แชร์

บทที่ 1

ผู้เขียน: Yaygoh
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-10-07 10:11:57

 

บรรยากาศภายในงานเลี้ยงครบรอบบริษัทเป็นไปอย่างครึกครื้น พนักงานทยอยกันเข้าร่วมไม่ขาดสาย เพราะนอกจากได้สังสรรค์แล้วยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานแผนกอื่น

ภายในงานยังเต็มไปด้วยของว่างนานาชนิด เครื่องดื่มเย็นฉ่ำ และซุ้มกิจกรรมต่างๆ ที่จัดไว้อย่างเป็นอันเอง แสงไฟประดับหลากสีสันกระพริบสลับไปมาอย่างมีจังหวะ ขับบรรยากาศให้คึกคักยิ่งขึ้น เสียงหัวเราะและบทสนทนาแว่วดังคลอไปทั่วบริเวณ

ท่ามกลางความสนุกสนานนั้น หญิงสาวร่างเล็กในชุดสูทรสุภาพยังคงวิ่งวุ่นอยู่แทบไม่หยุด เธอเดินถือวิทยุสื่อสารพลางเช็กคิวกิจกรรมจากโทรศัพท์ในมืออีกข้าง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบงานราวกับกลัวว่าทุกอย่างจะหลุดออกจากแผนที่วางเอาไว้

แม้เหงื่อจะเริ่มผุดซึมตรงขมับ แต่เธอก็ยังยิ้มให้ทุกคนที่เดินเข้ามาทักทาย บางครั้งก็ต้องแวะไปช่วยดูเรื่องเวที บางครั้งก็ถูกตามไปดูป้ายที่หลุด หรืออาหารที่มาส่งล่าช้า ในขณะที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นกำลังหัวเราะร่าอยู่ในงาน หญิงสาวกลับเป็นคนเดียวที่ไม่ได้พัก -ในฐานะแม่งาน ย่อมอยากเห็นงานออกมาราบรื่น ดังนั้นความรับผิดชอบต้องมาก่อนความสุขส่วนตัวเสมอ

ชายกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยท่าทางสบายๆ ทว่ากลับมีกลิ่นอายน่าหลงใหลอย่างประหลาดออกมาจากพวกเขา แรงดึงดูดที่ยากจะอธิบายทำให้สายตาของผู้คนที่อยู่ใกล้กับเวทีต่างจับจ้องด้วยความสนใจ

ชายผมยาวปะบ่า รูปหน้าคมเข้ม โดยเฉพาะจมูกที่รับกับแนวกรามชัดเจน ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูคล้ายคุณชายที่ปล่อยตัว มากกว่าจะเป็นผู้ชายเซอร์ๆ ทั่วไป หยิบไม้กลองขึ้นมาเคาะจังหวะเบาๆ ด้วยสีหน้าเฉยชา

และไม่ว่าใครที่กำลังฟังอยู่ต่างรู้สึกเหมือนจังหวะหัวใจโดนเคาะตามไปด้วย

เสียงเครื่องดนตรีอื่นๆ ดังตามกันมาในท่วงทำนองที่ติดหู

ไฟบนเวทีสว่างจ้า แสงสปอร์ตไลต์ส่องลงมาบนร่างสูงโปร่งราวกับจงใจ

แต่สำหรับคนที่จัดไฟเวทีจะรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ เขาแค่ยืนอยู่ตรงจุดนั้นพอดี

ใครคนนั้นถือกีตาร์ไฟฟ้า สวมเชิ้ตผ้าซาตินสีเข้ม ปลดกระดุมเผยให้เห็นกล้ามเนื้ออกบางส่วน ผ้าเนื้อลื่นแนบไปกับเรือนกายกำยำตามจังหวะการเคลื่อนไหวของนิ้วกับหัวไหล่

ยามสายลมพัดผ่าน ชายเสื้อบางเบาเผยอขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นลอนกล้ามหน้าท้องแน่นตึงใต้แสงไฟ –แม้เพียงชั่ววินาทีแต่ชวนให้ใจเต้นจนยากจะละสายตา

เสียงกีตาร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนโดยปลายนิ้วแกร่งที่สอดประสานกับจังหวะเพลง เขาโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟน ริมฝีปากแนบใกล้ เปล่งเสียงร้องท่อนแรกของบทเพลงในยุคปลาย 2000s ออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำชวนให้ขนลุก

