LOGIN...รออะไรน่ะหรือ??
…รอความตายของนายอำเภอหนานเฉาอย่างไรเล่า!!!
ในความฝันบอกเหตุครานั้น นายอำเภอคนเก่าจะสิ้นใจด้วยโรคเก่า ทางการจะส่งนายอำเภอคนใหม่มาประจำการ ซึ่ง นายอำเภอคนใหม่นี้ก็คือสาเหตุการล่มสลายอันน่าอนาจของคนตระกูลจวิน!!
ระหว่างรอนางให้บิดาแอบใช้เงินซื้อจวนหลังหนึ่งเอาไว้ในเมืองอู่ซวงไม่ไกลจากหนานเฉานัก จากนั้นก็ค่อยๆทยอยซื้อจวนหลังเล็กๆ เอาไว้ในเมืองต่างๆ ให้บิดาลอบใช้เงินที่มีซื้อทองหลอมเป็นแท่ง จากนั้นแอบเอาไปฝังเอาไว้ใต้พื้นกระเบื้องของจวนหลังที่ซื้อเอาไว้ในเมืองต่างๆ พร้อมๆ กันนั้นก็ให้คนไปหาซื้อสมุนไพรหายาก กระจายข่าวไปว่าตระกูลจวินหมดเงินไปกับสมุนไพรนั้นไม่น้อย
เรื่องของเรื่องก็คือ...กิจการท่าเรือตระกูลจวินจะถูกนายอำเภอคนใหม่หมายตา เขาวางแผนใส่ร้ายจวินหลิวบิดาของหญิงสาว หาว่าท่าเรือตระกูลจวินมีการลักลอบค้าเกลือเถื่อน โทษนั้นหนักหนาถึงขั้นประหารชีวิตทั้งตระกูล!!!
โชคยังดีที่แม้จวินเซียวพี่ชายของนางไม่เชื่อเสียทีเดียว แต่พอนายอำเภอคนเก่าสิ้นใจไปจริงๆ เขาก็ยอมให้บิดาถ่ายโอนยักย้ายทรัพย์สินที่มี จากนั้นก็ส่งคนตระกูลจวินสายรองให้แยกย้ายกันออกจากเมืองหนานเฉา ท้ายที่สุดก็ประกาศว่าบิดาป่วยหนักต้องการขายท่าเรือตระกูลจวิน
หญิงสาวให้บิดาแกล้งป่วย จากนั้นก็ขายกิจการท่าเรือตระกูลจวิน ย้ายออกมาจากเมืองหนานเฉา แอบไปปักหลักที่เมืองอู่ซวง
ทุกอย่างเกิดขึ้นก่อนที่นายอำเภอคนใหม่จะเข้ามารับตำแหน่ง ดังนั้นหกเดือนต่อมาตอนข่าวถูกส่งออกมาว่าเจ้าของคนใหม่ของท่าเรือเมืองหนานเฉาถูกประหาร จวินเซียวจึงเชื่อในสิ่งที่หญิงสาวพูดอย่างสนิทใจ
ที่เมืองอู่ซวงพวกเขาอยู่อย่างเรียบง่าย บิดาแสร้งล้มป่วย ไม่ออกไปไหน ไม่ไปมาหาสู่กับผู้ใด ไม่พยายามทำตัวโดดเด่น ปักหลักรอ...
รออะไรน่ะหรือ??
จวินหรั่นหนิงในชุดสีเขียวมรกตก้าวเข้าไปยังร้านหมอและสมุนไพรตระกูลจวินที่มีพี่ชายกำลังคุมบ่าวไพร่ตากสมุนไพรบางส่วน ชายชราผู้หนึ่งกำลังคัดลอกตำราอยู่เงียบๆ ภายใต้เพิงที่มีสายลมเย็นสบายพัดผ่าน เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว
“หรั่นเอ๋อร์มาแล้ว??”
นางยอบกายให้ชายชรา “อาจารย์”
“หรั่นเอ๋อร์เหตุใดมาแต่เช้า” จวินเซียวเองก็หันมามองนาง เขาเดินเข้ามาจากนั้นก็ให้คนนำชาเข้ามา
“ตำราแพทย์เล่มใหม่หรือเจ้าคะ” นางยิ้มมองตำราที่ชายชรากำลังเขียน เขาก็คือ...เจียงซาน หรือฐานะที่แท้จริงก็คือหมอเทวดาเจี่ยงลั่ว
ปีนั้นที่ตระกูลจวินรั้งอยู่ที่เมืองอู่ซวงแท้ที่จริงก็เพื่อรอเขา จวินหรั่นหนิงให้บิดาช่วยชีวิตหมอเทวดาผู้นี้เอาไว้ หลังอีกฝ่ายเสียฮูหยินไปเพราะถูกคู่แค้นสังหาร เกลี้ยกล่อมให้เขายอมถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์ทั้งหมดให้คนรุ่นหลัง กระทั่งยอมย้ายตามคนตระกูลจวินมายังเมืองหยวนเฉิง เมืองหลวงแคว้นจ้าว
ลู่ทางการเปิดร้านหมอนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ใช้เวลาสามปีจากเมืองอู่ซวงขยับขยายมายังเมืองหลวง จากนั้นตระกูลจวินก็เปิดร้านหมอและร้านสมุนไพรอย่างเป็นทางการ
ล่วงเข้าปีที่สี่ซึ่งก็คือปีนี้จวินหรั่นหนิงอายุครบสิบเอ็ดขวบปี นางร่ำเรียนจากท่านหมอเทวดา ทั้งยังสามารถช่วยงานบัญชีในร้านค้า กระทั่งจวินเซียวเองก็เฝ้าถามนางมาตลอด นางทำอย่างไรจึงสามารถคำนวณได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
แม้จะบอกว่าบิดาสอน แต่การคำนวณของนางนั้นแตกต่างและไม่เหมือนผู้ใดในแคว้น เมื่อถามแล้วไม่ได้คำตอบ จวินเซียวก็ได้แต่ถอดใจไม่ถามอีก กระทั่งปล่อยทุกอย่างให้กลายเป็นปริศนาเช่นทุกวันนี้
“เป็นอะไรไปหรือเหตุใดสีหน้าไม่ใคร่จะดีเลย” แน่นอนพี่ชายของนางสังเกตุเห็นถึงความผิดปกติ
“พี่ใหญ่ อาจารย์ ข้า...ฝัน”
ทั้งสองเลิกคิ้วมองไปรอบๆ จวินเซียวโบกมือไล่สาวใช้และบ่าวไพร่รอบๆ ให้ถอยออกไป เขารอจนทุกอย่างเงียบสงบ “ครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น”
“พี่ใหญ่ท่านมีสตรีที่พึงใจหรือไม่”
เขาเลิกคิ้วมองนาง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร ปีนี้ข้าเพิ่งสิบแปดเองนะ สตรีที่พึงใจอะไรกัน!”
“ข้าฝันเห็นท่านสวมชุดเจ้าบ่าว ฝันเห็นสตรีที่ท่านจะแต่งเป็นฮูหยิน ทว่า...” นางเล่าสิ่งที่จนพอจะจดจำได้ในความฝัน มั่นใจว่านั่นเป็นงานแต่งงานของจวินเซียว ทว่าบุรุษที่สังหารเขานั้นก็แต่งกายเช่นเจ้าบ่าว นางทั้งลังเลแต่ก็หวาดหวั่นมากกว่า
หากเป็นบุรุษอื่นถามคงโดนด่ากลับมาแล้ว แต่จวินเซียวถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ดังนั้นสตรีวัยกลางคนดังกล่าวจึงไม่รู้สึกว่าโดนเขาตอกหน้านางยังกล่าวต่อ “สตรีดีๆ ของเมืองอู่ซวงมีมากมาย ข้าเห็นแก่นายท่านจวินจึงอยากช่วย คุณหนูตระกูลเสิ่นงดงามอ่อนหวาน ปีนี้อายุครบสิบหกยังไม่มีคู่หมาย...”“ท่านป้าขอรับ” จวินเซียวกล่าวตัดบท “คนเรามีหน้าที่เป็นของตัวเอง ความต้องการของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป สตรีงดงามกิริยาอ่อนหวาน พวกนางย่อมเป็นที่ปรารถนาของบุรุษที่ต้องการคนปรนนิบัติ ข้าเป็นหมอมีหน้าที่รักษาคนเจ็บป่วย ข้าเจ็บป่วยก็สามารถจ่ายยาเคี่ยวยาให้ตัวเอง ข้ากับน้องสาวเป็นคนเลือกกิน ดังนั้นข้าจึงหัดเข้าครัวตั้งแต่อายุครบเจ็ดขวบปี ข้าเย็บแผลได้ฝีเข็มนั้นปรานีตยิ่งกว่าสตรีปักผ้า ดังนั้นที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นท่านบอกข้าที เหตุใดข้างกายข้าจึงจำเป็นต้องมีสตรีที่สามารถทำทุกอย่างที่ข้าสามารถทำได้แล้ว”ท่านป้าผู้นั้นตะลึงจนลืมคำพูดของตัวเอง นางอึกอักอยู่นานมากกระทั่งชี้มือไปยังหลานซี “แล้วนางเล่า นางมีสิ่งใดที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าท่านไม่สามารถทำได้เช่นนาง มีสิ่งใดที่นางทำได้แต่สตรีอื่นทำไม่ได้”“สังหารผู้อื่นเพื่อปกป้อง
“มะ...แม่นางหลานซี”“ใช่ข้าเอง”นางไม่รู้ตัวเลยว่าในห้องยังมีผู้อื่นอีก... ความมืดและจิตใจที่ว้าวุ่นตื่นเต้นกับสิ่งที่คิดจะทำ ทำให้อิงเอ๋อร์ไม่ได้มองไปรอบๆ ด้วยมั่นใจว่าหลานซีนอนหลับอยู่ในห้องอีกห้องไม่ไกลกันนัก นาง...วางยานอนหลับทุกคนแล้วนี่!!แสงไฟสว่างจ้าขึ้น หลานซีจุดไฟและนั่งกอดอกจ้องมองสาวใช้ที่กึ่งเปลือยท่อนบน “สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือ...คนที่ยุ่งกับของของข้า ...คนของข้า”อิงเอ๋อร์หน้าซีดขาวเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบของอีกฝ่าย ตอนที่หลานซีลุกขึ้นนางถึงกับขาอ่อนยวบนั่งลงกับพื้นหน้าเตียงหลานซีเดินผ่านอีกฝ่ายไปจากนั้นนั่งลงข้างเตียง จัดผ้าห่มให้ให้ชายหนุ่มที่นอนหลับสนิทบนเตียง เสียงกรนเบาๆ ของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัน“เจ้าทึ่ม โดนวางยานอนหลับยังไม่รู้ตัวอีก เป็นหมอประสาอะไร” นางมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง ทว่าตอนที่หันกลับมามองอิงเอ๋อร์ สายตาของนางเปลี่ยนไปเป็นเย็นเยียบ“บิดาของเจ้าแก่มากแล้ว ทว่าเจ้าไม่เหมือนกัน ในเมื่อจิตใจไม่บริสุทธิ์ ก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของคนตระกูลจวิน ให้เวลาเจ้าปีหนึ่ง...แต่งงานแล้วย้ายออกไปเสีย บิดาของเจ้ารั้งอยู่ที่นี่ได้”“เจ้าถือสิทธิ์อ
ตอนพิเศษหลานซีนางไม่เคยชอบการนั่งรถม้าเพราะรำคาญความยุ่งยากและมองว่ามันล่าช้า ทว่าตอนนี้กลับยืนมองจวินเซียวขนข้าวของขึ้นรถม้า ของจำเป็นทั้งของนางและของเขาเอง ทั้งสมุนไพรต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมายที่หมอผู้หนึ่งต้องใช้นางกำลังจะกลับเล่อซาน กลับไปไหว้หลุมศพของอาจารย์ บอกกล่าวว่าศิษย์น้องของนางเหลียนฮวาได้สิ้นใจไปแล้ว ทว่าอยู่ๆ ทุกคนก็บอกให้นางพาบุรุษอ่อนแอปวกเปียกผู้นี้ไปด้วยคราแรกนางอยากเดินทางเพียงลำพัง ใช้เวลาสั้นๆ ขี่ม้าไปกลับก็ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ทว่านางไม่ได้บอกผู้ใดถึงเรื่องนี้ นั่นทำให้ทุกคนหวาดระแวงว่านางจะไม่กลับมาที่เมืองหลวงอีก โดยเฉพาะเขา...จวินเซียวบุรุษผู้นี้ให้อย่างไรก็ดูไม่เลว แม้จะอ่อนแอปวกเปียกไม่สามารถดูแลตัวเองได้ แต่เรื่องนิสัยใจคอแล้วนางพออกพอใจ เขาเป็นหมอและยังจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่น ทว่านางมองว่าเขากับนางไม่เหมาะสมกันนางเป็นชาวยุทธ์ ส่วนเขาเป็นหมอที่ผู้คนนับถือรักใคร่ เขามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไม่เคยออกไปตกระกำลำบาก ต่างกับนางที่นอนกลางดินกินกลางทรายได้โดยไม่กลัวความลำบากนางเคยพักค้างแรมในป่าโดยไม่มีผ้าห่ม ไม่มีอาหาร อาศัยดื่มน้ำจากลำธารและทะเลสาบ ม้าตัวเดี
