Mag-log in“คุณพ่อทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ คุณพ่อมีค่ากับเรย์กับทุกคนมากนะคะ”
“ขอบใจนะ
“คุณพ่อเข้าไปนานหรือยังคะ” หญิงสาวเข้ามาสอบถามกับพ่อเลี้ยงหนุ่ม โดยไม่สนใจใบหน้าบอกบุญไม่รับของเขาซึ่งเห็นบ่อยจนเป็นเรื่องปกติ“เกือบชั่วโมงแล้วล่ะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ ขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกไปคุย“มีอะไรนัย” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เดินมายืนตรงหัวมุมบันไดหนีไฟ“เมื่อคืนมีคนร้ายลักลอบเข้ามาวางเพลิงที่โรงงานครับพ่อเลี้ยง และเข้ามาทำลายต้นสตรอว์เบอร์รีเสียหายไปเกือบไร่” ชัชดนัยกล่าวรายงานเสียงขรึม“อะไรนะ!” พ่อเลี้ยงหนุ่มตะโกนก้องเสียงหลง เขาไม่อยู่เพียงวันเดียวทำไมถึงเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้“ในโรงงานเสียหายไปเท่าไหร่ ถึงโกดังเก็บสินค้าหรือเปล่านัย” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามกลับเสียงเข้มใบหน้าเครียดจัด“เกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ”“บัดซบ! มันเป็นใครมาลอบกัดแบบนี้วะ ไปสืบมาหรือยังนัย”“กำลังประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจครับพ่อเลี้ยง แต่เท่าที่ดูกล้องวงจรปิดทางเข้าไร่ไม่พบพิ
“ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม ขอเวลาหน่อยแล้วกัน” ชายหนุ่มบอกปัดออกไป เพราะเขายังไม่สามารถเรียกบิดาได้สนิทใจ เวลาเท่านั้นที่จะช่วยได้“ก็ได้ พ่อจะรอวันนั้น” พันตรีธนชาติกล่าวอย่างมีความหวัง ขณะที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเข้ามาห่มผ้าให้ ก่อนปิดไฟห้อง แล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าโซฟาตรงหญิงสาวนอนอยู่“ลุกขึ้นมาเรณุกา”“อะไรของคุณอีก ฉันเหนื่อยอยากนอนพัก” หญิงสาวพึมพำเบาๆ กลัวพันตรีธนชาติได้ยิน“ลุกขึ้นมาอย่าเรื่องมาก” ชายหนุ่มดึงแขนเล็กขึ้นมา จากนั้นตนก็ล้มตัวลงนอนจนหญิงสาวอ้าปากค้าง แต่ยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไรร่างเล็กก็ถูกดึงให้ล้มตัวลงนอน“ปล่อยนะพ่อเลี้ยง ฉันจะไปนอนด้านล่าง ขืนนอนแบบนี้ตกโซฟาแน่” หญิงสาวกลัวลูกในท้องจะเกิดอันตรายหากเธอนอนตกโซฟา ถึงพื้นจะห่างกันไม่มาก แต่ป้องกันไว้ดีที่สุด“ไม่หรอก ฉันจะกอดเธอไว้ไม่ให้ตก นอนเถอะดึกมากแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำแล้วหลับตาลง แต่คนในอ้อมกอดกลับหลับตาไม่ลง ใจเต้นแรงทุกครั้งยามอยู่ในอ้อมกอดของเขา และคิดว่าต่อไปคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว หลังจากพร
หลังจากจัดการเคลียร์ปัญหาเรื่องจันทราเสร็จเรียบร้อยแล้ว พ่อเลี้ยงอัคราก็เดินกลับมาที่รถอีกครั้ง ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อไม่พบเรณุกานั่งรออยู่ในรถ ชายหนุ่มบ่นงึมงำสีหน้าหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่ยอมทำตามคำสั่ง ก่อนจะเคลื่อนรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถของโรงพยาบาล จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักฟื้นที่บิดาพักรักษาตัวอยู่ ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาสายตาคมกริบกวาดมองหาร่างบางไปรอบๆ พร้อมก้าวเท้าเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง ซึ่งบิดากำลังมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“อัคร พ่อคิดว่าลูกนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านเสียอีก”“ก็ตั้งใจว่าจะนอนพัก แต่เห็นเรณุกาลืมถุงยาไว้ ก็เลยขับรถเอามาให้ครับ”“เอ... หนูเรย์ไม่สบายเหรอ ทำไมหนูเรย์ไม่ยอมบอกพ่อเลย”พันตรีธนชาติเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบายใจ“เขาคงไม่อยากให้คุณเป็นห่วง ว่าแต่ตอนนี้ลูกสาวคนโปรดของคุณไปไหนเสียล่ะครับ”“มีเพื่อนโทร.มาให้ลงไปพบข้างล่างเป็นชั่วโมงแล้ว
