Beranda / รักโบราณ / เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว / ๕ เขามาทำอะไรที่นี่

Share

๕ เขามาทำอะไรที่นี่

last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-26 15:19:29

เขามาทำอะไรที่นี่

หลางผิงอาของหลางยีกล่าวว่านางมาเยี่ยมญาติที่เมืองของข้าสามวัน

ที่พักหลับนอนตอนกลางคืนของนางก็คือบ้านญาติ แต่ว่าช่วงกลางวันนางกลับมาเยือนพรรคมารป๋ายหลงทุกวัน จนกระทั่งถึงวันนี้

“ท่านประมุขจะพาข้าไปเดินชมตลาด คุณหนูลี่จะไปด้วยกันหรือไม่”

พูดให้ครบถ้วนได้หรือไม่ ท่านพ่อจะพาเจ้าไปเพราะเจ้าขอให้ท่านพ่อพาไป แล้วคำชวนนี่อะไร เหมือนข้าเป็นคนนอกที่เจ้าชวนตามมารยาท

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปกับท่านพ่อเพียงลำพัง

“ไปเจ้าค่ะ”

ข้าตอบรับหลางผิงก่อนที่จะหันมามองสาวใช้คนสนิท ให้มันรู้เสียบ้างว่าใครต้องพาใครไปกันแน่

“อาชิ่งเตรียมตัวเร็ว เราจะพาหลางผิงกูเหนียงไปเดินเที่ยวตลาดกัน”

หลางผิงเรียกข้าว่าคุณหนู แต่ข้าเรียกนางว่าแม่นาง เช่นเดียวกับที่หลางยีเรียกข้า

ไม่ว่าจะเรื่องคำเรียกหรือเรื่องที่ข้าตั้งใจจะไปขัดขวางนางกับท่านพ่อ นางไม่ได้แสดงอารมณ์ใดนอกจากยิ้มรับ ไม่แสดงความหงุดหงิดให้เห็นแม้แต่น้อย

…เก็บอารมณ์ได้เก่งสมอายุ!

“เช่นนั้นไปรอท่านประมุขที่รถม้าดีหรือไม่ เดินทางด้วยรถม้าของข้าก็ได้ ด้านในพรั่งพร้อมไปด้วยขนมน้ำชา”

หลางผิงเอ่ยด้วยท่าทางเป็นมิตรราวกับกำลังทำคะแนนกับข้า

“รถม้าหลางผิงกูเหนียงหรือเจ้าคะ”

“ใช่ อยากไปรถม้าข้าหรือไม่”

“ขึ้นรถม้าของพรรคเราก็ได้นะเจ้าคะ หมู่บ้านป๋ายหลงมีของกินมากมาย ไม่เหมือนหมู่บ้านเฮยหลาง”

พรรคมารทั้งสี่ตั้งอยู่ในแคว้นจุน เมืองหนานหยาที่ใครต่างก็รู้ว่าเป็นถิ่นของชาวยุทธภพ โดยเมืองหนานหยานี้มีอยู่สี่หมู่บ้านใหญ่ ชื่อหมู่บ้านและชื่อพรรคมารเป็นชื่อเดียวกัน ข้าอยู่หมู่บ้านป๋ายหลง ส่วนหลางยีและหลางผิงก็อยู่หมู่บ้านเฮยหลาง

ชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านนับถือฮ่องเต้เป็นอันดับหนึ่งในใจ ส่วนอันดับสองคือประมุขพรรคมารที่ให้การคุ้มครองชาวบ้านจากอันธพาลต่างถิ่น สัตว์อสูรหรือแม้แต่ภูตผีปีศาจ

“ไปกันเถอะ”

ข้าชวนอาชิ่งไปยังรถม้า หลางผิงเดินตามมาติด ๆ รอที่รถม้าไม่นานท่านพ่อก็เดินเข้ามาหาเราสองคน ด้านหลังท่านพ่อมีคนช่วยจูงม้าสีขาวมาด้วย

“มาแล้ว รอนานหรือไม่”

ท่านพ่อส่งยิ้มให้ข้าทั้งยังเผื่อแผ่ไปยังหลางผิงด้วย ข้ารู้สึกดีหน่อยที่ท่านพ่อยิ้มให้ข้าอย่างอบอุ่น ต่างจากตอนยิ้มให้หลางผิงที่เพียงยิ้มตามมารยาทเท่านั้น

“ไม่นานเจ้าค่ะอาเตีย”

“จริงอย่างที่คุณหนูลี่กล่าวเจ้าค่ะ ขอบคุณที่สละเวลาพาข้าไปเที่ยวชมตลาดนะเจ้าคะ”

พูดอย่างกับว่าข้าไม่ได้ไปด้วย!

