Mag-log inหลายวันผ่านไป
หลังจากที่หายดีกลับมาเป็นปกติแล้วทางเดียวที่มินตรากำลังคิดอยู่ในตอนนี้ก็คือหาทางออกจากที่นี่ให้ได้ เพราะเธอคิดเสมอว่าถ้ามีทางเข้ามาได้ก็ต้องมีทางออกไปเช่นกัน แต่ไม่ว่าเธอจะมองไปทางไหนก็มีแต่ป่าและคลื่นทะเล และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แต่มันก็ต้องมีทางออกจากที่นี่สิ! และที่สำคัญมังกรก็กลับออกไปแล้วด้วย มันเป็นโอกาสดีเลยที่เธอจะหนีออกจากที่นี่โดยที่ไม่ให้ใครรู้ และไม่ให้มังกรจับได้ ผู้ชายคนนั้นน่าไว้ใจได้มากแค่ไหนกัน อยู่ก็อาจจะตายได้เพราะมินตราไม่สามารถความคิดของมาเฟียหนุ่มได้เลย แต่ถ้าออกไปแล้วสามารถหนีรอดจากคนพวกนี้ได้เธอก็จะหนีไปอยู่ให้ไกลๆ จะได้ไม่ต้องมีคนตามหาเธอเจอ แต่คนที่นี่ก็ดีกับเธอมากเช่นกัน โดยเฉพาะศรีจันทร์ภรรยาของหัวหน้าชาวบ้านที่นี่ เธอมีจิตใจที่ดีและอ่อนโยนกับมินตราไม่ว่าเธอจะดื้อหรือใช้คำพูดไม่เหมาะสมกับผู้ใหญ่แบบไหนศรีจันทร์ก็ไม่เคยโกรธหรือดุด่าเลย “มินขอโทษนะพี่ศรีจันทร์ แต่มินไม่อยากอยู่ที่นี่จริงๆ สักวันเราคงมีโอกาสได้พบกันอีกนะ” พูดจบมินตราก็ย่องเดินออกไปจากบ้านทันที เธอแอบหนีไปช่วงกลางดึก วิ่งเข้าไปในป่ามืดทึบโดยที่ยังไม่มีจุดหมายปลายทาง แต่เธอก็คิดว่าถ้าวิ่งไปจนสุดทางป่าก็อาจจะได้เจอกับทางออกหรือพบกับถนน แต่เพราะทางที่มิดสนิทเลยทำให้มินตราล้มบ้างลุกบ้างไม่รู้ว่าไปวิ่งสะดุดกับอะไรบ้างเหมือนกัน จนกระทั่งเธอวิ่งมาเจอกับหน้าผาที่ด้านล่างเป็นน้ำทะเล และมันอยู่สูงมากๆ ถ้ามองกลับเข้าไปตรงจุดที่เธอวิ่งหนีออกมาทำให้เธอได้รู้ว่าเธอวิ่งมาไกลพอสมควรเลย มินตรามองไปรอบๆ ตัวเองแต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเธอก็พบเพียงผืนน้ำทะเลสีคราม เมื่อกระทบกับแสงจันทร์ทำให้น้ำทะเลมีแสงระยิบระยับออกมา ครั้งแรกของเด็กสาวที่ได้เห็นน้ำทะเลสวยแบบนี้ด้วยตาของตัวเอง เกิดมาเธอไม่เคยไปเที่ยวทะเลหรือไปเที่ยวที่ไหนเลย “สวยจัง…” มินตราเหมือนถูกมนต์สะกดให้ต้องหยุดชะงักมองดูน้ำทะเลที่กำลังส่องแสงระยิบระยับเมื่อกระทบกับดวงจันทร์บนฟ้า ความสวยที่เต็มไปด้วยอันตรายเบื้องหน้าของเธอ ด้านล่างคือน้ำทะเลที่กำลังซัดเข้าฝั่งอย่างแรงและก็ไม่มีใครกล้าที่จะลงไปตรงจุดนี้เลย มินตราย่อตัวนั่งลงห้อยขามองดูน้ำทะเลที่สวยระยิบระยับอยู่เบื้องหน้าของเธอ พลางคิดถึงพ่อกับแม่ที่ไม่รู้ว่าป่านนี้ไปทำงานอยู่ที่ไหนแล้วเป็นยังไงบ้าง