로그인“จะรีบไปไหนพ่อคีย์” เสียงของผู้เป็นย่าเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าหลานชายกำลังจะเดินผ่านไป
“จะเข้าไปดูความเรียบร้อยในไร่สักหน่อยครับ วันนี้คนงานเร่งมือกันเก็บผลผลิตตามความต้องการของออเดอร์ล็อตใหม่อยู่” คีรินทร์ตอบผู้เป็นย่าอย่างขอไปที ไม่มองเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลย
“มาทักทายหนูตะวันหน่อยสิ จากนี้ไปน้องจะมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับเราแล้วนะ” คุณย่าประไพกวักมือเรียกหลานชายให้เขาไปหา
“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ พร้อมกับเดินมายังห้องโถงกลางบ้านที่มีเด็กสาวร่างเล็กนั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว
“หนูตะวัน นี่พี่คีย์ เคยเจอกันมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว จำพี่เขาได้ไหมลูก”
“จำได้ค่ะ สวัสดีค่ะพี่คีย์” ตะวันเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงที่ยืน จดจ้องมาทางเธอ พร้อมกับพนมมือขึ้นไหว้ ทำไมเธอจะจำไม่ได้ในเมื่อเขาเป็นคนที่เธอแอบปลื้มอยู่ในใจลึก ๆ
วันนี้เขาอยู่ในชุดกางเกงยีนส์สีดำและเสื้อยืดแขนยาวสีเทา ในมือถือหมวกใบใหญ่สำหรับใส่ทำงานกลางแจ้งอยู่ด้วย ขนาดว่าเขาแต่งตัวง่าย ๆ สบาย ๆ แต่ในสายตาของตะวันกลับยังดูหล่อเหลาอยู่มาก
“อืม สวัสดี” คีรินทร์พูดเสียงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ แววตาติดเย็นชาพร้อมกับยกมือขึ้นรับไหว้เด็กสาวตรงหน้าอย่างขอไปที
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ” ผู้เป็นย่าตอบ
เมื่อผู้เป็นย่าเอ่ยจบชายหนุ่มจึงหันหลังเดินออกจากบ้านไป โดยไม่มองเด็กสาวร่างเล็กอีกเลย ตะวันมองตามร่างสูงที่เดินออกไปจนลับตา ในใจเธออดรู้สึกวูบโหวงแปลก ๆ ขึ้นมาไม่ได้ รับรู้ได้ถึงความเย็นชาและไว้ตัวของเขา หรือชายหนุ่มจะไม่พอใจที่ต้องให้เธอมาอยู่ร่วมบ้านด้วย บางทีเธออาจไม่ได้เป็นที่ต้อนรับของทุกคนที่นี่ก็ได้
รถSUV สีดำสัญชาติยุโรปสมรรถนะเยี่ยม ขับเข้ามาจอดยังโรงเก็บผลผลิตที่คนงานทยอยนำผลส้มที่เก็บได้มาจัดเก็บเพื่อทำการบรรจุลง กล่องสำหรับส่งออกตามออเดอร์ที่มีเข้ามา ร่างสูงกำยำไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ก้าวลงจากรถพร้อมกับเดินเข้าไปตรวจตราผลผลิตที่เก็บได้ว่ามีตำหนิอะไรหรือไม่
“สวัสดีครับพ่อเลี้ยงคีรินทร์” เผ่าซึ่งเป็นผู้จัดการไร่ และเป็นลูกไล่ของชายหนุ่มมาตั้งแต่เด็กเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ผลผลิตล็อตนี้เป็นไงบ้าง มีตำหนิเยอะไหม” คีรินทร์เอ่ยถามพร้อมกับหยิบผลส้มขึ้นมาสำรวจ
“ไม่มีตำหนิ ผิวสวยไม่มีแมลงเจาะเลย ขนาดก็ได้มาตรฐาน รสชาติไม่มีเพี้ยน รับรองว่าคนออเดอร์ต้องพอใจสินค้าล็อตนี้มากแน่ ๆ”
