Mag-log in
“ตาจักษ์ แม่อยากจะอุปการะหนูตะวัน” เสียงจากสตรี สูงวัย ผมสีดอกเลาเอ่ยปากบอกความต้องการของตนเองกับลูกชาย วัยเลยกลางคน ที่ใคร ๆ ต่างเรียกว่าพ่อเลี้ยง จักษ์ เจ้าของไร่แสนศิริสุขที่ตอนนี้กำลังนั่งอ่านข่าวสารบ้านเมืองผ่านไอแพดอยู่ตรงโต๊ะอาหาร
พ่อเลี้ยงจักษ์ลดไอแพดในมือลง พร้อมกับมองหน้ามารดาวัย เจ็ดสิบกว่า ๆ ของตนด้วยรอยยิ้มพร้อมกับตอบออกไป
“แล้วแต่คุณแม่เลยครับ ผมเองก็ว่าจะคุยเรื่องนี้อยู่พอดี ผมก็มีความต้องการตรงกับคุณแม่ที่อยากจะอุปการะเด็กคนนั้นเหมือนกัน มีใครเห็นแย้งอะไรไหม” จักษ์หันไปถามผู้เป็นภรรยาและลูกชายที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย
ภัสดาส่งยิ้มให้สามีเป็นเชิงว่าไม่ขัดข้องแต่อย่างใด ส่วนบุตรชายนั้นเอาแต่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างคนใช้ความคิด
“คีย์ มีความคิดเห็นยังไงบ้าง มีอะไรไม่เห็นด้วยหรือเปล่า” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามออกมาอีกรอบเมื่อเห็นว่าบุตรชายนั้นยังเอาแต่นั่งนิ่ง
ชายหนุ่มเจ้าของนามว่า คีรินทร์ เงยหน้าขึ้นพร้อมกับหันไปมองบิดาที่ยังนั่งรอเอาคำตอบอยู่
“ถ้าผมบอกว่าไม่เห็นด้วยคุณพ่อกับคุณย่าจะเปลี่ยนความคิด ไหมครับ”
“...” พ่อเลี้ยงจักษ์มองหน้าบุตรชายราวกับจะค้นหาคำตอบของ อีกฝ่าย
“เราจะอุปการะเด็กคนนั้นในฐานะอะไรล่ะครับ ผมต้องเสียผลประโยชน์อะไรบ้างหรือเปล่า” ชายหนุ่มตอบบิดาด้วยเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชา
“ย่าจะอุปการะหนูตะวันในฐานะว่าที่คู่หมั้นของคีย์ ถ้าหนูตะวันเรียนจบแล้วคีย์ยังไม่แต่งงาน ย่าจะให้คีย์แต่งกับหนูตะวัน” เสียงแหบพร่าของสตรีสูงวัยเป็นผู้ตอบคำถามแทน
“ไม่เอาครับย่า! เด็กคนนั้นเพิ่งจะอายุสิบห้าเอง ผมไม่ใช่โรคจิต ชอบเด็กนะครับ” ผู้เป็นหลานชายท้วงขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจพลาง ทำสีหน้าฝืดเฝื่อน
“ย่าก็ไม่ได้จะให้เราแต่งกันตอนนี้เสียหน่อย อีกตั้งหลายปีกว่า หนูตะวันจะเรียนจบ”
“อีกกี่ปีผมก็ไม่เอาครับ”
“แน่ใจนะ ถ้าหนูตะวันโตมาแล้วสวยอย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังล่ะ”
ผู้เป็นย่าเอ่ยเย้า
“ไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอนครับ” ผู้เป็นหลานยังคงยืนยันเสียง หนักแน่น
“เอาเป็นว่าย่าจะให้เวลาคีย์จนกว่าหนูตะวันจะเรียนจบก็แล้วกัน ถ้าคีย์มีคนที่ถูกใจคบหาจนถึงขั้นแต่งงานย่าก็ไม่ห้าม แต่ถ้าถึงตอนนั้นคีย์ยังไม่มีใคร ย่าจะให้แต่งกับหนูตะวัน” ผู้เป็นย่าเองก็ยังยืนยันคำพูดของตนเองอย่างหนักแน่นเช่นกัน
“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้นะครับคุณแม่” จักษ์คล้อยตามมารดาที่จะให้เด็กผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ที่บ้านในฐานะว่าที่คู่หมั้นของบุตรชายตน เพราะลึก ๆ แล้วเขาก็รู้สึกผิดกับครอบครัวของฝ่ายนั้นอยู่เหมือนกัน
“พ่อครับ!” ผู้เป็นบุตรชายหันไปโวยวายบิดาเมื่อเห็นว่าท่านเออออตามผู้เป็นย่า
“สรุปว่าคีย์ไม่เห็นด้วยเรื่องที่จะให้หนูตะวันเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับเราอย่างนั้นสิ” จักษ์ถามลูกชายเสียงจริงจังอีกรอบ
