Partager

บทที่ 4

last update Date de publication: 2025-08-03 13:04:32

[ฟังอยู่ขอรับ นายหญิงต้องการสิ่งใด]

"พาข้าไปยังห้องลับที่อยู่หลังห้องหนังสือในเรือนใหญ่ ข้าคิดว่าข้ายังจำทางเข้าได้"

เมิ่งซีรู้ว่าต้องผ่านเวรย่ามที่ตรวจตราตอนกลางคืน ที่บอกอาเป่าก็เผื่อว่าจะมีวิธีไหนที่สามารถหลีกหนีหูตาคนพวกนั้นได้

[การเคลื่อนย้ายในระยะนี้ปลอดภัย อาเป่าสามารถพานายหญิงไปยังเป้าหมายได้ทันที เริ่มต้นการเคลื่อนย้าย...]

ทันใดนั้น ร่างของเมิ่งซีก็หายวับไปราวกับละอองหมอก ลมหายใจของนางขาดห้วงชั่วขณะ ก่อนที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้งในห้องมืดสลัว ครู่เดียวก็มีแสงสว่างส่องขึ้นจากแสงไฟของระบบ ทำให้นางเห็นภาพได้ชัดขึ้น

"อาเป่า! เจ้ามีความสามารถแบบนี้ด้วยเหรอ?" เมิ่งซียังตกใจไม่หาย เดิมทีนางคิดว่าจะต้องเดินออกจากเรือนโดยไม่ให้ใครเห็น

[นี่เป็นเพียงความสามารถพื้นฐานของอาเป่าขอรับนายหญิง สถานที่ในรัศมีไม่เกิน 100 จั้ง อาเป่าสามารถพานายหญิงไปได้ทุกที่ภายในพริบตาขอรับ]

"100 จั้ง คือเท่าไหร่?"

[หากคำนวณเป็นระยะทางของกาลเวลาที่นายหญิงจากมาก็คือ..ประมาณ 300 เมตรขอรับ]

"อื้อ เข้าใจแล้ว"

เมิ่งซีหันมาสนใจสิ่งของตรงหน้าต่อ เบื้องหน้าคือผนังไม้บุนวมหนังสัตว์เก่า ๆ โคมไฟน้ำมันวางอยู่มุมห้องให้ยังไม่ถูกจุดติด หีบเหล็กและหีบไม้จำนวนมากเรียงรายอยู่ตรงหน้า บางหีบถูกคลุมด้วยผ้าขาว ปิดทับตราตระกูลเหยียนเอาไว้อย่างแน่นหนา

"ช่วยข้าเปิดหีบเหล่านั้นที" เมิ่งซีกลืนน้ำลาย ฝ่ามือชื้นเหงื่อด้วยความตื่นเต้น

ระบบไม่ตอบ แต่วงแสงบางเบาก็สว่างวาบขึ้น หีบทุกใบเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นทองแท่ง เครื่องหยก เหรียญเงิน เหรียญทอง ตั๋วเงิน และแจกันหยกโบราณประดับลายมังกรเก่าแก่

"ของเหล่านี้…บิดาของร่างนี้ได้มาจากการรับสินบนทั้งนั้น"

เมิ่งซีหอบหายใจเบา ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่น

"เก็บเข้ามิติทั้งหมด"

ทันใดนั้น ทรัพย์สมบัติที่กองอยู่ตรงหน้า ก็ล่องลอยหายไปอย่างเงียบงัน

"มีสิ่งใดอีกที่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญในระบบได้บ้าง" เมิ่งซีเอ่ยถาม

[มีแจกันโบราณจำนวนสี่ใบ และภาพวาดของปราชญ์ชื่อดัง เป็นสมบัติราชวงศ์ก่อนที่สูญหาย หากนายหญิงยินยอม ระบบจะนำไปยังพิพิธภัณฑ์ในอนาคต ชิ้นละหนึ่งพันเหรียญเงินขอรับ]

