เข้าสู่ระบบ“เจเร็มมี่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน?” ท่านชายเจสโต้พึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย ขณะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถม้าและรับสายบังเหียนมาจากคนสนิทหัวสมองของเขาแล่นเร็วปรี่ ความตื่นเต้นสายหนึ่งแล่นพล่านจนเขาอยากจะกลับไปถึงบ้านให้เร็วที่สุด พรีตีทจะต้องตกใจมากแน่ ๆ ถ้าได้รู้เรื่องนี้ เขารู้สึกกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้ปรึกษาและแบ่งปันมุมมองใหม่ในคดีนี้ร่วมกับภรรยาสาว แต่พอก้าวเท้าเข้าบ้านเขาก็ได้รับรายงานจากพ่อบ้านว่าพรีตีทไม่อยู่ “หมายความว่ายังไงที่ว่าเธอไม่อยู่? แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ฟลาวเวอร์ส!”เขาพยายามควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวและรวบรวมความอดทนที่เหลืออยู่น้อยเต็มที“เลดี้ออกไปข้างนอกครับท่านชาย”ฟลาวเวอร์สรายงานพลางไอเบา ๆ“เธอเดินทางไปที่บ้านของมิสซิงเกิลตันบนถนนเวลวูดครับ”“แล้วมิสซิงเกิลตันนั่นใครกัน?”“เลดี้บอกว่าเป็นลูกค้าของเธอครับ...”คนรับใช้รายงานด้วยน้ำเสียงละล้าละลัง“หลังจากที่ท่านชายออกไปได้ไม่นานก็มีจดหมายส่งมาถึงเลดี้ครับ มิสซิงเกิลตันต้องการปรึกษาเธอเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณ พอเลดี้อ่านจดหมายจบ ก็สั่งคนงานให้เตรียมรถม้าเปิดประทุนแล้วออกเดิ
“นี่เจสโต้....”เสียงของแกริคทำให้ท่านชายเจสโต้หันกลับมาสนใจเพื่อนตรงหน้า“ว่าไงแกริค”แกริคกวาดสายตาอ่านหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์อย่างรีบร้อนก่อนจะพับเก็บ “ผมว่าจะแวะไปที่แท็ตเทอซอล์สักหน่อย ดูว่าเขามีอะไรพิเศษบ้าง พอดีอยากได้ปืนล่าสัตว์ดี ๆ สักกระบอก” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อน “แล้วคุณล่ะ วันนี้จะทำอะไร?”“ผมมีงานต้องทำ” ท่านชายเจสโต้ตอบเสียงเรียบ“อา! ผมจำน้ำเสียงแบบนี้ได้” แกริคยิ้มกว้างอย่างรู้ทัน“เป็นน้ำเสียงที่คุณชอบใช้เวลาที่กำลังเดินหน้าสืบสวนคดีอะไรสักอย่างอยู่แน่ ๆ”แกริคยิ้มอย่างรู้ทัน“ อย่าบอกนะว่าคุณเบื่อชีวิตสมรสแล้ว เลยต้องรีบกลับมาหาเรื่องสนุก ๆ ทำแก้เซ็ง?”“ผมรับรองได้เลยว่าชีวิตสมรสไม่ใช่สิ่งที่ผมจะเบื่อ”“งั้นรึ?” แกริคมองเขาด้วยความแปลกใจ“แล้วเลดี้ของคุณรู้หรือเปล่าว่าคุณกำลังหาความบันเทิงด้วยวิธีไหน?”“รู้สิ”“และเธอเห็นดีเห็นงามไปกับคุณด้วย?”“เธอไม่ได้ว่าอะไร”ท่านชายเจสโต้ตอบเสียงนิ่ง โดยจงใจละเว้นเรื่องที่เธอเกือบจะปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ตามเขาไปร้านยาสูบเอาไว้ในใจแกริคระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยจริง ๆ ท่านชายเจส
บรรยากาศภายในสโมสรสุภาพบุรุษอันทรงเกียรติใจกลางกรุงลอนดอนยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของยาสูบราคาแพงและเหล้าบรั่นดีชั้นเลิศ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของท่านชายเจสโต้ เอลเจนโสตน ก้าวผ่านประตูไม้โอ๊กสลักลายเข้ามาด้วยท่าทีนิ่งสงบ แววตาเขาคมปลาบดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อเพียงสี่วันหลังจากพิธีแต่งงานอันหรูหราทว่าเต็มไปด้วยเงื่อนงำระหว่างเขากับพรีตีท เวทเธอ หญิงสาวผู้กุมความลับบางอย่างที่เขาต้องการ และในฐานะ "เจ้าบ่าวอันตราย" เจสโต้ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองเพลิดเพลินกับชีวิตแต่งงานจนลืมเป้าหมายที่แท้จริง"ไง เจสโต้! ไม่คิดเลยว่าคนเพิ่งแต่งงานได้แค่อาทิตย์เดียว จะหนีเจ้าสาวมาสิงอยู่ที่สโมสรแบบนี้"เสียงทักทายของแกริค ที่กำลังนั่งไขว่ห้างหมุนแก้วเหล้าในมือด้วยรอยยิ้มรู้ทัน เจสโต้ขยับกายไปนั่งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าไร้แววของความสุขแบบข้าวใหม่ปลามันอย่างที่ควรจะเป็น แกริควางถ้วยกาแฟพลางยิ้มล้อเลียน“ทะเลาะกับเลดี้ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วละสิ ท่านชายเจสโต้! ใคร ๆ ก็คิดว่าตอนนี้ท่านชายยังคงพยายามโชว์แต่ด้านดี ๆ ให้เธอเห็นแท้ ๆ ตัวตนจริง ๆ น่ะเอาไว้ให้เธอเห็นทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ”“ให้ตายเถอะ....
