تسجيل الدخولนับตั้งแต่ช่วยชีวิตบุรุษปริศนาในวันนั้น จวินหรั่นหนิงก็ไม่ได้ฝันอีก ไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ อีกทั้งสตรีนางนั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวในเมืองหลวง ตามงานเลี้ยงที่นางติดตามผู้เป็นอาจารย์ออกไปไม่มีสตรีนางนั้น
เช่นกันกับบุรุษที่นางช่วยเอาไว้ นับจากวันที่นางทิ้งเขาเอาไว้ที่อารามไห่หวง หลังมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัยนางก็จากมา เขาพยายามรั้งนางอย่างอ่อนแรง ทั้งยังถามว่านางเป็นใคร
‘ข้าเป็นเพียงคนผ่านทางที่ไม่อยากเดือดร้อน ข้าช่วยท่านไว้และหวังว่าท่านจะเข้าใจและช่วยไม่ให้ข้าเดือดร้อนเช่นกัน’
นางพูดชัดเจนมากว่าไม่อยากเกี่ยวพันกับเขา หากเขาเป็นคนไม่ดีหรือถูกตามล่า นั่นย่อมไม่เกี่ยวกับนางทั้งสิ้น นางไม่ปรารถนาให้เขาตามหานาง แต่ก็ดีใจที่เขารู้สึกตัวขึ้นและรู้ว่านางเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ วันหน้าหากเกิดอะไรขึ้นนางหวังว่าเขาจะเห็นแก่ที่นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้...
ก่อนจากมาวันนั้นนางขอร้องไต้ซือหยวนไห่ ขอไม่ให้บอกว่านางเป็นใคร เขาอาจเข้าใจ...เพราะนับจากนั้นนางก็ไม่เคยเห็นเขาอีก ไม่มีข่าวคราว ไม่มีข่าวลือ ไม่มีภาพเหมือนของเขาบนประกาศจับของทางราชการ หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือเขาคล้ายกับ...ไม่มีตัวตน
บุรุษผู้หนึ่งถูกรุมทำร้าย ถูกไล่ล่าเอาชีวิต ทว่ากลับไม่มีผู้ใดรู้เห็น ไม่มีใครกล่าวถึง คนของทางการเองก็ไม่รู้เรื่อง นี่...หาใช่เรื่องดีไม่
“คุณหนูด้านนอกลือกันว่าตระกูลฉู่เกิดเรื่องเจ้าค่ะ”
“ตระกูลฉู่?” นางเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี “หมายถึง...ตระกูลที่เป็นเจ้าของร้านแลกเงิน??”
“เจ้าค่ะ ได้ยินมาว่านายท่านฉู่ ฉู่ฮูหยินกับคุณชายฉู่ถูกลอบสังหารระหว่างกลับเข้าเมืองหลวง นายท่านฉู่กับฮูหยินสิ้นใจในกองเพลิงเพราะโรงเตี๊ยมไฟไหม้ ส่วนคุณชายฉู่โชคดีรอดมาได้ เขาลอบไปแจ้งทางการ กระทั่งสืบพบว่าคนที่ลงมือก็คือหลันอี๋เหนียง อนุของนายท่านฉู่ นางเป็นญาติผู้น้องของฉู่ฮูหยินด้วยซ้ำ เหตุใดทำกันได้ลงคอ จิตใจโหดเหี้ยมเหลือเกิน”
หญิงสาวเลิกคิ้วมองสาวใช้ “รู้ละเอียดจริง เจ้าหายไปเกือบครึ่งชั่วยามคงมิใช่ไปฟังท่านป้าร้านบะหมี่ฝั่งตรงข้ามมาหรอกนะ”
สาวใช้ของนางหัวเราะด้วยท่าทีขัดเขิน “ข้าน้อยมิได้ตั้งใจจะแอบอู้งาน”
“ข้าก็ไม่ได้จะว่าอะไร แล้วต่อมาเล่าเกิดอะไรขึ้น” อยู่ๆ นางก็นึกถึงปิ่นปักผมในมือของบุรุษผู้นั้น ...ตายในกองเพลิง ปิ่นผีเสื้อที่ถูกดึงออกมาจากความร้อน แผลเป็นที่ข้อมือ
