Mag-log inเรื่องราวของท่านชายผู้มั่งคั่งแห่งเอลเจนสโตน ที่บังเอิญสนใจงานอดิเรกคล้ายๆกับหญิงสาวที่ชอบอิสระปราดเปรียว และชอบทำอะไรแปลก ๆ แหวกแนวไม่เหมือนชาวบ้าน เช่นชอบสืบสวนเรื่องราวต่างๆ ชอบงานเสี่ยง ตื่นเต้น ระทึกใจ จนกระทั่งลิขิตได้จัดสรรให้ชายหนุ่มหญิงสาวได้มาแต่งงานกัน จะเรียกว่าความสนุกหรือวุ่นวายในชีวิตคู่ของสาวอิสระเริ่มต้นขึ้นแล้วเพราะเขาเป็น "เจ้าบ่าวอันตราย"...
view moreขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเกือบ3นาฬิกาของวันใหม่แล้ว หมอกที่เยือกเย็นยังปกคลุมไปทั่วตัวเมืองจนมองคล้ายกับเมืองผีสิงเพราะความอึมครึมของหมอกและสีควันหมอกดูคล้ายว่ากำลังตกอยู่ท่ามกลางทะเลมนต์กระนั้น
พรีตีท เวทเธอร์ยอมรับอย่างไม่เต็มใจ เลยว่าทั้งเวลาและสถานที่ไม่เหมาะที่เธอจะมาพบชายที่มีสมญานามว่า 'เทวดาตกสวรรค์' ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจไว้อย่างกล้าหาญแล้ว เธอก็ยังอดสั่นไม่ได้
เมื่อรถม้าพาเธอมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านแบบทาวน์เฮาส์ของเขา ตะเกียงแก๊สที่นำมาติดตั้งใหม่ในแถบนี้ไม่มีประโยชน์ เลยเมื่อหมอกลงจัดเช่นนี้ ความเงียบอย่างน่ากลัวยึดครอง ถนนที่มืดและเย็นจัด มีแต่เสียงล้อรถบดไปตามถนนและเสียงเกือกม้ากระทบพื้นหิน หญิงสาวนึกจะสั่งให้คนขับกลับรถและพาเธอไปส่งบ้าน แต่เธอต้องรีบขับไล่ความคิดนั้น เธอรู้ดีว่าเธอเปลี่ยนใจไม่ได้ ชีวิตของน้องชายกำลังตกอยู่ในอันตรายเธอพยายามรวบรวมความกล้า ปรับแว่นตาให้เข้าที่และก้าวลงจากรถเช่า เธอดึงหมวกที่ติดกับเสื้อคลุมขนสัตว์สีเทาเก่าแก่มาบังใบหน้าขณะตัดสินใจก้าวขึ้นบันไดบ้าน ขณะที่ด้านหลังของเธอรถเริ่มเคลื่อนออกจากที่ไปข้างหน้า พรีตีทหยุดเดิน หันกลับไปมองด้วยความตกใจ
“คุณคะจะรีบไปไหน ฉันบอกคุณแล้วว่าถ้ารอจะให้เงินเพิ่ม”
"อย่าเข้าใจผิดครับคุณผู้หญิง ผมเพียงแต่จะนำรถแอบข้างทางเท่านั้น"
คนขับรถเป็นเหมือนก้อนมืดๆ ไม่มีรูปร่างในเสื้อโค้ทหนาหนักและหมวกที่ลงมาปิดหู เสียงของเขาเริ่มอ้อแอ้ด้วยฤทธิ์เหล้าหยินที่ดิ่มมาตลอดคืนเพื่อขจัดความเย็นเยือกในอากาศ
“ฉันไปไม่นานหรอก”
“อย่ากังวลครับ ผมบอกว่าจะคอยก็คอย”หญิงสาวค่อยสบายใจขึ้น
“ธุระ! ...”เสียงคนขับรถม้าสวนขึ้นทันควัน
“ฮูว์ คุณเรียกว่าธุระงั้นรึ?”