“หลางผิงกูเหนียงอย่าได้เกรงใจ ท่านเป็นแขก อย่างไรก็ต้องให้การต้อนรับอย่างดี”

ท่านพ่อสบตาผู้สนทนาด้วยเสมอ หลางผิงก็ไม่เว้น นางคงคิดว่าท่านพ่อปฏิบัติกับนางเป็นพิเศษกระมัง เพราะข้าสัมผัสละอองสีทองจากนางได้

เพราะไม่อยากให้ดวงตาสัมผัสละอองสีทองจากนางจึงได้เดินเอาตัวไปคั่นกลางคนทั้งคู่ไว้

“ไปกันเถอะเจ้าค่ะอาเตีย…หลางผิงกูเหนียง”

ตอนแรกข้าจะไม่ชวนนาง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านพ่อ จะแสดงอาการต่อต้านอย่างชัดเจนไม่ได้ ดังนั้นจึงได้เอ่ยชวนนางด้วยอีกคน

บนรถม้า…

“ของซื้อของขายเยอะจริงด้วย”

หลางผิงเลิกม่านขึ้นเล็กน้อยเพื่อดูบรรยากาศภายในหมู่บ้านป๋ายหลง

“เจ้าค่ะ”

ข้าตอบรับสั้น ๆ เพราะในหัวกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ เป็นเรื่องที่รู้สึกกังวลมาก

รถม้าที่ข้าและหลางผิงโดยสารมาคือรถม้าของพรรคมารป๋ายหลง ตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนรถม้าเป็นที่คุ้นตาชาวเมืองเป็นอย่างดี

โดยปกติเพียงแค่ข้าก้าวลงมาจากรถม้า ศูนย์รวมสายตาของผู้คนที่อยู่ละแวกนี้คือข้า เวลาที่ท่านพ่อมาด้วย ท่านพ่อจะเป็นคนประคองข้าลงจากรถม้า

แต่ครั้งนี้หลางผิงมาด้วย เช่นนั้นวันนี้คนที่ลงตามหลังข้ามาก็คือหลางผิง จะเลี่ยงไม่ช่วยนางลงมาก็ดูน่าเกียจเกินไป ฉะนั้นเพื่อเลี่ยงการแตะเนื้อต้องตัวกันของพวกเขา ข้าต้องรีบลงให้เร็วแล้วเป็นผู้ยื่นมือช่วยหลางผิงเอง

เมื่อมีแผนการตั้งรับไว้แล้วข้าถึงค่อยคลายใจ เผลอพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ จนหลางผิงที่หันมาเห็นพอดีเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

“ดูท่าคุณหนูลี่จะมีเรื่องให้คิดในใจ”

ข้าหลุดจากโลกความคิดตนเองพร้อมทั้งส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นการปฏิเสธ

“ไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจอันใดเจ้าค่ะ แค่กำลังคิดว่าจะซื้ออันใดดี”

“อ้อ ที่แท้ก็เรื่องนี้ ข้านึกว่าคิดถึงข้าอยู่”

สัญชาตญาณดีไม่เบา!

“ตอนที่ถึงตลาดแล้วขอข้าลงจากรถม้าก่อนนะเจ้าคะ” ข้าเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องเมื่อครู่เพราะไม่อยากพูดโกหก

คิดเรื่องของนางอยู่จริง ๆ จะบอกว่าไม่ได้คิดก็กระไร

“ข้าตามใจคุณหนู”

หลางผิงพยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไรมาก เป็นข้าเสียอีกที่คิดไปไกลอย่างเช่นว่า…

ถ้าทุกคนเห็นหลางผิงมาพร้อมข้าจะสงสัยในความสัมพันธ์ของเราหรือไม่ จะตั้งคำถามไหมว่านางเป็นว่าที่แม่คนใหม่ข้าหรือเปล่า แล้วก็…

โอ๊ย! เยอะแยะไปหมด

“หยุด~”

เสียงหยุดม้าของคนบังคับรถม้าเรียกสติข้า เมื่อรถม้าหยุดนิ่งแล้วข้าก็แหวกม่านประตูเตรียมลงก่อน

ข้าใจหายวาบเมื่อเห็นมือที่ยื่นมารับเป็นมือของบุรุษที่ไม่คุ้นเคย จนกระทั่งช้อนตาขึ้นมองเขา ความตกใจเมื่อครู่ก็กลายเป็นความสงสัย