...คุณชายฉู่ ฉู่เฟิงเยี่ยน ร้านแลกเงินตระกูลฉู่ จวินหรั่นหนิงเคยได้ยินชื่อเสียงหากแต่ก็ไม่เคยพานพบ
“ต่อมายิ่งสืบก็ยิ่งพบว่าคนร้ายเป็นคนใกล้ตัว ตอนนี้หัวหน้าหน่วยตรวจสอบของศาลต้าหลี่[1]ส่งคนไปจับญาติผู้พี่กับบิดาของอนุหลันแล้วเจ้าค่ะ ข้ากลับเข้ามาก็พบว่าคุณชายกำลังออกไปพอดี”
“ไปที่ใด”
“จวนตระกูลฉู่เจ้าค่ะ เห็นว่าอาการบาดเจ็บของคุณชายฉู่นั้นเรื้อรังเพราะไม่ยอมรักษาตัวดีๆ เมื่อครู่มีคนมาหาบอกว่าท่านเจ้าเมืองขอร้องให้คุณชายไปดูอาการให้เขา”
หญิงสาวเม้มปากขมวดคิ้ว
“อะไรหรือเจ้าคะคุณหนู”
ยังไม่ทันได้พูดอะไรสาวใช้อีกคนก็วิ่งหน้าซีดเข้ามา จวินหรั่นหนิงถอนหายใจออกมาพร้อมส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม สาวใช้ของจวนตระกูลจวินมีเพียงสี่คน จี๋ เสียง ฟู่ กุ้ย นามนี้บิดาเป็นคนมอบให้ตอนพวกนางเข้าจวนมาใหม่ๆ
ตอนแยกย้ายกันออกมาจากเมืองหนานเฉา บิดาเห็นว่าสาวใช้ทั้งสี่อายุยังน้อยไม่มีที่ไป อีกทั้งยังผูกพันกับนางมาก ดังนั้นจึงเลือกพาทั้งสี่ติดตามมาด้วย หากคนหนึ่งติดตามนางออกมานอกจวน อีกสามคนก็ต้องรั้งอยู่เพื่อดูแลงานทั่วไปในจวน
จวนหลังเล็กไม่จำเป็นต้องมีคนมากมาย สาวใช้สี่คนกับบ่าวรับใช้สี่คนก็เพียงพอแล้ว ดูแลทั่วถึงอีกทั้งยังไว้ใจได้
วันนี้กุ้ยเอ๋อร์ติดตามนาง จี๋เอ๋อร์ก็ควรรั้งอยู่ แต่นี่จี๋เอ๋อร์วิ่งมาหานางที่ร้านหน้าตาตื่น เกรงว่าอีกฝ่ายคงได้ยินข่าวลือเช่นกัน วันนั้น...เป็นจี๋เอ๋อร์ที่ติดตามนางไปยังอารามนอกเมือง นอกจากจี๋เอ๋อร์ยังมีเสี่ยวฟางอีกคนที่ทำหน้าที่ขับรถม้า
“กุ้ยเอ๋อร์พี่ใหญ่ไม่อยู่ที่ร้าน เจ้าไปอยู่ดูแลอาจารย์ เผื่ออาจารย์มีสิ่งใดเรียกใช้”
“เจ้าค่ะ” กุ้ยเอ๋อร์มองจี๋เอ๋อร์แต่ก็ไม่กล้าถาม ไม่กล้าแสดงท่าทีใดๆ นางยอบกายแล้วหมุนตัวเดินออกไปทันที
จี๋เอ๋อร์หน้าซีดขาว “คุณหนูข้ากำชับพี่เสี่ยวฟางแล้วว่าเรื่องในวันนั้นห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด หากนายท่านหรือคุณชายไม่ถามก็ห้ามเอ่ยถึง”
“ดีแล้ว เจ้าเองก็ต้องระวังให้มาก แม้แต่กับเสียงเอ๋อร์ ฟู่เอ๋อร์ รวมไปถึงกุ้ยเอ๋อร์ก็ห้ามพลั้งเผลอ เรื่องนี้สำคัญต่อข้าสำคัญต่อคนตระกูลจวินมาก”
แม้กังวลเรื่องที่พี่ชายออกไปดูอาการบาดเจ็บของฉู่เฟิงเยี่ยน แต่นางมั่นใจว่าพี่ชายเป็นผู้ที่มีไหวพริบ เขาต้องมองออกทันทีว่าแผลเหล่านั้นเป็นนางที่ลงมือรักษา ฝีเข็ม ด้ายที่ใช้ รวมไปถึงวิธีดูแลแผลที่โดนกระบี่กรีดเป็นทาง หมอน้อยคนที่จะเลือกใช้วิธีเย็บถี่ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้หลงเหลือแผลเป็นน้อยที่สุด
[1] หน่วยงานราชการของราชสำนัก เป็นหนึ่งในเก้าสำนักใหญ่แห่งราชสำนัก ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีอาญา หรือจะเรียกว่าศาลยุติธรรมก็ว่าได้