เสียงหัวเราะของคนขับรถแหบพร่าและบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของพรีตีท กลิ่นเหล้ายินฉุนกึกโชยออกมาตามจังหวะที่เขาพ่นลมหายใจทิ้ง ความสบายใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นท่าทางคุกคามที่ดูไร้สติของชายตรงหน้า
“ธุระของคนอย่างคุณผู้หญิง... ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกามารมณ์หรือเรื่องสกปรกใต้เงาหมอกนี่ล่ะมั้ง” เขาแค่นเสียงหยันพลางเช็ดเหล้าที่ไหลซึมมุมปากด้วยแขนเสื้อโค้ทซอมซ่อ
“ใคร ๆ ก็รู้ว่าไอ้ ‘เทวดาตกสวรรค์’ นั่นมันไม่เคยนัดใครมาสวดมนต์ตอนตีสามหรอก!”
พรีตีทหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธและอับอาย เธอกำหมัดแน่นภายใต้เสื้อคลุม
“มันไม่ใช่เรื่องของคุณ จอดรถรออยู่ที่นี่แล้วหุบปากไปซะ!”
พรีตีทคำรามใส่เขา แต่แล้วก็คิดได้ว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปโต้เถียงกับคนขับรถที่กำลังเมาและในเวลาวิกาลเช่นนี้ เธอไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระ
หญิงสาวรวบเสื้อโค้ท ให้กระชับตัวและรีบก้าวขึ้นบันไดไปยังประตูหน้าบ้าน ไม่มีแสงไฟจากหน้าต่างด้านบน บางทีเจ้าของบ้านผู้มีชื่อเสียงอาจจะกำลังหลับไหลอยู่ก็ได้
ก็เธอได้ยินมาว่าท่านชายผู้ชอบอิสระไม่ได้อยู่ในวังหรูแต่ออกมาใช้ชีวิตท่ามกลางฝูงชนทั่วไปอย่างไม่สนใครไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ กับตระกูลหรือบุคคลอื่น ที่สำคัญเรื่องที่ลือสะบัดคือท่านชายผู้มาดมั่นในความเป็นตัวของตัวเองไม่เคยเข้านอนก่อนรุ่งอรุณ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ฉายา “เทวดาตกสวรรค์”มาครอง ถ้าเขาประพฤติตัวอยู่กับร่องกับรอยและกรอบประเพณีของราชวงศ์ แต่นี่...เมื่อแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าเมื่อไหร่นั่นแหละคือเวลานอนของเขาทุกคนรู้ดีว่าผีร้ายชอบอยู่จนสว่าง
หญิงสาวเคาะประตูแรงพอสมควร ความรู้สึกตอนนั้นช่างนานเหลือเกินกว่าหัวหน้าคนรับใช้มาเปิดประตู เขามองเธออย่างไม่ค่อยพอใจ การแต่งตัวก็ไม่เรียบร้อย เขาเป็นชายศีรษะเล้าน กรามกว้างทำให้รู้สึกเหมือนกำลังยืนตรงหน้าสุนัขดุร้ายตัวใหญ่ เทียนไขที่เขาถืออยู่ในมือส่องให้เช่นนี้ เธอไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระใบหน้าเฉยเมยของเขา เขามองภาพหญิงสาวในเสื้อคลุมและเห็นความหงุดหงิดรำคาญซึ่งกลายเป็นความเหยียดหยามในใบหน้าเฉยเมยของเขา เขามองภาพหญิงสาวในเสื้อคลุมและหมวกนิ่ง