ทั้งเนื้อร้องและท่วงทำนองที่ถูกดัดแปลงมาจากเพลง ‘Viva la Vida’ ไม่เพียงแต่ไพเราะ แต่ยังเต็มไปด้วยอารมณ์และเสน่ห์ดึงดูด โดยเฉพาะลำคอที่เคลื่อนไหวขณะลากเสียงสูง แสงไฟจับต้องไปยังแนวกรามและเส้นเอ็นใต้ผิวที่ขยับตามจังหวะการร้องอย่างเย้ายวน

‘วรรณนรี’ ยืนดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่โต๊ะเครื่องดื่มข้างเวที ถูกเสียงเพลงสะกดตั้งแต่คำแรก

หัวใจเต้นระรัวเมื่อมองไปยังร่างสูงของคนบนเวที เขาคือ - ลุคคา ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงและยังเป็นหัวหน้าของเธออีกด้วย

วรรณนรีไม่เคยเห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้มาก่อน ปกติเขาเป็นคนเคร่งขรึมจริงจังกับทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องงาน แทบจะไม่เคยแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้าราวกับสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา

ทว่าในตอนนี้ เขากำลังยืนอยู่บนเวที เสียงร้องผสานเข้ากับท่วงท่าและแววตาเย้ายวนจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือคนเดียวกับที่มักจะเข้มงวดกับเธอทุกวัน

เขามองไปยังเพื่อนร่วมวงด้วยรอยยิ้มชวนฝัน ความเข้าขากันที่ฝึกฝนมาหลายปีสาดประกายความมั่นใจออกมา นิ้วเรียวยาวบนกีตาร์ไฟฟ้าเคลื่อนไหวรวดเร็ว เสียงร้องของลุคคาเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นที่ยากจะอธิบาย เพื่อนร่วมงานลุกขึ้น พยุงตัวโยกตามจังหวะเพลง

วรรณนรีเผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ลุคคาในคืนนี้ช่างส่องสว่างเจิดจ้าเหมือนดวงอาทิตย์ นอกจากใบหน้าที่กินขาดแล้ว เรื่องความสามารถก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาทั้งเก่ง ฉลาด มีพรสวรรค์ทางด้านครีเอทีฟอย่างแท้จริง ส่วนเธอก็แค่พนักงานธรรมดาๆ ที่เพิ่งจะบรรจุเท่านั้น ความรู้สึกห่างชั้นภายในใจของวรรณนรียิ่งขยายใหญ่ขึ้น เขากับเธอเหมือนอยู่กันคนละโลกไม่มีผิด

แต่ว่า... มีใครบ้างที่ไม่มองดวงอาทิตย์ แม้จะรู้ว่าดีว่าหากไม่ระวังหรือเข้าใกล้มากเกินไปอาจจะโดนแผดเผาจนมอดไหม้เป็นจุณก็ตาม

วรรณนรียังคงจ้องคนบนเวทีตาไม่กะพริบ ราวกับโดนล้างสมองไปแล้วเรียบร้อย

“บอสนี่สุดยอดเนอะ”

น้ำเสียงตื่นเต้นปนชื่นชมดังขึ้นข้างๆ วรรณนรีรู้สึกตัวทันที รีบเก็บอาการแล้วชำเลืองมองคนที่จู่ๆ ก็เดินมาขนาบข้างแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง

“ไง ตกหลุมรักแล้วสิ” เธอก็คือริกะ... เพื่อนร่วมงานที่วรรณนรีนับถือ

วรรณนรียังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมาก็ต้องเลิ่กลั่ก เพราะคำแซวไม่มีปี่มีขลุ่ยของอีกฝ่าย หรือว่าเธอจะแสดงออกชัดเจนเกินไป

“อาจารย์ล้อเล่นแล้วค่ะ”

เพราะริกะรับหน้าที่สอนงานให้ตอนที่วรรณรีเข้ามาทำงานครั้งแรก จึงเรียกเธอว่าอาจารย์เพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย

“ฮ่าๆ คนบางคนก็ไม่ควรตกหลุมรัก แต่ถ้าแค่แก้ขัดก็คงได้... ถ้าจะสารภาพรักก็ต้องตอนนี้แหละ”

