Share

บทที่ 1.3

last update publish date: 2026-02-24 15:53:58

“ข้าไม่มีจริงๆ นะ ไม่มีจริงๆ ขอรับอาจารย์ วันๆ เอาแต่เข้าๆ ออกๆ ร้านกับออกไปรักษาคนไข้คนเจ็บ ข้าไหนเลยจะมีเวลาไปมาหาสู่สตรีจวนใด” จวินเซียวปฏิเสธแข็งขัน

นางเชื่อพี่ชายของตน จากท่าทีนางมั่นใจว่าเขาไม่ได้โกหก “แล้วนางเป็นใคร เขา...เป็นใคร” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยความหวาดหวั่น

“บุญคุณ ความแค้น บางครั้งก็มิใช่ว่าเราจะตั้งใจ” เจียงซานขมวดคิ้ว “ในเมื่อเป็นฝันบอกเหตุเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าต้องหลบเลี่ยง ช่วงนี้ก็พยายามอย่าพาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับสตรีจวนใด จริงสิ...” เจียงซานเดินกลับไปที่ห้องพักจากนั้นเดินออกมาพร้อมเทียบเชิญ

“คราแรกข้าคิดว่าคงไม่ไปเพราะไม่ชอบความครึกครื้นวุ่นวาย ถือโอกาสนี้ข้าจะพาหรั่นเอ๋อร์ไปงานเลี้ยงในจวนของใต้เท้าซวี คิดว่าในงานเลี้ยงต้องมีคุณหนูจากจวนต่างๆ ได้รับเชิญเช่นกัน หรั่นเอ๋อร์เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าสตรีนางนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร หากเรารู้ว่านางเป็นสตรีจากจวนใดย่อมหลีกเลี่ยงง่ายกว่า”

จวินเซียวเลิกคิ้ว “ท่านอาจารย์ช่างปราดเปรื่อง!!”

ในงานเลี้ยง...ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปทางใดนางก็หาสตรีนางนั้นไม่พบ จวินหรั่นหนิงที่ปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ของเจียงซานขอตัวไปสุขา ในสวนนางบังเอิญเดินชนเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้า

“ขออภัยขอรับ” นางรีบก้มหน้าลงกล่าวขออภัยอีกฝ่าย

“ไม่เป็นไร คราวหลังระวังด้วย”

“ข้าน้อยจะระวัง” พูดจบก็รีบเดินต่อไปโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นเพียงชายชุดสีขาวที่ปักลายหมู่เมฆ

...เด็กหนุ่มผู้นั้นมองตามร่างเล็กในชุดบุรุษ เขามองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายเดินมา นั่นเป็นทิศทางไปยังสุขาของแขกฝั่งสตรี??

“คุณชาย นั่นมิใช่เด็กรับใช้ของท่านหมอเจียงหรอกหรือขอรับ”

“อ้อ” เขาพยักหน้าและก้าวเท้าออกเดิน ก้มลงมองบนพื้นถุงหอมใบหนึ่งตกอยู่ ถุงหอมปักลายดอกอวี้หลานหอมกรุ่นบางเบา เป็นกลิ่นเดียวที่อยู่บนตัวของเด็กรับใช้ผู้นั้น

“กลิ่นหอมนี้...” เด็กรับใช้คนหนึ่งกลับมีถุงหอมที่ทำจากผ้าราคาสูง อีกทั้งกลิ่นนี้ก็ไม่เหมือนกับกลิ่นของเครื่องหอมอื่นๆ เป็นกลิ่นหอมเย็นทั้งบางเบาไม่ฉุนแรง

“คุณชายต้องกลับเข้างานเลี้ยงแล้วขอรับ หาไม่นายท่านกับฮูหยินจะกังวลเอาได้”

“อืม” เขาพยักหน้าจากนั้นสอดถุงหอมใบนั้นเข้าไปในอกเสื้อ เดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง

งานเลี้ยงครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าก็ยังหาสตรีนางนั้นไม่พบ อีกทั้งบุรุษในความฝันก็ยังเห็นหน้าไม่ชัดเจน ความกังวลในใจทำให้จวินหรั่นหนิงไม่อาจสงบลงได้ เมื่อดูบัญชีไม่รู้เรื่องสาวใช้จึงชวนนางตามบิดาไปไหว้พระที่อารามไห่หวงนอกเมืองหลวง

