังนี้ที่ซึ่งเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของยาหยีกลับมีแค่ห้องนอนนี้เพียงห้องเดียวที่เธอรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว อบอุ่น และปลอดภัย ถึงแม้ว่าเมื่อวานเซฟโซนที่เธอกล่าวมาจะเพิ่งถูกผู้เป็นพ่อและน้าทำลายมันลงไปแต่กระนั้นยาหยีก็ไม่รู้ว่าจะต้องพาตัวเองไปวางไว้ที่ไหนถึงจะรู้สึกได้ว่ามันคือเซฟโซนที่อบอุ่นและปลอดภัยที่ใหม่ของเธอก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!"ใคร" ยาหยีเอ่ยถามเสียงราบเรียบหลังจากที่เสียงเคราะดังขึ้นมาอีกครั้งจากที่เงียบหายไปพักใหญ่ ราวกับว
"ยาหยี! นี่แกพูดอะไร" เมษาที่รู้ตัวว่าโดนหลายสาวอ่านความคิดได้แหวใส่กำหมัดแน่นมาก"ทำไมเหรอคะ โดนรู้ทันแล้วตกใจ?""ยาหยี หยุดพูดกับแม่เขาแบบนี้" ชาลีที่ทนฟังไม่ไหวอยากจะห้ามศึกของทั้งสองคนเพื่อที่เขาจะได้คุยกับลูกสาวเพื่อปรับความเข้าใจ และทำข้อตกลงบางอย่างกันใหม่"แม่ใคร? ชีวิตนี้หยีมีแม่แค่คนเดียว!""จะตั้งแง่กันไปถึงไหนก็ไม่รู้ ผ่านมาเป็นสิบๆปีแล้วทำไมเราไม่เคยเข้าใจอะไรง่ายๆเลยนะยาหยี" เมษาเริ่มสารทยายพลางถอนหายใจเบื่อหน่าย ทว่าแววตาที่ส่งมายังยาหยีกลับร้ายกาจจนน่าหมั้นไส้ส่วนยาหยียิ่งโมโหไปกันใหญ่ เป็นแค่น้าก็รู้สึกเสนียดชีวิตจะตายอยู่แล้วริอยากจะมาเป็นแม่เธอเหรอ ฝันสูงเกินไปหน่อยไหม แล้วที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยที่เธอไม่ได้อนุญาตซ้ำยังมีพูดจาปากดีแบบนี้อีก สงสัยคงไม่อยากอยู่กันแบบสงบสุขแล้วสิท่า"น้าเมก็หยุดแส่ก่อนดีไหม แล้วช่วยออกไปจากห้องหยีสักที!""ลูกหยี พูดกับผู้ใหญ่ให้มันดีๆหน่อย" ชาลีกดเสียงต่ำสั่งลูกสาวเพราะไม่อยากเห็นยาหยีก้าวร้าวไปกว่านี้แล้ว เมื่อก่อนตอนที่มีนาแม่ของยาหยียังอยู่ เธอเคยเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ว่านอนสอนง่าย แสนดี และไม่เคยมีกิริยาแบบนี้"นั่นสิ ชอบ







