LOGIN“ครับป้า” ชายหนุ่มรีบรับคำทันที อุ้มบิดาขึ้นไปบนรถและตามขึ้นไปนั่งข้างๆ เรณุกาก็ตามขึ
“ครับพ่อเลี้ยง” ชัชดนัยขานรับ แล้วเดินกลับไปยังรถเพื่อออกไปทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม พอคล้อยหลังคนสนิทไปได้ไม่นานก็มีรถอีกคันแล่นเข้ามาจอดที่หน้ากระท่อม คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้ากวนๆ ของเพื่อนรักโผล่หน้าออกมาจากรถ“ไงหมอ เปลี่ยนรถใหม่อีกแล้วเหรอวะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามพลางเดินสำรวจไปรอบๆ รถคันใหม่ด้วยสายตาชื่นชม“อืม...แกก็รู้นี่ว่าฉันชอบเปลี่ยนรถเป็นประจำ เอ่อ...ขอโทษทีว่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่อง ไม่ได้แวะมาเลย” นายแพทย์ชลวิทย์เดินลงจากรถมาตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจ อย่าคิดอะไรมาก” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวก่อนเดินนำไปยังด้านในของกระท่อม“เรื่องคดีมีความคืบหน้าหรือยัง สงสัยใครบ้างหรือเปล่าวะ”“ดูนี่” พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ตอบ แต่ยื่นหลักฐานชิ้นสำคัญให้กับเพื่อนรักที่เขาไว้ใจมากที่สุด“คนของไอ้นนท์งั้นเหรอ” คุณหมอหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างด้วยอารามตกใจ“ยังฟันธงไม่ได้ แค่พบตกอยู่ที่ท้ายไร่บริเวณอาณาเขตของเรา”“แค่
“ก็ต้องมีบ้างน่า แต่ถ้าแพรยอมแต่งงานกับพี่ พี่จะเลิกอบายมุขทุกอย่าง”“แพรไม่มีวันแต่งงานกับคนอย่างพี่ ที่แพรมาวันนี้ เพราะมีเรื่องให้พี่นนท์จัดการ” แพรทองล้วงบัตรให้กับชานนท์“อะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงงไม่เข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวส่งให้“บัตรนี้มันไปตกที่โกดังของพี่อัคร คนของพี่ไปก่อเรื่องไว้ ช่วยจัดการหาตัวให้ด้วย”“พี่ใช้มันไปทำเอง” ชายหนุ่มยักไหล่แล้วเดินไปรินบรั่นดีใส่แก้ว หญิงสาวถึงกับเดือดจัดคว้าแก้วนั้นมาสาดใส่หน้าอีกฝ่าย“ทำแบบนี้กับพี่อัครทำไม พี่อัครเขาเป็นเพื่อนพี่นะ”“เพื่อนทรยศน่ะสิ นี่แค่สั่งสอนนะ ถ้าเธอยังไม่เลิกกับมัน พี่ก็จะทำแบบนี้เรื่อยๆ จนไร่มันพังพินาศคอยดูสิ” ชานนท์ไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำลงไป“ไอ้คนเลว” สองมือเล็กเข้าไปทุบอกแกร่งด้วยความโมโห“ไอ้เลวคนนี้มันก็ผัวเธอ” ชายหนุ่มกระชากร่างบางเข้ามากอด“ไม่ใช่ คนที่จะเป็นสามีแพร มีพี่อัครคนเดียวเท่านั้น” หญิงสาวสวนกลับไปทันที
“คุณพ่อเข้าไปนานหรือยังคะ” หญิงสาวเข้ามาสอบถามกับพ่อเลี้ยงหนุ่ม โดยไม่สนใจใบหน้าบอกบุญไม่รับของเขาซึ่งเห็นบ่อยจนเป็นเรื่องปกติ“เกือบชั่วโมงแล้วล่ะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ ขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกไปคุย“มีอะไรนัย” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เดินมายืนตรงหัวมุมบันไดหนีไฟ“เมื่อคืนมีคนร้ายลักลอบเข้ามาวางเพลิงที่โรงงานครับพ่อเลี้ยง และเข้ามาทำลายต้นสตรอว์เบอร์รีเสียหายไปเกือบไร่” ชัชดนัยกล่าวรายงานเสียงขรึม“อะไรนะ!” พ่อเลี้ยงหนุ่มตะโกนก้องเสียงหลง เขาไม่อยู่เพียงวันเดียวทำไมถึงเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้“ในโรงงานเสียหายไปเท่าไหร่ ถึงโกดังเก็บสินค้าหรือเปล่านัย” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามกลับเสียงเข้มใบหน้าเครียดจัด“เกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ”“บัดซบ! มันเป็นใครมาลอบกัดแบบนี้วะ ไปสืบมาหรือยังนัย”“กำลังประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจครับพ่อเลี้ยง แต่เท่าที่ดูกล้องวงจรปิดทางเข้าไร่ไม่พบพิ
“ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม ขอเวลาหน่อยแล้วกัน” ชายหนุ่มบอกปัดออกไป เพราะเขายังไม่สามารถเรียกบิดาได้สนิทใจ เวลาเท่านั้นที่จะช่วยได้“ก็ได้ พ่อจะรอวันนั้น” พันตรีธนชาติกล่าวอย่างมีความหวัง ขณะที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเข้ามาห่มผ้าให้ ก่อนปิดไฟห้อง แล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าโซฟาตรงหญิงสาวนอนอยู่“ลุกขึ้นมาเรณุกา”“อะไรของคุณอีก ฉันเหนื่อยอยากนอนพัก” หญิงสาวพึมพำเบาๆ กลัวพันตรีธนชาติได้ยิน“ลุกขึ้นมาอย่าเรื่องมาก” ชายหนุ่มดึงแขนเล็กขึ้นมา จากนั้นตนก็ล้มตัวลงนอนจนหญิงสาวอ้าปากค้าง แต่ยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไรร่างเล็กก็ถูกดึงให้ล้มตัวลงนอน“ปล่อยนะพ่อเลี้ยง ฉันจะไปนอนด้านล่าง ขืนนอนแบบนี้ตกโซฟาแน่” หญิงสาวกลัวลูกในท้องจะเกิดอันตรายหากเธอนอนตกโซฟา ถึงพื้นจะห่างกันไม่มาก แต่ป้องกันไว้ดีที่สุด“ไม่หรอก ฉันจะกอดเธอไว้ไม่ให้ตก นอนเถอะดึกมากแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำแล้วหลับตาลง แต่คนในอ้อมกอดกลับหลับตาไม่ลง ใจเต้นแรงทุกครั้งยามอยู่ในอ้อมกอดของเขา และคิดว่าต่อไปคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว หลังจากพร
หลังจากจัดการเคลียร์ปัญหาเรื่องจันทราเสร็จเรียบร้อยแล้ว พ่อเลี้ยงอัคราก็เดินกลับมาที่รถอีกครั้ง ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อไม่พบเรณุกานั่งรออยู่ในรถ ชายหนุ่มบ่นงึมงำสีหน้าหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่ยอมทำตามคำสั่ง ก่อนจะเคลื่อนรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถของโรงพยาบาล จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักฟื้นที่บิดาพักรักษาตัวอยู่ ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาสายตาคมกริบกวาดมองหาร่างบางไปรอบๆ พร้อมก้าวเท้าเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง ซึ่งบิดากำลังมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“อัคร พ่อคิดว่าลูกนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านเสียอีก”“ก็ตั้งใจว่าจะนอนพัก แต่เห็นเรณุกาลืมถุงยาไว้ ก็เลยขับรถเอามาให้ครับ”“เอ... หนูเรย์ไม่สบายเหรอ ทำไมหนูเรย์ไม่ยอมบอกพ่อเลย”พันตรีธนชาติเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบายใจ“เขาคงไม่อยากให้คุณเป็นห่วง ว่าแต่ตอนนี้ลูกสาวคนโปรดของคุณไปไหนเสียล่ะครับ”“มีเพื่อนโทร.มาให้ลงไปพบข้างล่างเป็นชั่วโมงแล้ว
“งั้นรอสักครู่นะคะ” ป้าแจ่มจันทร์กุลีกุจอรีบเดินไปบอกให้เด็กในปกครองมาจัดโต๊ะอาหาร“ทานเยอะๆ นะคะ”“ครับป้า รับรองไม่เหลือ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ต่างจากที่พบกันครั้งแรกโดยสิ้นเชิง แค่คุณหนูยิ้มให้นางก็ดีใจมากแล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่าสักวันคุณหนูของนางต้องกลับมาน่ารักเหมือนเดิม ดังเช่นวันวาน“เอ...คุณหนูไม่สบายเหรอคะ”“ไม่ใช่หรอกครับ ของเรณุกา ว่าจะเอาไปให้ที่โรงพยาบาล”“ตายจริง คุณหนูเรย์เป็นอะไรคะ” แม่บ้านเอ่ยถามสุ้มเสียงตกใจ“ไม่สบายนิดหน่อยครับ รถที่บ้านมีว่างสักคันมั้ยครับป้าแจ่ม ผมว่าจะขับไปที่โรงพยาบาลสักหน่อย”“มีอีกสองคันที่โรงจอดรถค่ะ เดี๋ยวป้าไปหยิบกุญแจให้นะคะ” นางบอกก่อนเดินไปหยิบกุญแจที่แขวนอยู่ใต้บันไดมาให้เจ้านายหนุ่ม“ขอบคุณครับป้าแจ่ม ผมอิ่มแล้ว” ชายหนุ่มรวบช้อนแล้วยกน้ำดื่ม“แล้วคุณหนูจะไปถูกเหรอคะ” หญิงสาวสูงวัยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ผมเดินทางมาประชุมที่กรุงเทพฯ