ริกะล้อเล่นพร้อมผลักไหล่วรรณนรีเบาๆ

“อย่าเลย วันนี้คนอยากสารภาพรักเยอะเกิน”

วรรณนรีหัวเราะเบาๆ พลางส่งสายตาไปยังพวกสาวๆ ที่กำลังจ้องลุคคาบนเวทีด้วยแววตาเปล่งประกาย แต่ละคนเหมือนอยากจะเขมือบเขาเข้าไปทั้งตัวแหนะ

เมื่อเห็นแบบนี้แล้ววรรณนรีไม่กล้าแย่งชิงจริงๆ

แต่กระนั้นเหมือนมีแวบหนึ่งที่คนบนเวทีมองมาทางนี้ สบตาเธอเข้าโดยบังเอิญ หัวใจวรรณนรีถึงกับเต้นกระหน่ำ ผิวแก้มร้อนผะผ่าว รู้สึกเหมือนกำลังโดนล่อลวงเข้าสู่กองไฟยังไงยังงั้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 128

    ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนราวกับไม่ได้คิดอะไร[ฮ่าๆ งั้นเหรอครับ ไม่เป็นไร ผมจะรอคำตอบจากนาเองว่า ‘ชอบ’ หรือเปล่า]ปลายสายจงในเน้นคำว่าชอบโดยเฉพาะลุคคาไม่ได้ตอบทันที สายตาคมกวาดมองกุญแจรถ ก่อนจะสบตากับคนบนโต๊ะ ที่กำลังนั่งกระวนกระวายเพราะโดนแย่งโทรศัพท์ไปคุย“ไปดูไหม” เขาพูดกับวรรณนรีราวกับนึกขึ้นได้ลอยๆ “ไหนๆ ก็ส่งมาถึงที่แล้ว”คำชวนธรรมดา แต่กลับทำให้คนในสายเงียบไปอีกครั้งวรรณนรีชะงัก เหลือบมองโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหูของลุคคา ลุคคายกมุมปากบางๆ เอ่ยประโยคสั้นๆ กับคนปลายสาย แล้ววางสายทันที“แค่นี้นะครับ ผมจะพาคนไปเช็กของ”คำพูดสองแง่สองง่ามจากปากคนหน้านิ่ง เป็นอะไรที่ยากจะคาดเดา เพราะไม่รู้ว่าเขาเจตนาหรือไม่เจตนา แต่ผิวแก้มวรรณนรีกลับร้อนวูบวาบ ดันเผลอคิดไปในแง่ไม่ดีก่อนแล้ว มันน่าอายตรงนี้แหละคเชนทร์ที่ยืนอยู่ที่เดิมถึงกลับกลั้นหายใจ บรรยากาศในห้องตึงเครียดแปลกๆ แต่ก็ไม่อยากซอกแซ่กให้มากความ เขาถือโอกาสที่ลุคคาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เอ่ยขอตัวด้วยคำพูดสุภาพ ปลีกตัวออกจากห้องทันทีความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอย่างแท้จริงวรรณนรีหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมาดู เมื่อแน่ใจว่าสาย

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 127

    เพิ่งจะทำความเข้าใจกับเรื่องงานเลี้ยงหลานสาวของรองประธานได้ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเคาะติดต่อกันสามที ตามมาด้วยเสียงเลขาฯ ที่คุ้นเคย “ผู้อำนวยการครับ มีคนฝากของมาให้” เสียงทุ้มสุภาพแต่ก็มีความเป็นกันเองอยู่มากดังมาจากด้านหลังบานประตู วรรณนรียังไม่ทันได้คิดอะไร เสียงลุคคาก็ดังทันที “สงสัยจะเป็นบัตรเชิญ...” วรรณนรีสบตาเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้ออกความเห็น แค่เอ่ยปาก อนุญาตคนที่รออยู่ด้านหลังบานประตู “เข้ามาค่ะ” เลขาหนุ่มในชุดทำงานสีเรียบ เดินถือกล่องสี่เหลี่ยมสีเทาติดโบว์แดงดอกใหญ่เข้ามา นี่คือบัตรเชิญเหรอ... วรรณนรีนึกสงสัยในใจ แลกเปลี่ยนสายตากับลุคคา ทว่าลุคคาไม่ตอบทันที แค่มองกล่องในมือของเลขาเงียบๆ “ผู้บริหาร ขอโทษที่มาขัดจังหวะครับ” คเชนทร์หยุดเดินในจุดที่พอเหมาะ หันไปค้อมศีรษะให้กับอดีตเจ้านาย เอ่ยด้วยรอยยิ้มจริงใจ ลุคคาส่ายหน้าไม่ถือสา สายตาจ้องมองกล่องใบเล็กในมือ “กล่องอะไร” “อ้อ...” คเชนทร์หันไปทางวรรณนรี “มีคนส่งของขวัญมาให้ผู้อำนวยการครับ”

