Share

2

last update publish date: 2026-04-29 13:57:43

 “เอ่อ...ฉัตร ตาอัครมาได้ยังไง” พันตรีธนชาติกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ขณะที่หัวใจเต้นระส่ำ ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายอย่างไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“คุณพ่อทำแบบนี้กับคุณแม่ได้ยังไง” อัคราตะโกนใส่หน้าบิดาอันเป็นที่รักและภาคภูมิใจมาตลอด ขมวดคิ้วเครียดด้วยท่าทางโกรธจัด ซึ่งการกระทำนี้ เขาไม่เคยปฏิบัติต่อท่านมาก่อน แต่ในครั้งนี้สุดทนแล้วจริงๆ

“อัครออกไปก่อนนะลูก พ่อขอคุยกับแม่เราหน่อย เธอด้วยจันทรา” พันตรีธนชาติหันไปเอ่ยน้ำเสียงเครียดขรึมกับจันทราแม่ม่ายลูกติด ที่ตนรับเลี้ยงไว้เพียงสองเดือนเศษ

“ไม่! ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีก ไปเถอะอัคร ต่อไปนี้ เราจะมีกันแค่สามคนแม่ลูกเท่านั้น” ฉัตรชบาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเจือเจ็บช้ำร้าวรานใจ พร้อมจับแขนบุตรชายไว้แน่น เพราะแทบจะไม่มีแรงพอที่จะหยัดยืนเองได้

“ฉัตรฟังพี่ก่อน” พันตรีธนชาติรีบผวาร่างตามออกไป แต่ไม่ทันได้แตะสัมผัสด้วยซ้ำ อีกฝ่ายเบี่ยงตัวออกไปอีกทางราวรังเกียจเดียดฉันท์

 “ฉันมันโง่เอง คุณพ่อเคยเตือนแล้ว แต่ฉันก็ไม่ยอมฟัง ดื้อที่ใช้หัวใจตัดสิน เลือกที่จะแต่งงานกับคนอย่างคุณ” ฉัตรชบากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น ริมฝีปากบางเหยียดออกหยันๆ สมเพชตัวเองยิ่งนัก

“พี่ขอโทษฉัตร เอ่อ...พี่ไม่ได้”

“หยุด! ฉันไม่อยากจะฟังคำแก้ตัวของคนเลวๆ อย่างคุณอีก เชิญพวกคุณเสพสุขกันตามสบาย ถ้าพร้อมเมื่อไหร่นัดวันหย่ามาเลย”

“ไม่นะ! ฉัตร พี่ไม่ยอมหย่าเด็ดขาด” พันตรีธนชาติสวนกลับทันควัน ไม่มีทางหรอกที่เขาจะหย่าขาดจากฉัตรชบา

“แล้วจันทรากับลูกล่ะคะผู้พัน” จันทรารีบเข้ามายื้อแขนพันตรีธนชาติไว้แน่น เมื่อคิดว่าเขานั้นกำลังเลือกภรรยาของเขา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ อุตส่าห์ลงทุนลงแรงสารพัด กว่าจะมาเป็นภรรยาน้อยนายทหารใหญ่ได้

“ลูก เธอหมายถึงหนูเรย์งั้นเหรอ” หนูเรย์ที่พันตรีธนชาติเอ่ยถึงนั้น คือเรณุกาเด็กสาววัยแปดขวบลูกของจันทราที่เกิดจากอดีตพลทหารที่เคยรับใช้ตนมาก่อน และได้ทิ้งให้จันทรากับบุตรสาวไว้กับเขาที่บ้านพัก

“ไม่ใช่ค่ะ ลูกในท้อง ลูกของเราสองคนไงคะ” จันทราจับมือใหญ่มาแตะหน้าท้องแบนเรียบของตน ใช้ช่วงจังหวะที่พันตรีธนชาติก้มลงมอง แอบส่งสายตาเยาะเย้ยไปทางสองแม่ลูก