"ของจากราชวงศ์ก่อน!…เจ้าคิดว่าควรทำยังไงดีอาเป่า?" เมิ่งซียกคิ้ว

[สมบัติเหล่านี้หากอยู่ที่นี่อาจสูญหาย ถูกทำลาย หรือถูกขายทิ้งโดยผู้ที่ไม่รู้คุณค่า แต่ถ้าขายให้ร้านเถาเป่า ของพวกนี้จะถูกส่งต่อไปยังอนาคต ของทุกชิ้นจะได้รับการเก็บรักษาในสถานที่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและชื่นชม]

ระบบกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง หญิงสาวเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น

"เช่นนั้น…ข้ายอมขาย"

เพียงพริบตาเดียว แสงสีทองก็แวบวาบ แจกันทั้งสี่ใบและภาพวาด 2 ภาพที่แขวนอยู่หายไปจากสายตา ทันใดนั้นเสียงระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[ยอดคะแนนปัจจุบัน: 6,000 เหรียญเงิน]

"เรื่องนี้ข้าก็อยากถาม เหรียญในระบบสามารถนำออกมาใช้ในโลกนี้ได้ไหม? แล้วมูลค่าของมันคือเท่าไหร่บ้าง เหมือนเงินเหวิน ตำลึงเงิน หรือตำลึงทองไหม?"

นางกล่าวถามเรื่องที่คาใจออกมา ในเมื่อนางต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่นี่ นางก็ควรเรียนรู้เอาไว้ทั้งหมด

[เรียนนายหญิง ค่าเงินในระบบจะมี

1000 เหรียญทองแดง เท่ากับ 1 เหรียญเงิน

10 เหรียญเงิน เท่ากับ 1 เหรียญทอง

ก็เหมือนกับค่าเงินของโลกในกาลเวลานี้

1000 เหวิน เท่ากับ 1 ตำลึงเงิน

10 ตำลึงเงินเท่ากับ 1 ตำลึงทอง

เพียงแต่เงินทั้งสองส่วนแยกกันอย่างชัดเจน เหรียญในระบบไม่สามารถนำออกมาได้ แต่สามารถนำไปซื้อของในร้านเถาเป่าของระบบได้

ส่วนเงินหรือสมบัติของการเวลานี้ นายหญิงสามารถนำไปเก็บในพื้นที่มิติได้ แต่ซื้อของในร้านเถาเป่าไม่ได้ อยากนำออกมาตอนไหนก็แจ้งอาเป่าได้ตลอดขอรับ ส่วนสิ่งของที่นายหญิงขายให้ร้านเถาเป่าในระบบไปแล้ว จะไม่สามารถหาซื้อกลับคืนมาได้อีก]

"เข้าใจแล้ว แสดงว่าตอนนี้มีเหรียญในระบบ 6,000 เหรียญเงิน หรือ 600 เหรียญทองสินะ! แค่นี้…ก็พอจะใช้ตั้งต้นชีวิตใหม่ได้แล้ว อาเป่าพาข้ากลับ"

เมิ่งซีถอนหายใจเฮือกหนึ่ง พลางก้มมองมือตนเองเบา ๆ

เสียงจากระบบดังขึ้น

[เปิดระบบทำลายหลักฐาน ยืนยันการกลับไปยังตำแหน่งก่อนหน้า... เริ่มต้นการเคลื่อนย้าย]

ร่างของเมิ่งซีปรากฏอีกครั้งบนเตียงไม้ผุพัง ริมฝีปากซีดเซียวเม้มแน่นอย่างคิดไม่ตก มือบางกุมผ้าห่มผืนเก่าแน่น ก่อนจะหลับตาลง…เตรียมใจสำหรับวันพรุ่งนี้ที่จะเปลี่ยนชีวิต

