Masukบรรยากาศในห้องรับประทานอาหารดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง จนกระทั่งมาถึงมื้อของหวานตบท้าย เสียงของยูตะก็ดังขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคนให้หันมามองที่เขาอย่างพร้อมเพรียง“ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับทุกคนครับ”“เรื่องอะไรคะ”อิงดาวเอ่ยพลางจ้องมองคนที่เธอนับถือเป็นพี่ชาย รอฟังคำตอบ ขณะเดียวกันทอรุ้งที่นั่งอยู่ข้างกายแฟนหนุ่มก็เปิดกระเป๋าสะพาย หยิบซองสีชมพูอ่อนออกมายื่นให้เธออิงดาวหยิบการ์ดที่อยู่ในซองออกมาดู ก่อนจะช้อนดวงตาเปล่งประกายขึ้นมองใบหน้าของยูตะและทอรุ้งสลับกัน สีหน้าแสดงออกถึงความยินดี“พี่หมอกับคุณรุ้งจะแต่งงานกัน ดาวยินดีด้วยนะคะ ดีใจกับพี่หมอมากจริง ๆ จากนี้ไปพี่จะมีผู้หญิงที่น่ารักแบบคุณรุ้งคอยดูแลกันและกัน”เอ่ยจบเธอก็ยื่นซองพร้อมกับการ์ดเชิญให้สามี คิณรับไปถือเอาไว้ ไล่สายตาอ่านเพียงชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาว ใบหน้าหล่อก็เงยขึ้นมองสองคนนั้น“ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ งานแต่งนี้ครอบครัวของพวกเราจะไปร่วมอย่างแน่นอน”มือของยูตะเลื่อนเข้าไปประสานกับมือของว่าที่เจ้าสาวของเขา แววตาที่จ้องมองกันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง ทั้งสองคนมีแพลนจะแต่งงานกันในอีกสองเดือนข้างหน้า แม้จะคบหาดูใ
1 ปีผ่านไปหนูอายวัยหนึ่งขวบสี่เดือนละความสนใจไปจากหนังสือนิทานที่ทำจากผ้าสีสันสดใส คลานไปหาพี่สาวที่นั่งอยู่ด้วยกัน ใช้มือเล็ก ๆ เกาะขาคนเป็นพี่ ยันตัวขึ้นในท่าตั้งไข่โอนเอนเล็กน้อย แต่ดีที่เกาะบ่าทั้งสองข้างของหนูเอมเอาไว้ พลางส่งเสียงประท้วง“หม่ำ หม่ำ หม่ำ”“ใจเย็นนะคะ คุณแม่กำลังทำของอร่อยให้อยู่”“แมะ แมะ”“ใช่ค่ะ คุณแม่เตรียมอาหารให้พวกเราอยู่ในครัว หนูอายเล่นกับพี่เอมรอแป๊บนึงนะคะ”คิณนั่งทำงานในโน้ตบุ๊กอยู่บนโซฟา หันใบหน้ามองลูกสาวคนโตเอ่ยกับน้องน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าจิ้มลิ้มของหนูเอมมีรอยยิ้มหวาน หนูอายก็ทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ ปล่อยมือจากไหล่ของคนเป็นพี่ หย่อนก้นลงบนเบาะรองคลาน แล้วเล่นของเล่นกันต่อไม่ถึงห้านาที เจ้าตัวเล็กของเขาก็คลานมาหา ก่อนจะใช้มือทั้งสองเกาะขาผู้เป็นพ่อยันตัวลุกขึ้นยืน“ป้อ ป้อ”“มีอะไรคะ อยากให้คุณพ่อไปเล่นด้วยเหรอ”“หม่ำ นำ”“อ๋อ หิวน้ำนี่เอง”“พี่เอมเอาน้ำให้นะคะ”หนูเอมได้ยินเสียงน้องเอ่ยกับผู้เป็นพ่อ เธอก็อาสาไปหยิบแก้วน้ำแบบมีหลอดดูดสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟามาให้น้องสาวดื่ม ทว่าเด็กน้อยก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากขาของบิดา“ป้อ ป้อ”ลูก
