LOGINบทนำ
เรื่องราวของเจ็ดสาวพี่น้องตระกูลเฉินซึ่งเกิดในครอบครัวพ่อค้าคหบดีชื่อดังเฉินหย่งคังและมารดาซินลี่เจิน
สองสามีภรรยาก่อร่างสร้างตัวจนมีร้านผ้าไหมผ้าพรรณและเครื่องประทินโฉมใหญ่โตในเมืองไหเฉิง แต่ด้วยพวกเขาไม่มีบุตรชายแม้สักคนแม้จะพยายามจนคลอดบุตรสาวออกมาถึง7คนแล้ว นั่นจึงทำให้บุตรสาวทั้งเจ็ดต้องช่วยเหลือกิจการมาแต่เยาว์วัย
วันหนึ่งบิดามารดาซึ่งเดินทางไปซื้อหาแพรพรรณในต่างเมืองได้หายสาบสูญไปโดยไม่มีข่าวคราว เมื่อเวลาผ่านไปบุตรสาวทั้งเจ็ดจึงต้องลุกขึ้นมาจัดการกิจการค้าต่างๆด้วยตัวเองอีกทั้งช่วยกันสืบข่าวความเป็นไปของบิดามารดาเพื่อให้กระจ่างว่าพวกเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร
เฉินเป่าลี่ พี่สาวคนโตซึ่งมีอายุ21ขวบปี เป็นกำลังหลักของกิจการค้าทั้งหมดด้วยช่วยเหลือบิดามารดาดูแลกิจการมาตั้งแต่รู้ความ แม้นางจะมีอายุเลยวัยออกเรือนไปนานแล้วและมีหน้าตารูปร่างอันงดงามแต่ยังคงไม่แต่งให้กับชายหนุ่มคนใด
ด้วยเงื่อนไขของตระกูลเฉินซึ่งผู้บิดาได้ตั้งขึ้นยามเมื่อหมดหวังจากการมีทายาทชายสืบทอดกิจการอย่างแน่นอนแล้ว เฉินหย่งคังตั้งกฎเกณฑ์ในการแต่งงานของบุตรสาวทั้งเจ็ดเอาไว้ว่า พวกนางต้องแต่งชายหนุ่มเข้าตระกูลเพื่อช่วยสืบทอดกิจการอย่างน้อย5คู่ก่อน บุตรสาวที่เหลือจึงจะสามารถแต่งออกไปได้
ด้วยเงื่อนไขนี้จึงทำให้บุตรสาวทั้งเจ็ดซึ่งล้วนมีใบหน้างดงามชวนมองและมีรูปร่างเย้ายวนใจต่างยังคงไม่ได้แต่งงานแม้จะมีชายหนุ่มมาชอบพอและส่งแม่สื่อมาทาบทามหลายครา เมื่อยื่นเงื่อนไขของผู้บิดาออกไปย่อมหาชายหนุ่มซึ่งมีฐานะทัดเทียมและมีหน้าตาที่ดียินยอมสละสกุลของตนและตบแต่งเข้าตระกูลฝ่ายหญิงได้ยากยิ่งนัก
ความจริงเฉินเป่าลี่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องการแต่งงานสักเท่าใด นางเข้มแข็งและคิดว่าสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาชายอื่น หากมิใช่ว่าบิดามารดาสูญหายไปจนเป็นเหตุให้อารองและอาสามเข้ามาวุ่นวายกับกิจการของพวกนางพี่น้อง
กิจการตระกูลเฉินหากจะบอกว่ามีรากฐานดั้งเดิมส่วนหนึ่งมาแต่บรรพบุรุษเก่าก่อน แต่ความเจริญรุ่งเรืองและขยายการค้าใหญ่โตกลับเพิ่งทำได้ในช่วงที่บิดาของนางเข้ามาบริหารจัดการ ไม่ว่าอย่างไรสำหรับผู้ละโมบโลภมากมีหรือจะรับฟังความจริงข้อนี้ ทันทีที่มีข่าวว่าบิดาของนางหายไป อารองและอาสามก็เข้ามาวุ่นวายทันทีโดยอ้างว่าต้องช่วยเหลือหลานสาวซึ่งเป็นเพียงสตรีทั้งเจ็ด ทั้งๆที่ความจริงแล้วพวกเขาไม่เคยรู้เรื่องการค้าใดมาก่อน ที่ผ่านมาก็เพียงใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวันวันโดยมีบิดาของนางจุนเจือเกื้อหนุนอยู่
