Mag-log inเด็กสาวร่างเล็กถักเปียสองข้างในชุดมัธยมปลายของโรงเรียนประจำจังหวัด ยืนประหม่าอยู่หน้าห้อง ข้าง ๆ กันมีคุณครูประจำชั้นยืนใกล้ ๆ กำลังแนะนำเธอให้เพื่อน ๆ ในห้องได้รู้จัก
“เพื่อนใหม่ของเราชื่อ ‘ตะวัน ศิริกร’ จากนี้ไปจะมาเป็นเพื่อนร่วมห้องของเรา ครูฝากให้พวกเธอช่วยกันดูแลด้วย เพื่อนย้ายมาใหม่อาจจะยังไม่รู้ระเบียบข้อห้ามของโรงเรียน ยังไงก็ช่วยกันแนะนำเพื่อนด้วยนะ ตะวันไปหาที่นั่งที่ว่างอยู่ได้เลย เดี๋ยวครูออกไปเอาเอกสารการสอนก่อน เมื่อกี้ครูลืมหยิบมา” พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ทุกคนในห้องต่างพากันส่งยิ้มทักทายมาให้เธออย่างเป็นมิตร ร่างเล็กเดินไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่หลังห้อง ซึ่งมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว และเพื่อนผู้หญิงคนนั้นก็กำลังส่งยิ้มมาให้เธอเช่นกัน “มานั่งข้าง ๆ เราสิ” ก่อนที่ตะวันจะเดินไปถึงหลังห้องก็มีมือของใครบางคนมาดึงเธอให้นั่งลงเสียก่อน พร้อมกับเอ่ยบางอย่างออกมา “ไม่ต้องไปนั่งกับยายต้องตาหรอก ยายนั่นน่ะจนอย่างกับอะไรดี ดูชุดนักเรียนสิเก่าจนซ่อมแล้วซ่อมอีก มีดีแค่เรียนเก่งไว้ไปแข่งวิชาการให้โรงเรียนแค่นั้นเอง” ทันทีที่พูดจบก็เกิดเสียงหัวเราะขึ้นจากคนอื่น ๆ ในห้อง ตะวันหันไปมองเพื่อนผู้หญิงที่ชื่อต้องตาก็พบว่าเธอมีสีหน้าที่สลดลง คุณย่าประไพทำเรื่องโอนย้ายเธอจากโรงเรียนเก่ามายังโรงเรียนประจำจังหวัดแห่งนี้ โรงเรียนที่ภายนอกดูสวยหรูมีแต่ลูกท่านหลานเธอ และลูกผู้ดีมีเงินต่างยื้อแย่งกันเข้ามาเรียน เธอเคยคิดว่าคนที่ได้เข้ามาเรียนที่นี่ช่างโชคดีเหลือเกิน แต่ตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจกับความคิดก่อนหน้านั้นเสียแล้ว “ให้พวกเราเรียกเธอว่าอะไรดี” เพื่อนอีกคนถามขึ้น “เรียกเราว่าตะวันก็ได้” “ตะวันเป็นอะไรกับพ่อเลี้ยงจักษ์เหรอ” อีกคนถามขึ้นอย่างสงสัย “พวกเธอรู้จักลุงจักษ์ด้วยเหรอ?” ตะวันเองก็ถามกลับอย่างสงสัยเช่นกัน “มีใครบ้างไม่รู้จัก ตระกูลอัศวภิญโญบริจาคเงินให้โรงเรียนเรา ปีหนึ่งตั้งหลายล้าน แล้วเมื่อเช้าเราเห็นคนขับรถของไร่แสนสิริสุขมาส่งตะวันที่หน้าโรงเรียนด้วย เราจำได้เพราะเคยเห็นรถคันนั้นขับมาที่โรงเรียนบ่อย ๆ” “เราเป็นหลานลุงจักษ์น่ะ” ตะวันตอบออกไป เพราะคุณย่าประไพเป็นคนบอกเองว่าถ้าใครถามให้เธอตอบแบบนี้ “เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าตะวันต้องไม่ธรรมดา สมกับที่จะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพวกเราแน่นอน” อีกคนเอ่ยขึ้นอย่างยินดี “ยายคนนั้นชื่อต้องตา เลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะอย่าไปคบด้วยล่ะ เพราะนอกจากเรียนเก่งจนสอบติดได้เข้ามาเรียนที่นี่แล้ว ก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีเลยสักอย่าง ดูสิทั้งห้องแทบจะไม่มีใครอยากนั่งด้วยเลย” อีกคนรีบพูดเสริมขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปทางหลังห้อง ไม่ได้บอกต่อว่าพวกตนได้เข้ามาโดยการบริจาคเงิน เป็นอีกครั้งที่ตะวันอดเหลือบตามองไปยังเพื่อนที่ชื่อต้องตาไม่ได้ เธอทันสังเกตเห็นแววตาที่วูบไหวแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจของเพื่อนคนนั้น ตะวันทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งไม่พูดอะไรออกมาอีก ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับการเรียนเมื่อครูประจำชั้นเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง จนหมดคาบเรียนในตอนเช้า เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงเพื่อน ๆ ในห้องต่างพากันเดินไปยังโรงอาหาร ตะวันมองไปทางหลังห้องก็ไม่พบเพื่อนที่ชื่อต้องตาแล้ว ไม่แน่ใจว่าเจ้าหล่อนลุกออกจากห้องไปตอนไหน แต่ระหว่างทางที่เดินไปโรงอาหารสายตาของตะวันก็เหลือบไปเห็นต้องตานั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนตรงมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ใหญ่เพียงลำพัง ตะวันเดินมาถึงโรงอาหารก็เดินไปสั่งข้าวใส่กล่องพร้อมกับน้ำเปล่าสองขวด พลางหันไปเอ่ยบอกกับเพื่อน ๆ กลุ่มที่เธอเดินมาด้วย “พวกเธอกินข้าวกันไปเลยนะ เราขอตัวก่อน” “อ้าว! จะไปไหนล่ะ” “ไปกินข้าวกับคนรู้จักน่ะ” “ใครเหรอ” หนึ่งในกลุ่มเอ่ยถามขึ้น ตะวันไม่ตอบแต่เดินเลี่ยงออกไป ก่อนจะเดินไปหาใครบางคนที่เธอเพิ่งเดินผ่านมาก่อนหน้านี้กระทั่งงานจบลงและตอนนี้คู่บ่าวสาวอยู่ในห้องด้วยกันสองคน คีรินทร์มองร่างบางที่ยืนหันหลังให้ ขณะกำลังแกะเครื่องประดับออกจากตัวอยู่ตรงกระจก ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหา สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง สอดวงแขนแกร่งโอบกระชับเอวบางของอีกฝ่าย ลูบหน้าท้อง แบนราบอย่างเบามือด้วยความทะนุถนอม ตอนนี้ตะวันกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ หน้าท้องจึงยังไม่นูนทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสาววันนี้กำลังมีทายาทตัวน้อยของอัศวภิญโญเข้าไปนอนเล่นฉีกแข้งฉีกขาอยู่ในพุง ชายหนุ่มซบใบหน้าลงกับซอกคอขาว พูดงึมงำชิดใบหู“ตะวันของพี่สวยที่สุดเลย” พูดจบก็สูดเอากลิ่นกายหอม ๆ เข้าไปจนเต็มปอด“ตะวันยังไม่ได้อาบน้ำเลยค่ะพี่คีย์” หญิงสาวรีบร้องห้ามด้วยรู้ดีว่าตอนนี้เนื้อตัวเธอคงเหนียวเหนอะหนะไม่น้อย“ไม่ต้องอาบก็หอม” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเริ่มแหบพร่าขึ้น มือที่โอบกระชับเอวอยู่ก็เริ่มซุกซนป้วนเปี้ยนไม่ยอมหยุด“พี่คีย์เมาแล้วนะคะ”มือของหญิงสาวที่แกะเครื่องประดับก่อนหน้าเลื่อนมาจับฝ่ามือร้อนที่กำลังซุกซนกับร่างกายของตนอยู่ คงเพราะไม่ได้ดื่มกับกลุ่มเพื่อน ๆ นาน ตะวันเลยปล่อยให้เขาดื่มไปพอสมควรตอนอยู่ในงานและดูจากสายตาฉ่ำปรือ น้ำเสียงอ้อแอ้และกล
วันฉลองมงคลสมรสของคีรินทร์ อัศวภิญโญ พ่อเลี้ยงหนุ่มของไร่แสนศิริสุขเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและสุขสันต์ เดิมทีชายหนุ่มต้องการจัดงานที่โรงแรมหรูประจำจังหวัด แต่ตะวันอยากให้จัดแบบเป็นกันเองภายในไร่มากกว่า เพื่อที่เหล่าคนงานจะได้ร่วมยินดีด้วย คีรินทร์รู้ดีว่าตะวันไม่เคยถือตัว และเป็นกันเองกับคนงานในไร่ทุกคนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และถึงแม้หญิงสาวจะขอเอาไว้ว่าให้จัดงานเล็ก ๆ แบบเป็นกันเอง แต่ดูเหมือนว่างานที่จัดออกมาจะไม่ได้เล็กอย่างที่ต้องการ ด้วยแขกเหรื่อที่มาร่วมงานกว่าพันคนเธอคงลืมไปว่าทั้งจังหวัดแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลอัศวภิญโญ ดังนั้นการจัดงานเล็ก ๆ เห็นทีคงจะทำไม่ได้ ที่สำคัญคนอย่างคีรินทร์คงไม่คิดจะจัดให้เล็กอยู่แล้ว เพราะเขาต้องการให้เกียรติผู้หญิงที่รัก และอยากประกาศให้สังคมได้รับรู้ว่าตะวันคือผู้หญิงที่จะยืนเคียงข้างเขาไปทั้งชีวิต จากนี้ไปเธอคือแม่เลี้ยงของไร่แสนศิริสุขหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการในงานคู่บ่าวสาวพากันเดินมาทางโต๊ะของแขกคนสนิทซึ่งมีศรุต เผ่า อคินทร์ และอคิราห์ผู้เป็นน้องสาวนั่งอยู่ ก่อนแล้ว“ดีใจด้วยนะไอ้เสือ ในที่สุดก็เจอเหยื่อที่เอามึงอยู่หมัดจนได้”อคินทร์รีบเอ่ยดักท
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คีรินทร์ค่อมศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงลา ก่อนจะพาตะวันเดินไปทางโต๊ะที่ยังว่างอยู่“พี่คีย์ใจร้าย รู้ทั้งรู้ว่าคุณแพรคิดยังไงด้วย แต่ก็ยังพาตะวันไปแนะนำกับท่านผู้ว่าฯ แบบนั้นอีก” ตะวันเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งสายตาค้อนมาให้ทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้“ใจร้ายอะไรกัน พี่แค่แนะนำตามความจริง เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนะ ต่อไปตะวันก็ต้องออกงานพร้อมพี่ ยังไงท่านก็ต้องเจอตะวันอยู่แล้ว ยิ่งพี่ไม่แนะนำสิจะยิ่งดูน่าเกลียด” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยื่นเมนูอาหารในมือให้“พี่คีย์อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยถามในขณะที่เลื่อนสายตาไล่อ่านเมนู ขี้เกียจจะเถียงกับเขาอีก“สั่งที่ตะวันชอบมาได้เลย พี่ทานได้ทุกอย่าง แล้วช่วงนี้ก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วย จำไว้ว่าตอนนี้เราไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว”“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่คีย์ ประจำเดือนตะวันยังไม่มาก็จริง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าตะวันจะท้องจริง ๆ สักหน่อย บางทีมันอาจจะแค่เคลื่อนเพราะตะวันเครียด บางทีพรุ่งนี้...” เธอรีบเอ่ยแย้งเพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไร แต่ยังพูดไม่จบเสียงทุ้มก็ขัดขึ้นเสียก่อน“พี่มั่นใจครับว่าตะวันกำลังท้องลูกของพี่อยู่ พี่เชื่อในฝีมือตั
“งั้นเอาไว้ย่าจะหาฤกษ์ที่เร็วที่สุดให้” หญิงชราจำต้องเอ่ยออกมาอย่างจำยอม เห็นท่าทางของหลานชายแล้วก็ไม่อยากจะทำตัวใจร้ายคอยขัดขวางความสุข อีกนัยหนึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ในท้องของตะวันจะมีทายาทตัวน้อยของอัศวภิญโญเข้าไปนอนเล่นเหมือนอย่างที่หลานชายมั่นใจนักมั่นใจหนาไหม ทางที่ดีที่สุดก็คงต้องรีบตบแต่งให้เร็ว เพื่อกันข้อครหาของชาวบ้านชาวช่องจะดีกว่า อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คีรินทร์พูดจบก็รีบดึงมือของตะวันให้ ลุกขึ้นยืนตาม“จะรีบไปไหนกันแต่เช้าล่ะนั่น” คนเป็นย่าอดเอ่ยถามไม่ได้เมื่อเห็นอาการรีบร้อนของคนเป็นหลาน“จะพาตะวันไปตัดชุดเจ้าสาวครับ” เขาตอบพร้อมกับจับมือของตะวันเดินออกไป ไม่สนใจสายตาของคนเป็นย่าเลยสักนิดว่าจะมองตามเช่นไร“แล้วก็เถียงว่าไม่ใจร้อน” คุณย่าประไพบ่นกับตัวเองเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยประกายแห่งความพึงพอใจ ยาวนานเหลือเกินกับการเดินทางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ในที่สุดวันนี้สิ่งที่ท่านรอคอยก็สมหวัง จากเด็กสาวที่อุปการะไว้ในวันวาน วันนี้กำลังจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นหลานสะใภ้ ท่านมั่นใจว่าหลานชายของตนจะไม่มีวันทำให้หญิงสาวต้อง