จวินหลิวได้สนทนาธรรมกับไต้ซือหยวนไห่ก็จิตใจสงบลงมาก ดังนั้นสองสามวันจึงมักจะมาที่อารามนอกเมืองแห่งนี้เสมอ ชายวัยกลางคนที่ต้องแสร้งป่วย เคยต้องดูแลกิจการไม่เคยว่างเว้น บัดนี้บุตรสาวบุตรชายล้วนเก่งกาจสามารถพึ่งพา แน่นอนเขาที่มองว่าตัวเองนั้นไร้ประโยชน์ย่อมคิดมาก ทว่าเมื่อหันหน้าเข้าสู่ทางธรรม ได้สนทนากับไต้ซือที่สามารถชี้แนะให้จิตใจสงบ ในที่สุดเขาก็สามารถปรับตัวเข้ากับเมืองหลวงได้

จวินหรั่นหนิงมาถึงอารามก็พบว่าบิดากลับจวนไปแล้ว นางเข้าไปไหว้พระจากนั้นก็กลับออกมาด้วยจิตใจที่สงบลง ตอนนั่งรถม้าลงเขาสายตาก็มองเห็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ดูคล้ายเป็นหมู่บ้านของชาวประมง

“ข้าไม่เคยสังเกตว่าที่นั่นมีหมู่บ้าน”

“อาจเพราะต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นโค่นลงเจ้าค่ะเราจึงมองไม่เห็น”

หลายวันมานี้ฝนตกทำให้ดินทรุดตัว ต้นไม้ใหญ่บนเขาโค่นลงเป็นแนวหลายต้น ทิวทัศน์ที่สามารถมองทะลุออกไปทำให้สามารถมองได้ไกลขึ้น “วันหน้าเราไปตั้งโรงทานแจกของในหมู่บ้านนั้นกันเถิด”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

แม้ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยเช่นตระกูลคหบดี แต่เงินทองที่บิดาสั่งสมก็มีไม่น้อย เพื่อให้ตัวเองสบายใจหลังเปลี่ยนชะตาเลวร้ายของคนตระกูลจวิน แต่ชะตาเลวร้ายนั้นกลับตกไปเป็นของตระกูลอื่น ในใจของนางย่อมรู้สึกผิดเป็นธรรมดา

ดังนั้นจวินหรั่นหนิงจึงได้แต่ออกไปแจกข้าวของด้วยการเปิดโรงทาน แม้ไม่อาจทดแทนแต่ก็ช่วยบรรเทาความทุกข์จากความรู้สึกผิดได้บ้าง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 10.3 จบ

    หากเป็นบุรุษอื่นถามคงโดนด่ากลับมาแล้ว แต่จวินเซียวถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ดังนั้นสตรีวัยกลางคนดังกล่าวจึงไม่รู้สึกว่าโดนเขาตอกหน้านางยังกล่าวต่อ “สตรีดีๆ ของเมืองอู่ซวงมีมากมาย ข้าเห็นแก่นายท่านจวินจึงอยากช่วย คุณหนูตระกูลเสิ่นงดงามอ่อนหวาน ปีนี้อายุครบสิบหกยังไม่มีคู่หมาย...”“ท่านป้าขอรับ” จวินเซียวกล่าวตัดบท “คนเรามีหน้าที่เป็นของตัวเอง ความต้องการของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป สตรีงดงามกิริยาอ่อนหวาน พวกนางย่อมเป็นที่ปรารถนาของบุรุษที่ต้องการคนปรนนิบัติ ข้าเป็นหมอมีหน้าที่รักษาคนเจ็บป่วย ข้าเจ็บป่วยก็สามารถจ่ายยาเคี่ยวยาให้ตัวเอง ข้ากับน้องสาวเป็นคนเลือกกิน ดังนั้นข้าจึงหัดเข้าครัวตั้งแต่อายุครบเจ็ดขวบปี ข้าเย็บแผลได้ฝีเข็มนั้นปรานีตยิ่งกว่าสตรีปักผ้า ดังนั้นที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นท่านบอกข้าที เหตุใดข้างกายข้าจึงจำเป็นต้องมีสตรีที่สามารถทำทุกอย่างที่ข้าสามารถทำได้แล้ว”ท่านป้าผู้นั้นตะลึงจนลืมคำพูดของตัวเอง นางอึกอักอยู่นานมากกระทั่งชี้มือไปยังหลานซี “แล้วนางเล่า นางมีสิ่งใดที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าท่านไม่สามารถทำได้เช่นนาง มีสิ่งใดที่นางทำได้แต่สตรีอื่นทำไม่ได้”“สังหารผู้อื่นเพื่อปกป้อง