ขืนปล่อยให้พวกเขาเข้ามาจัดการ ไม่นานกิจการค้าที่บิดาสร้างสมมาต้องพังทลายลงในไม่กี่ชั่วคืนเป็นแน่
เฉินเป่าลี่ในฐานะพี่สาวคนโตจึงต้องลุกขึ้นมาแสดงความเด็ดขาดโดยไม่ยอมให้อาทั้งสองเข้ามาก้าวก่ายวุ่นวาย โชคดีที่ยังมีอาสี่ซึ่งมีความยุติธรรมและเข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นก้าวเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยประนีประนอม สุดท้ายอาทั้งสองจึงได้แต่จดจ้องฉกฉวยโอกาสอยู่ด้านข้างแต่ยังไม่กล้าลงมือช่วงชิงอย่างจริงจัง
เฉินเป่าลี่ตัดสินใจหาชายหนุ่มสักคนเพื่อแต่งเข้าตระกูลโดยเจตนาคัดค้านข้ออ้างของอาทั้งสองที่ว่าไม่มีชายหนุ่มสักคนในบ้านเพื่อช่วยดูแลเหล่าหญิงสาว ยิ่งอารองพยายามยัดเยียดหลานชายของภรรยาซึ่งวันวันเอาแต่ต่อยตีกับชาวบ้านไปทั่วให้แต่งเข้ามาในสกุลให้ได้ หญิงสาวก็ยิ่งต้องเร่งคิดเร่งตัดสินใจ แต่เรื่องนี้ใช่ว่าคิดจะแต่งก็แต่งได้ทันที
พี่สาวใหญ่อย่างนางจึงต้องปรับเปลี่ยนท่าทีเคร่งขรึมเรียบร้อยกลายเป็นสายรุกจับชายหนุ่มกินอย่างจำใจ เพื่อให้ได้มีผู้ชายในบ้านสกุลเฉินอย่างเป็นทางการเสียที
ตอนพิเศษ โยกกันที่ระเบียงเมื่อถึงยามค่ำคืนนางจึงปลดปล่อยเสียงแห่งความสุขสมออกมาอย่างเต็มที่รวมทั้งกลั่นแกล้งรังแกแท่งเนื้ออวบคืนบ้างเพื่อเป็นการแก้แค้น“น้องฟางหรง อ้า...เจ้าอย่าได้ดูดแรงเช่นนี้ โอ้ววว...พี่เสียวจะแย่แล้ว” ยิ่งใบหน้าชวนมองบิดเกร็งมากเท่าใด เฉินฟางหรงก็ยิ่งสาแก่ใจดูดดึงแท่งแน่นในมือให้แรงขึ้นแกล้งนางให้ฉ่ำนองดีนัก นางจะกินให้แท่งเนื้อนี้หลั่งน้ำจนซีดขาวทีเดียวหญิงสาวทั้งดูดดึงตวัดเลีย กัดกินไปทั่วแท่งแกร่งโดยไม่ปล่อยมือ ยิ่งเสียงครางต่ำดังออกมาสาวงามก็ยิ่งสนุกสนาน จนน้ำขุ่นขาวไหลออกมานางก็ยังไม่ยอมหยุด ส่งให้เฉินอู๋ฟานต้องขอยอมแพ้ด้วยเกร็งเสียวจนแทบขาดใจสองสามีภรรยาผลัดกันรุกไล่โจมตีแพ้ชนะกันอย่างสุขสมใจ ยิ่งเปลี่ยนบรรยากาศแปลกใหม่ ความคึกคักก็เพิ่มมากขึ้น ท่วงท่าลีลาถูกคิดค้นออกมาจนน่าขบขัน บางคราก็พอเหมาะพอดี แต่บางคราก็สร้างความเจ็บปวดจนต้องรีบปรับเปลี่ยนอย่างเช่นท่านี้ เฉินฟางหรงผลักสามีหนุ่มให้นอนลงแล้วขึ้นคร่อมนั่งลงบนแท่งแกร่ง หญิงสาวยกสะโพกขึ้นแล้วนั่