แม้กล่าวได้ว่าทั้งสองเป็นศิษย์ของหมอเทวดา แต่การใช้เข็มกับด้ายเย็บแผลก็ไม่แพร่หลาย เนื่องจากความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อนั้นมีมาก เป็นนางเองที่แอบหยิบยืมความรู้จากโลกอนาคตมาแนะนำผู้เป็นอาจารย์ ทันทีที่เห็นฝีเข็มพี่ชายของนางย่อมตระหนักว่าผู้ใดเคยช่วยฉู่เฟิงเยี่ยนเอาไว้“ข้าน้อยสาบานจะไม่พูดออกไปเด็ดขาดเจ้าค่ะ”จี๋เอ๋อร์ทำให้นางหลุดจากภวังค์ จวินหรั่นหนิงพยักหน้าจากนั้นก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ในเมื่อเจ้ามาแล้ว... เจ้าช่วยอะไรข้าสักอย่าง” แล้วนางก็แอบกระซิบกับจี๋เอ๋อร์ให้อีกฝ่ายแอบไปสืบเรื่องคนตระกูลฉู่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้นึกถึงท่านลุงใจดีผู้นั้น...ฉู่อวี้ นางอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้เนื่องจากตระกูลจวินต้องปิดบังความมั่งคั่ง ดังนั้นจึงแสร้งไปขอกู้เงินเปิดร้านจากร้านแลกเงินตระกูลฉู่ ครานั้นท่านลุงฉู่ยอมให้กู้เงินโดยไม่ได้คิดดอกเบี้ยตามปกติ ด้วยร้านหมอในเมืองหลวงนั้นมีเพียงไม่กี่ร้าน เพิ่มเข้ามาอีกสักแห่งก็สามารถช่วยชีวิตคนได้อีกคนหนึ่ง ท่านลุงฉู่กล่าวว่านับเป็นเรื่องดีนางยังไม่ปักปิ่นน้อยครั้งนักจะได้พบปะผู้คน ในยามมาช่วยงานในร้านก็มักขลุกอยู่หลังร้าน ทว่าก็เคยพบและได้คารวะท่านลุงฉู่หล
นับตั้งแต่ช่วยชีวิตบุรุษปริศนาในวันนั้น จวินหรั่นหนิงก็ไม่ได้ฝันอีก ไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ อีกทั้งสตรีนางนั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวในเมืองหลวง ตามงานเลี้ยงที่นางติดตามผู้เป็นอาจารย์ออกไปไม่มีสตรีนางนั้นเช่นกันกับบุรุษที่นางช่วยเอาไว้ นับจากวันที่นางทิ้งเขาเอาไว้ที่อารามไห่หวง หลังมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัยนางก็จากมา เขาพยายามรั้งนางอย่างอ่อนแรง ทั้งยังถามว่านางเป็นใคร‘ข้าเป็นเพียงคนผ่านทางที่ไม่อยากเดือดร้อน ข้าช่วยท่านไว้และหวังว่าท่านจะเข้าใจและช่วยไม่ให้ข้าเดือดร้อนเช่นกัน’นางพูดชัดเจนมากว่าไม่อยากเกี่ยวพันกับเขา หากเขาเป็นคนไม่ดีหรือถูกตามล่า นั่นย่อมไม่เกี่ยวกับนางทั้งสิ้น นางไม่ปรารถนาให้เขาตามหานาง แต่ก็ดีใจที่เขารู้สึกตัวขึ้นและรู้ว่านางเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ วันหน้าหากเกิดอะไรขึ้นนางหวังว่าเขาจะเห็นแก่ที่นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้...ก่อนจากมาวันนั้นนางขอร้องไต้ซือหยวนไห่ ขอไม่ให้บอกว่านางเป็นใคร เขาอาจเข้าใจ...เพราะนับจากนั้นนางก็ไม่เคยเห็นเขาอีก ไม่มีข่าวคราว ไม่มีข่าวลือ ไม่มีภาพเหมือนของเขาบนประกาศจับของทางราชการ หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือเขาคล้ายกับ...ไม่มีตัวตนบุรุษผู้หนึ่งถูกรุมท
