LOGINนั่งอยู่ข้างนอกได้ครู่หนึ่ง อุณหภูมิยามค่ำคืนลดต่ำลงเซี่ยถานโจวผุดลุกขึ้นไปดับไฟ “เข้าไปข้างในก่อนเถอะ”ตกดึกสี่คนพักรวมกันในเต็นท์หลังเดียว ต่างคนต่างใช้ผ้าห่มของใครของมัน ไม่ก้าวก่ายกัน ทั้งยังสะดวกต่อการคอยดูแลกันและกันอีกด้วยฉีเหมี่ยวยืนอยู่ที่เดิมพลางถูมือเพื่อให้ความอบอุ่น“ฉันรอคุณค่ะ”เข้าไปตอนนี้ ก็ทำได้แค่เห็นฮั่วสวินเจินกับเหลียงเจียเหยียนสวีทกันเท่านั้นฉีเหมี่ยวไม่อยากเข้าไปรบกวนคู่รักคู่นั้นแถมยังไม่อยากเป็นก้างขวางคอด้วยเซี่ยถานโจวจัดการดับไฟอย่างรวดเร็ว หลังนำกระถางไฟไปเก็บแล้วเดินกลับมา ก็เห็นว่าฉีเหมี่ยวยังยืนรอเขาอยู่ที่เดิมบนร่างของเธอคลุมด้วยผ้าคลุมไหล่ ทว่าก็ยังต้านทานความหนาวเย็นไม่ไหว ทั้งถูมือย่ำเท้าก็ยังแก้หนาวไม่ได้เซี่ยถานโจวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ “ไม่เข้าไปข้างในเหรอ?”ฉีเหมี่ยวยื่นมือทั้งสองข้างออกไปใช้นิ้วหัวแม่มือประกบเข้าหากัน เลิกคิ้วพลางเอ่ย “พวกเขากำลังจู๋จี๋กันอยู่ ให้ฉันเข้าไปฟังเหรอคะ?”เซี่ยถานโจว “...”ทว่ากระถางไฟถูกนำไปคืนแล้ว ทั้งสองคนยืนตากลมหนาวอยู่ข้างนอกด้วยกันเฉย ๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้อุ่นขึ้นมาได้เซี่ยถานโจวหมุนตัวกลับ
หน้าจอขนาดใหญ่ของห้างสรรพสินค้ากว้างขวางมาก ใบหน้าของจวีหย่าเชี่ยนจึงถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดเมื่อมองดูภาพถ่ายนั้น ขอบตาของสวี่เพียวเพียวก็ร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งคงเป็นเพราะเข้าสู่การตั้งครรภ์ช่วงปลายแล้ว ต่อมน้ำตาถึงได้ตื้นเขินเป็นพิเศษ พอได้เห็นภาพเหตุการณ์แบบนี้ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากร้องไห้ซูหว่านเงยหน้าขึ้นมองเห็นภาพบนจอนั้นเช่นกัน“นี่ไม่ใช่ดาราตัวเล็ก ๆ คนก่อนที่เคยมาขอให้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้หรอกเหรอ?”“ใช่ เธอถอนตัวออกจากวงการบันเทิงไปแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไปทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าอยู่ที่แอฟริกา”ซูหว่านหมุนพวงมาลัยรถ ขับออกนอกอาณาเขตของห้างสรรพสินค้า“ฉันกลับรู้สึกว่า ตอนนี้เธอดูเหมาะจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ของเรามากกว่าเสียอีก รอบนี้เจินเจินไม่ได้อยากทำเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเขตทิเบตหรอกเหรอ? จวีหย่าเชี่ยนเหมาะมากเลยนะ”เมื่อเทียบกับจวีหย่าเชี่ยนที่เคยถูกวางภาพลักษณ์ไว้ในแนวสาวหวานน่ารักในอดีต ตอนนี้เธอกลับเหมาะสมที่จะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเครื่องประดับของผสานวสันต์มากกว่าจริง ๆ “เดี๋ยวฉันลองติดต่อดูอีกทีว่าเธอยินดีจะ