คีรินทร์ตั้งท่าจะตอบออกไปว่าใช่ แต่เมื่อเห็นสายตาแน่วแน่ของ ผู้เป็นย่าแล้วก็รู้ว่าคงจะขัดไม่ได้ จึงต้องจำยอมเอ่ยตอบออกไป “ผมจะไปขัดข้องอะไรได้ล่ะครับ เพราะต่อให้ผมไม่เห็นด้วย คุณพ่อกับคุณย่าก็คงยืนยันจะอุปการะเด็กคนนั้นอยู่ดี ถ้างั้นก็แล้วแต่คุณพ่อกับคุณย่าจะจัดการตามสมควรเลยครับ”
หญิงสูงวัยยิ้มออกมาอย่างพอใจ คีรินทร์จึงเอ่ยขึ้นต่ออีก “ขอแค่อย่างเดียว ระหว่างที่เด็กนั่นเข้ามาอยู่ที่นี่ อย่าให้มายุ่งวุ่นวายกับผมก็พอ”
จักษ์ได้แต่พยักหน้าตอบลูกชายเพราะรู้ดีว่าคีรินทร์เองก็รั้นไม่เบา ถ้าได้ต่อต้านอะไรขึ้นมาก็หัวชนฝาสุด ๆ เหมือนกัน
เมื่อเห็นผู้เป็นบิดาพยักหน้าตอบรับจึงหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อ แต่ความคิดยังประหวัดไปถึงเด็กสาวผู้เป็นหัวข้อสนทนาก่อนหน้านี้ที่มีนามว่า ‘ตะวัน ศิริกร’
เมื่อคืนที่ผ่านมาตนและครอบครัวไปฟังพระสวดอภิธรรมศพยายของเด็กสาวคนนั้น ที่อีกอำเภอหนึ่งไม่ไกลเท่าไร ภาพที่เห็นเจ้าหล่อนนั่งร้องไห้ปิ่มจะขาดใจอยู่หน้าโลงศพ เรียกให้แขกเหรื่อในงานต่างรู้สึกหดหู่ไปด้วยไม่ได้ และเขาก็คงจะเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่คิดว่าชีวิตของเด็กคนนั้นช่างน่าสงสารเสียกระไร ถ้าเพียงแต่เขาจะไม่ได้ยินบางประโยคหลุดออกมาจากปากของเจ้าหล่อนเสียก่อน ในขณะที่กำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาอยากจะบอกผู้เป็นย่ากับบิดาเหลือเกินว่าเด็กนั่นไม่ได้ไร้เดียงสาแสนซื่ออย่างที่เห็น
กระทั่งงานจบลงและตอนนี้คู่บ่าวสาวอยู่ในห้องด้วยกันสองคน คีรินทร์มองร่างบางที่ยืนหันหลังให้ ขณะกำลังแกะเครื่องประดับออกจากตัวอยู่ตรงกระจก ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหา สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง สอดวงแขนแกร่งโอบกระชับเอวบางของอีกฝ่าย ลูบหน้าท้อง แบนราบอย่างเบามือด้วยความทะนุถนอม ตอนนี้ตะวันกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ หน้าท้องจึงยังไม่นูนทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสาววันนี้กำลังมีทายาทตัวน้อยของอัศวภิญโญเข้าไปนอนเล่นฉีกแข้งฉีกขาอยู่ในพุง ชายหนุ่มซบใบหน้าลงกับซอกคอขาว พูดงึมงำชิดใบหู“ตะวันของพี่สวยที่สุดเลย” พูดจบก็สูดเอากลิ่นกายหอม ๆ เข้าไปจนเต็มปอด“ตะวันยังไม่ได้อาบน้ำเลยค่ะพี่คีย์” หญิงสาวรีบร้องห้ามด้วยรู้ดีว่าตอนนี้เนื้อตัวเธอคงเหนียวเหนอะหนะไม่น้อย“ไม่ต้องอาบก็หอม” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเริ่มแหบพร่าขึ้น มือที่โอบกระชับเอวอยู่ก็เริ่มซุกซนป้วนเปี้ยนไม่ยอมหยุด“พี่คีย์เมาแล้วนะคะ”มือของหญิงสาวที่แกะเครื่องประดับก่อนหน้าเลื่อนมาจับฝ่ามือร้อนที่กำลังซุกซนกับร่างกายของตนอยู่ คงเพราะไม่ได้ดื่มกับกลุ่มเพื่อน ๆ นาน ตะวันเลยปล่อยให้เขาดื่มไปพอสมควรตอนอยู่ในงานและดูจากสายตาฉ่ำปรือ น้ำเสียงอ้อแอ้และกล
วันฉลองมงคลสมรสของคีรินทร์ อัศวภิญโญ พ่อเลี้ยงหนุ่มของไร่แสนศิริสุขเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและสุขสันต์ เดิมทีชายหนุ่มต้องการจัดงานที่โรงแรมหรูประจำจังหวัด แต่ตะวันอยากให้จัดแบบเป็นกันเองภายในไร่มากกว่า เพื่อที่เหล่าคนงานจะได้ร่วมยินดีด้วย คีรินทร์รู้ดีว่าตะวันไม่เคยถือตัว และเป็นกันเองกับคนงานในไร่ทุกคนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และถึงแม้หญิงสาวจะขอเอาไว้ว่าให้จัดงานเล็ก