ใบหน้ากร้านโลกของหัวหน้าคนรับใช้ขยับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับสะท้อนความดูแคลนออกมาอย่างชัดเจน แสงเทียนที่สั่นไหวส่องกระทบศีรษะล้านเลี่ยนและแนวกรามกว้างดุดันของเขา ยิ่งทำให้เขามีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากสุนัขเฝ้ายามที่พร้อมจะขย้ำผู้บุกรุก สายตาที่มองมานั้นสำรวจเสื้อคลุมและหมวกของเธออย่างจาบจ้วง ราวกับจะตีค่าว่าสตรีที่กล้ามายืนเคาะประตูโครมครามในยามนี้มีศักดิ์ศรีต่ำต้อยเพียงใด
“ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับพวกเร่ร่อนหรือหญิงที่หลงเวลาหรอกนะ” เสียงของเขาแหบต่ำและเต็มไปด้วยความรำคาญ “กลับไปเสียเถอะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
พรีตีทเม้มริมฝีปากแน่น ความเหน็บหนาวและแรงกดดันทำให้เธอไม่อาจถอยกลับไปมือเปล่าได้ เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อผ่านด่าน ‘สุนัขเฝ้ายาม’ ตนนี้เข้าไปหาเจ้าของบ้านให้ได้
เธอยืดไหล่ขึ้น พยายามไม่ให้ไหล่สั่นเพราะความหนาวหรือความโกรธ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดจนเกือบถึงตัวเขา ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขานิ่งชะงักไปครู่หนึ่งด้วยไม่คิดว่าสตรีร่างเล็กจะกล้าเผชิญหน้ากับชายร่างยักษ์เช่นเขาอย่างไม่เกรงกลัว
“เจเร็มมี่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน?” ท่านชายเจสโต้พึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย ขณะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถม้าและรับสายบังเหียนมาจากคนสนิทหัวสมองของเขาแล่นเร็วปรี่ ความตื่นเต้นสายหนึ่งแล่นพล่านจนเขาอยากจะกลับไปถึงบ้านให้เร็วที่สุด พรีตีทจะต้องตกใจมากแน่ ๆ ถ้าได้รู้เรื่องนี้ เขารู้สึกกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้ปรึกษาและแบ่งปันมุมมองใหม่ในคดีนี้ร่วมกับภรรยาสาว แต่พอก้าวเท้าเข้าบ้านเขาก็ได้รับรายงานจากพ่อบ้านว่าพรีตีทไม่อยู่ “หมายความว่ายังไงที่ว่าเธอไม่อยู่? แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ฟลาวเวอร์ส!”เขาพยายามควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวและรวบรวมความอดทนที่เหลืออยู่น้อยเต็มที“เลดี้ออกไปข้างนอกครับท่านชาย”ฟลาวเวอร์สรายงานพลางไอเบา ๆ“เธอเดินทางไปที่บ้านของมิสซิงเกิลตันบนถนนเวลวูดครับ”“แล้วมิสซิงเกิลตันนั่นใครกัน?”“เลดี้บอกว่าเป็นลูกค้าของเธอครับ...”คนรับใช้รายงานด้วยน้ำเสียงละล้าละลัง“หลังจากที่ท่านชายออกไปได้ไม่นานก็มีจดหมายส่งมาถึงเลดี้ครับ มิสซิงเกิลตันต้องการปรึกษาเธอเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณ พอเลดี้อ่านจดหมายจบ ก็สั่งคนงานให้เตรียมรถม้าเปิดประทุนแล้วออกเดิ