รถม้าออกตัวไปได้ไม่ไกลคนขับรถม้าก็ส่งเสียงเรียกนาง “คุณหนูขอรับ มีคนบาดเจ็บนอนอยู่ข้างถนน”นางเลิกม่านรถม้าขึ้น “หยุดรถ”ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากประตูเมือง เป็นสามแยกที่ทางหนึ่งเป็นทางขึ้นเขาตรงไปยังอารามไห่หวง ส่วนอีกทางตรงไปยังเมืองอวี่เฉิงทางเหนือ มองไปรอบๆ ด้านล้วนเงียบงันทั้งยังไม่มีข่าวโจรปล้นชิง หญิงสาวลงจากรถม้าเพราะอย่างไรเสียนางก็เรียนหมอ การช่วยคนจึงถูกปลูกฝังมากับบทเรียนของท่านอาจารย์เจียงซานเด็กหนุ่มที่นอนอยู่อายุราวสิบหกสิบเจ็ด มากสุดเดาว่าคงไม่เกินสิบแปด เสื้อผ้าที่เขาสวมเป็นแพรพรรณเนียนลื่นราคาสูง ตามเนื้อตัวมีร่องรอยของการถูกทำร้าย เขาเสียเลือดมากจึงหมดสติ ดูแล้วคงหนีบางอย่างมาเพราะตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นเปรอะเปื้อน“คุณหนูเขาคงมิใช่คนร้าย??” สาวใช้ของนางเสียงเบาด้วยความกลัวจวินหรั่นหนิงนั่งลงจากนั้นคว้าแขนของเขาขึ้น เลิกแขนเสื้อเพื่อจับชีพจร... ดวงตาของนางเบิกกว้าง ‘ผีเสื้อ’ นั่นเป็นปิ่นเงินรูปผีเสื้อ!!!ปิ่นนั้นดูเหมือนถูกดึงออกมาจากความร้อน เมื่อมือคว้าของร้อนแน่นอนย่อมทิ้งรอยเผาไหม้ มือของเขา...ข้อมือที่ตัวปิ่นทาบลง ...แผลยังสดใหม่คล้ายผีเสื้อบุรุษชุดแดงผู้นั้นแท้
“ข้าไม่มีจริงๆ นะ ไม่มีจริงๆ ขอรับอาจารย์ วันๆ เอาแต่เข้าๆ ออกๆ ร้านกับออกไปรักษาคนไข้คนเจ็บ ข้าไหนเลยจะมีเวลาไปมาหาสู่สตรีจวนใด” จวินเซียวปฏิเสธแข็งขันนางเชื่อพี่ชายของตน จากท่าทีนางมั่นใจว่าเขาไม่ได้โกหก “แล้วนางเป็นใคร เขา...เป็นใคร” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยความหวาดหวั่น“บุญคุณ ความแค้น บางครั้งก็มิใช่ว่าเราจะตั้งใจ” เจียงซานขมวดคิ้ว “ในเมื่อเป็นฝันบอกเหตุเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าต้องหลบเลี่ยง ช่วงนี้ก็พยายามอย่าพาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับสตรีจวนใด จริงสิ...” เจียงซานเดินกลับไปที่ห้องพักจากนั้นเดินออกมาพร้อมเทียบเชิญ“คราแรกข้าคิดว่าคงไม่ไปเพราะไม่ชอบความครึกครื้นวุ่นวาย ถือโอกาสนี้ข้าจะพาหรั่นเอ๋อร์ไปงานเลี้ยงในจวนของใต้เท้าซวี คิดว่าในงานเลี้ยงต้องมีคุณหนูจากจวนต่างๆ ได้รับเชิญเช่นกัน หรั่นเอ๋อร์เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าสตรีนางนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร หากเรารู้ว่านางเป็นสตรีจากจวนใดย่อมหลีกเลี่ยงง่ายกว่า”จวินเซียวเลิกคิ้ว “ท่านอาจารย์ช่างปราดเปรื่อง!!”ในงานเลี้ยง...ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปทางใดนางก็หาสตรีนางนั้นไม่พบ จวินหรั่นหนิงที่ปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ของเจียงซานขอตัวไปสุขา ในสวนนางบังเ
