LOGINเขาไม่ได้เอ่ยดังมากนักทว่ากลับหนักแน่นและทรงพลังโทสะเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้อาวุโสเหลียงค่อย ๆ มลายหายไปตามคำพูดนั้นเด็กที่เขาเลี้ยงดูมากับมือ ย่อมรู้ดีถึงนิสัยใจคอของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีฮั่วสวินเจินเอ่ยเสียงเบา “น่าเสียดายที่ตอนนี้คุณกับฉันไปจดทะเบียนสมรสกันไม่ได้แล้ว ฉันบอกแล้วไงว่าตอนนั้นน่าจะไปซะให้รู้แล้วรู้รอด”“ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก รอให้เรื่องทางบ้านของคุณจัดการเรียบร้อยดีแล้ว เดี๋ยวผมกับพ่อแม่จะเดินทางไปสู่ขอถึงบ้านเอง”ฮั่วสวินเจินประหลาดใจเล็กน้อยสู่ขอ? ในยุคสมัยนี้แล้ว เหลียงเจียเหยียนยังคิดจะทำตามขั้นตอนโบราณคร่ำครึแบบนี้อีกเหรอ...ผู้อาวุโสเหลียงพึงพอใจเป็นอย่างมาก“ควรจะเป็นแบบนี้แหละ จะให้คนอื่นมาคิดว่าครอบครัวเราปฏิบัติไม่ดีกับเจินเจินไม่ได้เด็ดขาด”เหลียงเชียนหลานยิ้มหยีพลางเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณปู่ก็ต้องรักษาร่างกายให้แข็งแรงด้วยนะคะ ถึงเวลานั้นพวกเราตั้งใจว่าจะพาคุณปู่ร่วมเดินทางไปด้วยกันค่ะ”ผู้อาวุโสเหลียงทำท่าฮึดฮัดไม่ยอมแพ้“ฉันต้องไปอยู่แล้วสิ! พ่อแม่ของเจินเจินก็ไม่อยู่แล้ว ต่อให้ต้องไปที่ตระกูลเจิน ฉันก็ต้องไปให้ได้!”เมื่อผู้อาวุโสพึงพอใจแล้ว รอ
ฮั่วสวินเจินรีบเอ่ยแก้ตัว “หนูเป็นคนหยิบเองค่ะ พี่เหยียนบอกว่ามันเย็นเกินไป ไม่ยอมให้หนูกิน”เหลียงเชียนหลานถึงกับเงียบเสียงลงทันทีทานข้าวไปได้เพียงครึ่งทาง เหลียงว่านจื่อก็พาท่านผู้อาวุโสกลับมาบ้านพอดีเหลียงเจียเหยียนลุกขึ้นไปรับ พร้อมกับกุมมือของท่านผู้อาวุโสไว้แล้วกระซิบเสียงเบาว่า “คุณปู่ครับ คุณปู่ควรจะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนะครับ”“ไม่เอา ไม่เอา เจินเจินมาทั้งที ฉันอยากกลับบ้าน รอให้เจินเจินกลับไปก่อน ค่อยให้ฉันไปโรงพยาบาลใหม่!”ผู้อาวุโสเหลียงเอ่ยอย่างดื้อรั้น “ร่างกายฉันน่ะ เหลือเวลาอยู่อีกสักเท่าไหร่กันเชียว พวกแกไม่อยากให้ฉันมีความสุขหน่อยหรือไง?”ลูกที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้อาวุโสเหลียง มีเพียงสองพี่น้องเหลียงเชียนหลานและเหลียงว่านจื่อเท่านั้นที่ยังอยู่คอยอยู่เคียงข้างอย่างใกล้ชิดเหลียงเชียนหลานยังเป็นลูกสาวคนเล็กของผู้อาวุโสเหลียงอีกด้วยมาถึงวัยขนาดนี้แล้ว หากบอกว่าให้รักษาตัวคนไข้ก็ต้องทนทรมานหากบอกว่าไม่รักษา บรรดาลูก ๆ ก็รู้สึกปวดใจ ซึ่งผู้อาวุโสเองก็รู้ดีทั้งหมดแต่การต้องไปทนอุดอู้หมดเรี่ยวแรงอยู่โรงพยาบาล มีแต่จะทำให้ผู้อาวุโสรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ
เหลียงเจียเหยียนเดินออกไปข้างนอกเพื่อบอกลาเหลียงเชียนหลาน“ทางบ้านของเจินเจินมีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อยครับ ช่วงนี้รบกวนทำของอร่อย ๆ บำรุงร่างกายให้เธอด้วยนะครับ เมื่อคืนเธอตกทะเลไป แล้วติดอยู่บนเกาะหนึ่งคืน เพิ่งจะได้รับการช่วยเหลือตอนเช้านี้เองครับ”“ทำไมเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ล่ะเจ้าลูกคนนี้!”เหลียงเชียนหลานรีบหยิบกุญแจรถเตรียมจะออกไปซื้อกับข้าวตอนที่เปิดประตูออกไป ด้านนอกมีชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารยืนอยู่คนหนึ่ง“คุณผู้หญิงเหลียงครับ ด้านนอกมีรถบรรทุกของส่งมาบอกว่าเป็นของที่ส่งให้บ้านคุณ ต้องรบกวนคุณออกไปรับสักหน่อยครับ”“ของอะไรกัน?”“บอกว่าเป็นเสบียงที่ส่งมาจากตระกูลฮั่วแห่งเมืองเอครับ ได้ยินว่าผู้อาวุโสสุขภาพไม่ค่อยสู้ดี เลยตั้งใจส่งมาเยี่ยมครับ”เกรงว่านอกจากของที่จะส่งให้ผู้อาวุโสแล้ว คงจะมีของที่ตั้งใจส่งให้ฮั่วสวินเจินในช่วงเวลานี้ด้วยแน่ ๆ ตระกูลฮั่วใจกว้างเปิดเผย เหลียงเชียนหลานเองก็ไม่ได้ดัดจริตเสแสร้ง จึงรับของเหล่านั้นไว้พอกลับเข้าไปข้างใน เหลียงเชียนหลานก็ปรึกษากับคุณหญิงย่าเธอไม่ได้ปิดบังอะไร พร้อมทั้งเล่าต้นสายปลายเหตุคร่าว ๆ ให้คุณหญิงย่าฟังจนหมดสิ้นแล
“กินซะนะ เอาไปกินเถอะ ถ้าตาแก่เหลียงรู้เข้าจะต้องดีใจแน่ ๆ ที่หนูมา น่าเสียดายที่เวลากินข้าวแค่แป๊บเดียว เขาคงกลับมาไม่ทัน”เหลียงเชียนหลานยิ้มเอ่ย “เจินเจินตั้งใจมาพักอยู่หลายวันค่ะคุณแม่ แม่อย่าได้รำคาญความวุ่นวายนะคะ”ดวงตาของคุณหญิงย่าเหลียงเป็นประกายขึ้นมา“จริงเหรอจ๊ะ? งั้นดีเลยสิ น่าเสียดายที่ช่วงนี้เจียเหยียนไม่มีวันหยุด... ให้ตายสิ!”คุณหญิงย่าเป็นคนแก่ที่อัธยาศัยดีและน่ารัก หน้าตากลมนวล รวบเส้นผมสีเงินสลวยขึ้นเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอสวมชุดกี่เพ้าผ้าไหมประณีตงดงามเหลียงเชียนหลานเองก็รู้สึกกังวลใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกันเมื่อคุณหญิงย่าเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเหลียงเจียเหยียนใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวของฮั่วสวินเจินไว้ ปลายจมูกชนชิดกับปลายจมูกของฮั่วสวินเจิน กระซิบเสียงเบาว่า “ต้องการอะไรก็บอกผมได้เลย”“ที่นี่ถือซะว่าเป็นบ้านของตัวเอง มีคุณฮั่วคอยป้องกันอยู่ข้างนอก ฮั่วจี้เจ๋อหาที่นี่ไม่เจอหรอก ต่อให้หาเจอ เขาก็เข้ามาไม่ได้”“ช่วงนี้อย่าเพิ่งออกไปข้างนอกเลย จะเดินเล่นแถว ๆ เขตบ้านพักก็ได้ ทุกคนเป็นผู้ใหญ่อยู่กับผมมาตั้งแต่เด็ก ทำความคุ้นเคยไว้ก็ไม่เสียหายอะไร”ฮั่วสวินเจินเงยหน
