Mag-log in“หนูตะวัน เป็นอะไรหรือเปล่า เข้าไปข้างในได้แล้ว คุณท่านรออยู่”
ป้าพิกุลเอ่ยบอกอีกรอบ เมื่อเห็นว่าเด็กสาวยังเอาแต่ยืนก้มหน้า ไม่ขยับไปไหน
“ค่ะ” ตอบรับเบา ๆ พร้อมกับก้าวเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ด้วยหัวใจที่กำลังเต้นระรัว มือกอดกระเป๋าแน่นกว่าเดิม ราวกับมันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจไว้ไม่ให้กลัว เธอไม่รู้เลยว่านับจากวันนี้ไปชีวิตของเธอในบ้านหลังใหญ่นี้จะเป็นอย่างไร หวังเหลือเกินว่ามันจะดีกว่าในที่ที่เธอจากมา
ทันทีที่เดินมาถึงห้องโถงกว้างของบ้าน ก็เจอคุณย่าประไพซึ่งเธอคุ้นหน้าดีนั่งรออยู่ที่โซฟาก่อนแล้ว สายตาที่ท่านส่งมาให้เต็มไปด้วยความเมตตาและเอื้ออาทร จนเธออดรู้สึกอบอุ่นในหัวใจขึ้นมาไม่ได้
“เข้ามาใกล้ ๆ ย่านี่มา” น้ำเสียงเปี่ยมเมตตาและมือเหี่ยวย่นที่กำลังกวักเรียกให้เข้าไปหา ทำให้ตะวันคุกเข่าลงก่อนจะคลานเข้าไปอย่างเชื่องช้า ถึงแม้จะสัมผัสได้ถึงความเอื้ออาทรและเป็นกันเองของท่าน แต่สำหรับเธอแล้วท่านก็เป็นแค่คนนอกครอบครัว เธอไม่กล้าจะคาดหวังว่าท่านจะรักและเอ็นดูเธอจริง ๆ ขนาดญาติเธอเองยังไม่ต้องการแล้วนับประสาอะไรกับคนนอกล่ะ
ร่างเล็กคลานเข่าเข้าไปจนแทบชิดโซฟา ก่อนจะพนมมือทั้งสองข้างขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าของหญิงชรา
“ตะวัน ศิริกร” พูดพร้อมกับลูบหัวทุยได้รูปอย่างอ่อนโยน ดวงตา ที่มองสบกันเรียกความอาดูรในหัวอกของผู้สูงวัยไม่ได้ เด็กหญิงตรงหน้านี้ไม่ต่างอะไรกับนกปีกหักไร้เรี่ยวแรงจะโบยบิน ไร้ซึ่งที่พักพิงและพักใจ ยิ่งได้เห็นใบหน้าสวยหวานแต่แฝงด้วยความเศร้าหมอง มันทำให้ท่านอดคิดไปถึงมารดาของเจ้าหล่อนไม่ได้ ผู้หญิงที่งามพร้อมทั้งกายและใจ ซึ่งครั้งหนึ่งท่านเคยวาดหวังอยากได้เป็นลูกสะใภ้ แต่ก็ไม่อาจจะฝืนชะตาที่ฟ้าลิขิตลงมาได้ และตอนนี้ท่านก็หวังว่าอยากจะให้เด็กหญิงตรงหน้านี้เข้ามาอยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของตน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะฝืนชะตาเหมือนในอดีตได้ไหม คนเดียวที่จะให้คำตอบได้มีเพียงแค่ ‘คีรินทร์’
“ให้ย่าเรียกเราว่าอะไรดี”
“ตะวันค่ะ” ตอบเสียงแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความประหม่า
“อืม หนูตะวัน ยินดีต้อนรับสู่บ้านอัศวภิญโญนะ คิดเสียว่าที่นี่คือบ้านของหนูอีกหลังหนึ่ง และต่อจากนี้ไปหนูคือหลานสาวคนหนึ่งของฉัน ฉันหวังเหลือเกินว่าหนูจะเติบโตในบ้านหลังนี้อย่างเข้มแข็ง เพื่อที่วันหนึ่งจะสามารถออกไปเผชิญโลกกว้างได้อย่างไม่อายใคร ต่อจากนี้ไปถ้าใครถาม ให้ตอบไปด้วยความภาคภูมิใจว่าหนูคือคนของอัศวภิญโญ”
ตะวันเงยหน้าขึ้นมามองหญิงชราแทบจะทันที ไม่เข้าใจกับสิ่งที่ ท่านเอ่ยออกมา ก่อนมาเธอคิดว่าอาจจะได้เข้ามาอยู่ในฐานะคนงานในไร่ หรือไม่ก็คนใช้อย่างที่ผู้เป็นป้าว่าไว้ ไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับความเมตตาจากคุณย่าประไพถึงเพียงนี้
“ต่อไปให้หนูเรียกฉันว่าคุณย่า ไหนลองเรียกซิ” หญิงชราเอ่ยบอกด้วยความเอ็นดู
“คุณย่า”
“ดีมาก ให้มันว่านอนสอนง่ายแบบนี้สิใช่ไหมพิกุล” หันไปถาม หญิงร่างท้วมที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ
“ค่ะ คุณท่าน” อีกฝ่ายตอบกลับ
หญิงชราหันไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงขึ้นมา ก่อนจะเปิดฝากล่องพลางหยิบสร้อยคอพร้อมจี้เม็ดเล็กขนาดไม่ใหญ่มาก ทว่าดูเรียบหรูบ่งบอกว่าคงราคาแพงไม่น้อยออกมา กวักมือเรียกเด็กหญิงให้เข้าไปหามากกว่าเดิม
“เข้ามาหาย่า ย่าจะให้ของรับขวัญหลานสาวสักหน่อย”
ร่างเล็กคลานเข้าไปหาอย่างว่าง่าย ก่อนที่มือเหี่ยวย่นของผู้สูงวัยจะบรรจงสวมสร้อยคอให้ด้วยความเอ็นดู เมื่อสวมให้เสร็จก็รั้งเอาร่างเล็กเข้าไปกอด เด็กคนนี้ทำให้นางระลึกถึงความหลังหลาย ๆ อย่างที่ผ่านมา
“ขอบคุณค่ะ” เด็กสาวก้มลงกราบแทบตักของคุณย่าประไพอีกครั้งเมื่อโดนปล่อยตัวเป็นอิสระ
“ไหว้พระเถิดลูก สัญญากับย่านะว่าจากนี้ไปหนูจะใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ให้มีความสุข” ตะวันยิ้มบาง ๆ พร้อมกับพยักหน้าเป็นคำตอบ
ห่างออกไปไม่มากมีร่างสูงของใครบางคนยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตรงขั้นบันได ร่างสูงยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน แววตาเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ เล่นละครเก่งตั้งแต่เด็ก ทำตัวใสซื่อไม่มีพิษไม่มีภัย เข้ามาแค่ไม่ทันไรก็ทำให้ย่าของตนตกรางวัลรับขวัญให้เสียแล้ว เห็นทีจากนี้ไปเขาคงต้องจับตามองเด็กคนนี้เป็นพิเศษ ไม่งั้นมีหวังคุณย่าของตนได้สิ้นเนื้อประดาตัวแน่
กระทั่งงานจบลงและตอนนี้คู่บ่าวสาวอยู่ในห้องด้วยกันสองคน คีรินทร์มองร่างบางที่ยืนหันหลังให้ ขณะกำลังแกะเครื่องประดับออกจากตัวอยู่ตรงกระจก ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหา สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง สอดวงแขนแกร่งโอบกระชับเอวบางของอีกฝ่าย ลูบหน้าท้อง แบนราบอย่างเบามือด้วยความทะนุถนอม ตอนนี้ตะวันกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ หน้าท้องจึงยังไม่นูนทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสาววันนี้กำลังมีทายาทตัวน้อยของอัศวภิญโญเข้าไปนอนเล่นฉีกแข้งฉีกขาอยู่ในพุง ชายหนุ่มซบใบหน้าลงกับซอกคอขาว พูดงึมงำชิดใบหู“ตะวันของพี่สวยที่สุดเลย” พูดจบก็สูดเอากลิ่นกายหอม ๆ เข้าไปจนเต็มปอด“ตะวันยังไม่ได้อาบน้ำเลยค่ะพี่คีย์” หญิงสาวรีบร้องห้ามด้วยรู้ดีว่าตอนนี้เนื้อตัวเธอคงเหนียวเหนอะหนะไม่น้อย“ไม่ต้องอาบก็หอม” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเริ่มแหบพร่าขึ้น มือที่โอบกระชับเอวอยู่ก็เริ่มซุกซนป้วนเปี้ยนไม่ยอมหยุด“พี่คีย์เมาแล้วนะคะ”มือของหญิงสาวที่แกะเครื่องประดับก่อนหน้าเลื่อนมาจับฝ่ามือร้อนที่กำลังซุกซนกับร่างกายของตนอยู่ คงเพราะไม่ได้ดื่มกับกลุ่มเพื่อน ๆ นาน ตะวันเลยปล่อยให้เขาดื่มไปพอสมควรตอนอยู่ในงานและดูจากสายตาฉ่ำปรือ น้ำเสียงอ้อแอ้และกล
วันฉลองมงคลสมรสของคีรินทร์ อัศวภิญโญ พ่อเลี้ยงหนุ่มของไร่แสนศิริสุขเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและสุขสันต์ เดิมทีชายหนุ่มต้องการจัดงานที่โรงแรมหรูประจำจังหวัด แต่ตะวันอยากให้จัดแบบเป็นกันเองภายในไร่มากกว่า เพื่อที่เหล่าคนงานจะได้ร่วมยินดีด้วย คีรินทร์รู้ดีว่าตะวันไม่เคยถือตัว และเป็นกันเองกับคนงานในไร่ทุกคนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และถึงแม้หญิงสาวจะขอเอาไว้ว่าให้จัดงานเล็ก ๆ แบบเป็นกันเอง แต่ดูเหมือนว่างานที่จัดออกมาจะไม่ได้เล็กอย่างที่ต้องการ ด้วยแขกเหรื่อที่มาร่วมงานกว่าพันคนเธอคงลืมไปว่าทั้งจังหวัดแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลอัศวภิญโญ ดังนั้นการจัดงานเล็ก ๆ เห็นทีคงจะทำไม่ได้ ที่สำคัญคนอย่างคีรินทร์คงไม่คิดจะจัดให้เล็กอยู่แล้ว เพราะเขาต้องการให้เกียรติผู้หญิงที่รัก และอยากประกาศให้สังคมได้รับรู้ว่าตะวันคือผู้หญิงที่จะยืนเคียงข้างเขาไปทั้งชีวิต จากนี้ไปเธอคือแม่เลี้ยงของไร่แสนศิริสุขหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการในงานคู่บ่าวสาวพากันเดินมาทางโต๊ะของแขกคนสนิทซึ่งมีศรุต เผ่า อคินทร์ และอคิราห์ผู้เป็นน้องสาวนั่งอยู่ ก่อนแล้ว“ดีใจด้วยนะไอ้เสือ ในที่สุดก็เจอเหยื่อที่เอามึงอยู่หมัดจนได้”อคินทร์รีบเอ่ยดักท
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คีรินทร์ค่อมศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงลา ก่อนจะพาตะวันเดินไปทางโต๊ะที่ยังว่างอยู่“พี่คีย์ใจร้าย รู้ทั้งรู้ว่าคุณแพรคิดยังไงด้วย แต่ก็ยังพาตะวันไปแนะนำกับท่านผู้ว่าฯ แบบนั้นอีก” ตะวันเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งสายตาค้อนมาให้ทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้“ใจร้ายอะไรกัน พี่แค่แนะนำตามความจริง เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนะ ต่อไปตะวันก็ต้องออกงานพร้อมพี่ ยังไงท่านก็ต้องเจอตะวันอยู่แล้ว ยิ่งพี่ไม่แนะนำสิจะยิ่งดูน่าเกลียด” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยื่นเมนูอาหารในมือให้“พี่คีย์อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยถามในขณะที่เลื่อนสายตาไล่อ่านเมนู ขี้เกียจจะเถียงกับเขาอีก“สั่งที่ตะวันชอบมาได้เลย พี่ทานได้ทุกอย่าง แล้วช่วงนี้ก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วย จำไว้ว่าตอนนี้เราไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว”“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่คีย์ ประจำเดือนตะวันยังไม่มาก็จริง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าตะวันจะท้องจริง ๆ สักหน่อย บางทีมันอาจจะแค่เคลื่อนเพราะตะวันเครียด บางทีพรุ่งนี้...” เธอรีบเอ่ยแย้งเพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไร แต่ยังพูดไม่จบเสียงทุ้มก็ขัดขึ้นเสียก่อน“พี่มั่นใจครับว่าตะวันกำลังท้องลูกของพี่อยู่ พี่เชื่อในฝีมือตั
“งั้นเอาไว้ย่าจะหาฤกษ์ที่เร็วที่สุดให้” หญิงชราจำต้องเอ่ยออกมาอย่างจำยอม เห็นท่าทางของหลานชายแล้วก็ไม่อยากจะทำตัวใจร้ายคอยขัดขวางความสุข อีกนัยหนึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ในท้องของตะวันจะมีทายาทตัวน้อยของอัศวภิญโญเข้าไปนอนเล่นเหมือนอย่างที่หลานชายมั่นใจนักมั่นใจหนาไหม ทางที่ดีที่สุดก็คงต้องรีบตบแต่งให้เร็ว เพื่อกันข้อครหาของชาวบ้านชาวช่องจะดีกว่า อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คีรินทร์พูดจบก็รีบดึงมือของตะวันให้ ลุกขึ้นยืนตาม“จะรีบไปไหนกันแต่เช้าล่ะนั่น” คนเป็นย่าอดเอ่ยถามไม่ได้เมื่อเห็นอาการรีบร้อนของคนเป็นหลาน“จะพาตะวันไปตัดชุดเจ้าสาวครับ” เขาตอบพร้อมกับจับมือของตะวันเดินออกไป