เช้ามืดของวันใหม่มาเยือน

เมิ่งซีตื่นขึ้นมาในเรือนเล็กที่แสนคุ้นตา นางนั่งพิงเสาหลังอย่างอ่อนล้า ทั่วร่างยังระบมจากการถูกเฆี่ยนและความเหนื่อยล้าที่ฝังลึกอยู่ในเส้นเอ็น ไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้านี้นางเพิ่งถูกใส่ร้าย ไล่ตะเพิด ถูกตัดขาดจากสกุลเหยียนผู้เคร่งในศักดิ์ศรีและหน้าตา บัดนี้นางกลับกลายเป็นเพียงหญิงสาวสกุลฉินที่ต้องระเห็จออกจากจวนสกุลเหยียน

เช้ามืดอากาศเย็นยะเยือก พัดโชยผ่านประตูไม้เก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด อนุฉินถือห่อผ้าผืนเล็ก เดินออกมาส่งบุตรสาวถึงประตูหลังเรือน หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าอ่อนล้าและแววตาเว้าวอน กำมือแน่นราวกับกลัวจะเสียสิ่งสุดท้ายในชีวิตไป

"ลูกแม่...ดูแลตัวเองให้ดีนะลูก ถ้าเจ้าเจ็บป่วยไม่มีใครช่วย เจ้าต้อง...ต้องอดทนผ่านไปให้ได้ แม่ช่วยเจ้าสุดกำลังได้เพียงเท่านี้ โทษแม่ที่เกิดมาต่ำต้อย"

นางว่าพลางยื่นห่อผ้าเล็ก ๆ และถุงเงินที่ผูกอย่างเรียบร้อยในห่อเดียวกัน เมิ่งซีรับไว้แน่น น้ำตาคลอในดวงตา แต่ใบหน้านิ่งสงบ

"ท่านแม่...วันใดที่ท่านหมดหวังกับคนในสกุลเหยียน อย่าลืมว่าท่านยังมีลูกสาวคนนี้รออยู่ที่บ้านนะเจ้าคะ"

หยวนอี สาวใช้ข้างกายของอนุฉินกับเสี่ยวซือ รีบยกหีบเล็ก ๆ ขึ้นรถม้าหลังบ้านที่ซื้อมาเตรียมพร้อมเอาไว้ พร้อมกับจัดวางเสบียงอาหารแห้ง หม้อใบเล็ก กาน้ำร้อน ถ้วยชามอย่างเรียบร้อย ในรถม้านั้นเรียบง่ายแต่สะอาดตา เห็นถึงความตั้งใจของผู้เป็นแม่

"หยุดนะ!"

ขณะที่เมิ่งซีกำลังก้าวไปยังรถม้า เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นไม่ห่างนัก เสียงก้าวกระแทกพื้นหินกรวดดังกังวานก่อนที่ประตูเรือนจะถูกผลักเปิดออกจนสุด ฮูหยินผู้เคร่งขรึมเดินนำมาพร้อมกับเหยียนซูหนิง เหยียนหมิงเจี๋ย และเหยียนอวี่หนาน สายตาทุกคู่เต็มไปด้วยการสบประมาท

"นี่เจ้าคิดจะพาลูกออกไปจากจวนโดยไม่บอกกล่าว หรือว่าเจ้ากับลูกสาวคิดจะขโมยของในจวนแล้วหนีไปกันแน่ อนุฉิน!"

ฮูหยินตวาดเสียงเข้ม แววตาดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปกปิด อนุฉินแม้จะหวาดหวั่นแต่ก็ยังยืดอกตอบกลับเสียงนิ่งตอนที่คุณหนูใหญ่วางแผนทำร้ายลูกสาวของนาง นางไม่อาจยื่นมือเข้าไปถึงในวังได้ แต่ครั้งนี้นางต้องปกป้องลูกสาวให้ได้ อย่างน้อยก็ต้องยืนหยัดจนกว่าเมิ่งซีจะออกไปพ้นจากจวนนี้

"เสบียง เงินทอง รถม้า ทุกอย่างล้วนมาจากสินเดิมของข้า มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับของในจวนเลยสักนิด หากไม่เชื่อ ท่านก็ให้คนไปตรวจเถิดเจ้าค่ะฮูหยิน!"