“ดีมาก ขอบใจมึงมากที่ช่วยกันทุ่มเทให้กับไร่ของเรา” ว่าพลาง ตบไหล่ผู้จัดการไร่เบา ๆ
“ให้เงินเดือนเยอะขนาดนี้ก็ต้องทำงานให้คุ้มกับเงินเดือนสิ จบปุ๊บได้เป็นผู้จัดการไร่ปั๊บหาที่ไหนได้” อีกฝ่ายตอบยิ้ม ๆ
“ให้เงินเดือนตามผลประกอบการต่างหาก” คีรินทร์เอ่ย
“แต่ถึงจะได้เงินเดือนเยอะแค่ไหนก็คงได้ไม่เยอะเท่าเจ้าของไร่หรอกจริงไหม ว่าแต่พ่อเลี้ยงคีรินทร์เถอะ เอาเงินไปเก็บไว้ไหนหมด วัน ๆ ทำแต่งานแทบจะไม่มีเวลาออกไปหาสาว ๆ ใช้เงินที่ไหนเลย”
“ไม่เห็นต้องออกไปหา เดี๋ยวก็มีเข้ามาเอง” พูดพลางคิดถึงสาว ๆ ที่ตนต้องคอยหลบเลี่ยงไม่เว้นแต่ละวัน
“กระผมลืมไปว่าพ่อเลี้ยงสุดหล่อแห่งไร่แสนศิริสุขเสน่ห์แรงแค่ไหน สาว ๆ วิ่งเข้าหาแทบไม่เว้นวัน แต่เข้าวินสุดเห็นจะเป็นคุณ ‘แพรชมพู’ ลูกสาวคนสวยของท่านผู้ว่าฯ ใช่ไหมครับ” เผ่าแกล้งเอ่ยแหย่
“สู่รู้นะมึง พูดมากจริงเชียว เรื่องคนอื่นนี่รู้ลึกรู้ดีจริง ๆ” คีรินทร์ตอบพลางเหล่ตามองคนที่เป็นทั้งลูกน้องและเพื่อนสนิท
“มึงก็รู้นะไอ้คุณคีย์ ว่าแพรเขามีใจให้มึงอยู่ มึงก็ทำเป็นเล่นตัว ไม่ยอมขอเขาเป็นแฟนสักที ระวังแพรเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นแล้วจะหาว่ากูไม่เตือน” เผ่าพูดดักคออีกฝ่าย เขาไม่แน่ใจว่าลึก ๆ แล้วความรู้สึกที่คีรินทร์มีให้แพรชมพูมันคืออะไรกันแน่ แต่เขาก็เห็นว่าแพรชมพูคือผู้หญิงคนเดียวที่คีรินทร์ยอมให้เข้าใกล้และไปไหนมาไหนด้วยตลอด
“มันเรื่องของกู ความรู้สึกกูใครจะมาบังคับได้”
“หรือว่ามึงไม่ได้รักแพร”
“...”
“ถ้าไม่รักมึงก็บอกเขาไปตรง ๆ สิวะ ไม่ใช่แทงกั๊กเขาไว้แบบนี้ เขาจะได้ไปหาคนอื่นไม่ใช่รอมึงแบบลม ๆ แล้ง ๆ”
“กูก็ไม่เคยห้ามนี่ถ้าเขาจะมีแฟน”
“มึงพูดไม่รักษาน้ำใจแพรเลยนะ ถ้าแพรมาได้ยินเข้าจะเสียใจ แค่ไหน ถ้ามึงไม่คิดจะมีใจให้ก็แพรปฏิเสธไปเลย”
“จะให้กูปฏิเสธยังไง ในเมื่อแพรไม่เคยสารภาพรักหรือบอกความในใจกับกู ถ้ากูบอกไม่ได้คิดอะไรกับเขา แล้วเขาบอกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับกู กูไม่หน้าแหกเหรอ”
“สวย ๆ แบบแพรมึงยังไม่ชอบ แล้วแบบไหนมึงถึงจะชอบวะ อ้อ...หรือว่ามึงชอบจัด ๆ เปรี้ยว ๆ แบบที่ชอบเรียกใช้บริการ”
“กูไม่ได้อดอยากขนาดนั้น เห็นกูเป็นคนกินไม่เลือกตั้งแต่เมื่อไร” ว่าอย่างหัวเสีย
“ลืมไปว่ามึงไม่เคยอดอยาก หิวเมื่อไรก็แค่โทร. หาเจ๊หลิวให้ส่ง ออเดอร์ให้” เผ่ากระแนะกระแหนเพื่อนสนิท เพราะรู้ดีว่าตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา คีรินทร์ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางใจกับใครเป็นพิเศษ ส่วนความสัมพันธ์ทางกายชายหนุ่มก็ไม่เคยกินพร่ำเพรื่อ เพราะไม่ชอบการผูกมัดจากใคร อย่างมากก็แค่ใช้บริการจากคนจัดหาเป็นครั้งคราวตามประสาชายหนุ่มวัยกลัดมันที่ต้องการปลดเปลื้องกำหนัด
