ปึง!
"อ๊ะ! หนูเจ็บนะเฮีย~"
"เอามันออกมา! เก็บไว้ตรงไหนเอาออกมาเดี๋ยวนี้เลย อยากให้ม๊าด่าเฮียมากใช่ไหมเลยคิดจะเอาซากถุงยางออกมาโชว์กลางโต๊ะอาหารแบบนั้น พูดดีไม่ชอบต้องให้ตีก่อนใช่ปะถึงจะยอมฟัง"
"โอ๊ย! อะไรของเฮียเนี่ยหนูเจ็บนะ อ๊ะ~"
เจ้านายชักสีหน้าหงุดหงิดใส่คนร้องโอดโอยทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้เจ็บมากมายเลยด้วยซ้ำ จับร่างเล็กพลิกไปมามองหากระเป๋ากางเกงด้วยอารมณ์คุกรุ่น แต่คงเพราะเลือดขึ้นหน้าบังตาเลยทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน กว่าจะหาซองเล็กกระเป๋ากางเกงขาสั้นของอิ๋วเจอก็เล่นเอาเหงื่อซึมตามขมับ
ดีแค่ไหนแล้วที่เขาคุมสถานการณ์ฉิบหายได้อย่างหวุดหวิด ลุกขึ้นพรวดพราดเรียกความสนใจของผู้ใหญ่ก่อนจะเดินอ้อมไปลากแขนตัวแสบพาออกจากห้องอาหาร ให้เหตุผลกับทุกคนว่าเธอเคยถามหาขนมกินเล่นก่อนหน้านี้ ไม่รอฟังเสียงด่าทักท้วงตามหลังก็รีบลากเจ้าหล่อนออกมานอกบ้านทันที
เหวี่ยงร่างอรชรกับสปอร์ตคันหรูไม่ยั้งแรงโมโหทำใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกครางเสียงซี๊ด แล้วจู่โจมเข้าหาไม่รอให้เจ้าตัวได้ตั้งหลัก และทุกอย่างก็ออกมาแบบที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้
เจ้านายจิ๊ปากไม่สบอารมณ์ สอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นของอิ๋วที่กำลังยืนพิงสะโพกกับกระโปรงรถหรูใบหน้าแดงเรื่อน้ำตารื้นเล็กน้อย แอบชะงักจังหวะกายหนาโน้มเข้าหาวางมือค้ำกับกระโปรงรถกักขังร่างเล็กเอาไว้ใต้อาณัติ ก้มล้วงกระเป๋าสบถคำหยาบกับตัวเองหลายต่อหลายประโยคแต่ฟังไม่ได้ศัพท์
หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นแรงขึ้นมาขัดกับลมหายใจที่ถูกปิดกั้นโดยไม่ตั้งใจ กัดปากแน่นมองการกระทำยั้งคิดของคนตัวสูงเงียบๆ
"กระเป๋าเหี้ยไรวะเล็กฉิบหาย!"
"ด... เดี๋ยวหนูล้วงเอง"
ความร้อนจากฝ่ามือยามสัมผัสเนื้อผ้าบางทำร่างกายร้อนวูบวาบเลือดลมตีขึ้นหน้าลมหายใจติดขัดเหมือนคนจะเป็นลม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูเล่นเอาหัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นแรงเป็นจังหวะไม่มั่นคง กัดปากเบาๆ เอ่ยเสียงแผ่วลอดริมฝีปากอิ่มกระจับ พยายามไม่ให้น้ำเสียงสั่นมากเกินไปให้ถูกจับได้
"ยืนนิ่งๆ เฮียไม่ยอมเหลือหลักฐานอะไรไว้ให้เธอได้เอามาปั่นประสาทเล่นได้หรอก อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันว่าที่ชอบทำตัวใสซื่อมันคือแผนการที่เธออยากจะแกล้งเฮีย อย่าให้มันมากนักเดี๋ยวจะโดนดี"
"หนูไม่ได้แกล้งนะ ไม่ได้ใสซื่อด้วย หนูจะสิบแปดไม่ใช่เด็กแล้ว"
ดวงตาคมช้อนขึ้นมองเจ้าของเสียงหวานที่อยู่ๆ ก็เกิดจริงจังขึ้นมา ใบหน้าจิ้มลิ้มสองแก้มเนียนแดงเรื่อ คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยอย่างคนอยากจะแย้งข้อกล่าวหาของเขา ขณะที่ริมฝีปากรูปกระจับอวบอิ่มนั้นยื่นออกมาอย่างเด็กน้อย