“ผมรู้ว่าคุณอยากจะพูดอะไร”ฝ่ามือของฮั่วจี้เซินยันอยู่บนแผ่นหินตรงระเบียง“ฮั่วจี้เจ๋อมันก็แค่คนโง่คนหนึ่ง ที่ช่วงนี้ผมยังไม่ลงมือกับเขา ก็เพราะภรรยาผมบอกว่า ไม่จำเป็นต้องให้ผมออกหน้า เดี๋ยวก็จะมีคนมาจัดการเขาเอง”เหลียงเจียเหยียนพยักหน้ารับ “คุณสวี่เป็นคนจิตใจดีมากครับ”“เธอแค่กลัวว่าผมจะทำอะไรเกินกว่าเหตุจนพลอยเดือดร้อนไปด้วยต่างหาก ภรรยาผมแค่รู้จักและเข้าใจผมดี”ริมฝีปากของฮั่วจี้เซินหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเขาเหลียวหน้ากลับไปมองสวี่เพียวเพียวที่กำลังนั่งเฝ้าฮั่วสวินเจินอย่างเงียบ ๆ คอยยื่นมือไปวัดอุณหภูมิร่างกายของฮั่วสวินเจินอยู่เป็นระยะ“เมื่อคืนนี้น่ะ เธอนอนไม่หลับเลยทั้งคืน ถ้าไม่ได้กำลังตั้งครรภ์อยู่ ผมคงไม่มีทางเกลี้ยกล่อมพาเธอกลับมาพักผ่อนได้หรอก”“ถ้าผมปกป้องหรือให้ท้ายฮั่วจี้เจ๋อ ภรรยาผมก็คงไม่มีวันยกโทษให้ผมเหมือนกัน เรื่องนี้คุณวางใจได้เลย”หลังจากฮั่วจี้เซินแสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว เขาจึงเอ่ยถามเข้าประเด็นอย่างสั้นกระชับ “ผมต้องการรู้ว่า เมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”“ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวเลยรีบเร่งมาที่นี่ พอลองออกค้นหาตามแนวชายฝั่งอยู่นาน ก็เลยข้ามไปดูตรงจุ
“อีกอย่างก็คือแม่ของฉัน เงินทั้งหมดของท่านก็อยู่ที่ฉันทั้งนั้น แล้วจะไปจัดตั้งมูลนิธิได้ยังไง? เรื่องพวกนี้ขนาดฉันเองยังไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน แต่ฮั่วจี้เจ๋อกลับรู้ละเอียดปานนั้น ฉันรู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ”หากเป็นฮั่วจี้เจ๋อปลอมแปลงเอกสารขึ้นมาเองมันก็ยังพอรับมือได้ง่ายทว่าเอกสารเหล่านั้นกลับเป็นของจริงทั้งหมดเรื่องนี้จึงมีเงื่อนงำให้น่าฉุกคิดฮั่วจี้เซินพยักหน้ารับ “พูดต่อสิ”“เป้าหมายของฮั่วจี้เจ๋อก็แค่ต้องการให้ฉันสละสิทธิ์ในหุ้นของกลุ่มบริษัทจิวเวลรี แต่เขาก็ยังกังวลว่าหากฉันยังมีชีวิตอยู่ จะคอยเป็นก้างขวางคอขัดหูขัดตาเขา ในเมื่อเป็นแบบนี้ สู้ทำให้เขาปักใจเชื่อว่าฉันตายไปแล้วจริง ๆ แล้วคอยดูว่าหลังจากนี้เขาคิดจะทำอะไรต่อดีกว่าค่ะ”ประกายแสงอันเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของฮั่วสวินเจิน“จะให้ฉันใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟันฉันคงทำไม่ได้ เพราะฉันเป็นคนที่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาก แต่ถ้าเป็นการกระชากหน้ากากเขาต่อหน้าคณะกรรมการบริหารละก็ เรื่องนี้ฉันทำได้อย่างแน่นอน”เธอตั้งใจจะทำลายสิ่งที่ฮั่วจี้เจ๋อให้ความสำคัญและหวงแหนมากที่สุดลงให้ย่อยยับสิ่งเหล่านั้นทำให้ฮั