ๆ แบบเป็นกันเอง แต่ดูเหมือนว่างานที่จัดออกมาจะไม่ได้เล็กอย่างที่ต้องการ ด้วยแขกเหรื่อที่มาร่วมงานกว่าพันคนเธอคงลืมไปว่าทั้งจังหวัดแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลอัศวภิญโญ ดังนั้นการจัดงานเล็ก ๆ เห็นทีคงจะทำไม่ได้ ที่สำคัญคนอย่างคีรินทร์คงไม่คิดจะจัดให้เล็กอยู่แล้ว เพราะเขาต้องการให้เกียรติผู้หญิงที่รัก และอยากประกาศให้สังคมได้รับรู้ว่าตะวันคือผู้หญิงที่จะยืนเคียงข้างเขาไปทั้งชีวิต จากนี้ไปเธอคือแม่เลี้ยงของไร่แสนศิริสุขหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการในงานคู่บ่าวสาวพากันเดินมาทางโต๊ะของแขกคนสนิทซึ่งมีศรุต เผ่า อคินทร์ และอคิราห์ผู้เป็นน้องสาวนั่งอยู่ ก่อนแล้ว“ดีใจด้วยนะไอ้เสือ ในที่สุดก็เจอเหยื่อที่เอามึงอยู่หมัดจนได้”อคินทร์รีบเอ่ยดักท
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คีรินทร์ค่อมศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงลา ก่อนจะพาตะวันเดินไปทางโต๊ะที่ยังว่างอยู่“พี่คีย์ใจร้าย รู้ทั้งรู้ว่าคุณแพรคิดยังไงด้วย แต่ก็ยังพาตะวันไปแนะนำกับท่านผู้ว่าฯ แบบนั้นอีก” ตะวันเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งสายตาค้อนมาให้ทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้“ใจร้ายอะไรกัน พี่แค่แนะนำตามความจริง เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนะ ต่อไปตะวันก็ต้องออกงานพร้อมพี่ ยังไงท่านก็ต้องเจอตะวันอยู่แล้ว ยิ่งพี่ไม่แนะนำสิจะยิ่งดูน่าเกลียด” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยื่นเมนูอาหารในมือให้“พี่คีย์อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยถามในขณะที่เลื่อนสายตาไล่อ่านเมนู ขี้เกียจจะเถียงกับเขาอีก“สั่งที่ตะวันชอบมาได้เลย พี่ทานได้ทุกอย่าง แล้วช่วงนี้ก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วย จำไว้ว่าตอนนี้เราไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว”“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่คีย์ ประจำเดือนตะวันยังไม่มาก็จริง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าตะวันจะท้องจริง ๆ สักหน่อย บางทีมันอาจจะแค่เคลื่อนเพราะตะวันเครียด บางทีพรุ่งนี้...” เธอรีบเอ่ยแย้งเพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไร แต่ยังพูดไม่จบเสียงทุ้มก็ขัดขึ้นเสียก่อน“พี่มั่นใจครับว่าตะวันกำลังท้องลูกของพี่อยู่ พี่เชื่อในฝีมือตั
“งั้นเอาไว้ย่าจะหาฤกษ์ที่เร็วที่สุดให้” หญิงชราจำต้องเอ่ยออกมาอย่างจำยอม เห็นท่าทางของหลานชายแล้วก็ไม่อยากจะทำตัวใจร้ายคอยขัดขวางความสุข อีกนัยหนึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ในท้องของตะวันจะมีทายาทตัวน้อยของอัศวภิญโญเข้าไปนอนเล่นเหมือนอย่างที่หลานชายมั่นใจนักมั่นใจหนาไหม ทางที่ดีที่สุดก็คงต้องรีบตบแต่งให้เร็ว เพื่อกันข้อครหาของชาวบ้านชาวช่องจะดีกว่า อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คีรินทร์พูดจบก็รีบดึงมือของตะวันให้ ลุกขึ้นยืนตาม“จะรีบไปไหนกันแต่เช้าล่ะนั่น” คนเป็นย่าอดเอ่ยถามไม่ได้เมื่อเห็นอาการรีบร้อนของคนเป็นหลาน“จะพาตะวันไปตัดชุดเจ้าสาวครับ” เขาตอบพร้อมกับจับมือของตะวันเดินออกไป