เมื่ออยู่ต่อหน้า เซี่ยชิงซางดูสุภาพเรียบร้อยทั้งยังจัดว่าเป็นคนที่มีบุคลิกสง่างามดั่งสายลมและจันทร์กระจ่างใสบนท้องฟ้าอย่างน้อยในคำพูดคำจาก็ไม่ได้แสดงความก้าวร้าวรุนแรงออกมาคาดไม่ถึงเลยว่าพอหันหลังกลับมาแล้ว ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนนอกจากลงไม้ลงมือกับซูเหย่าฉิงแล้ว เขายังทิ้งเธอไว้ริมถนนดื้อ ๆ แล้วขับรถหนีไปหน้าตาเฉยมองดูซูเหย่าฉิงที่กำลังกุมหน้า นั่งทรุดอยู่ริมถนนด้วยสภาพที่ยับเยิน ซูหว่านก็หยุดรถชิดริมทางแล้วลดกระจกลงเธอมองลงมาที่ซูเหย่าฉิงด้วยสายตาราวกับมองจากที่สูงก่อนจะหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าเงินส่งให้อีกฝ่าย “เอาไป หรือจะถือศักดิ์ศรีแล้วไม่รับเงินนี่ก็ได้นะ”ซูเหย่าฉิงกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่นในดวงตานั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาด้านที่น่าสมเพชที่สุดของเธอกลับถูกซูหว่านมาเห็นเข้า ทำให้เธอรู้สึกทรมานใจราวกับมีมดนับร้อยตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ย อึดอัดแทบคลั่งทว่าเธอก็ไม่อาจทำตัวเป็นศัตรูกับเงินทองได้ซูเหย่าฉิงเอื้อมมือไปรับเงินที่ซูหว่านยื่นมาให้ ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า เพื่อพยายามปกปิดความยากลำบากในตอนนี้แปลกจริงตอนที่ไปสร้างเรื่องอาละวา
เธอติดต่อเซี่ยถานโจวที่อยู่ไกลถึงเขตทิเบตได้แล้ว และขอเบอร์โทรศัพท์ของเซี่ยชิงซางมาก่อนจะต่อสายโทรออก“เซี่ยชิงซางใช่ไหมคะ? ฉันซูหว่าน ในเมื่อซูเหย่าฉิงอ้างว่าเด็กในท้องเป็นลูกของคุณ ก่อนที่จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย คุณช่วยมารับตัวเธอกลับไปด้วยค่ะ”เซี่ยชิงซางชะงักไปครู่หนึ่งทางปลายสายก่อนจะตอบรับในเวลาต่อมาเขาเร่งรีบเดินทางมาถึง และทันทีที่เห็นหน้าซูเหย่าฉิง สีหน้าของเขาก็เขียวคล้ำลงทันตาเขาก้าวเข้าไปข้างหน้า “ขอโทษด้วยครับคุณซู เป็นผมเองที่ดูแลเธอไม่ดี อีกอย่าง เด็กในท้องของเธอจะใช่ลูกของผมหรือเปล่ายังไม่แน่ใจ เรื่องนี้ผมคิดว่าคงต้องพิจารณากันให้ดีเสียก่อน”ซูเหย่าฉิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ“เซี่ยชิงซาง! นายกล้าดียังไงมาสงสัยฉันแบบนี้! ฉันมีอะไรกับนายแค่คนเดียวนะ!”เซี่ยชิงซางยังคงนิ่งสงบและเยือกเย็น“ถ้าเธอไม่ได้จนมุมจริง ๆ มีเหรอจะมาหาฉัน? เธอก็เป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอว่าการมาอยู่เป็นเพื่อนฉันถือว่าเป็นค่าเช่าบ้านที่ต้องจ่าย แล้วเสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ก็ไม่ใช่ฉันที่เป็นคนซื้อให้ ใครจะไปรู้ว่าเธอไปเอามาจากไหนกัน”เสื้อผ้าที่ซูเหย่าฉิงสวมอยู่บนตัวในตอนนี้ ไม่ใช่เสื้อที่เ