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 126

    เสียงตึงตังที่ดังผิดปกติ ทำให้คนที่กำลังหลับสะดุ้งตื่น ท่ามกลางความมืดสลัว เงาร่างหนึ่งฟุบลงบนเตียง แรงยุบยวบสะเทือนคราวหนึ่ง เสียงหายใจที่คุ้นเคยดังหนักหน่วง วรรณนรีงัวเงียเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง แม้จะเป็นแสงสีนวลที่เป็นมิตรต่อสายตา แต่การเปลี่ยนแปลงกะทันหันก็ยังส่งผลกระทบต่อดวงตา วรรณนรีหยีตามอง กลิ่นอายความง่วงงุนเกาะกุมอยู่เต็มม่านนัยน์ตา มองคนที่กำลังนอนคว่ำหน้าทั้งที่ยังสวมชุดทำงานอยู่ข้างๆ กลิ่นเหล้าคลุ้งอบอวล เสียงงึมงำชวนให้หงุดหงิดดังออกจากริมฝีปากที่กำลังขยับเบาๆ ยิ่งมองก็ยิ่งไม่น่าดูนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากลับกลางดึก โดยเฉพาะช่วงหลังจากที่เลื่อนตำแหน่ง ก็มีออกไปสังสรรค์แบบนี้อยู่บ่อยๆก่อนหน้านี้ ที่เขาเป็นผู้อำนวยการ ก็มีแบบนี้เหมือนกัน จนวรรณนรีแอบกังวลว่าพอเธอรับตำแหน่ง อาจจะต้องมีกินเลี้ยงแบบนี้ กลัวว่าจะรับมือได้ไม่ดี ทว่าหลังจากเธอรับตำแหน่งจริงๆ กลับยังไม่มีโอกาสได้ไปพบปะสังสรรค์กับใครแบบนั้นเลยหรือเป็นเพราะเธอเพิ่งเป็นผู้อำนวยการได้ไม่นานก็เป็นได้แต่เรื่องที่ยังไม่เกิดคิดไปก็เท่านั้นวรรณนรีทั้งง่วง ทั้งเหนื่อย แต่กลิ่นเหล้าที่ฟุ้งออกมาจากร่างสูงเข้มข้นมากจน

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 125

    วรรณนรีก้าวลงจากรถ เดินเข้าตึกด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ระหว่างทางมีพนักงานทักทายไม่หยุด แต่เมื่อเดินพ้นไม่กี่ก้าว เสียงซุบซิบกลับลอยมากระทบหู “...เป็นผู้อำนวยการ แต่ยังเรียกรถผ่านแอปอยู่เลย” “ฮ่าๆ เก็บเงินสร้างบ้านอยู่มั้ง” แม้คำพูดจะดี แต่เจตนากลับส่อเสียดชัดเจน คิดว่าเธอไม่ได้ยินหรือไง วรรณนรีไม่อยากหันกลับไป เดินมารอลิฟต์ตามปกติ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“รอด้วยค่ะ”ประตูลิฟต์กำลังจะปิด เสียงหวานใสกังวานก็ดังขึ้น วรรณนรีกดปุ่มหยุดลิฟต์ทันที ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเจ้าของเสียงคือใคร แต่เมื่อเจ้าของเสียงเดินมาถึงหน้าลิฟต์พร้อมกับร่างสูงด้านข้าง นัยน์ตาวรรณนรีก็แข็งค้างไปชั่วขณะคาดไม่ถึงว่าจะเจอจีน่า... กับลุคคาที่ลิฟต์แบบนี้“วรรณนรี... บังเอิญจัง ขอบใจนะ”เจ้าของเสียงหวานใสยิ้มกว้าง คว้าแขนลุคคาเข้ามาในลิฟต์ด้วยกันวรรณนรีไม่มีทางไม่เห็น เพียงแต่พูดอะไรไม่ได้ สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ไปข้างนอกมาเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ขณะสายตาจ้องมองตัวเลขชั้นที่ค่อยๆ ขยับขึ้นความเงียบโรยตัวลงกดทับคนทั้งสาม วรรณนรีเหลือบมองคนถาม สบต