...รออะไรน่ะหรือ??…รอความตายของนายอำเภอหนานเฉาอย่างไรเล่า!!!ในความฝันบอกเหตุครานั้น นายอำเภอคนเก่าจะสิ้นใจด้วยโรคเก่า ทางการจะส่งนายอำเภอคนใหม่มาประจำการ ซึ่ง นายอำเภอคนใหม่นี้ก็คือสาเหตุการล่มสลายอันน่าอนาจของคนตระกูลจวิน!!ระหว่างรอนางให้บิดาแอบใช้เงินซื้อจวนหลังหนึ่งเอาไว้ในเมืองอู่ซวงไม่ไกลจากหนานเฉานัก จากนั้นก็ค่อยๆทยอยซื้อจวนหลังเล็กๆ เอาไว้ในเมืองต่างๆ ให้บิดาลอบใช้เงินที่มีซื้อทองหลอมเป็นแท่ง จากนั้นแอบเอาไปฝังเอาไว้ใต้พื้นกระเบื้องของจวนหลังที่ซื้อเอาไว้ในเมืองต่างๆ พร้อมๆ กันนั้นก็ให้คนไปหาซื้อสมุนไพรหายาก กระจายข่าวไปว่าตระกูลจวินหมดเงินไปกับสมุนไพรนั้นไม่น้อยเรื่องของเรื่องก็คือ...กิจการท่าเรือตระกูลจวินจะถูกนายอำเภอคนใหม่หมายตา เขาวางแผนใส่ร้ายจวินหลิวบิดาของหญิงสาว หาว่าท่าเรือตระกูลจวินมีการลักลอบค้าเกลือเถื่อน โทษนั้นหนักหนาถึงขั้นประหารชีวิตทั้งตระกูล!!!โชคยังดีที่แม้จวินเซียวพี่ชายของนางไม่เชื่อเสียทีเดียว แต่พอนายอำเภอคนเก่าสิ้นใจไปจริงๆ เขาก็ยอมให้บิดาถ่ายโอนยักย้ายทรัพย์สินที่มี จากนั้นก็ส่งคนตระกูลจวินสายรองให้แยกย้ายกันออกจากเมืองหนานเฉา ท้ายที่สุดก็ประกาศว
ม่านหมอกปกคลุมโดยรอบ มองเห็นไม่ชัดว่าที่นี่คือที่ใด ผิวกายหนาวเหน็บชวนสะท้าน เสียงกรีดร้องดังสลับเสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วบริเวณ กับพื้นกระเบื้องที่เปียกชุ่มไปด้วย...เลือดแดงฉานนางก้าวเท้าไปข้างหน้าด้วยหัวใจอันหวาดหวั่น หัวใจของนางสั่นไหวตื่นตระหนกระคนหวาดหวั่นบ่าวไพร่ สาวใช้ กระทั่งถัดไป...คนตระกูลจวินที่บัดนี้นอนจมกองเลือดแน่นิ่ง หมอกควันสั่นไหวเป็นระลอกคลื่น บุรุษชุดแดงคล้ายชุดเจ้าบ่าวก้าวเข้ามาหานางเงาร่างสูงใหญ่กำยำบดบังแสงจากเบื้องหลังที่สาดส่อง เงาสะท้อนของคนตรงหน้าส่งกลิ่นอายการฆ่าสังหาร กระบี่คมกริบถูกเขากุมแน่น เลือดบนร่างหลั่งรินลงไปที่มือของเขา…ไหลอาบย้อมลงไปยังคมกระบี่หรั่นหนิงมองไล่จากปลายกระบี่ขึ้นมาเรื่อยๆ เห็นข้อมือของเขาที่แขนเสื้อฉีกขาด แผลเป็นที่ข้อมือใหญ่มองคล้ายผีเสื้อที่กำลังโบยบิน หญิงสาวมองไม่เห็นใบหน้าของเขา เห็นเพียงเงามืดที่ทาบทับลงมาบนตัวนาง เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น...ใกล้ขึ้น‘หากจะโกรธก็จงโทษพี่ชายของเจ้า เป็นความผิดของเขา’ เสียงทุ้มกล่าวขึ้นด้วยความเย็นชากลิ่นคาวเลือดและความตายย่างกรายเข้ามาหานาง ด้านหลังของเขามีสตรีนางหนึ่ง