“เฮ้อน่าเสียดาย พวกเขานับเป็นคู่สวรรค์สรรค์สร้าง ทว่าเหตุใดจึงดูยากจนนัก ชีวิตลำบากลำบนที่ต้องเดินทางร่อนเร่เช่นนี้ ทำให้ความงดงามของชีวิตคู่ดูเป็นเรื่องน่าเศร้าไปเสียสิ้น”“ก็คงไม่เสมอไปหรอก ท่านเห็นสีหน้าและแววตาของผู้เป็นฮูหยินหรือไม่ นางมิใช่ดูมีความสุขมากหรอกหรือ”“นั่นน่ะสิ สามีที่ดีต่อนาง เอาอกเอาใจเช่นนี้ นั่นมิใช่เพียงพอต่อสตรีนางหนึ่งแล้วหรือ ยังดีว่าร่ำรวยแล้วสามีแต่งอนุคนแล้วคนเล่า”“ข้าเห็นด้วย มีบุรุษที่รักมั่นคงไม่เอาแต่ก่อปัญหา นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ”เสียงของชาวบ้านในละแวกนั้นไม่ได้ดังไปถึงเจ้าตัว เพราะรถม้าสองคันนั้นได้วิ่งจากไปไกลแล้ว...กลับถึงเมืองหลวงจวินหรั่นหนิงก็รู้สึกไม่ปกติ นางทั้งวิงเวียนและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด นี่ก็เจ็ดเดือนแล้วหลังจากที่นางแต่งเข้าจวนตระกูลฉู่ กลายเป็นฉู่ฮูหยินที่ทำให้สตรีทั่วทั้งเมืองหลวงอดที่จะอิจฉาริษยาไม่ได้ชีวิตคู่ทุกอย่างราบรื่น หลังแต่งงานทั้งสองเดินทางไปต่างเมืองและกลับมาพร้อมกับข่าวดีที่สุด นาง...ตั้งครรภ์แล้ว!ฉู่เฟิงเยี่ยนนั่งกุมมือนางอยู่ข้างเตียง สีหน้าของเขาทั้งดีใจและเป็นกังวล บิดาของนางรีบออกไปเข
มองไปยังบุตรชายที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างๆ หลานซี ตอนออกเดินทางทั้งสองคนแอบไปไหว้ฟ้าดินกันหน้าหลุมศพของอาจารย์ หลานซีเป็นชาวยุทธ์จึงไม่ค่อยถือสาเรื่องพิธีการ แต่จวินเซียวก็รับปากว่าจะจัดงานเล็กๆ ตอนที่พวกเขากลับมายังเมืองหลวงตอนนี้พวกเขากลับมาแล้ว และจวินหรั่นหนิงก็ออกเรือนไปแล้วเช่นกัน ถึงเวลาแล้วที่เขาจะรับสะใภ้เข้าจวน แม้ว่าจะรู้ดีว่าหลานซีไม่มีทางรั้งอยู่ที่นี่ เป็นสะใภ้เช่นสตรีอื่นทำกันทว่า...เขาพอใจสะใภ้คนนี้มากบุตรชายเป็นหมอออกไปรักษาคนตามเมืองต่างๆ ไม่อาจรั้งอยู่ที่เมืองหลวง สะใภ้คนนี้สามารถปกป้องดูแลความปลอดภัยให้สามี ทั้งรอบคอบระแวดระวังละเอียดลออไปทุกย่างก้าว ชีวิตบิดาเช่นเขาจะหวังอะไรไปมากกว่าได้เห็นลูกๆ ปลอดภัยและมีความสุขจวินหรั่นหนิงขยับตัวลุกจากเตียงนอน นางมองไปรอบๆ ห้องขนาดเล็กที่มีม่านหน้าเตียงสีขาวไร้ลายปัก ข้างๆ กายไร้เงาของสามี ไออุ่นของเขาเองก็ไม่เหลือแล้ว เห็นชัดว่าเขาลุกไปนานมากกลิ่นหอมลอยมาจากในครัวพร้อมกับเสียงกระทบของกระทะและตะหลิว เสียงพึมพำสนทนากันด้านนอกของเสียงเอ๋อร์ สือซาน รวมไปถึงฉู่เฟิงเยี่ยนนางลุกขึ้นนั่งและมองออกไปนอกหน้าต่างที่ถูกแง้มเอาไว้ ...ที่น