หลังจากคีรินทร์ปรับความเข้าใจกับตะวันแล้ว วันต่อมา ชายหนุ่มจึงเดินจูงมือหญิงสาวเข้ามาหาประมุขของบ้านที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น เพื่อตั้งใจคุยกับท่านถึงฤกษ์แต่งงาน และแค่เห็นหลานชายเดินเข้ามาด้วยใบหน้าแต้มความสุข คุณย่าประไพก็นึกรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะคุยอะไรกับตน“คุณย่าครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” คีรินทร์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหย่อนตัวลงกับโซฟาฝั่งตรงข้าม ข้าง ๆ กันมีตะวันซึ่งนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตากับผู้อุปการะเพราะความเขินอายอยู่“ว่าไง มีเรื่องอะไรล่ะ หวังว่าจะเป็นเรื่องดี ๆ นะ” หญิงชราเอ่ยถาม มองหน้าหลานชายที่แววตาเปล่งประกายระยิบระยับไปด้วยความสุข ส่วนหญิงสาวในปกครองนั้นเอาแต่หลบสายตา ไม่บอกก็รู้ว่าคงประหม่าอยู่ไม่น้อย“ผมจะแต่งงานกับตะวันครับ” คีรินทร์บอกความต้องการของตนเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“จะแต่งได้ไง น้องกำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไม่ใช่หรือ”คนเป็นย่าแกล้งเอ่ยค้าน“ไม่ไปแล้วครับ ตะวันจะเป็นเจ้าสาวของผมแทน และจะอยู่กับผมที่นี่ตลอดไป” คีรินทร์เองก็ไม่น้อยหน้า ตอบกลับคนเป็นย่าทันควันเช่นกัน“จะแต่งงานกับตะวัน ถามความเต็มใจของเจ้าตัวหรือยัง เราบังคับน้อง
คีรินทร์ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะว่าไปตอนนั้น เจ้าหล่อนเองก็เป็นแค่เด็กมัธยมปลาย วุฒิภาวะการตัดสินใจอาจจะไม่ดีพอ ดังนั้นการเอาสร้อยเส้นนั้นไปขาย อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าหล่อนในตอนนั้นแล้วก็ได้“รับปากพี่ได้ไหม ว่าต่อไปนี้มีปัญหาอะไรให้บอก อย่าคิดแก้ปัญหาอะไรคนเดียวอีก” มือหนาลูบแก้มเนียนเบา ๆ“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ “แล้วทำไมพี่คีย์ถึงเอากล่องของขวัญไปวางไว้ในห้องของตะวันล่ะคะ?”“พี่มั่นใจว่าตะวันจะกลับมา” มั่นใจตั้งแต่คุณย่าประไพบอกว่าตัวเองหน้ามืดและไม่ค่อยสบายแล้ว ทำไมจะไม่รู้ว่าคุณย่าของตนแข็งแรงดีแค่ไหน ให้เดินรอบไร่แสนศิริสุขกำลังยังเหลือ ๆ นึกขอบคุณที่สุดท้ายก็เห็นในความจริงใจของหลานชายคนนี้“ความจริงถ้าไม่มีเรื่องซะก่อน พี่ตั้งใจจะให้ตะวันเป็นของขวัญ วันรับปริญญา แต่พอรู้ว่าตะวันจะต้องกลับมาเลยใจร้อนรอไม่ไหว ที่สำคัญก็ไม่รู้ว่าตะวันจะได้เข้ารับปริญญาหรือเปล่า”ว่าพลางจ้องไปที่หน้าท้องแบนราบของอีกฝ่าย“เพราะอาจมีคีรินทร์ตัวน้อย ๆ เข้าไปนอนเล่นอยู่ข้างในนี้จน อุ้มท้องไปรับปริญญาไม่ไหวใช่ไหมคะ” ร่างบางถามขึ้น“รู้ด้วยเหรอว่าพี่คิดอะไรอยู่” ถามขึ้นอย่างตกใจที่เจ้าหล