เจ้านายยังคงอยู่ในอิริยาบถคร่อมร่างเล็กของอิ๋วกักขังเธอไว้กับกระโปรงรถหรูของตัวเอง มือหนาสอดเข้าในหลืบกระเป๋ากางเกงเล็กได้เพียงสามนิ้ว แหงนหน้ามองคนใต้อาณัติขณะที่เจ้าหล่อนพ่นลมหายใจใส่หน้าแรงๆ บอกถึงความไม่พอใจของตัวเองกับคำพูดเขา
หอมว่ะ~
ลมพัดผ่านหน้าวูบหนึ่งพากลิ่นหอมๆ จากกายเล็กเฉียดกรายจมูกโด่ง ดึงดูดความสนใจของเจ้านายให้ยื่นหน้าเข้ามาสูดดมกลิ่นนั้นอีกครั้งอย่างเผลอลืมตัว
ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเด็กที่วิ่งตามเกาะแข้งเกาะขาเขามาตั้งแต่ตัวเล็กลูกหมามันจะตัวหอมขนาดนี้ เป็นกลิ่นหอมธรรมชาติผสมกับกลิ่นแป้งจางๆ ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมอย่างที่ผู้หญิงที่เคยควงใช้กัน ใบหน้าจิ้มลิ้มกับผิวระเรื่อนั้นเนียนกริบ มองแล้วสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่ม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหากได้สัมผัสมันโดยตรงจะนุ่มเหมือนที่คิดหรือเปล่า
จมูกก็เล็กนิดเดียวโด่งแค่ส่วนปลายแต่ก็เข้ากันกับรูปหน้าเธอดี ปากก็น่า...
"เฮียจะจูบหนูเหรอ"
ขณะที่กำลังดำดิ่งลงสู่ภวังค์ความคิด จิตใต้สำนึกความเป็นผู้ชายที่มักจะชื่นชอบผู้หญิงสวย มักอดใจไม่ไหวหากเจอของสวยๆ งามๆ ก็ถูกเสียงแหลมของอิ๋วฉุดกลับขึ้นมาอยู่กับความเป็นจริง
เหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบศีรษะซ้ำอีกครั้งแรงๆ จนหน้าสั่นเพียงเลื่อนสายตาขึ้นจากกลีบปากอิ่มยังดวงตากลมโต นัยน์หวานที่เหมือนจะยิ้มได้ของคนตัวเล็กทำให้ต้องรีบผละตัวออกมาแทบไม่ทัน
เจ้านายกระแอมไอกลบเกลื่อนความหื่นที่กำลังทำงานกระตุ้นมังกรยักษ์หลับใหลให้ตื่นขึ้นมา หลุบมองเป้ากางเกงพองตัวกลางกายใหญ่พลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก โล่งอกที่มันยังไม่ตื่นเต็มที่ แค่งัวเงียสะลึมสะลือพอโดนตบหัวลูบหางหน่อยก็หลับอีกครั้งได้แล้ว
ไม่เคยหักห้ามตัวเองอย่างสุดตัวแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่ว่าใครหากว่าเขาเห็นแล้วชอบ หน้าสวยจริตถูกใจหน่อยก็จะลากเข้ามุมได้ไม่สนใจเวลาด้วยซ้ำ แต่กับอิ๋ว... เด็กแสบที่รู้นิสัยสันดานดีแล้วลากไม่ลง ก็ไม่รู้เกิดหน้ามืดหรือไงถึงได้เกิดอารมณ์ชั่ววูบกับเธอได้ คงเพราะผีผลักนั่นแหละ
"อะ หนูไม่เก็บไว้หรอก คิดว่าจะเอาไปทิ้งให้อยู่แล้วแต่แค่ลืมยังไม่ได้ทิ้งเท่านั้นเอง ทำไมต้องโมโหเหมือนหนูไปฆ่าใครตายด้วย" อิ๋วยื่นซองสีเงินแดงในมือให้กับคนตัวโต บ่นอุบจนแก้มยื่นน้อยใจที่ถูกมองว่าเป็นเด็กนิสัยไม่ดี
"ถ้าเธออยู่ในที่ของเธอไม่วุ่นวายกับเฮีย เฮียก็ไม่โมโหหรอก ...แล้วนี่ ไม่รู้จริงหรือจงใจกันแน่ ใครมันจะซื่อบื้อได้เท่าเธออีก"
"หนูไม่รู้ก็ผิดเหรอ แล้วมันไม่ใช่ซองลูกอมเหรอคะ?" ดวงตากลมแหงนมองขึ้นมา กะพริบเปลือกตาสวยสยายแพขนตางอนยาวใบหน้าเต็มไปด้วยคำถาม
ยัง ยังจะมาทำหน้าซื่อใส่อีก มันน่าจับหักคอแล้วฆ่าหมกข้างสวนหน้าบ้านนี่ไปเลยดีไหม