เช้าวันนั้นนางนั่งรถม้าไปยังร้านหมอ พอไปถึงก็พบว่าฉู่เฟิงเยี่ยนยืนรอนางอยู่ก่อนแล้ว ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่เขามาส่งน้องสาวและน้องชายที่ร้านหมอ จากนั้นก็รอพบนาง สนทนากับนางสักครู่ แล้วเขาค่อยออกไปยังร้านแลกเงินตระกูลฉู่ชายหนุ่มเดินมาใกล้รถม้า ยื่นมือออกมารอรับเพื่อช่วย ประคองนางลงจากรถม้า จวินหรั่นหนิงยิ้มให้เขาส่งมือให้เขาแล้วกุมมือเขาแน่น“วันนี้ดูเจ้าอารมณ์ดียิ่ง”“ใช่แล้วข้าอารมณ์ดียิ่ง”“เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด”“ความลับ” นางไม่คิดจะบอกเพราะอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เก็บเอาไว้ให้เขาประหลาดใจในยามที่มันเกิดขึ้นจริง เช่นนี้จึงจะสวยงามและตราตรึงที่สุดบางครั้งการรอคอยความสุขก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ว่าจะมองเห็นหรือมองไม่เห็นอนาคต ถึงตอนนี้นางก็พร้อมจะเผชิญทุกๆ อย่างไปกับฉู่เฟิงเยี่ยน เพราะตั้งแต่วันนั้นที่นางเลือกที่จะช่วยชีวิตเขาเอาไว้ มันก็คล้ายกับว่านางได้เลือกเขาไปแล้ว ไม่มีบุรุษอื่น ไม่มองผู้ใด คล้ายชีวิตนี้ถูกลิขิตให้มาพานพบ ชะตาชักนำ บุพเพนำพาหรือบางทีเหตุผลที่สวรรค์ให้นางมองเห็นเงาฝันแห่งอนาคต ก็เพราะอยากให้นางช่วยเหลือเขา ช่วยเหลือใครหลายๆ คนที
ฉู่เฟิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรหลังกลับมาจากคุกหลวง เขาเพียงพาน้องสาวน้องชายไปไหว้หลุมศพบิดามารดา จุดจบเช่นนี้...ก็คงสาสมแล้วกับสิ่งที่อิ่นเกอได้กระทำกับคหบดีหลายๆ จวน เพราะบางครั้งการตายก็เท่ากับหมดทุกข์ การอยู่แบบไร้ค่าต่างหากที่จะเป็นการลงโทษอย่างแท้จริง อย่างที่เขาเรียกกันว่า...อยู่มิสู้ตายหญิงสาวถ
“คิดว่าข้าดื่มจนเมาและหลับไปแล้ว?” หลานซีมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเย็นชา “ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่ามายุ่งกับคนของข้า เจ้าทำอาจารย์สิ้นใจแต่อาจารย์สั่งเสียเอาไว้ว่าไม่ให้ข้าแก้แค้นให้เขา เรื่องนั้นข้ายังเสียใจจนถึงทุกวันนี้ แต่เหลียนฮวาหากข้าสังหารเจ้าเพราะเจ้าทำร้ายคนของข้า เช่นนี้ข้าก็ไม่ถือว่าผิดต่อคำสั
ฉู่เฟิงเยี่ยนอมยิ้ม “เติบโตแล้วย่อมต้องมีความรับผิดชอบ ข้าขอให้เจ้าสุขภาพแข็งแรง ชีวิตเต็มไปด้วยความสุข” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มองสบตาคมหนักแน่นมั่นคงของฉู่เฟิงเยี่ยนด้านหลังมีเสียงกระแอม จวินเซียวผลักฉู่เฟิงเยี่ยนไปอีกด้าน เขามอบถุงใบหนึ่งให้ในนั้นมีขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็ก กลิ่นสมุนไพรหอมเย็น
เจียงซานก้มลงมองคนที่มีผื่นแดงเต็มตัว ผิวกายของฉู่เฟิงเยี่ยนไม่มีจุดใดที่ไม่มีรอยแดงเป็นจุดๆ ตาบวม หน้าบวม แม้แต่ปากยังบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขารีบจับชีพจรของชายหนุ่ม พบว่าเต้นช้ามากทั้งยังสับสน ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นสัญญาณของการมีชีวิต ผิวกายของชายหนุ่มร้อนผ่าว ทั้งที่มีไข้ตอนนี้ยังมีถูกวางยาปลุกก