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 124

    เพิ่งนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการได้ไม่กี่วัน ก็มีเรื่องให้ต้องปวดหัวไม่เว้นวัน แฟ้มเอกสารกองเต็มโต๊ะ ไหนจะต้องคอยออกไปพบลูกค้า ตรวจหน้างาน ประชุมทีมน้อยทีมใหญ่ เรียกว่าทำงานล่วงเวลามากกว่าตอนเป็นพนักงานตัวเล็กๆ ซะอีก วรรณนรีทอดถอนใจขณะหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้สนาม สายตาทอดมองทีมงานที่กำลังวิ่งวุ่นกับการเตรียมงาน ถึงจะเป็นผู้อำนวยการ แต่สวัสดิการกลับไม่ต่างจากพนักงานทั่วไปถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าสาวน้อยหน้าอ่อนคนนี้คือผู้อำนวยการคนใหม่...ทว่าต่อให้ไม่ได้รับการปฏิบัติเทียบเท่าผู้อำนวยการคนก่อน วรรณนรีก็ไม่คิดอะไรมาก เธอเป็นเพียงมือใหม่ ทั้งความน่าเชื่อถือ หรือแม้แต่บารมีย่อมเทียบลุคคาไม่ได้“ผู้อำนวยหัวหน้าให้มาถามว่าของว่างจะรับเป็นอะไรดี” ทีมงานเดินเข้ามาดูแล เป็นหญิงสาววัยสามสิบปลายๆ แต่งตัวทะมัดทะแมง รวบผมตึง สีหน้าท่าทางอย่างคนที่ทำงานภาคสนามมานาน ประสบการณ์โชกโชน และตอนนี้ก็เหมือนจะกำลังใช้สายตามองประเมินผู้อำนวยการคนใหม่อยู่ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้จักวรรณนรี รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเป็นเพียง AE ตัวเล็กๆ ที่คอยวิ่งวุ่นไปทั่วกองถ่าย ก้าวก่ายงานคนอื่นเ

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 123

    หลายเดือนต่อมา...โปรเจกต์พรรนรามีความซับซ้อนและใช้เวลานานกว่าที่คิดทว่าด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ บวกความช่วยเหลือจากทุกคน ท้ายที่สุดเป้าหมายก็บรรลุผลเสียงดนตรีจังหวะสนุกคลอเบาๆ อยู่ภายในห้องไพรเวตของโรงแรมพรรนรา แสงไฟสีอำพันสะท้อนผนังกระจกใส มองเห็นวิวเมืองยามค่ำที่ส่องประกายระยิบระยับวรรณนรียืนอยู่กลางวงล้อมของทีมงาน แก้มยังระเรื่อกับคำยินดีที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด“ผู้อำนวยการคนใหม่ต้องเปิดเองนะคะ!”ใครบางคนยื่นขวดแชมเปญที่แช่อยู่ในถังน้ำแข็งมาให้ ไอเย็นเกาะเป็นละอองรอบขวดสีเขียวเข้ม นิ้วเรียวของเธอรับมันมาอย่างเก้ๆ กังๆ เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมกัน“หนึ่ง… สอง… สาม!”เธอหมุนข้อมือเบาๆ ตามที่เคยเห็นในหนังจุกคอร์กกระเด็นพุ่งขึ้นไปกระทบเพดานเบาๆ ก่อนตกลงบนพรม เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือดังสนั่น ฟองสีทองพุ่งล้นปากขวดเป็นสาย วรรณนรีเผลอร้องเบาๆ เมื่อฟองเย็นเฉียบกระเซ็นใส่มือ“ยินดีด้วย” ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี เสียงทุ้มที่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจก็เอ่ยขึ้นเบาๆ ลุคคาก้าวเข้ามาใกล้ ช่วยประคองขวดจากมือเธออย่างแนบเนียน มือใหญ่ซ้อนทับอยู่ครู่หนึ่งทั้งเหมือนตั้งใจและไม่ตั้งใจ ยากที่จะมีใครดูออกว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status