“ลูกของเราเหรอ” พันตรีธนชาติย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ซึ่งการกระทำนั้นทำให้ฉัตรชบาตัดสินใจผละร่างออกจากอ้อมแขนบุตรชาย แล้ววิ่งหนีจากภาพบาดตาบาดใจ

“คุณแม่! อย่าวิ่ง คุณแม่กำลังท้องนะครับ” คำพูดของบุตรชาย ทำเอาพันตรีธนชาติตัวเย็นยะเยือก ก่อนจะดึงสติวิ่งตามภรรยาและบุตรชายลงไป แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเห็นภรรยานอนจมกองเลือดอยู่ที่กลางถนนกับรถคู่กรณี ซึ่งคนขับรถได้แต่พร่ำบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ในขณะนั้นเสียงร่ำไห้ของบุตรชายก็ดังลั่น

“ฉัตร! อย่าเป็นอะไรนะ พี่ขอโทษ” พันตรีธนชาติแทบสิ้นสติ ถลาร่างเข้าไปหาภรรยา ด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“อย่ามาแตะต้องแม่ผม ผมเกลียดพ่อ!!” อัคราตะโกนก้องใส่หน้าผู้เป็นบิดา ทำเอาใจคนฟังแทบใจสลาย เป็นความผิดของเขาเอง จะโทษใครได้ เพราะความมักมาก ไม่ยับยั้งชั่งใจ จนต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาล

สิบแปดปีผ่านไป

            อัครา นุกูลไพศาล พ่อเลี้ยงหนุ่มวัยสามสิบหกปี กำลังนั่งอยู่บนหลังอาชาสีขาวคู่ใจ อยู่บนหน้าผาสูงชัน กวาดสายตามองไปรอบๆ อาณาเขตไร่ฟ้าเคียงดิน ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปี หลังจากที่เขาได้มาสานต่อจากผู้เป็นตาที่ล่วงลับไปเมื่อห้าปีก่อน หากมารดาและตายังอยู่ ก็คงภูมิใจในตัวเขาไม่น้อย โดยเฉพาะมารดา ที่วาดฝันว่าจะพัฒนาไร่แห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่

“ผมทำสำเร็จแล้วครับคุณแม่” อัคราพึมพำแล้วหลับตาลงช้าๆ เมื่อสิบแปดปีก่อน หลังจากมารดาได้เสียชีวิตพร้อมกับน้องในท้อง คุณตาก็ได้ส่งเขาไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ จากนั้นก็ไม่ได้รับรู้อะไรอีกเลย ว่าคนที่พรากชีวิตแม่และน้องของตนนั้น อยู่ดีมีความสุขอย่างไร และไม่แน่ป่านนี้คงลืมไปแล้ว ว่ายังมีเขาเป็นลูกอีกคน คิดแค่นั้น ชายหนุ่มก็กระตุกยิ้มอย่างปวดใจ

เสียงม้าอีกตัววิ่งเข้ามาใกล้ๆ ทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มดึงสติตัวเองออกจากห้วงความคิดที่แสนเจ็บปวด หันขวับไปมอง ปรากฏว่าเป็นชัชดนัยลูกน้องคนสนิทของเขานั่นเอง

“มีอะไรนัย” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ ทันทีที่คนสนิทขี่ม้าเข้ามาใกล้

“มีผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบพ่อเลี้ยงครับ” ชัชดนัยบอกเท่านั้น คิ้วเข้มของคนฟังขมวดมุ่น แววตาเต็มไปด้วยคำถาม ผู้หญิงที่ไหนกันมาหาตนที่ไร่

“ใคร”

“เธอบอกว่าชื่อเรณุกา  เอ่อ  มาขอพบพ่อเลี้ยงด้วยเรื่อง...”        ชัชดนัยอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าเอ่ยชื่อพันตรีธนชาติ เพราะพ่อเลี้ยงหนุ่มสั่งห้ามทุกคนในไร่เอ่ยถึงชื่อนี้อีกเด็ดขาด

