共有

บทที่ 2.1

last update 公開日: 2026-02-24 15:54:45

นับตั้งแต่ช่วยชีวิตบุรุษปริศนาในวันนั้น จวินหรั่นหนิงก็ไม่ได้ฝันอีก ไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ อีกทั้งสตรีนางนั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวในเมืองหลวง ตามงานเลี้ยงที่นางติดตามผู้เป็นอาจารย์ออกไปไม่มีสตรีนางนั้น

เช่นกันกับบุรุษที่นางช่วยเอาไว้ นับจากวันที่นางทิ้งเขาเอาไว้ที่อารามไห่หวง หลังมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัยนางก็จากมา เขาพยายามรั้งนางอย่างอ่อนแรง ทั้งยังถามว่านางเป็นใคร

‘ข้าเป็นเพียงคนผ่านทางที่ไม่อยากเดือดร้อน ข้าช่วยท่านไว้และหวังว่าท่านจะเข้าใจและช่วยไม่ให้ข้าเดือดร้อนเช่นกัน’

นางพูดชัดเจนมากว่าไม่อยากเกี่ยวพันกับเขา หากเขาเป็นคนไม่ดีหรือถูกตามล่า นั่นย่อมไม่เกี่ยวกับนางทั้งสิ้น นางไม่ปรารถนาให้เขาตามหานาง แต่ก็ดีใจที่เขารู้สึกตัวขึ้นและรู้ว่านางเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ วันหน้าหากเกิดอะไรขึ้นนางหวังว่าเขาจะเห็นแก่ที่นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้...

ก่อนจากมาวันนั้นนางขอร้องไต้ซือหยวนไห่ ขอไม่ให้บอกว่านางเป็นใคร เขาอาจเข้าใจ...เพราะนับจากนั้นนางก็ไม่เคยเห็นเขาอีก ไม่มีข่าวคราว ไม่มีข่าวลือ ไม่มีภาพเหมือนของเขาบนประกาศจับของทางราชการ หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือเขาคล้ายกับ...ไม่มีตัวตน

บุรุษผู้หนึ่งถูกรุมทำร้าย ถูกไล่ล่าเอาชีวิต ทว่ากลับไม่มีผู้ใดรู้เห็น ไม่มีใครกล่าวถึง คนของทางการเองก็ไม่รู้เรื่อง นี่...หาใช่เรื่องดีไม่

“คุณหนูด้านนอกลือกันว่าตระกูลฉู่เกิดเรื่องเจ้าค่ะ”

“ตระกูลฉู่?” นางเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี “หมายถึง...ตระกูลที่เป็นเจ้าของร้านแลกเงิน??”

“เจ้าค่ะ ได้ยินมาว่านายท่านฉู่ ฉู่ฮูหยินกับคุณชายฉู่ถูกลอบสังหารระหว่างกลับเข้าเมืองหลวง นายท่านฉู่กับฮูหยินสิ้นใจในกองเพลิงเพราะโรงเตี๊ยมไฟไหม้ ส่วนคุณชายฉู่โชคดีรอดมาได้ เขาลอบไปแจ้งทางการ กระทั่งสืบพบว่าคนที่ลงมือก็คือหลันอี๋เหนียง อนุของนายท่านฉู่ นางเป็นญาติผู้น้องของฉู่ฮูหยินด้วยซ้ำ เหตุใดทำกันได้ลงคอ จิตใจโหดเหี้ยมเหลือเกิน”

หญิงสาวเลิกคิ้วมองสาวใช้ “รู้ละเอียดจริง เจ้าหายไปเกือบครึ่งชั่วยามคงมิใช่ไปฟังท่านป้าร้านบะหมี่ฝั่งตรงข้ามมาหรอกนะ”

สาวใช้ของนางหัวเราะด้วยท่าทีขัดเขิน “ข้าน้อยมิได้ตั้งใจจะแอบอู้งาน”

“ข้าก็ไม่ได้จะว่าอะไร แล้วต่อมาเล่าเกิดอะไรขึ้น” อยู่ๆ นางก็นึกถึงปิ่นปักผมในมือของบุรุษผู้นั้น ...ตายในกองเพลิง ปิ่นผีเสื้อที่ถูกดึงออกมาจากความร้อน แผลเป็นที่ข้อมือ