เจ้านายถอนหายใจเสียงดัง หน่ายระอากับการจะพูดจะจากับเด็กอย่างเธอแล้ว บางครั้งก็แอบคิดว่าเจ้าหล่อนกำลังเสแสร้งเป็นคนใสซื่อไร้เดียงสาเรียกคะแนนความเอ็นดูจากพ่อแม่เขาหรือเปล่า แต่บางครั้งก็เหมือนเธอจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ทั้งแววตา สีหน้า และการกระทำ มันทำให้เขาโมโหหัวร้อนจนไม่อยากเจอหน้าอีกเลย ขอย้อนเวลาไปเกิดเป็นลูกบ้านอื่นได้ไหมวะ หรือจะให้ยัยเด็กนี่เป็นคนแปลกหน้ากันไม่ต้องมารู้จักกันก็ได้ น่าเบื่อชะมัด
ร่างสูงไม่พูดไม่จาเก็บซากถุงยางไว้ในอุ้งมือกำแน่นแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน ไม่ชักชวนและไม่ได้สนใจว่าอิ๋วจะมองตามมาด้วยสายตาแบบไหน ตรงขึ้นห้องทันทีไม่ได้กลับเข้าไปร่วมโต๊ะอาหารกับคนอื่นๆ ต่อ
หน้าคมเข้มแดงก่ำเลือดร้อนโลดแล่นไปทั่วศีรษะ ยิ่งนึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มก็ยิ่งรู้สึกโมโหจนต้องกลับเข้าไปอาบน้ำให้สายน้ำเย็นๆ ช่วยดับร้อนในร่างกายก่อนจะลงมาชั้นล่างอีกครั้งหลังจัดการอารมณ์ตัวเองได้แล้วแต่...
"อะไรนะครับ! หมั้น!?"
"เจ้านาย! จะตะโกนเสียงดังทำไมก็อยู่ใกล้กันแค่นี้ แล้วนี่จะยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ทำไม นั่งลง"
ใบหน้าคมอ้าปากค้างกะพริบตามองเจ้าของเสียงดุ ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าเมื่อกี้ได้ยินคำพูดพวกนั้นออกมาจากปากท่าน แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าท่านเพิ่งพูดมันออกมาจริงๆ ว่าจะให้หมั้นกับเด็กที่รู้จักกันมาตั้งแต่เล็กจริง ม๊านะม๊า ต่อให้จะเอ็นดูเธอมาก หรือจะรักเธอเหมือนลูกคนหนึ่งแต่ก็ไม่ควรเอาอนาคตของลูกชายไปผูกไว้กับเด็กแบบนั้นไหมวะ
เจ้านายเลื่อนสายตามองหน้าทุกคนในห้องรับแขกโดยที่ยังคงยืนค้ำหัวผู้ใหญ่อย่างที่แม่ว่าให้อยู่แบบนั้น ก่อนสายตาจะมาหยุดอยู่กับใบหน้าจิ้มลิ้มของตัวปัญหา อารมณ์ร้อนที่เพิ่งถูกชะล้างจากน้ำเย็นกลับเดือดพล่านกลางอกอีกครั้ง
ร่างสูงหย่อนตัวนั่งกลับตำแหน่งเดิม นัยน์ตาคมกริบยังคงประสานกับดวงตากลมของอิ๋วที่มองมาด้วยความประหม่าแฝงความกังวลมากมาย แต่มันไม่ได้ช่วยให้เขามองเธอดีขึ้นได้เลย นอกจากการแสดงเสแสร้งแกล้งทำ
"ก็ไม่ได้เจาะจงให้นายหมั้นกับหนูอิ๋วเลยซะหน่อย ม๊าจะให้หนูอิ๋วเป็นคนเลือกเองว่าอยากหมั้นกับนายหรือว่าเฮียเจ ทำไมต้องตื่นตัวไปก่อนไข้ด้วย"
"ม๊าคิดยังไงล่ะครับที่จะให้ลูกชายตัวเองมารอผู้หญิงคนเดียวเลือกว่าอยากหมั้นอยากแต่งงานกับใคร ทำเหมือนผมกับเฮียเป็นพวกคนในตู้กระจกไปได้" เพราะความโมโหเลยอดพูดออกไปตามใจปากไม่ได้ มันไม่แฟร์เลยเขาควรจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองปะ ไม่ใช่มาบงการแบบนี้ ถ้ารู้คงไม่กลับมาหรอก
"เจ้านาย! ทำไมพูดแบบนั้น เจ้าสัวกับน้าฉัตรก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้นะ"
"ผมขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ ครับ แต่ผมรู้สึกแบบนั้นจริง ผมไม่ชอบ อีกอย่างม๊าก็รู้ว่าเรื่องผู้หญิงผมเป็นยังไง ผมไม่หยุดแค่เพราะต้องเตรียมตัวเป็นผู้ถูกเลือกที่ดีหรอกนะ ให้เฮียเจหมั้นไปเลยผมขอตัว"
"เจ้านาย เจ้านาย! ลูกคนนี้นี่มัน..."