“นี่เจสโต้....”เสียงของแกริคทำให้ท่านชายเจสโต้หันกลับมาสนใจเพื่อนตรงหน้า“ว่าไงแกริค”แกริคกวาดสายตาอ่านหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์อย่างรีบร้อนก่อนจะพับเก็บ “ผมว่าจะแวะไปที่แท็ตเทอซอล์สักหน่อย ดูว่าเขามีอะไรพิเศษบ้าง พอดีอยากได้ปืนล่าสัตว์ดี ๆ สักกระบอก” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อน “แล้วคุณล่ะ วันนี้จะทำอะไร?”“ผมมีงานต้องทำ” ท่านชายเจสโต้ตอบเสียงเรียบ“อา! ผมจำน้ำเสียงแบบนี้ได้” แกริคยิ้มกว้างอย่างรู้ทัน“เป็นน้ำเสียงที่คุณชอบใช้เวลาที่กำลังเดินหน้าสืบสวนคดีอะไรสักอย่างอยู่แน่ ๆ”แกริคยิ้มอย่างรู้ทัน“ อย่าบอกนะว่าคุณเบื่อชีวิตสมรสแล้ว เลยต้องรีบกลับมาหาเรื่องสนุก ๆ ทำแก้เซ็ง?”“ผมรับรองได้เลยว่าชีวิตสมรสไม่ใช่สิ่งที่ผมจะเบื่อ”“งั้นรึ?” แกริคมองเขาด้วยความแปลกใจ“แล้วเลดี้ของคุณรู้หรือเปล่าว่าคุณกำลังหาความบันเทิงด้วยวิธีไหน?”“รู้สิ”“และเธอเห็นดีเห็นงามไปกับคุณด้วย?”“เธอไม่ได้ว่าอะไร”ท่านชายเจสโต้ตอบเสียงนิ่ง โดยจงใจละเว้นเรื่องที่เธอเกือบจะปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ตามเขาไปร้านยาสูบเอาไว้ในใจแกริคระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยจริง ๆ ท่านชายเจส
บรรยากาศภายในสโมสรสุภาพบุรุษอันทรงเกียรติใจกลางกรุงลอนดอนยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของยาสูบราคาแพงและเหล้าบรั่นดีชั้นเลิศ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของท่านชายเจสโต้ เอลเจนโสตน ก้าวผ่านประตูไม้โอ๊กสลักลายเข้ามาด้วยท่าทีนิ่งสงบ แววตาเขาคมปลาบดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อเพียงสี่วันหลังจากพิธีแต่งงานอันหรูหราทว่าเต็มไปด้วยเงื่อนงำระหว่างเขากับพรีตีท เวทเธอ หญิงสาวผู้กุมความลับบางอย่างที่เขาต้องการ และในฐานะ "เจ้าบ่าวอันตราย" เจสโต้ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองเพลิดเพลินกับชีวิตแต่งงานจนลืมเป้าหมายที่แท้จริง"ไง เจสโต้! ไม่คิดเลยว่าคนเพิ่งแต่งงานได้แค่อาทิตย์เดียว จะหนีเจ้าสาวมาสิงอยู่ที่สโมสรแบบนี้"เสียงทักทายของแกริค ที่กำลังนั่งไขว่ห้างหมุนแก้วเหล้าในมือด้วยรอยยิ้มรู้ทัน เจสโต้ขยับกายไปนั่งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าไร้แววของความสุขแบบข้าวใหม่ปลามันอย่างที่ควรจะเป็น แกริควางถ้วยกาแฟพลางยิ้มล้อเลียน“ทะเลาะกับเลดี้ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วละสิ ท่านชายเจสโต้! ใคร ๆ ก็คิดว่าตอนนี้ท่านชายยังคงพยายามโชว์แต่ด้านดี ๆ ให้เธอเห็นแท้ ๆ ตัวตนจริง ๆ น่ะเอาไว้ให้เธอเห็นทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ”“ให้ตายเถอะ....