...คุณชายฉู่ ฉู่เฟิงเยี่ยน ร้านแลกเงินตระกูลฉู่ จวินหรั่นหนิงเคยได้ยินชื่อเสียงหากแต่ก็ไม่เคยพานพบ

“ต่อมายิ่งสืบก็ยิ่งพบว่าคนร้ายเป็นคนใกล้ตัว ตอนนี้หัวหน้าหน่วยตรวจสอบของศาลต้าหลี่[1]ส่งคนไปจับญาติผู้พี่กับบิดาของอนุหลันแล้วเจ้าค่ะ ข้ากลับเข้ามาก็พบว่าคุณชายกำลังออกไปพอดี”

“ไปที่ใด”

“จวนตระกูลฉู่เจ้าค่ะ เห็นว่าอาการบาดเจ็บของคุณชายฉู่นั้นเรื้อรังเพราะไม่ยอมรักษาตัวดีๆ เมื่อครู่มีคนมาหาบอกว่าท่านเจ้าเมืองขอร้องให้คุณชายไปดูอาการให้เขา”

หญิงสาวเม้มปากขมวดคิ้ว

“อะไรหรือเจ้าคะคุณหนู”

ยังไม่ทันได้พูดอะไรสาวใช้อีกคนก็วิ่งหน้าซีดเข้ามา จวินหรั่นหนิงถอนหายใจออกมาพร้อมส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม สาวใช้ของจวนตระกูลจวินมีเพียงสี่คน จี๋ เสียง ฟู่ กุ้ย นามนี้บิดาเป็นคนมอบให้ตอนพวกนางเข้าจวนมาใหม่ๆ

ตอนแยกย้ายกันออกมาจากเมืองหนานเฉา บิดาเห็นว่าสาวใช้ทั้งสี่อายุยังน้อยไม่มีที่ไป อีกทั้งยังผูกพันกับนางมาก ดังนั้นจึงเลือกพาทั้งสี่ติดตามมาด้วย หากคนหนึ่งติดตามนางออกมานอกจวน อีกสามคนก็ต้องรั้งอยู่เพื่อดูแลงานทั่วไปในจวน

จวนหลังเล็กไม่จำเป็นต้องมีคนมากมาย สาวใช้สี่คนกับบ่าวรับใช้สี่คนก็เพียงพอแล้ว ดูแลทั่วถึงอีกทั้งยังไว้ใจได้

วันนี้กุ้ยเอ๋อร์ติดตามนาง จี๋เอ๋อร์ก็ควรรั้งอยู่ แต่นี่จี๋เอ๋อร์วิ่งมาหานางที่ร้านหน้าตาตื่น เกรงว่าอีกฝ่ายคงได้ยินข่าวลือเช่นกัน วันนั้น...เป็นจี๋เอ๋อร์ที่ติดตามนางไปยังอารามนอกเมือง นอกจากจี๋เอ๋อร์ยังมีเสี่ยวฟางอีกคนที่ทำหน้าที่ขับรถม้า

“กุ้ยเอ๋อร์พี่ใหญ่ไม่อยู่ที่ร้าน เจ้าไปอยู่ดูแลอาจารย์ เผื่ออาจารย์มีสิ่งใดเรียกใช้”

“เจ้าค่ะ” กุ้ยเอ๋อร์มองจี๋เอ๋อร์แต่ก็ไม่กล้าถาม ไม่กล้าแสดงท่าทีใดๆ นางยอบกายแล้วหมุนตัวเดินออกไปทันที

จี๋เอ๋อร์หน้าซีดขาว “คุณหนูข้ากำชับพี่เสี่ยวฟางแล้วว่าเรื่องในวันนั้นห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด หากนายท่านหรือคุณชายไม่ถามก็ห้ามเอ่ยถึง”