ใต้เท้าเหยียนเดินตามออกมาพร้อมหน้าตาบึ้งตึง ครั้นได้ยินดังนั้นก็ไม่รอช้า ออกคำสั่งพ่อบ้านทันที

"ไปตรวจของในรถม้าให้ละเอียด หากมีของในจวนแม้แต่ชิ้นเดียว พวกเจ้าจะไม่ได้ออกไปโดยง่าย!"

คนงานและพ่อบ้านรีบขึ้นไปตรวจค้นอย่างถี่ถ้วน ไม่นานนักก็กลับมารายงาน

"เรียนใต้เท้า...ของทุกชิ้นล้วนเป็นของใหม่ ไม่มีตราประทับหรือสัญลักษณ์ของจวนเลยขอรับ"

เหยียนซูหนิงยังไม่วางใจ เดินไปตรวจด้วยตนเอง ครั้นพบว่าเป็นจริงดังคำนั้น ก็ค่อยยอมถอยกลับมา แต่แววตาไม่ยอมหยุดความชิงชัง

เมิ่งซีปรายตามองเหยียนหรูอิ๋ง ซึ่งยืนตัวลีบอยู่หลังคนรับใช้ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

"ข้าถูกกำจัดออกจากบ้านนี้เพราะแผนชั่วของเหยียนซูหนิงแล้ว ต่อไปนี้...พี่หญิงรองได้โปรดระวังตัว ต่อไปคงเป็นท่านที่จะถูกเล่นงาน"

สีหน้าของเหยียนซูหนิงเปลี่ยนทันทีเป็นโกรธเกรี้ยว แต่ก็ยังแสร้งว่าใจเย็น ตีหน้าเศร้าเดินไปกอดแขนบิดา

"ท่านพ่อเจ้าขา ดูคนเนรคุณผู้นั้นสิเจ้าคะ ยังกล่าววาจาให้คนในบ้านแตกร้าวอีก คนเช่นนี้ช่างใจคดยิ่งนัก"

ใต้เท้าเหยียนได้ยินแบบนั้นก็ตวาดลั่นสุดเสียง

"เจ้าอย่ามาพูดจาไร้สาระ! คิดจะยุแยงให้คนในบ้านแตกคอกันรึอย่างนั้นรึ! ช่างใจคดยิ่งนัก!"

เมิ่งซีสบตาบิดาตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัว แววตาคู่นั้นเยือกเย็นและซ่อนรอยแค้นเอาไว้ เธอบอกกับเจ้าของร่างนี้ในใจ

สิบปีค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย เหยียนเมิ่งซีเจ้าอย่าได้ห่วง ข้าจะไม่ปล่อยให้คนพวกนี้ได้ตายดีแน่นอน...

"ท่านเป็นคนฉลาด เป็นไปไม่ได้หรอกที่ท่านจะไม่รู้ว่าเรื่องครั้งนี้เกิดขึ้นได้ยังไง เพียงแค่ท่านไม่พูดความจริงเพราะไม่ยอมเสียหมากในมือ ท่านมันก็แค่พวกเห็นผลประโยชน์เป็นใหญ่ มีลูกหลานไว้เป็นเครื่องขยายอำนาจทางการเมืองเท่านั้น ถูกต้องหรือไม่ใต้เท้าเหยียน?"