ถึงพ่อแม่จะไม่ค่อยได้สนใจเธอปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวบ่อยๆ แต่เธอก็รู้ว่าพ่อกับแม่ของเธอรักเธอมากแค่ไหน แต่เพราะความจนมันเลยทำให้เธอกับพ่อแม่ต้องแยกห่างออกจากกัน “มินอยากให้พ่อกับแม่มาเห็นน้ำทะเลสวยๆ แบบนี้กับมินจัง” ความคิดถึงทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บบาดเข้าไปส่วนลึกของหัวใจ ใครไม่มาเป็นเธอไม่ได้มายืนอยู่จุดเดียวกับเธอก็คงจะไม่เข้าใจว่าภายใต้เด็กสาวที่มีรอยยิ้มดูเหมือนจะมีความสุขต้องจมอยู่กับความทุกข์มากแค่ไหน ไม่มีใครอยากอยู่ห่างจากครอบครัวของตัวเองหรอก มีแต่คนอยากอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งนั้น และเธอก็เป็นคนที่โหยหาสิ่งนี้มาโดยตลอด ถึงแม้จะรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม “อิจฉาคนที่เค้าได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาเนอะ” พูดไปน้ำตาก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนไหลร่วงออกมาอาบแก้มเนียน มินตรานั่งอยู่ตรงริมหน้าผาทั้งคืนเพราะไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ รอให้เช้าแล้วถึงจะโบกเรือที่ขับผ่านไปมาและขอความช่วยเหลือออกไปจากที่นี่ อย่างน้อยเธอก็มาไกลพอสมควรที่จะทำให้คนที่นั่นไม่คิดว่าเธอจะวิ่งมาไกลถึงที่นี่ได้ เพราะกว่าจะมีคนรู้ตัวว่าเธอหายไปเธอก็คงจะหาทางออกจากที่นี่ได้แล้ว “สิ่งศักดิ์สิทธิ์จ๋า ช่วยให้มินออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยด้วยเถอะจ้ะ มินไม่เคยทำร้ายไม่เคยคิดร้ายกับใครเลยมินไม่อยากอยู่ที่นี่มินอยากกลับบ้าน” มินตรานั่งอยู่ตรงริมหน้าผาจนกระทั่งเผลอหลับไปข้างๆ ต้นไม้ริมที่อยู่ริมหน้าผา เช้าวันต่อมา ศรีจันทร์ตื่นแต่เช้าทำกับข้าวให้กับผู้เป็นสามีและไม่ลืมที่จะทำเผื่อให้กับเด็กสาวด้วย ทว่า…เธอกลับไม่พบเด็กสาวในห้องนอนของเธอ และพยายามหาไปจนทั่วทั้งห้องก็ไม่เจอเลยแม้แต่เงา “พี่ๆ พี่ชาติ!” ศรีจันทร์รีบวิ่งออกมาหาผู้เป็นสามีที่กำลังยืนเช็คเรืออยู่ด้านนอกด้วยความร้อนใจ “ว่าไงจันทร์วิ่งหน้าตาตื่นมามีอะไรหรือเปล่า” “คุณหนูที่นายพามาหายไปไหนก็ไม่รู้ ฉันหาทั่วห้องแล้วก็ไม่เจอเลย ไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน” “หาดีแล้วหรือยังจันทร์ สายป่านนี้แล้วคุณหนูคงไปเดินเล่นหรือเปล่า ลองไปเดินหารอบๆ ก่อน” “จ้ะพี่” ศรีจันทร์เดินไปตามหามินตรารอบๆ ตัวบ้าน