“ท่านหลางยี”

เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 10 (จบบริบูรณ์)

    ๑๐เจ้าไม่ได้สิ้นรักข้า “ฮูหยิน เจ้าไม่ได้สิ้นรักข้า!”นี่คือประโยคแรกที่ข้ากล่าวหลังจากที่ถลันกายเข้าไปในห้องนอนรอยยิ้มบนใบหน้าข้าหายไปทันทีเมื่อเห็นสภาพนางที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเตียง พอเห็นหน้าข้านางก็รีบหันหน้าไปทางอื่น ยกมือขึ้นปาดน้ำตาความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อครู่หายไปแทนที่ด้วยความเจ็บปวด เหตุใดนางจึงร้องไห้น้ำตาอาบหน้าเช่นนี้“ฮูหยิน…”อาชิ่งรู้งานรีบเดินออกไปจากเรือนนอนปล่อยให้เราสองคนอยู่ในห้องด้วยกันเพียงลำพัง“ฟูจวินอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ ไม่ต้องเข้ามา”ข้าชะงักเท้าตามที่นางสั่ง แม้จะทราบว่านางเป็นเช่นนี้เพราะกำลังตั้งครรภ์อยู่ แต่ข้าก็ไม่อาจห้ามความเศร้าที่กอบกุมจิตใจได้“ฮูหยินร้องไห้ด้วยเหตุใด บอกฟูจวินได้หรือไม่”“ไม่บอกเจ้าค่ะ อยากร้องไห้ต้องมีสาเหตุด้วยหรือ” ปลายเสียงนางสะบัดแต่สะอื้นฮัก ๆ เพราะร้องไห้เห็นร่างบางที่หันหลังใส่ตัวสั่นเช่นนี้ข้าก็ไม่สนใจสิ่งใดแล้ว เดินไปนั่งด้านหลังนางแล้วสวมกอดร่างบางเอาไว้จากด้านหลัง“ฮูหยิน อยากร้องก็ร้อง แต่อย่าห้ามฟูจวินให้กอดเจ้าเลย ในเวลานี้เจ้าไม่ควรให้ตัวเองอยู่คนเดียว”นางเห็นหน้าข้าแล้วอาจหงุดหงิด แต่ทำแบบนี้ย่อมดีเสียกว่าทิ้ง

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 9

    ๙เบื่อหน้าเขานัก บุตรสาวข้าเลี้ยงง่ายยิ่งนัก! ท่านพ่อของข้ากล่าวว่าตอนเด็กนางเหมือนข้าไม่มีผิด เวลาใครอุ้มก็จะมองหน้าคนนั้น มองนิ่ง ๆ ด้วยสายตาสำรวจ นอกจากครั้งแรกที่ร้องไฮ้ตอนเป็นทารกแล้ว ข้าก็ไม่ได้ร้องไห้อีก หลางลู่หลินก็เช่นกัน! สิ่งนี้ทำให้ข้าเริ่มสงสัยว่านางเป็นแบบข้าหรือไม่ มีความทรงจำของชาติภพปัจจุบันติดมาด้วยหรือเปล่า มีวันหนึ่งข้าลองทดสอบดู พูดเป็นภาษาอังกฤษภาษาสากล แต่นางเพียงมองหน้าข้าด้วยสายตาว่างเปล่า ชัดเจนว่าไม่เข้าใจ คิดได้สองแง่ หนึ่งนางแค่ไม่ชอบร้องไฮ้ มีความเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เกิด สองนางอาจมากันคนละยุคกับข้า การทดสอบของข้าดำเนินการมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งนางอายุเข้าสามหนาวข้าก็หยุดทดสอบ คิดได้ว่า… ไม่ว่าใครจะมาเกิดนางก็ตาม อย่างไรนางก็คือบุตรสาวของข้า ใช้ชีวิตเป็นมารดาของหลางลู่หลินโดยไม่ตั้งคำถามกับตนเองในใจอีก เข้าปีที่สามของการใช้ชีวิตเป็นมารดา ปีนี้ลู่หลินพูดได้เยอะขึ้น วิ่งเล่นได้เร็วขึ้น ดูสดใสตามวัยโดยเฉพาะยามที่ได้เล่นกับบิดาและน้าชาย กอปรกับข้าตั้งครรภ์อ่อน ๆ หน