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 10.2

    “มะ...แม่นางหลานซี”“ใช่ข้าเอง”นางไม่รู้ตัวเลยว่าในห้องยังมีผู้อื่นอีก... ความมืดและจิตใจที่ว้าวุ่นตื่นเต้นกับสิ่งที่คิดจะทำ ทำให้อิงเอ๋อร์ไม่ได้มองไปรอบๆ ด้วยมั่นใจว่าหลานซีนอนหลับอยู่ในห้องอีกห้องไม่ไกลกันนัก นาง...วางยานอนหลับทุกคนแล้วนี่!!แสงไฟสว่างจ้าขึ้น หลานซีจุดไฟและนั่งกอดอกจ้องมองสาวใช้ที่กึ่งเปลือยท่อนบน “สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือ...คนที่ยุ่งกับของของข้า ...คนของข้า”อิงเอ๋อร์หน้าซีดขาวเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบของอีกฝ่าย ตอนที่หลานซีลุกขึ้นนางถึงกับขาอ่อนยวบนั่งลงกับพื้นหน้าเตียงหลานซีเดินผ่านอีกฝ่ายไปจากนั้นนั่งลงข้างเตียง จัดผ้าห่มให้ให้ชายหนุ่มที่นอนหลับสนิทบนเตียง เสียงกรนเบาๆ ของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัน“เจ้าทึ่ม โดนวางยานอนหลับยังไม่รู้ตัวอีก เป็นหมอประสาอะไร” นางมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง ทว่าตอนที่หันกลับมามองอิงเอ๋อร์ สายตาของนางเปลี่ยนไปเป็นเย็นเยียบ“บิดาของเจ้าแก่มากแล้ว ทว่าเจ้าไม่เหมือนกัน ในเมื่อจิตใจไม่บริสุทธิ์ ก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของคนตระกูลจวิน ให้เวลาเจ้าปีหนึ่ง...แต่งงานแล้วย้ายออกไปเสีย บิดาของเจ้ารั้งอยู่ที่นี่ได้”“เจ้าถือสิทธิ์อ

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 10.1

    ตอนพิเศษหลานซีนางไม่เคยชอบการนั่งรถม้าเพราะรำคาญความยุ่งยากและมองว่ามันล่าช้า ทว่าตอนนี้กลับยืนมองจวินเซียวขนข้าวของขึ้นรถม้า ของจำเป็นทั้งของนางและของเขาเอง ทั้งสมุนไพรต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมายที่หมอผู้หนึ่งต้องใช้นางกำลังจะกลับเล่อซาน กลับไปไหว้หลุมศพของอาจารย์ บอกกล่าวว่าศิษย์น้องของนางเหลียนฮวาได้สิ้นใจไปแล้ว ทว่าอยู่ๆ ทุกคนก็บอกให้นางพาบุรุษอ่อนแอปวกเปียกผู้นี้ไปด้วยคราแรกนางอยากเดินทางเพียงลำพัง ใช้เวลาสั้นๆ ขี่ม้าไปกลับก็ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ทว่านางไม่ได้บอกผู้ใดถึงเรื่องนี้ นั่นทำให้ทุกคนหวาดระแวงว่านางจะไม่กลับมาที่เมืองหลวงอีก โดยเฉพาะเขา...จวินเซียวบุรุษผู้นี้ให้อย่างไรก็ดูไม่เลว แม้จะอ่อนแอปวกเปียกไม่สามารถดูแลตัวเองได้ แต่เรื่องนิสัยใจคอแล้วนางพออกพอใจ เขาเป็นหมอและยังจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่น ทว่านางมองว่าเขากับนางไม่เหมาะสมกันนางเป็นชาวยุทธ์ ส่วนเขาเป็นหมอที่ผู้คนนับถือรักใคร่ เขามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไม่เคยออกไปตกระกำลำบาก ต่างกับนางที่นอนกลางดินกินกลางทรายได้โดยไม่กลัวความลำบากนางเคยพักค้างแรมในป่าโดยไม่มีผ้าห่ม ไม่มีอาหาร อาศัยดื่มน้ำจากลำธารและทะเลสาบ ม้าตัวเดี