ไม่สนใจสายตาของคนเป็นย่าเลยสักนิดว่าจะมองตามเช่นไร“แล้วก็เถียงว่าไม่ใจร้อน” คุณย่าประไพบ่นกับตัวเองเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยประกายแห่งความพึงพอใจ ยาวนานเหลือเกินกับการเดินทางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ในที่สุดวันนี้สิ่งที่ท่านรอคอยก็สมหวัง จากเด็กสาวที่อุปการะไว้ในวันวาน วันนี้กำลังจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นหลานสะใภ้ ท่านมั่นใจว่าหลานชายของตนจะไม่มีวันทำให้หญิงสาวต้อง
หลังจากคีรินทร์ปรับความเข้าใจกับตะวันแล้ว วันต่อมา ชายหนุ่มจึงเดินจูงมือหญิงสาวเข้ามาหาประมุขของบ้านที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น เพื่อตั้งใจคุยกับท่านถึงฤกษ์แต่งงาน และแค่เห็นหลานชายเดินเข้ามาด้วยใบหน้าแต้มความสุข คุณย่าประไพก็นึกรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะคุยอะไรกับตน“คุณย่าครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” คีรินทร์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหย่อนตัวลงกับโซฟาฝั่งตรงข้าม ข้าง ๆ กันมีตะวันซึ่งนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตากับผู้อุปการะเพราะความเขินอายอยู่“ว่าไง มีเรื่องอะไรล่ะ หวังว่าจะเป็นเรื่องดี ๆ นะ” หญิงชราเอ่ยถาม มองหน้าหลานชายที่แววตาเปล่งประกายระยิบระยับไปด้วยความสุข ส่วนหญิงสาวในปกครองนั้นเอาแต่หลบสายตา ไม่บอกก็รู้ว่าคงประหม่าอยู่ไม่น้อย“ผมจะแต่งงานกับตะวันครับ” คีรินทร์บอกความต้องการของตนเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“จะแต่งได้ไง น้องกำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไม่ใช่หรือ”คนเป็นย่าแกล้งเอ่ยค้าน“ไม่ไปแล้วครับ ตะวันจะเป็นเจ้าสาวของผมแทน และจะอยู่กับผมที่นี่ตลอดไป” คีรินทร์เองก็ไม่น้อยหน้า ตอบกลับคนเป็นย่าทันควันเช่นกัน“จะแต่งงานกับตะวัน ถามความเต็มใจของเจ้าตัวหรือยัง เราบังคับน้อง
คีรินทร์ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะว่าไปตอนนั้น เจ้าหล่อนเองก็เป็นแค่เด็กมัธยมปลาย วุฒิภาวะการตัดสินใจอาจจะไม่ดีพอ ดังนั้นการเอาสร้อยเส้นนั้นไปขาย อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าหล่อนในตอนนั้นแล้วก็ได้“รับปากพี่ได้ไหม ว่าต่อไปนี้มีปัญหาอะไรให้บอก อย่าคิดแก้ปัญหาอะไรคนเดียวอีก” มือหนาลูบแก้มเนียนเบา ๆ“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ “แล้วทำไมพี่คีย์ถึงเอากล่องของขวัญไปวางไว้ในห้องของตะวันล่ะคะ?”“พี่มั่นใจว่าตะวันจะกลับมา” มั่นใจตั้งแต่คุณย่าประไพบอกว่าตัวเองหน้ามืดและไม่ค่อยสบายแล้ว ทำไมจะไม่รู้ว่าคุณย่าของตนแข็งแรงดีแค่ไหน ให้เดินรอบไร่แสนศิริสุขกำลังยังเหลือ ๆ นึกขอบคุณที่สุดท้ายก็เห็นในความจริงใจของหลานชายคนนี้“ความจริงถ้าไม่มีเรื่องซะก่อน พี่ตั้งใจจะให้ตะวันเป็นของขวัญ วันรับปริญญา แต่พอรู้ว่าตะวันจะต้องกลับมาเลยใจร้อนรอไม่ไหว ที่สำคัญก็ไม่รู้ว่าตะวันจะได้เข้ารับปริญญาหรือเปล่า”ว่าพลางจ้องไปที่หน้าท้องแบนราบของอีกฝ่าย“เพราะอาจมีคีรินทร์ตัวน้อย ๆ เข้าไปนอนเล่นอยู่ข้างในนี้จน อุ้มท้องไปรับปริญญาไม่ไหวใช่ไหมคะ” ร่างบางถามขึ้น“รู้ด้วยเหรอว่าพี่คิดอะไรอยู่” ถามขึ้นอย่างตกใจที่เจ้าหล