ใบหน้าคมเข้มราบเรียบ แววตาคมกริบแสดงถึงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใน ไม่ชอบให้ถูกบังคับจนเกินขอบเขตที่สุด เรื่องอื่นคงยอมให้ผู้เป็นแม่บงการได้แม้กระทั่งยอมถอยเรื่องผู้หญิงไม่ควงให้ท่านเห็นคาตา แต่การบังคับให้หมั้นนี่มันเกินไป ทำไม่ได้เด็ดขาด!
คนอย่างเจ้านายไม่เคยต้องไปนั่งรอให้ผู้หญิงมาเลือกมีแต่จะเดินเข้าไปเลือกเองทั้งนั้น ใครจะหมั้นก็หมั้นแต่เขาไม่หมั้นเด็ดขาด ให้ตายก็ไม่หมั้นโว๊ย!
"เฮีย!"
"เข้ามาทำไม ออกไป!"
เจ้านายชักสีหน้าใส่คนที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเด็กนิสัยที่เอาแต่วุ่นวายกับเขาไม่เลิก
น่ารำคาญ!
ดวงตาคมคุกรุ่นจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างไม่สบอารมณ์ มือหนากำกุญแจสปอร์ตหรูเอาไว้แน่นจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวคล้ำตามหลังมือขาวปูดนูนขึ้นมา ลมหายใจถูกพ่นแรงตามอารมณ์ร้อนที่กำลังพลุกพล่าน ใบหน้าคมเข้มราบเรียบมีแต่ความไม่สบอารมณ์เต็มไปหมด
อิ๋วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นับครั้งได้เลยที่จะเจออารมณ์โหมดนี้ของเจ้านาย โดยปกติแล้วถึงเขาจะดุด่าต่อว่าเธอตลอดแต่ก็แทบนับครั้งที่จะโมโหหนักมากขนาดที่จะเสียมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่แบบนี้ ยิ่งแววตาที่จ้องมองมาราวกับเธอได้ไปฆ่าใครตายมานั้นมันทำให้อดรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไม่ได้
"น.. หนูรู้ว่าเฮียไม่อยากหมั้น แต่ผู้ใหญ่..."
"อย่ามายุ่งกับฉัน อยากหมั้นก็ไปหมั้นกับเฮียเจโน่น อยากจับใครก็จับไปอย่ามายุ่งกับฉันก็พอ"
ถ้าแค่จะตามขึ้นมาเพราะอยากพูดเรื่องไร้สาระแบบนั้นก็ไม่อยากอยู่รอฟังให้เสียเวลาชีวิตหรอก เจ้านายเบือนหน้าหนีจากใบหน้าจิ้มลิ้มของคนตัวเล็ก ใช้สายตาเย็นชามองเจ้าหล่อนเป็นการทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนทันที ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเธอจะทำอะไรในห้องเขาอย่างที่ชอบวุ่นวายชอบทำ
อยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย เอาที่เธอพอใจเลย
อิ๋วมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินผ่านหน้าออกไปด้วยนัยน์ตาสั่นระริก ริมฝีปากอิ่มขยับเม้มแน่นเป็นเส้นตรงก่อนจะหลุบตาลงมองต่ำหลังจากเจ้าของห้องนอนกว้างอบอวลไปด้วยกลิ่นกายหอมๆ ของเขาเดินหายออกไปแล้ว หูอื้อตาพร่าไปหมด จมูกตีบตันหายใจลำบากขอบตาร้อนผ่าวลามมาถึงปลายจมูกโด่งที่มันแดงเรื่อ
เขาไม่ชอบเธอ ออกจะรำคาญและขยาดเลยด้วยซ้ำ แต่เธอ... ก็ยังอยากอยู่ใกล้เขานี่นา เขาเคยเป็นพี่ชายแสนดีที่อบอุ่นมากๆ ของเธอนะ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปแบบนี้ แต่เธอคิดถึงช่วงเวลานั้นจัง อยากได้พี่ชายแสนดีและอบอุ่นคนเดิมกลับมาแต่คง.. เป็นไปไม่ได้แล้ว
---