”หญิงรองแสนเร่าร้อน”พี่สาวคนรองผู้แสนเร่าร้อนอย่างนางจำต้องควานหาชายหนุ่มซึ่งมีสมองมาช่วยคิดหาหนทางไม่ให้กิจการค้าโดนตะครุบไปต่อหน้าต่อตา ที่สำคัญชายหนุ่มผู้นั้นยังต้องยินยอมแต่งเข้าสกุลเฉินด้วยความเต็มใจ เรื่องที่ยากเย็นนี้กลับง่ายดายเมื่อนางได้พบกับคุณชายหนุ่มผู้นี้ เขาทั้งช่างเจรจาและยังตามทันนางทุกท่วงท่าความเร่าร้อนที่บังเกิดจึงทำให้เรือนของสกุลเฉินแทบลุกเป็นไฟตอนพิเศษห่มเนื้อตัวเจ้าด้วยมือและปากเฉินอู๋ฟานอาศัยอยู่ในบ้านสกุลเฉินมาเกือบเดือนโดยไม่ได้กลับไปช่วยงานที่สกุลห่านเลย เมื่อเห็นว่าสินค้าผ้าไหมแพรพรรณได้เตรียมพร้อมแล้ว เขาจึงตัดสินใจกลับไปเพื่อจัดการข้าวของที่จะนำออกขายด้วยตนเองชายหนุ่มไม่ได้รับเงินและไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องใดทั้งสิ้นในสกุลเฉิน เขาเพียงปกป้องดูแลภรรยาสาว และคอยสอดส่องไม่ให้มีผู้อื่นมาฉวยโอกาสและทำร้ายบรรดาหญิงสาวทั้งเจ็ดเท่านั้นการค้าของเขายังคงอยู่ที่สกุลห่าน โดยลุงห่านของเขายังให้เงินค่าจ้างแล
ตอนพิเศษ (เรื่องหญิงใหญ่สายรุก)ใครรุกใครรับเฉินเป่าลี่ยังคงฝั่งใจในความเป็นพี่สาวซึ่งดำรงอยู่มาหลายปี เมื่อต้องมาใช้ชีวิตเช่นสามีภรรยาจึงเคยชินกับการออกคำสั่งและการต้องเป็นผู้นำ เมื่อถึงยามร่วมรักหญิงสาวจึงเพียรพยายามขึ้นนำและโยกขย่มด้วยตนเองอยู่หลายครา แต่ทุกครั้งกลับจบลงด้วยการโดนชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่าโยกขย่มควบขี่อย่างดุเดือด ส่วนตัวนางกลับต้องนอนพับหมดแรงจนบางคืนถึงกับต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียวไยนางจึงไม่สามารถรุกไล่เขาได้ทั้งคืนเล่า นางช่างอ่อนแอเสียจริงหญิงสาวคิดอย่างไม่เข้าใจในความแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ยิ่งเมื่อนางชักชวนให้เขาปรับเปลี่ยนท่วงท่าลีลาแปลกใหม่ตามตำรา ชายหนุ่มก็ยิ่งคึกคักเร่าร้อนจนเตียงนอนแทบมอดไหม้พังพินาศไปอย่างเช่นคืนนี้ซึ่งนางสั่งการให้เฉินเทียนอี้นอนหงายนิ่งๆอยู่บนเตียงนอน“เจ้าห้ามขยับตัว ให้ข้าขยับได้เพียงผู้เดียว”“ได้ ให้เจ้าขยับ” ชายหนุ่มรับปากอย่างตื่นเต้นด้วยคืนนี้ภรรยาสาวมีลูกเล่นใหม่มาให้เขาได้