“เนื่องในโอกาสอะไร ?” พ่อเลี้ยงหนุ่มแกล้งยกแก้วทรงสูงขึ้นมอง ไม่ยอมกระดกลงคอง่าย ๆ“ฉลองที่กูปิดดีลโพรเจกต์สำคัญได้” พูดจบก็ยกแก้วขึ้นดื่ม ทุกคนบนโต๊ะจึงพากันดื่มตามเพื่อแสดงความยินดีด้วยบุรินทร์ซึ่งนั่งอยู่รู้ว่าโพรเจกต์สำคัญที่บุตรชายเอ่ยถึงนั้นก็คือภารกิจพิชิตใจต้องตา รู้ตั้งแต่เจ้าวายร้ายมันพาอีกฝ่ายไปร่วมโต๊ะอาหารด้วยแล้ว ก็แต่ไหนแต่ไรมาบุตรชายเคยพาสาวเข้าบ้านเสียที่ไหนล่ะผู้ชายด้วยกันมันมองกันออก!“ทุกคนขาดาวตกค่ะ” เสียงใสของแม่หนูน้อยที่เอาแต่เงยหน้ามองท้องฟ้าเฝ้ารอดาวตกเอ่ยขึ้น มือเล็กชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้ทุกคนดู จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วยกมือขึ้นกุมกันไว้กลางอกแล้วอธิษฐานขอพรด้วยเสียงอันดัง“ขอให้อาคีมมีแฟนและได้แต่งงานเร็ว ๆ ค่ะ”อคิราห์ถึงกับกุมขมับกับพรที่หลานสาวขอ ไป ๆ มา ๆ เข้าตัวเธอได้ยังไงเนี่ย ใบหน้างามส่ายไปมาราวกับว่าไม่อยากให้พรที่ถูกขอออกไปเป็นจริง“น้ำมนต์อยากให้ย่าเจนมีความสุขค่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วบอกออกไปอีก โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้คุณอาสาวหน้าซีดเผือดไปหมดแล้ว “น้ำมนต์ได้ยินย่าเจนบ่นกับคุณทวด ว่าถ้าอาคีมได้แต่งงานมีครอบครัวไปอีกคน ย่าเจนคงหมดห่วงและมีความสุข”“
“ในฐานะที่ผมเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าคินทร์ รบกวนคุณแม่ช่วยเรียกสินสอดให้หนูต้องตาด้วยครับ” คราวนี้เป็นเสียงเข้มของบุรินทร์ที่โพล่งขึ้น“สักร้อยล้านเป็นไง สู้ไหวไหมเราน่ะ” ประไพหันมาเอ่ยเย้าหลานชายคนที่โดนเรียกสินสอดให้ร้อยล้านตาโตด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าตัวเลขจะสูงถึงขนาดนั้น เธอรู้ว่าครอบครัวของอคินทร์มีฐานะ ทว่าจำนวนเงินที่สูงขนาดนี้มันมากเกินไปกับผู้หญิงที่เรียกว่ามีแต่ตัวอย่างเธอ แค่ครอบครัวของชายหนุ่มไม่คิดรังเกียจและให้เกียรติเธอได้ยืนเคียงข้างอคินทร์ก็แทบจะเรียกว่าเกินพอเสียด้วยซ้ำ“ไม่มีปัญหาครับ” อคินทร์ตอบเสียงดังฉะฉานแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด“ไอ้คินทร์มันจะเอาเงินมาจากไหนครับคุณย่า อาบุยังไม่ได้เซ็นยกมรดกให้มันเลย” ก็ไม่ได้อยากคิดขัดคอ แต่เห็นใบหน้าระรื่นอยากมีเมียเสียจนตัวสั่นของมันแล้วพ่อเลี้ยงหนุ่มอดเอ่ยขึ้นด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้“น้อยหน่อยเถอะไอ้คีย์ กูมีเงินเว้ย ให้ขอเมียอีกสิบคนยังไหว” อคินทร์ตอบกลับญาติผู้พี่อย่างไว เห็นอีกฝ่ายยักคิ้วหลิ่วตาชวนกวนอวัยวะเบื้องล่างมาให้อีก ก็รู้สึกเหมือนตัวเองจะงานเข้า“ผมไม่ได้คิดจะขอใครอีกนะต้อง แค่ยกตัวอย่างเปรียบเปรยให้เห็นภาพเฉย ๆ” ชา