“อะไรวะนัย พูดอึกๆ อักๆ แล้วเมื่อไหร่จะรู้เรื่อง” พ่อเลี้ยงหนุ่มตวาดกลับ รู้สึกโมโหกับท่าทางนั้น

“คุณเรณุกาเธอมาขอพบพ่อเลี้ยงเรื่องผู้พันครับ” คนสนิทกล่าวรายงานจบ นัยน์ตาคมของพ่อเลี้ยงหนุ่มฉายชัดออกมาด้วยแววตาปวดร้าว แต่เพียงแวบเดียวเท่านั้น

“เธออยู่ไหน” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด บ่งบอกถึงอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

“เธอรออยู่ที่ห้องรับแขกของบ้านพักครับ” ชัชดนัยตอบด้วยเสียงหนักใจ เท่านั้นแหละพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ควบม้ากลับไปยังบ้านพัก โดยใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่คอกม้า ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เดินตรงไปยังบ้านหลังใหญ่ของตน โดยมีคนสนิทวิ่งตามหลังไปติดๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงื่อนร้ายปมอดีต   43

    “ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม ขอเวลาหน่อยแล้วกัน” ชายหนุ่มบอกปัดออกไป เพราะเขายังไม่สามารถเรียกบิดาได้สนิทใจ เวลาเท่านั้นที่จะช่วยได้“ก็ได้ พ่อจะรอวันนั้น” พันตรีธนชาติกล่าวอย่างมีความหวัง ขณะที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเข้ามาห่มผ้าให้ ก่อนปิดไฟห้อง แล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าโซฟาตรงหญิงสาวนอนอยู่“ลุกขึ้นมาเรณุกา”“อะไรของคุณอีก ฉันเหนื่อยอยากนอนพัก” หญิงสาวพึมพำเบาๆ กลัวพันตรีธนชาติได้ยิน“ลุกขึ้นมาอย่าเรื่องมาก” ชายหนุ่มดึงแขนเล็กขึ้นมา จากนั้นตนก็ล้มตัวลงนอนจนหญิงสาวอ้าปากค้าง แต่ยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไรร่างเล็กก็ถูกดึงให้ล้มตัวลงนอน“ปล่อยนะพ่อเลี้ยง ฉันจะไปนอนด้านล่าง ขืนนอนแบบนี้ตกโซฟาแน่” หญิงสาวกลัวลูกในท้องจะเกิดอันตรายหากเธอนอนตกโซฟา ถึงพื้นจะห่างกันไม่มาก แต่ป้องกันไว้ดีที่สุด“ไม่หรอก ฉันจะกอดเธอไว้ไม่ให้ตก นอนเถอะดึกมากแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำแล้วหลับตาลง แต่คนในอ้อมกอดกลับหลับตาไม่ลง ใจเต้นแรงทุกครั้งยามอยู่ในอ้อมกอดของเขา และคิดว่าต่อไปคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว หลังจากพร

  • เงื่อนร้ายปมอดีต   42

    หลังจากจัดการเคลียร์ปัญหาเรื่องจันทราเสร็จเรียบร้อยแล้ว พ่อเลี้ยงอัคราก็เดินกลับมาที่รถอีกครั้ง ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อไม่พบเรณุกานั่งรออยู่ในรถ ชายหนุ่มบ่นงึมงำสีหน้าหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่ยอมทำตามคำสั่ง ก่อนจะเคลื่อนรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถของโรงพยาบาล จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักฟื้นที่บิดาพักรักษาตัวอยู่ ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาสายตาคมกริบกวาดมองหาร่างบางไปรอบๆ พร้อมก้าวเท้าเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง ซึ่งบิดากำลังมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“อัคร พ่อคิดว่าลูกนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านเสียอีก”“ก็ตั้งใจว่าจะนอนพัก แต่เห็นเรณุกาลืมถุงยาไว้ ก็เลยขับรถเอามาให้ครับ”“เอ... หนูเรย์ไม่สบายเหรอ ทำไมหนูเรย์ไม่ยอมบอกพ่อเลย”พันตรีธนชาติเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบายใจ“เขาคงไม่อยากให้คุณเป็นห่วง ว่าแต่ตอนนี้ลูกสาวคนโปรดของคุณไปไหนเสียล่ะครับ”“มีเพื่อนโทร.มาให้ลงไปพบข้างล่างเป็นชั่วโมงแล้ว