เด็กน้อยวัยสี่เดือนเริ่มจ้ำม่ำ และเพิ่งค้นพบว่าการพ่นน้ำลายจนริมฝีปากสั่นมันสนุกมากแค่ไหนหนูอายส่งเสียง “ปรือ… ปรือ…” นอนถีบแข้งถีบขา ขยับแขนทั้งสองข้างอยู่บนเบาะนอนในห้องนั่งเล่น โดยที่มีคุณปู่คุณย่าคอยอยู่เป็นเพื่อนหลังเลิกงานคิณก็ไปรับลูกสาวคนโตที่โรงเรียน และสิ่งแรกที่สองพ่อลูกจะทำเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ ก็คือเข้ามาหาหนูอาย“สวัสดีค่ะคุณปู่คุณย่า”หนูเอมยกมือไหว้ชายหญิงวัยกลางคนอย่างนอบน้อม ก่อนจะเข้าไปสวมกอดทั้งสองท่านที่นั่งอยู่บนเบาะหนานุ่มขนาดใหญ่ที่ปูอยู่บนพื้น“ไปเรียนเป็นยังไงบ้างจ๊ะ เล่าให้ย่าฟังหน่อย” เกสราเอ่ยถามหลานสาว“สนุกมากค่ะ คาบเรียนวิทยาศาสตร์คุณครูสอนทำภูเขาไฟลาวาด้วยค่ะ”“อู้ว… เก่งมากเลยจ้ะ”“เทอมนี้ถ้าสอบได้คะแนนดี ปู่จะมีรางวัลให้” ไอศูรย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบา“จริงเหรอคะ”“หนูเลือกได้เลยว่าอยากซื้อของ ไปเที่ยว หรือไปกินของอร่อย ปู่จะตามใจหนูหนึ่งวัน”“คุณปู่เตรียมเงินไว้เลยค่ะ หนูเอมจะตั้งใจเรียนและสอบให้ได้คะแนนดี ๆ คิกคิก”เด็กหญิงส่งเสียงหัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะหันใบหน้าไปหาน้องสาว พร้อมกับยกมือขึ้นปิดใบหน้าของตัวเอง“จ๊ะเอ๋ พี่เอมมาแล้วค่า หนูอายคิดถึงพี่ไ
“พี่ขออุ้มหลานได้ไหมครับ” ยูตะเอ่ยขออนุญาตแม่ของหลานสาวตัวน้อย“ได้ค่ะ”อิงดาวเอ่ยอนุญาต มือหนาก็ประคองร่างเล็ก ๆ เข้ามาอุ้มในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง ทอรุ้งขยับเข้าไปยืนอยู่ข้างกายยูตะ ชะโงกใบหน้ามองหลานสาวของเขาที่มีใบหน้าจิ้มลิ้ม สวยได้ทั้งพ่อและแม่ตั้งแต่ยังแบเบาะ“น่ารักน่าชังจัง น้องชื่ออะไรเหรอคะ”“ชื่ออายค่ะ”“ชื่อน่ารักมากเลยค่ะ โตมาต้องสวยเหมือนพี่สาวแล้วก็คุณแม่แน่ ๆ”ทอรุ้งเอ่ยกับอิงดาวด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนที่เธอกับยูตะจะเผลอช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของกันและกัน และค้างไว้แบบนั้นครู่หนึ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงแซวของคิณดังขึ้น ทำให้เปลือกตาของทั้งคู่กระพริบ ละสายตาออกจากกัน“จ้องแบบนั้นเดี๋ยวก็ท้องกันพอดี”“คนนะ ไม่ใช่ปลากัด”“อ้าว ทันมุกเหมือนกันเหรอไอ้หมอ”คิณกระตุกยิ้มส่งเสียงขำในลำคอ ยูตะก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยด้วยท่าทางสุขุมบรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยพิเศษทำให้ทอรุ้งรู้สึกถึงความเป็นกันเอง หลานสาวทั้งสองคนของยูตะก็น่ารักมาก ๆ หลังจากเยี่ยมทารกน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเสร็จแล้ว เธอและยูตะก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อขณะยืนรอลิฟต์ ยูตะก็เอ่ยขึ้น“ผมยังพอมีเวลาอีกสิบนาทีก่อนจะถึงเวรห้องตรวจ คุณร