“จริงเหรอคะ อาจินพูดจริงเหรอ ไม่ได้โกหกให้น้ำมนต์ดีใจใช่ไหมคะ”คราวนี้เด็กน้อยเอียงหน้าถามป้าต้องตา เหมือนว่าอยากได้ยินคำยืนยันจากเจ้าหล่อน“จริงค่ะ ป้าจะไม่ไปทำงานแล้ว” เสียงหวานเอ่ยยืนยัน“บอกน้ำมนต์ไปด้วยสิต้อง ว่าคุณจะแต่งงานกับผม”เป็นอีกครั้งที่อคินทร์งอแงเป็นเด็ก ใช้หลานสาวตัวน้อยมากดดันให้ร่างบางข้าง ๆ พูดออกมาเพื่อให้ทุกคนที่นั่งอยู่ได้เป็นสักขีพยาน“ค่ะ ป้าจะแต่งงานกับอาคินทร์”“เย่!” หนูน้อยหน้าบานยิ้มไม่หุบ พร้อมกับกรี๊ดกร๊าดด้วยความดีใจลั่นบ้าน เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนไปตาม ๆ กันคุณอาหนุ่มดึงหลานสาวเข้ามาหา ใช้มือลูบศีรษะเล็กเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วบอก“ต่อไปนี้น้ำมนต์ต้องเรียกป้าต้องตาว่าอาต้องตาด้วยนะคะ เพราะป้าต้องแต่งงานกับอาแล้วก็ต้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นอาของน้ำมนต์ด้วย ฝึกเรียกไว้ตั้งแต่ตอนนี้จะได้ชิน”หนูน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย หันไปยิ้มแป้นกับคนที่ตัวเองจะต้องเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกเสียใหม่ แล้วว่าด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “อาต้อง”“เอ่อ…คือ” หญิงสาวมองหน้าคุณย่าประไพด้วยความเกรงใจ แม้จะปรับความเข้าใจและคุยกับอคินทร์เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนหน้าแล้ว ทว่าเธอยังไม่เคยคุ
อคินทร์นอนพักฟื้นอยู่ไม่กี่วันคุณหมอก็อนุญาตให้กลับบ้าน ซึ่งต้องตาเองก็ทำหน้าที่พยาบาลพิเศษส่วนตัวได้อย่างไม่มีบกพร่อง จนอคินทร์ร่ำ ๆ อยากจับเธอขึ้นเตียงเพื่อให้รางวัลอยู่เสียหลายที“แหม! ไอ้คุณคินทร์ครับ โดนยิงที่ไหล่ทำให้เจ็บขาจนเดินเองไม่ได้เลยเหรอ” เพียงแค่ลงจากรถและให้ต้องตาช่วยพยุงเข้าบ้าน เสียงร้องแซวของคีรินทร์ก็ลอยมาเข้าหูทันที“หุบปากไปเถอะน่ะ พูดมากน่ารำคาญ”คนโดนแซวว่าเจ็บขาตอบกลับ พลางกระชับวงแขนที่โอบไหล่มนของคนช่วยพยุงอยู่แน่นขึ้น ไม่คิดสะทกสะท้านต่อคำแซว จะมีก็แต่ต้องตาเท่านั้นที่แก้มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย“วันนี้กินข้าวหน้าบ้านเหรอวะ อย่าบอกนะว่าจะเลี้ยงฉลองที่กูออกจากโรงพยาบาล”อคินทร์ถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้แล้วเห็นคนช่วยกันจัดโต๊ะอาหารที่ระเบียงหน้าบ้าน“อื้อ คุณย่าให้จัดรับขวัญหลานรัก”คำพูดของคีรินทร์เกือบทำให้อคินทร์หลุดขำ มองซ้ายมองขวาด้วยกลัวว่าคนที่ตัวเองกำลังจะเอ่ยถึงจะมาได้ยิน เมื่อเห็นว่าอยู่ในระยะปลอดภัยก็ว่าขึ้น“เพิ่งรู้ว่ากูเป็นหลานรัก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าไม่รักจะเป็นยังไง จัดมาให้แต่ละดอกทำเอายอกไปหมด”“กูก็พอกันกับมึงนั่นละ”คีรินทร์