ไม่สนใจสายตาของคนเป็นย่าเลยสักนิดว่าจะมองตามเช่นไร“แล้วก็เถียงว่าไม่ใจร้อน” คุณย่าประไพบ่นกับตัวเองเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยประกายแห่งความพึงพอใจ ยาวนานเหลือเกินกับการเดินทางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ในที่สุดวันนี้สิ่งที่ท่านรอคอยก็สมหวัง จากเด็กสาวที่อุปการะไว้ในวันวาน วันนี้กำลังจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นหลานสะใภ้ ท่านมั่นใจว่าหลานชายของตนจะไม่มีวันทำให้หญิงสาวต้อง
หลังจากคีรินทร์ปรับความเข้าใจกับตะวันแล้ว วันต่อมา ชายหนุ่มจึงเดินจูงมือหญิงสาวเข้ามาหาประมุขของบ้านที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น เพื่อตั้งใจคุยกับท่านถึงฤกษ์แต่งงาน และแค่เห็นหลานชายเดินเข้ามาด้วยใบหน้าแต้มความสุข คุณย่าประไพก็นึกรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะคุยอะไรกับตน“คุณย่าครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” คีรินทร์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหย่อนตัวลงกับโซฟาฝั่งตรงข้าม ข้าง ๆ กันมีตะวันซึ่งนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตากับผู้อุปการะเพราะความเขินอายอยู่“ว่าไง มีเรื่องอะไรล่ะ หวังว่าจะเป็นเรื่องดี ๆ นะ” หญิงชราเอ่ยถาม มองหน้าหลานชายที่แววตาเปล่งประกายระยิบระยับไปด้วยความสุข ส่วนหญิงสาวในปกครองนั้นเอาแต่หลบสายตา ไม่บอกก็รู้ว่าคงประหม่าอยู่ไม่น้อย“ผมจะแต่งงานกับตะวันครับ” คีรินทร์บอกความต้องการของตนเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“จะแต่งได้ไง น้องกำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไม่ใช่หรือ”คนเป็นย่าแกล้งเอ่ยค้าน“ไม่ไปแล้วครับ ตะวันจะเป็นเจ้าสาวของผมแทน และจะอยู่กับผมที่นี่ตลอดไป” คีรินทร์เองก็ไม่น้อยหน้า ตอบกลับคนเป็นย่าทันควันเช่นกัน“จะแต่งงานกับตะวัน ถามความเต็มใจของเจ้าตัวหรือยัง เราบังคับน้อง
คีรินทร์ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะว่าไปตอนนั้น เจ้าหล่อนเองก็เป็นแค่เด็กมัธยมปลาย วุฒิภาวะการตัดสินใจอาจจะไม่ดีพอ ดังนั้นการเอาสร้อยเส้นนั้นไปขาย อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าหล่อนในตอนนั้นแล้วก็ได้“รับปากพี่ได้ไหม ว่าต่อไปนี้มีปัญหาอะไรให้บอก อย่าคิดแก้ปัญหาอะไรคนเดียวอีก” มือหนาลูบแก้มเนียนเบา ๆ“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ “แล้วทำไมพี่คีย์ถึงเอากล่องของขวัญไปวางไว้ในห้องของตะวันล่ะคะ?”“พี่มั่นใจว่าตะวันจะกลับมา” มั่นใจตั้งแต่คุณย่าประไพบอกว่าตัวเองหน้ามืดและไม่ค่อยสบายแล้ว ทำไมจะไม่รู้ว่าคุณย่าของตนแข็งแรงดีแค่ไหน ให้เดินรอบไร่แสนศิริสุขกำลังยังเหลือ ๆ นึกขอบคุณที่สุดท้ายก็เห็นในความจริงใจของหลานชายคนนี้“ความจริงถ้าไม่มีเรื่องซะก่อน พี่ตั้งใจจะให้ตะวันเป็นของขวัญ วันรับปริญญา แต่พอรู้ว่าตะวันจะต้องกลับมาเลยใจร้อนรอไม่ไหว ที่สำคัญก็ไม่รู้ว่าตะวันจะได้เข้ารับปริญญาหรือเปล่า”ว่าพลางจ้องไปที่หน้าท้องแบนราบของอีกฝ่าย“เพราะอาจมีคีรินทร์ตัวน้อย ๆ เข้าไปนอนเล่นอยู่ข้างในนี้จน อุ้มท้องไปรับปริญญาไม่ไหวใช่ไหมคะ” ร่างบางถามขึ้น“รู้ด้วยเหรอว่าพี่คิดอะไรอยู่” ถามขึ้นอย่างตกใจที่เจ้าหล