“ดีแล้ว เจ้าเองก็ต้องระวังให้มาก แม้แต่กับเสียงเอ๋อร์ ฟู่เอ๋อร์ รวมไปถึงกุ้ยเอ๋อร์ก็ห้ามพลั้งเผลอ เรื่องนี้สำคัญต่อข้าสำคัญต่อคนตระกูลจวินมาก”

แม้กังวลเรื่องที่พี่ชายออกไปดูอาการบาดเจ็บของฉู่เฟิงเยี่ยน แต่นางมั่นใจว่าพี่ชายเป็นผู้ที่มีไหวพริบ เขาต้องมองออกทันทีว่าแผลเหล่านั้นเป็นนางที่ลงมือรักษา ฝีเข็ม ด้ายที่ใช้ รวมไปถึงวิธีดูแลแผลที่โดนกระบี่กรีดเป็นทาง หมอน้อยคนที่จะเลือกใช้วิธีเย็บถี่ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้หลงเหลือแผลเป็นน้อยที่สุด

[1] หน่วยงานราชการของราชสำนัก เป็นหนึ่งในเก้าสำนักใหญ่แห่งราชสำนัก ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีอาญา หรือจะเรียกว่าศาลยุติธรรมก็ว่าได้

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 10.3 จบ

    หากเป็นบุรุษอื่นถามคงโดนด่ากลับมาแล้ว แต่จวินเซียวถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ดังนั้นสตรีวัยกลางคนดังกล่าวจึงไม่รู้สึกว่าโดนเขาตอกหน้านางยังกล่าวต่อ “สตรีดีๆ ของเมืองอู่ซวงมีมากมาย ข้าเห็นแก่นายท่านจวินจึงอยากช่วย คุณหนูตระกูลเสิ่นงดงามอ่อนหวาน ปีนี้อายุครบสิบหกยังไม่มีคู่หมาย...”“ท่านป้าขอรับ” จวินเซียวกล่าวตัดบท “คนเรามีหน้าที่เป็นของตัวเอง ความต้องการของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป สตรีงดงามกิริยาอ่อนหวาน พวกนางย่อมเป็นที่ปรารถนาของบุรุษที่ต้องการคนปรนนิบัติ ข้าเป็นหมอมีหน้าที่รักษาคนเจ็บป่วย ข้าเจ็บป่วยก็สามารถจ่ายยาเคี่ยวยาให้ตัวเอง ข้ากับน้องสาวเป็นคนเลือกกิน ดังนั้นข้าจึงหัดเข้าครัวตั้งแต่อายุครบเจ็ดขวบปี ข้าเย็บแผลได้ฝีเข็มนั้นปรานีตยิ่งกว่าสตรีปักผ้า ดังนั้นที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นท่านบอกข้าที เหตุใดข้างกายข้าจึงจำเป็นต้องมีสตรีที่สามารถทำทุกอย่างที่ข้าสามารถทำได้แล้ว”ท่านป้าผู้นั้นตะลึงจนลืมคำพูดของตัวเอง นางอึกอักอยู่นานมากกระทั่งชี้มือไปยังหลานซี “แล้วนางเล่า นางมีสิ่งใดที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าท่านไม่สามารถทำได้เช่นนาง มีสิ่งใดที่นางทำได้แต่สตรีอื่นทำไม่ได้”“สังหารผู้อื่นเพื่อปกป้อง