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 8

    ๘ผู้ซึ่งสมหวังที่สุดข้าเรียนรู้วิธีการกรี๊ดแล้ว!“กรี๊ด~เจ็บ!”ที่ผ่านมาข้าคิดว่าตนเองกรี๊ดไม่เป็นจนกระทั่งวันนี้ เจ้าตัวน้อยของแม่มอบบทเรียนให้กันตั้งแต่วันแรกที่กำลังลืมตาดูโลกเลย “ฮูหยิน เบ่งเจ้าค่ะ…อื้อ~” “อื้อ~”ข้าออกแรงเบ่งพร้อมเปล่งเสียงตามท่านหมอหญิง แต่เจ้าตัวน้อยของข้าก็ไม่ยอมออกเสียที“เบ่งอีกเจ้าค่ะฮูหยินน้อย เอาให้สุดแรงครั้งนี้ออกแน่เจ้าค่ะ”อีกครั้งเดียวแน่หรือ!“ฮูหยินน้อย อาชิ่งช่วยเบ่งเจ้าค่ะ”สาวใช้คนสนิทใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ข้า น้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกสภาพจิตใจในตอนนี้“เอาล่ะเจ้าค่ะ เบ่งเจ้าค่ะ”“อีกทีใช่หรือไม่…อื้อ~” ข้าพยายามเบ่งอีกครั้ง แต่ผลก็เหมือนเดิมคือยังไม่ออกมีหลายเสียงบอกว่าข้าจะได้บุตรชาย แต่ก็มีหลายเสียงบอกว่าข้าจะได้บุตรสาวสุดท้ายข้าเลือกเชื่อว่าเป็นบุตรสาวเพราะสามีกระซิบกับท้องข้าเบา ๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสเช่น…‘พ่อไปเรียนทำผมมาแล้ว จะถักเปียให้เจ้าทุกวันดีหรือไม่ลูกสาว’ไม่ก็กล่าวกับอาไท่ว่า…‘ทำชิงช้าน้อยใต้ต้นไม้ให้บุตรสาวข้าหน่อย’เป็นเช่นนี้ตลอด! นานวันเข้าข้าก็คาดหวังว่าตัวเองจะได้บุตรสาวเช่นเดียวกับฟูจวิน“ท่านหมอ ไม่ออก…ฮึก”เมื่อค

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 7

    ๗นางอาจจะมาแล้ว“เกิดอันใดขึ้นกับนาง!”“ฮูหยินเป็นลมขอรับ”ข้าบีบมือตนเองแน่น ต่อให้นางจะเป็นลมข้าก็ไม่วางใจ ถามเขาถึงสถานที่ที่นางอยู่่ในตอนนี้“ฮูหยินอยู่ที่ใด”“เรือนนอนขอรับ”เมื่อทราบสถานที่ที่นางอยู่แล้วข้าก็ไม่รีรอ ใช้พลังภายในที่มีทั้งหมดเร่งความเร็วมาที่เรือนหอ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงห้องนอนที่ได้ยินเสียงสนทนาของหลางผิงและท่านหมอประจำจวนข้าถลันกายเข้าในด้านในโดยไม่สนหน้าใครทั้งสิ้น“ฮูหยิน!”ใบหน้านางซีดมากจนข้าหายใจไม่ออก มารู้ว่าตนมือสั่นก็ตอนที่เอื้อมมือไปจับมือบาง“ฟูจวิน ใจเย็น ๆ เจ้าค่ะ ทำใจดี ๆ”ทำใจดี ๆ เช่นนั้นหรือ กล่าวเช่นนี้แล้วข้าจะยังใจเย็นได้ไหวหรือ นางเป็นอันใดถึงต้องกล่าวให้ข้าทำใจดี ๆ“ฮะ ฮูหยิน พูดแบบนี้ข้าใจไม่ดีเลย”ข้าเริ่มกล่าวเสียงตะกุกตะกักแล้ว ในตอนนั้นเองที่หมอประจำจวนเรียกความสนใจจากข้า“ท่านประมุขน้อย ฮูหยินไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายขอรับ แต่เป็นข่าวดี”ข่าวดี!“บอกเขาเถิดเจ้าค่ะท่านหมอ”เสี่ยวกูกู่เอ่ยขึ้น แววตาของนางฉายความขบขันจนข้าวางใจว่าภรรยาไม่ได้ป่วยเป็นอันใดจริง ๆ“ยินดีกับท่านประมุขน้อยด้วยขอรับ ฮูหยินตั้งครรภ์แล้วขอรับ”ตะ ตั้งครรภ์หรือ!“ฮูห