"พูดสิครับคนดี... บอกว่าคุณตกลง""ข้อต่อไปล่ะคะ..... บอกข้อต่อไป... มาสิคะ"พรีตีทครางประท้วงเสียงสั่นพร่า ร่างกายเพรียวบางบิดเร่าอยู่ใต้ร่างแกร่งของเขา ขาเนียนก่ายพาดเอวสอบหนาอย่างลืมตัว สมองแสนกลพยายามเหนี่ยวรั้งสติอันน้อยนิดเพื่อไล่บี้ตรรกะเหตุผลของเขาท่ามกลางกระแสคลื่นพิศวาสที่โหมกระหน่ำลึกล้ำขึ้นทุกนาทีท่านชายไม่ตอบคำถามในทันที แแต่เลือกที่จะกดสะโพกเบียดเน้นย้ำความแข็งแกร่งร้อนรุ่มเข้าใส่ใจกลางความชุ่มฉ่ำหวานล้ำอย่างเนิบนาบ ก่อนจะเริ่มขยับกายพลิกแพลงบทรักด้วยทักษะอันช่ำชอง เขาจงใจถอยรั้งตัวตนออกมาจนเกือบสุดทางจนเธอใจหาย แล้วจึงค่อย ๆ สอดลึกฝังแน่นเข้าไปใหม่เชื่องช้า ละเลียดชิมความคับแน่นมหัศจรรย์สลับกับการบดคลึงปลายนิ้วลงบนจุดอ่อนไหวสะกิดเน้นรัวถี่"..! ท่านชาย... คะ... คุณ..."หญิงสาวตาปรือฉ่ำ อ้าปากค้างชิดเรียวปากหนา สัมผัสพิสดารเล้าโลมลึกล้ำนั้นกำลังสูบฉีดความสยิวซ่านจนสมองเธอเพริดเตลิดเปิดเปิงแทบไร้สติ แต่เธอก็ยังดื้อรั้นกุมผมเขาแน่น"อย่า... อย่าเพิ่งแกล้งฉัน... พูดข้อต่อไป... ซะทีสิคะ""ข้อต่อไป.... ข้อต่อไปคือเรื่องของคุณสมบัติทางการเมืองและสังคมยังไงล่ะพรี"ท่านชายคำรา
“ฉันไม่ได้คิดแบบน้องชายนะคะ” เธอเริ่มอธิบายเรื่องราวการเข้าใจผิดของน้องชายที่มองว่าพี่สาวถูกท่านชายเสเพลมาโลมไล้แบบไม่ให้เกียรติตอนขอเต้นรำทำให้ครอบครัวและตัวเขาอับอาย ต่อให้เขาเป็นใครใหญ่จากไหนคนตระกูลเวทเธอร์ก็ไม่ให้ใครหยามเกียรติได้"ฉันคิดว่ามันไร้สาระไปกันใหญ่ แค่เพราะคุณเข้ามาคุยกับฉัน ขอฉัน
“ถึงเวลาที่คุณควรกลับบ้านได้แล้วล่ะ”ท่านชายเจสโต้ยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ“โอ้... ค่ะ ใช่ค่ะ” พรีตีทตอบรับเสียงแผ่วพยายามจัดหมวกคลุมศีรษะให้เข้าที่ด้วยมือที่ยังสั่นเทาจนควบคุมไม่อยู่ “มีใครรู้บ้างไหมว่าคุณมาที่นี่...”หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางย้ำเตือนตัวเองว่าต้องเยือกเย็นให้ได้เหมือนช
พรีตีทมองดูเจ้าแมวอ้วนนอนสงบในอุ้งมือและออ้มแขนกำยำของท่านชายอย่างไว้ใจและอบอุ่นสำหรับมันในตอนนี้ ขาใช้นิ้วเรียวลูบไล้ที่หัวของอาบาโดเบา ๆ พรางอธิบายเพิ่มเติม "คำว่าอาบาโด มันมาจาก อาบัดดอน (Abaddon) ครับ... ในตำนานเก่าแก่ ชื่อนี้หมายถึง 'ผู้ทำลายล้าง' หรือ 'ราชันแห่งขุมนรก' บางคัมภีร์บอกว่าเขาคือ
เขาโน้มตัวลงมาหาเธอจากทางด้านหลัง มือยาวเรียวข้างที่สวมแหวนทองวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ จนพรีตีทได้กลิ่นจาง ๆ ของบรั่นดีและน้ำหอมชั้นดีแตะจมูก"คุณรู้ไหม... การพกอาวุธมาหาผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เรียกว่าปีศาจถึงในบ้านของเขา มันมีเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างความกล้าหาญกับความน่าเอ็นดู" เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ”"...และต
RebyuMore