คำพูดนั้นกระแทกใจชายชราอย่างจัง ใบหน้าของใต้เท้าเหยียนแดงเถือก โกรธจนมือสั่น ต้องให้คนช่วยประคองกลับเข้าจวน

อนุฉินรีบจูงมือลูกสาวพาไปขึ้นรถม้า มืออีกข้างยื่นถุงเงินเล็ก ๆ แผนที่และจดหมายมอบให้เสี่ยวซือ

"เสี่ยวซือ ดูแลคุณหนูให้ดี มีเรื่องใดให้ส่งข่าวมา"

รถม้าเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ออกจากจวนสกุลเหยียน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังตลาด เมิ่งซีให้เสี่ยวซือแวะหน้าร้านเสื้อผ้า ไปซื้อชุดบุรุษมาสำรองเอาไว้หลายชุด พร้อมกับซาลาเปาและแป้งทอดไส้เนื้ออีกหลายชิ้นหน่อย

ขณะนั้น เมิ่งซีก็ลูบหน้าอกเบา ๆ แล้วเอ่ยกับระบบในใจ

"อาเป่าตื่นรึยัง ข้าอยากได้ยาเม็ดฟื้นฟูร่างกาย"

เสียงในใจดังขึ้นทันที

"ยาฟื้นฟูร่างกายขั้นต้น 1 เม็ด ใช้ 10 เหรียญทองแดง...ยืนยันหรือไม่?"

"ยืนยัน"

[ขณะนี้เหรียญในระบบของนายท่านเหลือ 599 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 990 เหรียญทองแดง ]

ทันใดนั้นเม็ดยาสีอำพันปรากฏในมือ นางกลืนลงไปทันทีพร้อมกับยกน้ำในกระบอกขึ้นมาดื่ม ความเย็นซึมผ่านหลอดอาหาร ร่างกายรู้สึกเบาสบายขึ้นทันตา แต่ก็ยังไม่หายเป็นปลิดทิ้งเสียทีเดียว เพียงแค่ไม่ทรมานเหมือนเดิมก็เท่านั้น

ไม่นานเสี่ยวซือก็กลับมาพร้อมเสื้อผ้า ซาลาเปาไส้เนื้อและแป้งทอดมาใส่ห่ออย่างดี รถม้าจึงเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวง ตรงสู่เส้นทางใหม่ทิศตะวันออก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 262

    หลี่เหมยมองหน้าเซียวติ้งเซิงแล้วยิ้ม นางพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป ในที่สุด ความสุขที่เธอโหยหาก็กลับคืนมาอีกครั้ง...***********ค่ำคืนแห่งเทศกาลโคมไฟถูกประดับไปด้วยแสงสีทองและแดงสด เสียงพลุไฟดังก้องสะท้อนอยู่รอบลานกว้างหน้าเรือน เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ผสมผสานกับกลิ่นอาหารที่อบอวลจากหม้อไฟขนาดใ

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 261

    การสูญเสียที่ไม่อาจยอมรับได้ทำให้หลี่เหมยเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลงด้วยอาการตรอมใจ แต่ในห้วงเวลาสุดท้ายของการจากไป จิตใจของเธอกลับสงบและเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์ การยอมสละทุกสิ่งในชีวิตเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า ทำให้เธอได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมให้เธอกลับไปสู่จุดจุดเดิมท

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 260

    "อาหยวน! อาจื้อ อาหนิง มานั่งกินข้าวกันเร็ว!"แต่สิ่งที่ตอบกลับมานั้นมีเพียงเสียงสะท้อนแว่ว ๆ ของตนเองในความว่างเปล่า...รอบกายของนางไม่มีใครอีกแล้ว ไม่มีรอยยิ้มสดใสของลูก ๆ ไม่มีเสียงหัวเราะคิกคักของหลาน ๆ ที่วิ่งเล่นซุกซนอยู่ในบ้าน หัวใจของหลี่เหมยบีบรัดแน่นด้วยความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 259

    เสียงเครื่องวัดชีพจรในห้องคนป่วยดัง "ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…" เนิ่นนานกว่าหนึ่งปีเต็ม ที่ร่างของหลี่เหมยนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแห่งนี้ สีหน้าของเธอนั้นสงบราวกับคนที่หลับใหลไปในห้วงนิทราอันยาวนานข้างกายของหลี่เหมย มีเพียงป้าหลัว หญิงวัยกลางคนที่จงรักภักดี คอยดูแลเธออย่างใกล้ชิดไม่เคยห่างกาย ถึงจะมี