"พูดสิครับคนดี... บอกว่าคุณตกลง""ข้อต่อไปล่ะคะ..... บอกข้อต่อไป... มาสิคะ"พรีตีทครางประท้วงเสียงสั่นพร่า ร่างกายเพรียวบางบิดเร่าอยู่ใต้ร่างแกร่งของเขา ขาเนียนก่ายพาดเอวสอบหนาอย่างลืมตัว สมองแสนกลพยายามเหนี่ยวรั้งสติอันน้อยนิดเพื่อไล่บี้ตรรกะเหตุผลของเขาท่ามกลางกระแสคลื่นพิศวาสที่โหมกระหน่ำลึกล้ำขึ้นทุกนาทีท่านชายไม่ตอบคำถามในทันที แแต่เลือกที่จะกดสะโพกเบียดเน้นย้ำความแข็งแกร่งร้อนรุ่มเข้าใส่ใจกลางความชุ่มฉ่ำหวานล้ำอย่างเนิบนาบ ก่อนจะเริ่มขยับกายพลิกแพลงบทรักด้วยทักษะอันช่ำชอง เขาจงใจถอยรั้งตัวตนออกมาจนเกือบสุดทางจนเธอใจหาย แล้วจึงค่อย ๆ สอดลึกฝังแน่นเข้าไปใหม่เชื่องช้า ละเลียดชิมความคับแน่นมหัศจรรย์สลับกับการบดคลึงปลายนิ้วลงบนจุดอ่อนไหวสะกิดเน้นรัวถี่"..! ท่านชาย... คะ... คุณ..."หญิงสาวตาปรือฉ่ำ อ้าปากค้างชิดเรียวปากหนา สัมผัสพิสดารเล้าโลมลึกล้ำนั้นกำลังสูบฉีดความสยิวซ่านจนสมองเธอเพริดเตลิดเปิดเปิงแทบไร้สติ แต่เธอก็ยังดื้อรั้นกุมผมเขาแน่น"อย่า... อย่าเพิ่งแกล้งฉัน... พูดข้อต่อไป... ซะทีสิคะ""ข้อต่อไป.... ข้อต่อไปคือเรื่องของคุณสมบัติทางการเมืองและสังคมยังไงล่ะพรี"ท่านชายคำรา
"ผมไม่เคยรู้สึกดีและเปี่ยมสุขขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต... พรีที่รักของผม"ท่านชายพลิกตัวนอนหงาย หนุนหมอนรองศีรษะก่อนจะดึงร่างบอบบางของพรีตีทขึ้นมานอนทาบทับอยู่บนอกกว้างอย่างแสนรัก "ผมบอกคุณแล้วไงครับ... ว่าผมเปิดล็อกแม่กุญแจนี้ได้แน่นอน"เธอใบหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขิน"แล้วคุณก็ทำมันสำเร็จจริง ๆ ค่ะ"ชายหนุ่มจุดยิ้มละมุนพลางใช้นิ้วชี้แตะปลายจมูกรั้นของเธอเบา ๆ "และมันจะดียิ่งขึ้นกว่านี้เรื่อย ๆ ครับ... ถ้าเราได้หมั่นฝึกฝนกันบ่อย ๆ""เรายังต้องฝึกฝนกันอีกมากเลยเหรอคะท่านชาย?" เธอถามเสียงซื่อ"ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วสิครับคนดี"ฝ่ามือหนาแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงของเธอ ดึงรั้งให้ใบหน้าเนียนเลื่อนลงมาสบตาในระยะประชิด เขาประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วและหนักแน่น"ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วสิครับคนดี"ฝ่ามือหนาแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงของเธอ ดึงรั้งให้ใบหน้าเนียนเลื่อนลงมาสบตาในระยะประชิด เขาประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วและหนักแน่นแม้ว่าร่างกายของท่านชายจะผ่านพ้นความสุขสมจนแทบหมดเรี่ยวแรงไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ความปรารถนาที่จะปรนเปรอแม่กุญแจแสนสวยชิ้นนี