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจซูหว่านแจ้งตำรวจไว้แล้ว และตอนนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนก็ยืนรอจังหวะอยู่ พร้อมที่จะก้าวเข้ามาดึงตัวซูเหย่าฉิงให้ออกไปจากตรงนั้นซูเหย่าฉิงล้มลุกคลุกคลานพุ่งเข้าไปกอดขาของซูหว่านไว้แน่น น้ำตานองหน้าส่งเสียงสะอื้นไห้“พี่คะ ฉันผิดไปแล้ว ฉันสำนึกผิดจริง ๆ แล้ว! เห็นแก่เด็กในท้องที่กำลังจะเป็นหลานชายของพี่เถอะนะ อย่าถือสาหาความฉันเลย!”เธอมองดูซูเหย่าฉิงที่กำลังหมอบกราบอ้อนวอนอยู่แทบเท้าซูหว่านขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับเธออีกต่อไป“ยุคสมัยพัฒนาไปมากแล้ว ต่อให้เป็นหญิงมีครรภ์ก็ติดคุกได้เหมือนกัน”ประโยคเดียวทำเอาซูเหย่าฉิงขวัญหนีดีฝ่อ ใบหน้าไร้สีเลือด “มะ ไม่ ไม่ได้นะ จะทำแบบนี้ไม่ได้ ฉัน... ฉันตั้งท้องอยู่จริง ๆ นะ แต่ แต่เป็นเพราะชิงซางต่างหาก เขาเป็นคนสั่งไม่ยอมให้ฉันเก็บเด็กคนนี้ไว้...”เมื่อคืนก่อน ตอนที่เซี่ยชิงซางกลับมาถึงบ้าน ประโยคแรกที่เขาเอ่ยปากออกมาคือการสั่งให้ซูเหย่าฉิงไปจัดการเด็กคนนี้ทิ้งเสียเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน ซูเหย่าฉิงไม่เคยได้รับความสุขแม้แต่น้อย เปรียบไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับหมูหรือปลาบนเขียงที่รอโด
“ยังไงฉันก็ยังเป็นน้องสาวของเธออยู่ดีไม่ใช่เหรอ? คุณแม่สั่งให้เธอคอยดูแลฉันให้ดีไม่ใช่หรือไง? ตอนนี้เธอใช้ชีวิตสุขสบาย แค่หางานทำสักงานให้ฉันกับเสี่ยวมู่ก็ยังไม่ยอมทำให้!”ซูหว่านเค้นเสียงหัวเราะหยันออกมา ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองไปยังบรรดาสื่อมวลชน กวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างสงบนิ่ง“พวกคุณก็คิดเหมือนกันอย่างนั้นเหรอคะ ว่าเรื่องงาน ความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งการแต่งงานมีลูกของน้อง ๆ ในบ้าน พี่สาวคนโตจะต้องเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด?”เหล่าสื่อมวลชนพากันเงียบกริบทว่าในช่องคอมเมนต์ของไลฟ์สดกลับเข้าใจสถานการณ์【ทำไมต้องมารับผิดชอบขนาดนั้นด้วยล่ะ เป็นพี่สาวนะไม่ได้เป็นถุงเงินให้สูบเลือดสูบเนื้อฟรี ๆ สักหน่อย】【ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่บอกว่าคุณซูขับไล่พ่อแม่หรอกเหรอ? ทำไมตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องไม่ยอมหางานให้ทำไปซะได้ล่ะเนี่ย?】ซูเหย่าฉิงเองก็เริ่มสัมผัสได้ว่าสถานการณ์เริ่มเบี่ยงเบนไปในทิศทางที่ไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนคำพูด“ไม่ ไม่ใช่... ฉันหมายถึงเธอต่างหากที่อกตัญญู พ่อแม่เลี้ยงดูเธอจนเติบโต ใช้เงินไปตั้งมากมาย แต่เธอกลับเนรคุณ ขับไล่พ่อแม่กลับชนบทให้ไปทนทุกข์ลำบาก ซูหว่าน เธอมันไม่ใช่คน!”ซู