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 9.5

    “เฮ้อน่าเสียดาย พวกเขานับเป็นคู่สวรรค์สรรค์สร้าง ทว่าเหตุใดจึงดูยากจนนัก ชีวิตลำบากลำบนที่ต้องเดินทางร่อนเร่เช่นนี้ ทำให้ความงดงามของชีวิตคู่ดูเป็นเรื่องน่าเศร้าไปเสียสิ้น”“ก็คงไม่เสมอไปหรอก ท่านเห็นสีหน้าและแววตาของผู้เป็นฮูหยินหรือไม่ นางมิใช่ดูมีความสุขมากหรอกหรือ”“นั่นน่ะสิ สามีที่ดีต่อนาง เอาอกเอาใจเช่นนี้ นั่นมิใช่เพียงพอต่อสตรีนางหนึ่งแล้วหรือ ยังดีว่าร่ำรวยแล้วสามีแต่งอนุคนแล้วคนเล่า”“ข้าเห็นด้วย มีบุรุษที่รักมั่นคงไม่เอาแต่ก่อปัญหา นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ”เสียงของชาวบ้านในละแวกนั้นไม่ได้ดังไปถึงเจ้าตัว เพราะรถม้าสองคันนั้นได้วิ่งจากไปไกลแล้ว...กลับถึงเมืองหลวงจวินหรั่นหนิงก็รู้สึกไม่ปกติ นางทั้งวิงเวียนและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด นี่ก็เจ็ดเดือนแล้วหลังจากที่นางแต่งเข้าจวนตระกูลฉู่ กลายเป็นฉู่ฮูหยินที่ทำให้สตรีทั่วทั้งเมืองหลวงอดที่จะอิจฉาริษยาไม่ได้ชีวิตคู่ทุกอย่างราบรื่น หลังแต่งงานทั้งสองเดินทางไปต่างเมืองและกลับมาพร้อมกับข่าวดีที่สุด นาง...ตั้งครรภ์แล้ว!ฉู่เฟิงเยี่ยนนั่งกุมมือนางอยู่ข้างเตียง สีหน้าของเขาทั้งดีใจและเป็นกังวล บิดาของนางรีบออกไปเข

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 9.4

    มองไปยังบุตรชายที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างๆ หลานซี ตอนออกเดินทางทั้งสองคนแอบไปไหว้ฟ้าดินกันหน้าหลุมศพของอาจารย์ หลานซีเป็นชาวยุทธ์จึงไม่ค่อยถือสาเรื่องพิธีการ แต่จวินเซียวก็รับปากว่าจะจัดงานเล็กๆ ตอนที่พวกเขากลับมายังเมืองหลวงตอนนี้พวกเขากลับมาแล้ว และจวินหรั่นหนิงก็ออกเรือนไปแล้วเช่นกัน ถึงเวลาแล้วที่เขาจะรับสะใภ้เข้าจวน แม้ว่าจะรู้ดีว่าหลานซีไม่มีทางรั้งอยู่ที่นี่ เป็นสะใภ้เช่นสตรีอื่นทำกันทว่า...เขาพอใจสะใภ้คนนี้มากบุตรชายเป็นหมอออกไปรักษาคนตามเมืองต่างๆ ไม่อาจรั้งอยู่ที่เมืองหลวง สะใภ้คนนี้สามารถปกป้องดูแลความปลอดภัยให้สามี ทั้งรอบคอบระแวดระวังละเอียดลออไปทุกย่างก้าว ชีวิตบิดาเช่นเขาจะหวังอะไรไปมากกว่าได้เห็นลูกๆ ปลอดภัยและมีความสุขจวินหรั่นหนิงขยับตัวลุกจากเตียงนอน นางมองไปรอบๆ ห้องขนาดเล็กที่มีม่านหน้าเตียงสีขาวไร้ลายปัก ข้างๆ กายไร้เงาของสามี ไออุ่นของเขาเองก็ไม่เหลือแล้ว เห็นชัดว่าเขาลุกไปนานมากกลิ่นหอมลอยมาจากในครัวพร้อมกับเสียงกระทบของกระทะและตะหลิว เสียงพึมพำสนทนากันด้านนอกของเสียงเอ๋อร์ สือซาน รวมไปถึงฉู่เฟิงเยี่ยนนางลุกขึ้นนั่งและมองออกไปนอกหน้าต่างที่ถูกแง้มเอาไว้ ...ที่น