“ดาวอยากให้พี่คิณตั้งชื่อให้ลูกค่ะ”อิงดาวเอ่ยกับสามีเสียงแผ่วเบา เนื่องจากยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ทำให้เจ็บระบมช่วงล่าง และรู้สึกเหนื่อยล้าจากการคลอดลูก ทำให้เธอแทบไม่มีแรงจะขยับตัวคิณชะงักไปครู่หนึ่งราวกับตัวเองฟังผิดไป ก่อนเอ่ยถาม“แน่ใจเหรอครับว่าจะให้พี่ตั้งให้”“ค่ะ”วินาทีนี้หัวใจของมาเฟียหนุ่มเต้นระรัวด้วยความดีใจ ลูกสาวคนแรกเขาไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้ามองตอนหนูเอมลืมตาดูโลก ทว่าลูกสาวคนที่สอง เขากลับได้รับความรักและความไว้ใจจากอิงดาว ดวงตาคมร้อนผ่าวและรื้นไปด้วยน้ำสีใส ริมปากคลี่ยิ้มตลอดเวลา ขณะในหัวกำลังครุ่นคิดว่าจะตั้งชื่อให้เจ้าตัวน้อยคนนี้ว่าอย่างไรดี“พี่ขอเวลาแป๊บนะ”มันตื่นเต้นจนเขาคิดอะไรไม่ออก ทำได้เพียงหลบมุมไปนั่งอยู่ตรงโซฟา นำโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ค้นหาชื่อเด็กผู้หญิงในกูเกิล ก่อนจะถูกชะตากับชื่อหนึ่ง ผละตัวลุกออกไปยืนอยู่ข้างเตียงของภรรยา“ชื่ออายดีไหมครับ อาย อรณิชา”“น้องอายหลอคะ หนูเอมชอบ”ลูกสาวคนแรกเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม แล้วตามมาด้วยเสียงจากภรรยา“อรณิชา ชื่อเพราะดีนะคะ มีความหมายว่าอะไรเหรอ”“สตรีผู้บริสุทธิ์ครับ”“คนแรกหนูเอม คนที่สองหนูอาย ชื่อจริงก็ม
“จะทำอะไรคะ”อิงดาวเอ่ยถามสามีด้วยความสงสัย เพราะหลังจากกินมื้อเย็นอิ่มเขาก็ประคองเธอขึ้นมานั่งพักอยู่บนห้องนอน ทว่าอีกฝ่ายได้เดินไปหยิบอุปกรณ์บางอย่าง ก่อนจะกลับมานั่งลงบนพื้นตรงปลายเตียง จับเท้าของเธอวางลงบนขาของตัวเอง“พี่จะตัดเล็บให้ครับ”“ไม่ต้องทำหรอกค่ะ ดาวทำเองได้”เธอทำท่าจะชักขาออก ทว่ากลับถูกมือหนาของสามีรั้งเอาไว้“ท้องโตขนาดนี้ดาวคงก้มลำบาก พี่ขอทำให้นะ” อิงดาวเงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าสามีมีความตั้งใจจะปรนนิบัติดูแลภรรยาตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่สามสิบ เธอจึงเผยรอยยิ้มหวาน พยักหน้าลงอนุญาต เพื่อบรรเทาความรู้สึกผิดที่สามีมักจะหลุดปากพูดถึงตอนเธออุ้มท้องลูกสาวคนแรก แล้วต้องอยู่ตามลำพังที่ญี่ปุ่นมือหนาของสามีจับนิ้วเท้าของเธอเบา ๆ ก่อนจะตัดเล็บให้ด้วยความระมัดระวัง จังหวะนั้นลูกสาวของทั้งสองคนก็ถูกผู้เป็นย่าพามาส่งที่ห้องหนูเอมเดินเข้าไปหาพ่อแม่ ก่อนเอ่ยถาม“ตัดเล็บให้คุณแม่หลอคะ”“ค่ะ หนูเอมเล็บยาวรึยัง ให้คุณพ่อตัดให้ไหม” คิณเอ่ยถามลูกสาว“ยาวนิดนึง แต่ตัดก็ได้ค่ะ”เด็กหญิงนั่งลงบนพื้นข้างกายผู้เป็นพ่อ หลังจากคิณตัดเล็บให้แม่ของลูกเสร็จ เขาก็หันไปตัดเล็บมือและเล