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 10.2

    “มะ...แม่นางหลานซี”“ใช่ข้าเอง”นางไม่รู้ตัวเลยว่าในห้องยังมีผู้อื่นอีก... ความมืดและจิตใจที่ว้าวุ่นตื่นเต้นกับสิ่งที่คิดจะทำ ทำให้อิงเอ๋อร์ไม่ได้มองไปรอบๆ ด้วยมั่นใจว่าหลานซีนอนหลับอยู่ในห้องอีกห้องไม่ไกลกันนัก นาง...วางยานอนหลับทุกคนแล้วนี่!!แสงไฟสว่างจ้าขึ้น หลานซีจุดไฟและนั่งกอดอกจ้องมองสาวใช้ที่กึ่งเปลือยท่อนบน “สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือ...คนที่ยุ่งกับของของข้า ...คนของข้า”อิงเอ๋อร์หน้าซีดขาวเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบของอีกฝ่าย ตอนที่หลานซีลุกขึ้นนางถึงกับขาอ่อนยวบนั่งลงกับพื้นหน้าเตียงหลานซีเดินผ่านอีกฝ่ายไปจากนั้นนั่งลงข้างเตียง จัดผ้าห่มให้ให้ชายหนุ่มที่นอนหลับสนิทบนเตียง เสียงกรนเบาๆ ของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัน“เจ้าทึ่ม โดนวางยานอนหลับยังไม่รู้ตัวอีก เป็นหมอประสาอะไร” นางมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง ทว่าตอนที่หันกลับมามองอิงเอ๋อร์ สายตาของนางเปลี่ยนไปเป็นเย็นเยียบ“บิดาของเจ้าแก่มากแล้ว ทว่าเจ้าไม่เหมือนกัน ในเมื่อจิตใจไม่บริสุทธิ์ ก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของคนตระกูลจวิน ให้เวลาเจ้าปีหนึ่ง...แต่งงานแล้วย้ายออกไปเสีย บิดาของเจ้ารั้งอยู่ที่นี่ได้”“เจ้าถือสิทธิ์อ

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 10.1

    ตอนพิเศษหลานซีนางไม่เคยชอบการนั่งรถม้าเพราะรำคาญความยุ่งยากและมองว่ามันล่าช้า ทว่าตอนนี้กลับยืนมองจวินเซียวขนข้าวของขึ้นรถม้า ของจำเป็นทั้งของนางและของเขาเอง ทั้งสมุนไพรต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมายที่หมอผู้หนึ่งต้องใช้นางกำลังจะกลับเล่อซาน กลับไปไหว้หลุมศพของอาจารย์ บอกกล่าวว่าศิษย์น้องของนางเหลียนฮวาได้สิ้นใจไปแล้ว ทว่าอยู่ๆ ทุกคนก็บอกให้นางพาบุรุษอ่อนแอปวกเปียกผู้นี้ไปด้วยคราแรกนางอยากเดินทางเพียงลำพัง ใช้เวลาสั้นๆ ขี่ม้าไปกลับก็ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ทว่านางไม่ได้บอกผู้ใดถึงเรื่องนี้ นั่นทำให้ทุกคนหวาดระแวงว่านางจะไม่กลับมาที่เมืองหลวงอีก โดยเฉพาะเขา...จวินเซียวบุรุษผู้นี้ให้อย่างไรก็ดูไม่เลว แม้จะอ่อนแอปวกเปียกไม่สามารถดูแลตัวเองได้ แต่เรื่องนิสัยใจคอแล้วนางพออกพอใจ เขาเป็นหมอและยังจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่น ทว่านางมองว่าเขากับนางไม่เหมาะสมกันนางเป็นชาวยุทธ์ ส่วนเขาเป็นหมอที่ผู้คนนับถือรักใคร่ เขามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไม่เคยออกไปตกระกำลำบาก ต่างกับนางที่นอนกลางดินกินกลางทรายได้โดยไม่กลัวความลำบากนางเคยพักค้างแรมในป่าโดยไม่มีผ้าห่ม ไม่มีอาหาร อาศัยดื่มน้ำจากลำธารและทะเลสาบ ม้าตัวเดี