  • เงื่อนร้ายปมอดีต   41

    “งั้นรอสักครู่นะคะ” ป้าแจ่มจันทร์กุลีกุจอรีบเดินไปบอกให้เด็กในปกครองมาจัดโต๊ะอาหาร“ทานเยอะๆ นะคะ”“ครับป้า รับรองไม่เหลือ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ต่างจากที่พบกันครั้งแรกโดยสิ้นเชิง แค่คุณหนูยิ้มให้นางก็ดีใจมากแล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่าสักวันคุณหนูของนางต้องกลับมาน่ารักเหมือนเดิม ดังเช่นวันวาน“เอ...คุณหนูไม่สบายเหรอคะ”“ไม่ใช่หรอกครับ ของเรณุกา ว่าจะเอาไปให้ที่โรงพยาบาล”“ตายจริง คุณหนูเรย์เป็นอะไรคะ” แม่บ้านเอ่ยถามสุ้มเสียงตกใจ“ไม่สบายนิดหน่อยครับ รถที่บ้านมีว่างสักคันมั้ยครับป้าแจ่ม ผมว่าจะขับไปที่โรงพยาบาลสักหน่อย”“มีอีกสองคันที่โรงจอดรถค่ะ เดี๋ยวป้าไปหยิบกุญแจให้นะคะ” นางบอกก่อนเดินไปหยิบกุญแจที่แขวนอยู่ใต้บันไดมาให้เจ้านายหนุ่ม“ขอบคุณครับป้าแจ่ม ผมอิ่มแล้ว” ชายหนุ่มรวบช้อนแล้วยกน้ำดื่ม“แล้วคุณหนูจะไปถูกเหรอคะ” หญิงสาวสูงวัยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ผมเดินทางมาประชุมที่กรุงเทพฯ

  • เงื่อนร้ายปมอดีต   40

    อัครากดยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ความจริงห้องนี้ก็ไม่ได้สกปรกอะไร เพราะมีสาวใช้เข้ามาทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน แต่ที่เรียกเรณุกามาทำเพื่อต้องการสั่งสอนเท่านั้น ที่ทำตัวเหมือนเจ้าของบ้าน เขาไม่มีทางให้เธออยู่อย่างสุขสบายแน่ บ้านนี้เป็นบ้านบิดาเขา เธอไม่มีสิทธิ์มาผยองหลังจากทำความสะอาดห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรณุกากำลังเก็บอุปกรณ์ออกจากห้อง แต่ชายหนุ่มกลับเรียกให้หญิงสาวช่วยผสมน้ำให้อาบ ซึ่งเธอก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ในเมื่อเป็นแค่ผู้อาศัย เขาสั่งอะไรก็ต้องทำ เพราะเธอไม่มีสิทธิ์อะไรในบ้านหลังนี้ ที่อยู่อย่างสุขสบายก็มาจากความเมตตาของพันตรีธนชาติทั้งนั้น“เสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวเดินออกมาบอก ซึ่งเป็นจังหวะที่พ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังถอดกางเกงพอดี ทำเอาร่างบางเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน ดวงหน้าหวานร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู“หึๆ ทำเหมือนไม่เคยเห็น” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมเดินเข้ามาซ้อนอยู่ด้านหลังอันบอบบาง แล้วโน้มใบหน้าลง ซุกไซ้กับซอกคอขาวนวลจนเจ้าของร่างสะดุ้งตกใจ จะเบี่ยงตัวหนีก็ถูกลำแขนแกร่งรั้งไว้“ปล่อยนะพ่อเลี้ยง” หญิงสาวพยายามแกะลำแขนแกร