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 7

    ๖ฮูหยินเป็นอันใดลี่จู…กลับไปเยี่ยมบ้านเจ้าสาวครั้งนี้ข้ารู้สึกเบาใจขึ้นกว่าเดิมโดยไม่แน่ใจถึงสาเหตุหรือเป็นเพราะเห็นทุกคนต่างพยายามปรับตัวเข้าหากันรวมถึงปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ข้าจึงเบาใจว่าจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวหลังกลับจากพรรคมารป๋ายหลงเมื่อวาน ข้าคิดจะนอนหลับพักผ่อน แต่ไม่วายโดนฟูจวินลากไปห้องหนังสือให้ช่วยฝนหมึกให้ในตอนนั้นเองที่ข้าทราบว่าเขาไม่ได้ต้องการคนฝนหมึก เขาแค่อยากให้ข้านั่งอยู่ใกล้ ๆช่วงค่ำพวกเราทานอาหารกับประมุขเฮยหลางที่ข้าเปลี่ยนมาเรียกท่านพ่อแล้วท่านพ่อกล่าวว่าพอได้ทานอาหารร่วมกันสามคน ความรู้สึกของการเป็นครอบครัวกลับมาอีกครั้ง สีหน้าแช่มชื่นของท่านเป็นตัวแสดงความสุขได้อย่างชัดเจนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน…ข้าปรับตัวกับที่นี่ได้แล้ว!ฟูจวินทราบว่าข้าชอบดอกไม้จึงลงมือปลูกดอกไม้ให้ข้าด้วยตนเองดอกไม้ที่ลงมือปลูกโดยเขาแม้จะไม่งามเท่าคนสวนปลูก แต่ข้าเห็นถึงความตั้งใจนั้นและรักเขาเพิ่มอีกนิดหนึ่งวันหนึ่งข้ากำลังนั่งเย็บรองเท้าคู่ใหม่ให้ฟูจวินกับอาชิ่ง สาวใช้ประจำพรรคก็เดินเข้ามาในศาลา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ”ข้าพยักหน้าให้นางรายงานได้“หลางผิงกูเหนียงมา ใ

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 5

    ๕ต่างคนต่างตามใจกันข้าจำคำพูดที่ฟูจวินกล่าวไว้วันแต่งงานได้ เขาบอกว่าสาบานเป็นพี่น้องกับลี่หลานแล้วตอนนั้นข้ารู้สึกทะแม่ง คิดอยู่นานว่าลี่หลานหรือจะยอมญาติดีกับเขาโดยง่ายแล้ววันนี้ข้อสงสัยของข้าก็ได้รับการพิสูจน์!ลี่หลานยังคงมองฟูจวินเป็นศัตรูที่แย่งความรักกับพี่สาวเขาไม่เสื่อมคลาย เพียงแต่ไม่มีสิทธิ์ห้ามฟูจวินเข้าใกล้ข้าอย่างกาลก่อน“...เจี่ยเจีย อาเตียนั่งรอที่โต๊ะอาหารแล้วขอรับ”ลี่หลานผายมือเชิญข้าไปยังห้องรับประทานอาหารในเรือนรับแขก เขาชายตามองฟูจวินเพียงครู่เท่านั้นก็ตวัดสายตามามองข้าไม่มองฟูจวินอีกเลย!“เชิญเจี่ยเจียอย่างเดียวหรือ ไม่เชิญเจี่ยฟุหรือ”ฟูจวินถามลี่หลานยิ้ม ๆ ก่อนที่จะยื่นมือมาสอดเอวข้าแล้วดึงเข้าใกล้กว่าเดิมลี่หลานแสดงท่าทางหวงผ่านแววตา ไม่ได้แสดงท่าทางต่อต้านเป็นเด็ก ๆ เช่นเคยเห็นเขาควบคุมตัวเองได้ดีแบบนี้ข้าก็ดีใจ!“เชิญเจี่ยฟุทางนี้”ข้าส่งยิ้มให้ลี่หลานทันทีเมื่อเขาเรียกฟูจวินเช่นนี้คำกล่าวเมื่อครู่ลี่หลานย่อมฝืนใจ แต่เมื่อเห็นข้าส่งยิ้มดีใจให้ ที่กล่าวไปเมื่อครู่ก็ไม่ดูฝืนอีกต่อไป“ไปทานข้าวกันขอรับเจี่ยเจี่ย เจี่ยฟุ”“ไป”ถือเป็นก้าวที่ดี ลี่หลานรั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status