เพราะเธอยังไม่คุ้นชินกันสถานที่น่าจะไปไม่ไกลมาก พร้อมกับถามหาชาวบ้านที่ทำงานอยู่แถวๆ นั้น แต่ทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เจอมินตราเลย ทำเอาศรีจันทร์ร้อนใจมากเพราะเธอได้รับหน้าที่ให้ดูแลมินตรา แต่มินตรากลับมาหายตัวออกไปแบบนี้ “เจอหรือเปล่าจันทร์” “ไม่เจอเลยจ้ะพี่ชาติ ฉันลองถามชาวบ้านที่ทำงานอยู่แถวๆ นี้แล้วไม่มีใครเคยเห็นคุณหนูเลย เอาไงดีล่ะพี่จะโทรบอกนายหรือเปล่า” “เดี๋ยวให้ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาก่อน ไม่เจอยังไงค่อยโทรบอกนายอีกที บางทีคุณหนูอาจจะไปเดินเล่นแล้วพลัดหลงไปก็ได้ อย่าเพิ่งโทรไปรบกวนนายเลย ตอนนี้นายน่าจะยังทำงานอยู่” “จ้ะพี่” จากนั้นทั้งสองคนก็ขอแรงชาวบ้านที่กำลังทำงานกันอยู่ออกไปตามหามินตรารอบๆ เกาะ แต่ไม่ว่าจะพยายามเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววของเธอเลย มีเพียงรอยเท้าของคนที่วิ่งเข้าไปในป่าทางหลังเกาะ ซึ่งแน่นอนว่าทางนั้นไม่มีใครกล้าไปและไม่มีใครคิดจะไปเลยด้วย “พี่ชาติคุณหนูวิ่งเข้าไปในป่าหรือเปล่าพี่ ดูสิมันมีรอยทางของคนวิ่งไป” เพราะในป่านั้นมีหญ้ารกทึบเลยสังเกตได้เลยว่ามีรอยคนวิ่งแหวกพงหญ้าเข้าไป “เอาไงดีพี่ โทรบอกนายดีมั้ย” “อืม…” ชาติหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่มีสัญญาณติดต่อกับคนภายนอกได้เพียงเครื่องเดียวโทรออกไปหามังกรทันที ( สวัสดีครับ ) “คุณมังกร ผมเองนะครับ” ( ว่าไง ) “คือว่า…” ( มีอะไรก็บอกมาเถอะ มินตราไปก่อเรื่องให้ปวดหัวอีกแล้วหรอ? ) “เปล่าครับ คุณหนูหายตัวไปครับ ผมกับชาวบ้านช่วยกันออกตามหาแล้วครับแต่ไม่เจอเลย” ( ว่าไงนะ! ) “ไม่เจอตัวแต่เจอรอยเท้าวิ่งเข้าไปในป่าครับ” ( โอเค เดี๋ยวฉันรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ เอาเรือออกมารับด้วย ) “ครับๆ”#งานแต่งสุดหรูของตระกูลดรากอนหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวทั้ง4คนกำลังเดินมาพร้อมๆ กัน ท่ามกลางสายตาของคนที่มาร่วมงาน และสายตาของเจ้าบ่าวที่จับจ้องไปที่เจ้าสาวของตัวเองอย่างไม่กระพริบตาเป็นงานแต่งที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โตเพราะทายาทของตระกูลแต่งงานพร้อมกับครบทั้ง4คน และก็มีหลานๆ อีกหลายคนที่อยู่ในงานด้วย และเหลือดีแรคเพียงคนเดียวที่ยังไม่มีทายาทกับเขาไม่นานคู่บ่าวสาวก็ได้จับมือยืนคู่กัน ก่อนที่บาทหลวงจะเดินขึ้นมายืนอยู่ตรงกลางบาทหลวง : เป็นเพราะความประสงค์ของพวกเธอที่จะแต่งงานให้ประสานมือขวาและประกาศความยินยอมของพวกเธอต่อหน้าพระองค์และศาสนิกชนของพระองค์ และหลังจากนั้นคู่บ่าวสาวทุกคนก็เริ่มพูดในทำนองเดียวกันว่าผู้ชาย : ผมจะขอรับคุณเป็นภรรยาของผมและผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยากในยามไข้และในยามสบายดี และผมจะรักคุณให้เกลียดคุณตลอดช่วงชีวิตของผมผู้หญิง : ดิฉันขอรับคุณเป็นสามีของดิฉัน และดิฉันสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามยากและยามสุขยามไข้และยามสบายดี ดิฉันจะรักคุณให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของดิฉัน ไม่นานทุกอย่างก็จบลงและก็เริ่มสวมแหวนแต่งงานให้กับเจ้าสาวของตัวเอง และเ
@เวลาผ่านไป#บ้านใหญ่ดรากอน"หอมจัง..." ดีแรคเดินมากอดเอวคนรักจากทางด้านหลังขณะที่เธอกำลังช่วยคนอื่นๆ เตรียมของกินอยู่ผู้หญิงเตรียมอาหารเตรียมของกินส่วนผู้ชายก็นั่งเลี้ยงลูกไป ทว่ามีเพียงดีแรคคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มีลูกกับเขา"นายไปนั่งรอสิเดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง มีแต่พวกผู้หญิงไม่เห็นเหรอ?""เห็นแล้วไงอะ ผม...ไม่รู้จะทำอะไร ที่ดูพวกนั้นสินั่งเลี้ยงลูกกันอย่างเดียว ส่วนผมนั่งอยู่เฉยๆ เพราะไม่มีลูกให้เลี้ยง""แหมพี่ดีแรคอยากมีลูกก็ทำเอาสักคนสิ" มินตราเอ่ยแซวเพราะกับหัวเราะขบขัน"ก็อยากได้อยู่เหมือนกัน แต่ใครบางคนเขายังไม่ยอม เขาอยากทำงานก่อนน่ะ""ดูเอาเถอะดีแรค ฉันก็อยากทำงานเหมือนกัน ใครๆ ก็อยากทำงานกันทั้งนั้นแหละ แต่ดูสิ่งที่พี่ชายของนายทำสิ เพราะไม่อยากให้พวกฉันทำงานก็เลยปล่อยให้ฉันมีลูก เจ้าเล่ห์กันจริงๆ พี่น้องตระกูลนี้" น่านน้ำเอ่ย"ยกเว้นผมใช่ไหมครับพี่สะใภ้""ไม่ยกเว้นใครทั้งนั้นแหละ นายก็เจ้าเล่ห์ไม่แพ้ใครเหมือนกันอย่ามาพูดนะว่าไม่จริง" นิชาหันไปเอาที่คีบชี้หน้าดีแรค เพราะเธอรู้จักนิสัยของเขาดี"หึหึ ไปนั่งเถอะดีแรคเดี๋ยวที่เหลือพวกเราจะจัดการเอง" จีน่าบอก"ผมช่วยดีกว่าคร
@เวลาต่อมา#บ้านดีแรค"สวัสดีค่ะคุณทั้งสองคน""อุ้ย!" ฉันสะดุ้งก่อนจะหันหลังกลับไปมองยังต้นเสียงที่ดังก่อนหน้า ก่อนจะพบเข้ากับหญิงสูงวัยคนนึงยืนยิ้มให้กับฉันอยู่ "สะ สวัสดีค่ะ""สวัสดีครับแม่นม""แม่นม?""อื้ม...คนนี้แหละแม่นมที่ผมเล่าให้พี่ฟังไง""อ๋อ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่...""ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ที่นี่แรกๆ ก็ยังไม่รู้จักนมหรอกค่ะ เดี๋ยวอยู่นานไปก็ชินเอง""ค่ะแม่นม""ต้องขอโทษแม่นมด้วยนะครับที่โทรมาบอกกะทันหันเลย พอดีว่าเราสองคนเพิ่งกลับจากเที่ยวพักผ่อนกันครับ""ไม่เป็นอะไรค่ะ นมเองก็ให้แม่บ้านคอยมาทำความสะอาดให้อยู่ทุกวันเหมือนกันค่ะ ""ว่าแต่ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอครับ?""อยู่ค่ะแต่ก็อยู่บ้านใครบ้านมันไม่ได้เข้ามาวุ่นวายที่นี่ค่ะ""อ๋อ..""จะให้นมไปตามให้หรือเปล่าคะ""ไม่ต้องหรอกครับนม แค่นี้ก็ลำบากนมจะแย่แล้ว ขอบคุณน้องมากนะครับที่ช่วยจัดการธุระเรื่องนี้ให้ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเองครับนมไม่ต้องห่วง""ถ้าอย่างนั้นนมขอตัวกลับก่อนนะคะ""ครับนม""ตามสบายนะคะคุณหมอนิชา""แหะๆ ขอบคุณมากค่ะแม่นม นิเอ็งก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ หากทำอะไรผิดพลาดไปหรือทำให้แม่นมไม่พ
@หลายวันต่อมาครืด ครืด ครืดสายเรียกเข้า >>> เจนิส"เจนิสโทรมา" นิชาพูดขึ้นก่อนจะลุกออกจากตักของดีแรค แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์กดรับออกไปคุยด้านนอกระเบียง"ว่ายังไงคะคุณเพื่อน"( สารภาพมาดีๆ นะว่าแกหนีฉันไปเที่ยวไหน )"บ้านพักต่างจังหวัดที่เหนือน่ะ"( ยัยนิ! )"ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ดีแรคเล่นจัดการทุกอย่างก่อนจะมาบอกฉัน"( ถ้าอย่างนั้นแกต้องสัญญากับฉันก่อน ว่าเราจะไปเที่ยวด้วยกันหลังจากที่กลับมาแล้ว )"โอเคฉันสัญญา แต่คงจะกลับไปแล้วไปเที่ยวกับแกต่อไม่ได้เลยหรอกนะ ฉันต้องทำงานก่อน"( อาๆ เรื่องนี้ฉันยอมแกก็ได้ ว่าแต่สนุกหรือเปล่าแล้วที่นั่นเป็นยังไงบ้าง )"ก็สนุกดีนะ บ้านพักร่มรื่นรอบๆ ก็เต็มไปด้วยป่าสีเขียวชะอุ่มสดชื่นดี"( อยากไปบ้างจัง แต่เสียดายที่ไม่มีแฟนพาไปเหมือนกับแก )"ก็หาแฟนสักคนสิ แกน่ะก็มีคนมาจีบตั้งมากมายทำไมถึงไม่สนใจล่ะ"( ไม่รู้สิ ฉันไม่ชอบก็บอกไม่ชอบไปเลย และหลังจากนั้นก็หายเงียบกันไปหมดเลย )"ลองเปิดใจรับรักใครบ้างสิ"( ไว้ฉันจะลองดูนะ งั้นก็เที่ยวให้สบายใจนะแล้วค่อยเจอกันฉันไปทำงานต่อละ )"จ้า แล้วเจอกันนะ"นิชาวางสายจากเพื่อนสนิท จากนั้นก็เ