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 9.3

    เช้าวันนั้นนางนั่งรถม้าไปยังร้านหมอ พอไปถึงก็พบว่าฉู่เฟิงเยี่ยนยืนรอนางอยู่ก่อนแล้ว ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่เขามาส่งน้องสาวและน้องชายที่ร้านหมอ จากนั้นก็รอพบนาง สนทนากับนางสักครู่ แล้วเขาค่อยออกไปยังร้านแลกเงินตระกูลฉู่ชายหนุ่มเดินมาใกล้รถม้า ยื่นมือออกมารอรับเพื่อช่วย ประคองนางลงจากรถม้า จวินหรั่นหนิงยิ้มให้เขาส่งมือให้เขาแล้วกุมมือเขาแน่น“วันนี้ดูเจ้าอารมณ์ดียิ่ง”“ใช่แล้วข้าอารมณ์ดียิ่ง”“เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด”“ความลับ” นางไม่คิดจะบอกเพราะอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เก็บเอาไว้ให้เขาประหลาดใจในยามที่มันเกิดขึ้นจริง เช่นนี้จึงจะสวยงามและตราตรึงที่สุดบางครั้งการรอคอยความสุขก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ว่าจะมองเห็นหรือมองไม่เห็นอนาคต ถึงตอนนี้นางก็พร้อมจะเผชิญทุกๆ อย่างไปกับฉู่เฟิงเยี่ยน เพราะตั้งแต่วันนั้นที่นางเลือกที่จะช่วยชีวิตเขาเอาไว้ มันก็คล้ายกับว่านางได้เลือกเขาไปแล้ว ไม่มีบุรุษอื่น ไม่มองผู้ใด คล้ายชีวิตนี้ถูกลิขิตให้มาพานพบ ชะตาชักนำ บุพเพนำพาหรือบางทีเหตุผลที่สวรรค์ให้นางมองเห็นเงาฝันแห่งอนาคต ก็เพราะอยากให้นางช่วยเหลือเขา ช่วยเหลือใครหลายๆ คนที

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 7.3

    “ขอเพียงมีเนื้อข้าล้วนชอบ ไม่ว่าจะเนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อกวาง เนื้อกระต่าย นกข้าก็เคยกินนะ ข้าไม่เลือกกิน ชอบรสจัดหน่อย เผ็ดๆ หวานนิดๆ เปรี้ยวหวานเผ็ดอะไรประมาณนั้น”จวินเซียวเคยบอกเขาว่าตัวเองกับน้องสาวเลือกกิน ที่นางบอกไม่เลือกกินตอนนี้คงหมายถึง หากเป็นบิดาและพี่ชายเป็นเข้าครัวน

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 7.2

    จวินหรั่นหนิงเป็นคนที่ตกน้ำ เป็นคนที่แช่ในน้ำทั้งตัว เป็นคนที่ใครๆ ต่างก็ประคบประหงม ทว่า...คนที่ล้มป่วยเพราะไข้หวัดกลับเป็น...ฉู่เฟิงเยี่ยน!!เจียงซานมองคนที่นอนซมอยู่บนเตียง จมูกของชายหนุ่มขึ้นสีแดงเรื่อ สูดจมูกไม่หยุดแถมตัวร้อนผ่าว ถึงอย่างนั้นก็ไม่นับว่าเขาอ่อนแอเกินไป ยังมีสติสนทนากับเขาได้ปกต

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 6.5

    จวินเซียวพูดจบก็ช่วยอาเสวี่ยกระชับสาบเสื้อ “อาเสวี่ยไม่มีเสื้อคลุมที่เจ้าชอบหรือ เหตุใดไม่เลือกกลับไปสักตัว เสื้อบุนวมก็อบอุ่นอยู่หรอก แต่ช่วงนี้อากาศหนาวนัก”“ข้าไม่เป็นไรขอรับพี่เซียว เกะกะเปล่าๆ เสื้อที่พี่หรั่นเอ๋อร์เย็บให้ก็พอแล้ว ข้าไม่หนาว”จวินเซียวลูบศีรษะของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อาเสวี่ยของ

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 6.4

    อิ่นเซ่อถอนหายใจ “บิดามารดาสิ้นใจเพราะแผนร้ายของอิ่นเกอ ให้อย่างไรเขาก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย เสียดายเขาไม่สนใจจะเข้ารับราชการหาไม่ข้าคงสนับสนุนเต็มที่ ที่สำคัญข้ารู้ว่าคนเช่นเขายากที่จะควบคุม เขามีความคิดเป็นของตัวเองยากนักจะชักจูงให้เป็นไปอย่างที่ผู้อื่นปรารถนา เอาเป็นว่าตอนนี้เขาช่วยเราเราก็ช่วยเข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status