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 9.5

    “เฮ้อน่าเสียดาย พวกเขานับเป็นคู่สวรรค์สรรค์สร้าง ทว่าเหตุใดจึงดูยากจนนัก ชีวิตลำบากลำบนที่ต้องเดินทางร่อนเร่เช่นนี้ ทำให้ความงดงามของชีวิตคู่ดูเป็นเรื่องน่าเศร้าไปเสียสิ้น”“ก็คงไม่เสมอไปหรอก ท่านเห็นสีหน้าและแววตาของผู้เป็นฮูหยินหรือไม่ นางมิใช่ดูมีความสุขมากหรอกหรือ”“นั่นน่ะสิ สามีที่ดีต่อนาง เอาอกเอาใจเช่นนี้ นั่นมิใช่เพียงพอต่อสตรีนางหนึ่งแล้วหรือ ยังดีว่าร่ำรวยแล้วสามีแต่งอนุคนแล้วคนเล่า”“ข้าเห็นด้วย มีบุรุษที่รักมั่นคงไม่เอาแต่ก่อปัญหา นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ”เสียงของชาวบ้านในละแวกนั้นไม่ได้ดังไปถึงเจ้าตัว เพราะรถม้าสองคันนั้นได้วิ่งจากไปไกลแล้ว...กลับถึงเมืองหลวงจวินหรั่นหนิงก็รู้สึกไม่ปกติ นางทั้งวิงเวียนและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด นี่ก็เจ็ดเดือนแล้วหลังจากที่นางแต่งเข้าจวนตระกูลฉู่ กลายเป็นฉู่ฮูหยินที่ทำให้สตรีทั่วทั้งเมืองหลวงอดที่จะอิจฉาริษยาไม่ได้ชีวิตคู่ทุกอย่างราบรื่น หลังแต่งงานทั้งสองเดินทางไปต่างเมืองและกลับมาพร้อมกับข่าวดีที่สุด นาง...ตั้งครรภ์แล้ว!ฉู่เฟิงเยี่ยนนั่งกุมมือนางอยู่ข้างเตียง สีหน้าของเขาทั้งดีใจและเป็นกังวล บิดาของนางรีบออกไปเข

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 9.4

    มองไปยังบุตรชายที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างๆ หลานซี ตอนออกเดินทางทั้งสองคนแอบไปไหว้ฟ้าดินกันหน้าหลุมศพของอาจารย์ หลานซีเป็นชาวยุทธ์จึงไม่ค่อยถือสาเรื่องพิธีการ แต่จวินเซียวก็รับปากว่าจะจัดงานเล็กๆ ตอนที่พวกเขากลับมายังเมืองหลวงตอนนี้พวกเขากลับมาแล้ว และจวินหรั่นหนิงก็ออกเรือนไปแล้วเช่นกัน ถึงเวลาแล้วที่เขาจะรับสะใภ้เข้าจวน แม้ว่าจะรู้ดีว่าหลานซีไม่มีทางรั้งอยู่ที่นี่ เป็นสะใภ้เช่นสตรีอื่นทำกันทว่า...เขาพอใจสะใภ้คนนี้มากบุตรชายเป็นหมอออกไปรักษาคนตามเมืองต่างๆ ไม่อาจรั้งอยู่ที่เมืองหลวง สะใภ้คนนี้สามารถปกป้องดูแลความปลอดภัยให้สามี ทั้งรอบคอบระแวดระวังละเอียดลออไปทุกย่างก้าว ชีวิตบิดาเช่นเขาจะหวังอะไรไปมากกว่าได้เห็นลูกๆ ปลอดภัยและมีความสุขจวินหรั่นหนิงขยับตัวลุกจากเตียงนอน นางมองไปรอบๆ ห้องขนาดเล็กที่มีม่านหน้าเตียงสีขาวไร้ลายปัก ข้างๆ กายไร้เงาของสามี ไออุ่นของเขาเองก็ไม่เหลือแล้ว เห็นชัดว่าเขาลุกไปนานมากกลิ่นหอมลอยมาจากในครัวพร้อมกับเสียงกระทบของกระทะและตะหลิว เสียงพึมพำสนทนากันด้านนอกของเสียงเอ๋อร์ สือซาน รวมไปถึงฉู่เฟิงเยี่ยนนางลุกขึ้นนั่งและมองออกไปนอกหน้าต่างที่ถูกแง้มเอาไว้ ...ที่น