ร่างบางถูกอุ้มลอยกลับเข้าไปในห้องด้านใน ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มนัวเนียกันด้วยความคิดถึงและโหยหาริมฝีปากประทับเข้าหากันพร้อมกับจูบแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อน สองมือก็พยายามช่วยกันและกันถอดอาภรณ์ในร่างกาย จนกระทั่งเสื้อผ้าหลุดลอยหายไปหมดสิ้น"อืม...พี่นิชา""ดีแรค...จ๊วบอืมม..."เสียงครางกระเส่าดังเล็ดลอดออกมาจากปากของทั้งสอง ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าอกอวบใหญ่ ยอดถันสีสวยสะดุดตายั่วยวนให้เขาได้ลิ้มลองรสชาตินั้น"อ๊ะอ๊าา!!~" คนตัวเล็กเปล่งเสียงครางออกมาจากริมฝีปากได้รูป พร้อมกับสองมือประคองลูบไล้เส้นผมดำขลับของคนด้านบน "อยะ อย่ากัดสิ อื้มม!~" นิชาทักท้วงขึ้น ทว่าเธอเองก็รู้สึกชอบกับการกระทำของเขาเอามากๆ เช่นกัน"ก็นมพี่น่ากัดนี่นา มันใหญ่จัง" ดีแรคพูดพร้อมกับบีบนวดเล่นไปมาราวกับลูกบอลนุ่มนิ่ม"อืมม...""ผมอยากชิมน้ำหวานๆ ของพี่จัง""นะ นายจะทำอะไร!?""...." ดีแรคมองหน้าแฟนสาวแล้วกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เขาจะขยับเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปตรงจุดกายสาวมือหนาสัมผัสกับโหนกนูนตรงหน้าอย่างหลงใหล ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะค่อยๆ ลูบลงไปตามรอยแยกงามและแยกออกจากกันจนเห็นกายสาวสีแดงกุ
@ตกเย็นวันเดียวกัน"ดื่มหน่อยไหมพี่" ดีแรคพูดขึ้นพร้อมกับชูขวดไวน์ในมือให้เธอเห็น"นายไปเอาไวน์มาจากไหน?""ซื้อมาสิพี่""ดูเหมือนนายจะเตรียมการมาพร้อมเลยนะ""เปล่าหรอก ผมลงไปซื้อมาตรงด้านหน้าน่ะ ไม่คิดว่าจะมีไวน์ด้วย""ที่นายหายไปพักนึงเพราะเรื่องนี้เหรอ?""ครับ อย่าว่าผมนะ""....""เดี๋ยวผมเอาไวน์ไปให้แป๊บนึงนะ"ดีแรครีบเดินไปหาแก้วไวน์ก่อนจะถือเดินออกไปหาเธอที่นั่งอยู่ตรงริมระเบียงด้านนอก"ไวน์สำหรับคนสวยของผมครับ""ขอบใจ" นิชารับแก้วไวน์ที่ดีแรครินให้มาจิบเล็กน้อย ก่อนจะวางลงบนโต๊ะแล้วหันหน้าไปชมธรรมชาติต่อ "บรรยากาศที่นี่ดีจังเลยเนอะ""เห็นไหมผมบอกพี่แล้ว ว่าที่นี่บรรยากาศดีพี่ต้องชอบมากแน่ๆ""นี่นาย..""ครับ""ฉันมาไม่ได้บอกเจนิสนะเนี่ย ถ้ามันรู้มีหวังบ่นฉันแน่ๆ ที่หนีมันเที่ยวแบบนี้ รายนั้นน่ะจ้องจะพาฉันไปเที่ยวอยู่ แต่ไม่มีเวลา""เอาไว้ว่างๆ ชวนเพื่อนพี่เพื่อนผม แล้วก็ครอบครัวของผมไปเที่ยวด้วยกัน เที่ยวแบบครอบครัวใหญ่คงจะมีความสุขดี""นั่นสิ ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่ได้สัมผัสคำว่าครอบครัวเลย คำว่าอบอุ่นเป็นแบบไหนฉันยังไม่รู้เลย""ห่มผ้าสิพี่ แค่นั้นก็อุ่นแล้ว""...." นิชาหันไปจ้อง