ตอนพิเศษสองรวมพลังหกคู่สองบ่าวสาวใช้เวลาร่วมรักอย่างมีความสุขโดยไม่ออกจากเรือนหอจนข้ามวันข้ามคืน แม้จะผิดธรรมเนียมปฏิบัติแต่ด้วยท่านเจ้าเมืองและฮูหยินต่างอยากได้หลานจึงไม่เคร่งครัดยึดถือปล่อยให้พวกเขาส่งน้ำเชื้อเข้าร่องน้ำของสะใภ้รองเพื่อปั้นหลานตัวน้อยอย่างเต็มที่กว่าเหอโยวหมิงจะพาเฉินซินหลินออกมายกน้ำชาคารวะบิดามารดาของสามี สาวน้อยก็ขาอ่อนต้องเดินประคองตลอดทางชายหนุ่มพาหญิงสาวกลับไปเยี่ยมพี่สาวที่บ้านสกุลเฉินในวันที่สามตามธรรมเนียม จากนั้นจึงพากลับมาอยู่ร่วมกันที่บ้านสกุลเหออย่างมีความสุข ด้วยบุตรสาวทั้งเจ็ดของสกุลเฉินต่างแต่งงานอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาไม่นาน แม้พวกเขาจะยังมีความพยายามในการตามหาบิดามารดา แต่ชีวิตคู่ย่อมต้องเติมเต็มอยู่โดยตลอด เฉินเป่าลี่พี่สาวใหญ่และสามีหนุ่มเฉินเทียนอี้ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่าป
ตอนพิเศษหนึ่งคืนเข้าหอเจ้าบ่าวหนุ่มยิ่งได้ยินเสียงครางเสียว เรี่ยวแรงยิ่งมามาก เอวสอบเด้งออกแล้วสวนเข้า เด้งออกแล้วสวนเข้า เข้าๆออกๆอีกครั้งและอีกครั้ง ท่อนทวนแกร่งตอกอัดจนมิดด้ามส่งเสียงดังกังวาน กลีบดอกไม้แดงปริเข้าปริออกตามแรงมุดของท่อนเนื้ออวบ ร่างบางกระเพื่อมแรงจนเส้นผมปลิวสยาย เฉินซินหลินถูกความเสียวซาบซ่านเล่นงานจนต้องจิกเล็บเข้ากับไหล่ ร้องครางเสียงดังลั่นก่อนจะสั่นกระตุกเกร็งค้างอยู่เนิ่นนาน เหอโยวหมิงไม่ปล่อยจังหวะให้เว้นว่าง เมื่อโพรงอุ่นคลายการตอดรัดแล้ว จึงเอื้อมมือไปบดขยำคลึงขยี้ทรวงอวบใหญ่จนบี้แบน สะโพกหนาโยกเข้าโยกออกถี่รัว เอวสอบโยกขยับส่ายควงขย่มกระหน่ำบดขยี้ทิ่มแทงไม่ยั้งสัมผัสเร่าร้อนทั้งบนล่างส่งความรู้สึกพลุ่งพล่านจนมิอาจดับลงได้ เฉินซินหลินเสียวซ่านราววิญญาณจะออกจากร่างด้วยความรัญจวนวาบหวามอันต่อเนื่องไปไ
ตอนที่สิบ สวรรค์สรรค์สร้าง“ชิ เอาไว้ให้ถึงคราของพวกเขา พี่หมิงอย่าลืมรั้งตัวพวกเขาไว้นานๆด้วยเล่า” เด็กน้อยย่อมชอบการแก้แค้น“ได้ พี่จะรั้งพวกเขาเอาไว้จนดึกดื่นทีเดียว” เจ้าบ่าวหนุ่มตอบอย่างเอาใจ“พวกเราอย่าใส่ใจผู้อื่นเลย มาดื่มสุรามงคลให้ครบพิธีก่อนเถิด”สองหนุ่มสาวคล้องแขนดื่มสุรามงคลตามกระบวนการ ก่อนที่เจ้าบ่าวหนุ่มจะก้มลงมาละเลียดชิมสุราซึ่งตกค้างอยู่ในอุ้งปากบาง “อืม...สุราในปากของน้องหลินหวานกว่าของพี่มากนัก” “เชอะ มาจากกาเดียวกัน เหตุใดจึงหวานกว่า” “นั่นเพราะน้องหลินหอมหวานไปทั้งกาย พี่ช่างโชคดีนักที่ได้สาวน้อยแสนงามและหอมหวานอย่างน้องหลินมาครอบครอง”&