ความรู้สึกอัดแน่นชวนอึดอัดขัดเขินในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอุ่นซ่านที่แผ่ขยายไปทั่วท่อนล่างของหญิงสาว พรีตีทผู้ไร้เดียงสาเพิ่งตระหนักรู้ในวินาทีนี้เองว่า กลไกตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์นั้นช่างมหัศจรรย์และน่าสะท้อนสะท้านเพียงใดยามที่เนื้อตัวอันแข็งแกร่งของเขาแทรกซึมลึกซึ้งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกายเธอ"ท่านชาย....มันแปลกมาก..”มันทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าตนคือนกตัวน้อยที่ถูกโอบอุ้มด้วยปีกอันกว้างใหญ่และอบอุ่น ถึงแม้ส่วนลึกจะยังคงรู้สึกแปลกใหม่จนใจสั่น ทว่าความเจ็บปวดกลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความหวิวไหวระทึกขวัญที่กวนตะกอนอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง"ใจเย็น ๆ นะครับพรีคนดี... ผ่อนคลายนะ"ท่านชายกระซิบปลอบด้วยสุ้มเสียงทุ้มนุ่มละมุนละไมชิดผิวแก้มเนียนที่ขึ้นริ้วแดงปลั่งชายหนุ่มเจนโลกคอยกำกับจังหวะจะโคนอย่างเชื่องช้าที่สุดและนุ่มนวลที่สุด“มันแปลกค่ะ ไม่เจ็บแล้ว”“แล้วมันดีไหม? พรี.....”เขาจงใจแช่ค้างกายหนุ่มนิ่งสนิทอยู่อย่างนั้นเพื่อให้กายสาวอันคับแน่นได้มีเวลาปรับตัวและซึมซับไออุ่นของกันและกัน“อืมดี..ไม่เคยเจอแบบนี้ค่ะ ดีมากค่ะ”ฝ่ามือหนาอันชุ่มเหงื่อเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยซับ
พรีตีททรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมอีกตัวที่หันหน้าเข้าหาเปลวเพลิงในเตาผิง ความร้อนจากฟืนที่ปะทุช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บจากภายนอก แต่ไม่อาจลดทอนความปั่นป่วนในใจเธอได้ เธอยิ้มออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก สายตาเหม่อมองไปยังประกายไฟพลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำภาพของเขาบนฟลอร์เต้นรำยังคงติดตา... พรีตีท
"จ้องผมด้วยสายตาแบบนั้น...” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเจ้าชายเจสโต้ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดที่กำลังเตลิดของเธอ พร้อมกับก้าวเข้ามาในระยะที่ทำให้พรีตีทรู้สึกถึงรังสีความกดดัน“คุณกำลังพยายามมองหาปีกที่ถูกหักทิ้ง หรือกำลังมองหาหางของปีศาจกันแน่ พรีตีท?"เขากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาคมกริบคู่
พรีตีทยืนนิ่งอยู่กลางห้องสมุดที่เงียบงัด แสงจากกองไฟในเตาผิงวูบไหวทาบทับเงาหนังสือเล่มหนาบนผนังจนดูเหมือนฟันเฟืองของกาลเวลาที่หยุดหมุน เธอขยับผ้าคลุมกายแน่นขึ้นเมื่อความรู้สึกขนลุกซ่านแล่นผ่านสันหลัง ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะสัญชาตญาณบอกว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง“ท่านชายเจสโต้คะ?”เธอหยั่งเชิงถ
“ถ้าฉันเป็นพวกเร่ร่อน ฉันคงไปเคาะประตูร้านขนมปังเพื่อขอเศษอาหาร”หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ หน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย“.... แต่นี่ฉันมาเพื่อรักษา ‘หน้าตา’ ของเจ้านายคุณ”พรีตีทลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบที่คมกริบราวกับใบมีด“รักษายังไง”“ไม่ใช่หน้าที่ที่คุณควรทราบ” พรีตีทรีบสวนคำชายหัวล้านทันทีทำให้