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 9.3

    เช้าวันนั้นนางนั่งรถม้าไปยังร้านหมอ พอไปถึงก็พบว่าฉู่เฟิงเยี่ยนยืนรอนางอยู่ก่อนแล้ว ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่เขามาส่งน้องสาวและน้องชายที่ร้านหมอ จากนั้นก็รอพบนาง สนทนากับนางสักครู่ แล้วเขาค่อยออกไปยังร้านแลกเงินตระกูลฉู่ชายหนุ่มเดินมาใกล้รถม้า ยื่นมือออกมารอรับเพื่อช่วย ประคองนางลงจากรถม้า จวินหรั่นหนิงยิ้มให้เขาส่งมือให้เขาแล้วกุมมือเขาแน่น“วันนี้ดูเจ้าอารมณ์ดียิ่ง”“ใช่แล้วข้าอารมณ์ดียิ่ง”“เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด”“ความลับ” นางไม่คิดจะบอกเพราะอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เก็บเอาไว้ให้เขาประหลาดใจในยามที่มันเกิดขึ้นจริง เช่นนี้จึงจะสวยงามและตราตรึงที่สุดบางครั้งการรอคอยความสุขก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ว่าจะมองเห็นหรือมองไม่เห็นอนาคต ถึงตอนนี้นางก็พร้อมจะเผชิญทุกๆ อย่างไปกับฉู่เฟิงเยี่ยน เพราะตั้งแต่วันนั้นที่นางเลือกที่จะช่วยชีวิตเขาเอาไว้ มันก็คล้ายกับว่านางได้เลือกเขาไปแล้ว ไม่มีบุรุษอื่น ไม่มองผู้ใด คล้ายชีวิตนี้ถูกลิขิตให้มาพานพบ ชะตาชักนำ บุพเพนำพาหรือบางทีเหตุผลที่สวรรค์ให้นางมองเห็นเงาฝันแห่งอนาคต ก็เพราะอยากให้นางช่วยเหลือเขา ช่วยเหลือใครหลายๆ คนที

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 8.4

    ฉู่เฟิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรหลังกลับมาจากคุกหลวง เขาเพียงพาน้องสาวน้องชายไปไหว้หลุมศพบิดามารดา จุดจบเช่นนี้...ก็คงสาสมแล้วกับสิ่งที่อิ่นเกอได้กระทำกับคหบดีหลายๆ จวน เพราะบางครั้งการตายก็เท่ากับหมดทุกข์ การอยู่แบบไร้ค่าต่างหากที่จะเป็นการลงโทษอย่างแท้จริง อย่างที่เขาเรียกกันว่า...อยู่มิสู้ตายหญิงสาวถ

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 8.2

    “คิดว่าข้าดื่มจนเมาและหลับไปแล้ว?” หลานซีมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเย็นชา “ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่ามายุ่งกับคนของข้า เจ้าทำอาจารย์สิ้นใจแต่อาจารย์สั่งเสียเอาไว้ว่าไม่ให้ข้าแก้แค้นให้เขา เรื่องนั้นข้ายังเสียใจจนถึงทุกวันนี้ แต่เหลียนฮวาหากข้าสังหารเจ้าเพราะเจ้าทำร้ายคนของข้า เช่นนี้ข้าก็ไม่ถือว่าผิดต่อคำสั

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 8.1

    ฉู่เฟิงเยี่ยนอมยิ้ม “เติบโตแล้วย่อมต้องมีความรับผิดชอบ ข้าขอให้เจ้าสุขภาพแข็งแรง ชีวิตเต็มไปด้วยความสุข” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มองสบตาคมหนักแน่นมั่นคงของฉู่เฟิงเยี่ยนด้านหลังมีเสียงกระแอม จวินเซียวผลักฉู่เฟิงเยี่ยนไปอีกด้าน เขามอบถุงใบหนึ่งให้ในนั้นมีขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็ก กลิ่นสมุนไพรหอมเย็น

  • เงาฝันอุบัติรัก   บทที่ 7.5

    เจียงซานก้มลงมองคนที่มีผื่นแดงเต็มตัว ผิวกายของฉู่เฟิงเยี่ยนไม่มีจุดใดที่ไม่มีรอยแดงเป็นจุดๆ ตาบวม หน้าบวม แม้แต่ปากยังบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขารีบจับชีพจรของชายหนุ่ม พบว่าเต้นช้ามากทั้งยังสับสน ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นสัญญาณของการมีชีวิต ผิวกายของชายหนุ่มร้อนผ่าว ทั้งที่มีไข้ตอนนี้ยังมีถูกวางยาปลุกก

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status