  • เงื่อนร้ายปมอดีต   39

    “เราอย่าเพิ่งพูดกันเรื่องนี้เลยดีกว่าครับ คุณนอนพักผ่อนเถอะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวตัดบทลุกขึ้นประคองร่างบิดาลงนอน หากขืนยังคุยกันเรื่องนี้ต่อไปอาจจะทำให้ท่านต้องช็อกไปอีก รอเวลาให้ท่านหายป่วยก่อน ค่อยกลับมาคุยกันอย่างจริงๆ จังๆ อีกครั้ง เรณุกาหนีมานั่งร้องไห้ที่สวนสาธารณะด้านหลังโรงพยาบาล ร่างบางสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นจนต้องยกมือขึ้นโอบไหล่บางของตนเองไว้ ความผิดหวังเสียใจได้ถาโถมเข้ามากับสิ่งที่มารดาทำกับตนเหมือนไม่ใช่ลูก ซึ่งไม่ต่างจากพ่อเลี้ยงอัคราที่มองเธอเป็นเพียงเศษขยะเน่าๆ ชิ้นหนึ่ง รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เธอจะยอมแพ้เพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้ เพราะยังมีหนึ่งชีวิตน้อยๆ ในท้องให้ต้องดูแล เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็สลัดความคิดเหล่านั้นออกไป แล้วเดินกลับไปยังห้องพักฟื้นอีกครั้ง เมื่อเปิดประตูเข้าไปคนใจร้ายก็หันมามองพอดี เธอจึงเชิดหน้าคอแข็งเดินผ่านตรงไปนั่งที่ข้างเตียงคนไข้“หนูเรย์ หายไ

  • เงื่อนร้ายปมอดีต   38

    “ยัยเรย์” เสียงเรียกแทบตวาดนั้น ทำให้เรณุกาหันขวับไปมอง เปิดยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แต่คงเป็นเพียงฝ่ายเดียว“แม่มาทำอะไรที่นี่ ไม่สบายเหรอจ๊ะ”“เปล่า ฉันไปหาแกที่บ้านนั้นมา นังแจ่มมันบอกว่าตาแก่หมดสติเข้าโรงพยาบาล มันตายหรือยังล่ะ” คำถามนั้น ทำเอาพ่อเลี้ยงหนุ่มตาลุกวาวด้วยความไม่พอใจกับสรรพนามที่หญิงวัยกลางคนเรียกขานอย่างไม่ให้เกียรติ“แม่ทำไมถามแบบนี้”“ทำไม ตายไปเสียได้ก็ดี สมบัติทั้งหมดจะได้เป็นของแกไง” จันทราพูดพร่ำไม่ยอมหยุด แม้เรณุกาจะสะกิดแขนเตือนสติก็ตาม“เสียใจด้วย แม้แต่สตางค์แดงเดียวเรณุกาก็ไม่ได้จากพ่อของฉัน” เสียงเหี้ยมเค้นลอดไรฟันดังขึ้น ทำให้จันทราหันขวับไปมอง“พ่อ หมายความว่า...”“พ่อเลี้ยงอัครา ลูกชายของคุณพ่อค่ะ” เรณุการีบบอกมารดา จนอีกฝ่ายเบิกตาโพลงหน้าซีด แต่ยังทำใจกล้าพูดต่อ“อ้อ...พอพ่อใกล้ตายก็รีบมาเอาสมบัติเลยนะ แต่ยังไงก็ต้องแบ่งให้ยัยเรย์บ้าง ที่คอยดูแลพ่อของคุณมานาน”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status