“เจ็บไหม”“นิดหน่อยค่ะ”“มันจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” เขาบอกอย่างมั่นใจ ดึงร่างบางให้โน้มหน้าลงมาหา กดจูบลงไปตรงรอยแผลแผ่วเบา“จริงสิคะ ฉันลืมถามพี่คีย์ไปเลยว่าไอ้ณรงค์มันเป็นยังไงบ้าง”คำถามของเจ้าหล่อนทำให้อคินทร์ชะงักไปเล็กน้อย เผลอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธอย่างลืมตัวเมื่อคิดถึงสิ่งที่มันเคยทำกับร่างบางตรงหน้า ต่อให้มันจะตายไปแล้วเขาก็ไม่คิดให้อภัย“เห็นไอ้คีย์บอกว่าน่าจะติดคุกตลอดชีวิต มันคงไม่มีโอกาสได้ออกมาก่อกรรมทำเวรอะไรเพิ่มแล้วละ”ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหกออกไป ไม่ได้บอกไปตามความจริงว่ามันตายไปแล้ว และตอนนี้น่าจะกำลังคุยกับยมบาลอยู่ที่ไหนสักแห่ง เพราะรู้ว่ามันจะเป็นตราบาปในใจของต้องตา เชื่อเถอะว่าต่อให้จะเกลียดสักแค่ไหน แต่เจ้าหล่อนคงไม่คิดจะเอาชีวิตของไอ้สารเลวนั่น“ติดคุกตลอดชีวิตก็เท่ากับตายทั้งเป็นแล้วละค่ะ” ต้องตายิ้มอย่างพอใจกับบทลงโทษที่อดีตพ่อเลี้ยงต้องได้รับอคินทร์ผลักร่างบางออกห่าง ให้ใบหน้าของเจ้าหล่อนอยู่ในระดับที่สามารถสบสายตากันได้ ดวงตาสองคู่มองสานสบกันด้วยความรู้สึกมากมายที่มันต่างไม่เคยมอดหายไปจากกันและกัน ต่างคนต่างเป็นเจ้าของพื้นที่หัวใจของอีกฝ่าย“แต่
“ความจริงวันนั้นคุณตั้งใจจะไปพบผมเพื่อตอบตกลงจะคบหาด้วย ซึ่งมันแปลว่าคุณเองก็มีใจให้ผมเหมือนกัน แต่ว่าคุณเจอผมอยู่กับมุกดาเสียก่อน เลยไม่ยอมออกไปพบใช่ไหม?”“ใช่ค่ะ ฉันเจอคุณสองคนอยู่ด้วยกันที่สวนสาธารณะ เลยทำให้ไม่มั่นใจว่าวันนั้นคุณนัดผู้หญิงไว้กี่คนกันแน่”“คุณไม่คิดจะออกไปเจอแล้วถามความจริงกับผมหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ พวกคุณสองคนกำลังคบกันอยู่ ฉันคงกลายเป็นผู้หญิงหมดคุณค่าที่เดินออกไปให้คุณสองคนเหยียบศักดิ์ศรีเล่น”“ทำไมคุณถึงได้คิดและตัดสินไปเองแบบนั้นโดยไม่คิดจะถามผมสักคำ คุณทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักนิสัยผมเลย”“เพราะว่ารู้จักนิสัยคุณดีไงคะฉันถึงไม่คิดจะถาม”“…..”“ฉันเป็นคนความจำดีและจำคนแม่นค่ะ ความจริงแล้วก่อนหน้าที่เราจะพบกันที่สวนสาธารณะฉันเคยเจอคุณมาก่อน”คิ้วเข้มของอคินทร์เลิกขึ้นทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าหล่อนเอ่ยออกมา“ฉันเคยเห็นคุณมีเรื่องกับคนที่มหาวิทยาลัยเพราะเข้าใจว่าคนพวกนั้นมายุ่งกับคุณมุกดา ตอนนั้นคุณพูดออกมาเองว่าคุณกับผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนกัน”อคินทร์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังอึก นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ต้องตาหยิบยกมากล่าวถึง ตอนนั้นเขาพูดแบบนั้นออกไปจริ