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 258

    เขานั่งนิ่ง ร่างสูงใหญ่สั่นเทา ดวงตาที่เคยเด็ดเดี่ยวกลับพร่ามัวไปด้วยน้ำตา ทุกคนจึงได้ตระหนักในชั่วขณะนั้นว่า... หลี่เหมยมีความสำคัญต่อเขามากเพียงใด บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงสะอื้นขาดห้วง อากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกทว่าในท่ามกลางความเศร้าโศกนั้น เสี่ยวม่ายที่พยายามควบคุมน้ำตา เดินไปยังโต๊ะกลา

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 257

    เสียงสะอื้นแผ่วเบาของเด็ก ๆ ทั้งสามดังลอดออกมาจากเรือนนอนที่เงียบสงัด ราวกับสายลมเศร้าที่กำลังร่ำร้องปลุกปลอบวิญญาณของผู้เป็นย่าให้ตื่นขึ้นมา ทว่า...ความเงียบวังเวงกลับเป็นสิ่งเดียวที่โอบล้อมอยู่เซียวติ้งเซิงก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง ใจที่เคยแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผากำลังแหลกสลายอย่างไม่อาจต้าน ดวง

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 218

    "...""ตอนนี้พวกเราไม่รู้จะเอาเงินนั่นไปทำอะไร ทั้งหมดก็เป็นเงินที่ท่านแม่หาให้ ลูกไม่กล้าคิดเอาไปใช้อย่างไร้สำนึกแน่นอนขอรับ" หลี่หลงกล่าว พวกเขารู้ดีว่า หากไม่ใช่เพราะมารดานำพา พวกเขาก็ไม่มีวันกินดีอยู่ดีได้ขนาดนี้"หึ ทำเป็นพูดดีไปเถอะเจ้า" หลี่เหมยส่ายหัวเบา ๆ ลูก ๆ คนอื่น ๆ ก็กินข้าวไปยิ้มไปอ

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 214

    ทุกคนยืนแน่นิ่งไม่คิดว่ามารดาจะซื้อของเยอะขนาดนี้"ยังยืนนิ่งอยู่อีก เร็วเข้า""ขะ...ขอรับ / ขอรับ / ขอรับ / เจ้าค่ะ""อาหยวน อาจื้อ อยู่กับพ่อของพวกเจ้าก่อน ย่าสั่งของไว้ต้องออกไปรับของ""ขอรับท่านย่า / ขอรับต้านย่า"ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการเลือกเสื้อผ้า หลี่เหมยก็แอบไปที่รถเข็นแล้วนำข้าว

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 205

    ตกเย็น กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารลอยออกมาจากครัว เสียงฉ่าของน้ำมันในกระทะและกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ทำให้ทุกคนในบ้านอดกลืนน้ำลายไม่ได้มื้อนี้หลี่เหมยทำปลาทอดรสเปรี้ยวหวาน ที่เนื้อปลากรอบนอกนุ่มใน คลุกเคล้ากับน้ำปรุงรสฉ่ำ ๆ ที่มีรสชาติกลมกล่อมลงตัว ตามด้วยรากบัวตุ๋นซี่โครงหมูอ่อน ที่น้ำซุปหอมหวานละมุนลิ้น ซ

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 204

    ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง ใบหน้าของทุกคนเปื้อนคราบเขม่าจากควันไฟ แต่ดวงตาของพวกเขากลับเป็นประกายด้วยความสุขและความหวัง พวกเขารู้ดีว่าความเหน็ดเหนื่อยในวันนี้จะนำมาซึ่งความอิ่มท้องในวันหน้ายามบ่ายสายลมพัดเอื่อย แสงแดดลอดผ่านชายคาเรือน หลี่เหมยนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ มองเหล่าหลานน้อยที่กำลังวิ่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status