“งั้นรอสักครู่นะคะ” ป้าแจ่มจันทร์กุลีกุจอรีบเดินไปบอกให้เด็กในปกครองมาจัดโต๊ะอาหาร“ทานเยอะๆ นะคะ”“ครับป้า รับรองไม่เหลือ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ต่างจากที่พบกันครั้งแรกโดยสิ้นเชิง แค่คุณหนูยิ้มให้นางก็ดีใจมากแล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่าสักวันคุณหนูของนางต้องกลับมาน่ารักเหมือนเดิม ดังเช่นวันวาน“เอ...คุณหนูไม่สบายเหรอคะ”“ไม่ใช่หรอกครับ ของเรณุกา ว่าจะเอาไปให้ที่โรงพยาบาล”“ตายจริง คุณหนูเรย์เป็นอะไรคะ” แม่บ้านเอ่ยถามสุ้มเสียงตกใจ“ไม่สบายนิดหน่อยครับ รถที่บ้านมีว่างสักคันมั้ยครับป้าแจ่ม ผมว่าจะขับไปที่โรงพยาบาลสักหน่อย”“มีอีกสองคันที่โรงจอดรถค่ะ เดี๋ยวป้าไปหยิบกุญแจให้นะคะ” นางบอกก่อนเดินไปหยิบกุญแจที่แขวนอยู่ใต้บันไดมาให้เจ้านายหนุ่ม“ขอบคุณครับป้าแจ่ม ผมอิ่มแล้ว” ชายหนุ่มรวบช้อนแล้วยกน้ำดื่ม“แล้วคุณหนูจะไปถูกเหรอคะ” หญิงสาวสูงวัยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ผมเดินทางมาประชุมที่กรุงเทพฯ
อัครากดยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ความจริงห้องนี้ก็ไม่ได้สกปรกอะไร เพราะมีสาวใช้เข้ามาทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน แต่ที่เรียกเรณุกามาทำเพื่อต้องการสั่งสอนเท่านั้น ที่ทำตัวเหมือนเจ้าของบ้าน เขาไม่มีทางให้เธออยู่อย่างสุขสบายแน่ บ้านนี้เป็นบ้านบิดาเขา เธอไม่มีสิทธิ์มาผยองหลังจากทำความสะอาดห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรณุกากำลังเก็บอุปกรณ์ออกจากห้อง แต่ชายหนุ่มกลับเรียกให้หญิงสาวช่วยผสมน้ำให้อาบ ซึ่งเธอก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ในเมื่อเป็นแค่ผู้อาศัย เขาสั่งอะไรก็ต้องทำ เพราะเธอไม่มีสิทธิ์อะไรในบ้านหลังนี้ ที่อยู่อย่างสุขสบายก็มาจากความเมตตาของพันตรีธนชาติทั้งนั้น“เสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวเดินออกมาบอก ซึ่งเป็นจังหวะที่พ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังถอดกางเกงพอดี ทำเอาร่างบางเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน ดวงหน้าหวานร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู“หึๆ ทำเหมือนไม่เคยเห็น” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมเดินเข้ามาซ้อนอยู่ด้านหลังอันบอบบาง แล้วโน้มใบหน้าลง ซุกไซ้กับซอกคอขาวนวลจนเจ้าของร่างสะดุ้งตกใจ จะเบี่ยงตัวหนีก็ถูกลำแขนแกร่งรั้งไว้“ปล่อยนะพ่อเลี้ยง” หญิงสาวพยายามแกะลำแขนแกร
“เราอย่าเพิ่งพูดกันเรื่องนี้เลยดีกว่าครับ คุณนอนพักผ่อนเถอะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวตัดบทลุกขึ้นประคองร่างบิดาลงนอน หากขืนยังคุยกันเรื่องนี้ต่อไปอาจจะทำให้ท่านต้องช็อกไปอีก รอเวลาให้ท่านหายป่วยก่อน ค่อยกลับมาคุยกันอย่างจริงๆ จังๆ อีกครั้ง เรณุกาหนีมานั่งร้องไห้ที่สวนสาธารณะด้านหลังโรงพยาบาล ร่างบางสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นจนต้องยกมือขึ้นโอบไหล่บางของตนเองไว้ ความผิดหวังเสียใจได้ถาโถมเข้ามากับสิ่งที่มารดาทำกับตนเหมือนไม่ใช่ลูก ซึ่งไม่ต่างจากพ่อเลี้ยงอัคราที่มองเธอเป็นเพียงเศษขยะเน่าๆ ชิ้นหนึ่ง รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เธอจะยอมแพ้เพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้ เพราะยังมีหนึ่งชีวิตน้อยๆ ในท้องให้ต้องดูแล เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็สลัดความคิดเหล่านั้นออกไป แล้วเดินกลับไปยังห้องพักฟื้นอีกครั้ง เมื่อเปิดประตูเข้าไปคนใจร้ายก็หันมามองพอดี เธอจึงเชิดหน้าคอแข็งเดินผ่านตรงไปนั่งที่ข้างเตียงคนไข้“หนูเรย์ หายไ







