Mag-log inณ ท่าเรือกลางดึกสงัด
“คุณมังกรพาใครมาด้วยครับ” “อย่าเพิ่งถาม รีบออกเรือไปก่อน” “ครับๆ” มาเฟียหนุ่มรีบโดดลงเรือไป จากนั้นเรือที่ขับมาจอดรออยู่ที่ท่าก็ขับออกไปทันที และไม่นานก็ไปถึงเกาะแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก เป็นเกาะส่วนตัวของมังกรที่เขาซื้อต่อจากเจ้าของเก่า ซึ่งเคยมีปัญหากันมาก่อน และก็ได้ช่วยชีวิตชาวบ้านที่นี่เอาไว้ ชาวบ้านที่นี่ก็เลยรักและเคารพมังกรเหมือนกับเจ้านายคนนึง “คุณมังกรพาใครมาด้วยครับ” “มีปัญหานิดหน่อยครับ รบกวนช่วยดูแลเธอหน่อยนะครับ ส่วนเรื่องเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของเธอผมจะให้คนซื้อมาส่งให้” “ได้เลยครับ ว่าแต่เป็นแฟนของคุณมังกรหรอครับ” “….” มาเฟียหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรไป “อ่า…ผมขอโทษครับที่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณมังกร แต่เดี๋ยวผมให้ศรีจันทร์มันมาช่วยดูแลนะครับ ดูเหมือนเธอจะเป็นไข้ด้วยตัวร้อนเชียว” “ครับ รบกวนด้วยนะครับ” มินตราไม่มีทางตื่นง่ายๆ แน่เพราะเธอถูกมังกรฉีดยาสลบเข้าร่างกายของเธอกว่าจะฟื้นก็คงจะเป็นพรุ่งนี้ หรือไม่ก็ต้องรอดูอาการไข้ของเธอก่อน เช้าวันต่อมา “อือ…” ร่างบางกระพริบตาถี่ๆ เมื่อมีแสงแดดสาดส่องเข้ามากระทบเปลือกตาของเธอ เธอพยายามที่จะลุกขึ้นแต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้เลยเพราะยังไม่หายจากอาการไข้ “อืม…ที่ไหนเนี่ย!” มินตราเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งเพราะเธอจำได้ว่าลักษณะห้องของเธอไม่ใช่แบบนี้ และห้องของเธอก็ไม่มีแสงแดดส่องเข้ามาด้วย แต่ห้องที่เธอนอนอยู่ในตอนนี้เป็นห้องที่มีแสงแดดส่องเข้ามา และรอบๆ ตัวเธอมันก็ดูไม่คุ้นตาเอาซะเลย “ตื่นแล้วหรอคุณ” ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงใส่ชุดชาวบ้านคนนึงเดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับถาดอาหารในมือ “ที่นี่…ที่ไหนคะ?” “บอกไม่ได้ค่ะ ว่าแต่คุณเป็นยังไงบ้างคะ” “…..” “คุณยังไม่หายไข้เลย กินข้าวแล้วก็กินยานะคะจะได้หาย” เคร้ง! มินตราใช้มือผลักถ้วยข้าวต้มในมือของผู้หญิงคนนั้นออกไปจนถ้วยตกลงพื้นแตกกระจาย “ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน ฉันจะกลับบ้านของฉัน!” “กลับไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ เดี๋ยวคุณจะไม่หายเอา” “คุณเป็นใคร แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉันอยากกลับบ้านของฉันตอนนี้!” มินตรายังคงยืนยันคำเดิม และเธอก็มั่นใจว่าที่ที่เธออยู่นี้มันไม่ใช่โรงพยาบาล “ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณ” “….” มินตราเป็นไข้หนักจนไม่มีแรงจะลุกเดิน แค่เธอขยับตัวนิดหน่อยก็รู้สึกหน้ามืดแล้ว หญิงสาวนั่งลงเก็บกวาดเศษถ้วยที่ตกอยู่บนพื้นจนสะอาด ไม่บ่นไม่ดุไม่ด่าที่มินตราทำแบบนี้ใส่ ทำเอาเธอรู้สึกผิดไปเลยเหมือนกัน “มินขอโทษค่ะ มินแค่ตกใจแล้วก็ใจร้อนไปหน่อย” “….” เธอยิ้มให้กับมินตราก่อนจะยกถ้วยข้าวต้มถ้วยใหม่มาให้เธอ “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณกินข้าวกินยาก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวคนที่พาคุณมาที่นี่เค้าก็คงจะอธิบายให้คุณรู้เองว่าพามาทำไม ฉันมีหน้าที่แค่ดูแลคุณค่ะ นอกนั้นฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยจริงๆ” “….” มินตราถอนหายใจอย่างแรง ก่อนจะตักข้าวต้มฝืนกินอย่างฝืดคอและก็กินได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น “ไม่อร่อยเหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น เมื่อมินตรายื่นถ้วยข้าวต้มคืนให้กับเธอหลังจากที่กินไปได้เพียงสองสามคำ “เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเจ็บคอกลืนไม่ลง แถมลิ้นก็ยังไม่ได้รสชาติของอาหารอีก” “อ๋อ…สงสัยจะเป็นเพราะพิษไข้แน่ๆ เลย กินยาก่อนนะคะเดี๋ยวก็หายค่ะ” “ขอบคุณค่ะ” มินตรารับยาจากเธอมากินก่อนจะหอบสังขารของตัวเองเดินออกมาจากห้อง เพราะอยากจะรู้ว่าที่นี่คือที่ไหนและใครเป็นคนพาเธอมาที่นี่ “หายดีแล้วหรอถึงออกมาเดินเล่น” “คุณมังกร!” เมื่อหันกลับไปตามเสียงมินตราก็ได้เจอกับมาเฟียหนุ่ม ตอนนี้เขาอยู่ในชุดของชาวบ้านธรรมดาๆ คนนึง ไม่ใช่ชุดสูทที่เขาใส่เป็นประจำทุกวัน “คุณพามินมาที่นี่เองหรอ?” “อืม…” “คุณพามินมาทำไม แล้วยายรู้เรื่องนี้หรือเปล่า!?” “ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าเธอหายไปไหน” เรื่องนี้มันจะเป็นความลับและมีคนรู้น้อยที่สุดได้ยิ่งดี ยิ่งมีคนรู้มากเกาะลับแห่งนี้ก็มีโอกาสเปิดเผยออกไปมากยิ่งขึ้น และมินตราก็มีโอกาสที่จะถูกตามฆ่าด้วยเช่นกัน “….” “เธอใช่มั้ย…ที่เป็นคนไปเห็นภาพเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น” “ปะ เปล่าไม่ใช่มิน” “รู้มั้ยเวลาที่เธอปฏิเสธหรือกำลังปิดบังอะไรอยู่เธอจะมีพิรุธ” “มินเปล่า…” “เธอจะต้องอยู่ที่นี่ไปตลอด ห้ามออกไปจากเกาะนี้เด็ดขาดถ้าเธอไม่อยากตาย” “ทำไม!? คุณจะฆ่ามินเหมือนกับคนพวกนั้นหรอ!?” ในที่สุดเธอก็เป็นคนเปิดเผยออกไปเอง “หึหึ เป็นเธอจริงๆ สินะ” “…..” “ถ้าเธอไม่อยากตายก็ต้องอยู่ที่นี่ เธอรู้ความลับของมาเฟียเธอจะต้องถูกกำจัดทิ้ง” “คุณก็เลยพามินมาฆ่าที่นี่…” “ฉันไม่อยากทำเธอนะมินตรา” “มินไม่เชื่อ คุณเองก็เป็นมาเฟียเหมือนกัน คุณเป็นคนบอกเองว่ามินรู้ความลับของพวกคุณ พวกคุณก็จะไม่เก็บมินไว้” “ก็ถ้าเธอเชื่อฟังฉัน เธอก็จะไม่ถูกตามฆ่า แต่ตราบใดที่เธอออกจากเกาะนี้ไป ชีวิตของเธอจะไม่มีวันเป็นสุขอีกเลย” “มินจะเชื่อใจคุณได้ไง เราไม่ได้รู้จักกันดีขนาดนั้น คุณก็เป็นมาเฟีย…” “มันขึ้นอยู่กับว่าเธอรักชีวิตของเธอมากแค่ไหน ฉันไปบังคับให้เธอมาเชื่อใจฉันไม่ได้หรอก” “….” “และมันเป็นทางเดียวที่ฉันจะช่วยเธอได้” “คุณจะมาช่วยมินทำไม?” “เพราะฉันไม่อยากทำผิดต่อผู้มีพระคุณ” “เพราะยายเหรอ?” “….” “มินจะกลับบ้าน มินไม่กลับไปที่บ้านของคุณอีกก็ได้ แล้วมินก็จะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกกับใคร มินไม่อยากอยู่ที่นี่มินอยากกลับบ้าน” “เธอต้องอยู่ที่นี่มินตรา” “ไม่!” “มินตรา!” “มินไม่อยู่ มินจะกลับบ้าน” “….” มาเฟียหนุ่มจ้องหน้าตาเขม็งก่อนจะเดินเข้าหาเด็กสาวด้วยท่าทีที่คุกคาม “ฉันให้เธอเลือกเอา ระหว่างอยู่ที่นี่สบายๆ กับออกไปถูกตามฆ่า และถ้าเธออยากออกไปจริงๆ ฉันจะเป็นคนฆ่าเธอด้วยมือของฉันเองไม่ต้องถึงมือของพวกนั้นหรอก” น้ำเสียงเยียบเย็นของมาเฟียหนุ่มทำให้หญิงสาวยืนนิ่งไม่กล้าโต้ตอบ “กลับเข้าไปนอนต่อได้แล้ว” “….”#งานแต่งสุดหรูของตระกูลดรากอนหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวทั้ง4คนกำลังเดินมาพร้อมๆ กัน ท่ามกลางสายตาของคนที่มาร่วมงาน และสายตาของเจ้าบ่าวที่จับจ้องไปที่เจ้าสาวของตัวเองอย่างไม่กระพริบตาเป็นงานแต่งที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โตเพราะทายาทของตระกูลแต่งงานพร้อมกับครบทั้ง4คน และก็มีหลานๆ อีกหลายคนที่อยู่ในงานด้วย และเหลือดีแรคเพียงคนเดียวที่ยังไม่มีทายาทกับเขาไม่นานคู่บ่าวสาวก็ได้จับมือยืนคู่กัน ก่อนที่บาทหลวงจะเดินขึ้นมายืนอยู่ตรงกลางบาทหลวง : เป็นเพราะความประสงค์ของพวกเธอที่จะแต่งงานให้ประสานมือขวาและประกาศความยินยอมของพวกเธอต่อหน้าพระองค์และศาสนิกชนของพระองค์ และหลังจากนั้นคู่บ่าวสาวทุกคนก็เริ่มพูดในทำนองเดียวกันว่าผู้ชาย : ผมจะขอรับคุณเป็นภรรยาของผมและผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยากในยามไข้และในยามสบายดี และผมจะรักคุณให้เกลียดคุณตลอดช่วงชีวิตของผมผู้หญิง : ดิฉันขอรับคุณเป็นสามีของดิฉัน และดิฉันสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามยากและยามสุขยามไข้และยามสบายดี ดิฉันจะรักคุณให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของดิฉัน ไม่นานทุกอย่างก็จบลงและก็เริ่มสวมแหวนแต่งงานให้กับเจ้าสาวของตัวเอง และเ
@เวลาผ่านไป#บ้านใหญ่ดรากอน"หอมจัง..." ดีแรคเดินมากอดเอวคนรักจากทางด้านหลังขณะที่เธอกำลังช่วยคนอื่นๆ เตรียมของกินอยู่ผู้หญิงเตรียมอาหารเตรียมของกินส่วนผู้ชายก็นั่งเลี้ยงลูกไป ทว่ามีเพียงดีแรคคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มีลูกกับเขา"นายไปนั่งรอสิเดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง มีแต่พวกผู้หญิงไม่เห็นเหรอ?""เห็นแล้วไงอะ ผม...ไม่รู้จะทำอะไร ที่ดูพวกนั้นสินั่งเลี้ยงลูกกันอย่างเดียว ส่วนผมนั่งอยู่เฉยๆ เพราะไม่มีลูกให้เลี้ยง""แหมพี่ดีแรคอยากมีลูกก็ทำเอาสักคนสิ" มินตราเอ่ยแซวเพราะกับหัวเราะขบขัน"ก็อยากได้อยู่เหมือนกัน แต่ใครบางคนเขายังไม่ยอม เขาอยากทำงานก่อนน่ะ""ดูเอาเถอะดีแรค ฉันก็อยากทำงานเหมือนกัน ใครๆ ก็อยากทำงานกันทั้งนั้นแหละ แต่ดูสิ่งที่พี่ชายของนายทำสิ เพราะไม่อยากให้พวกฉันทำงานก็เลยปล่อยให้ฉันมีลูก เจ้าเล่ห์กันจริงๆ พี่น้องตระกูลนี้" น่านน้ำเอ่ย"ยกเว้นผมใช่ไหมครับพี่สะใภ้""ไม่ยกเว้นใครทั้งนั้นแหละ นายก็เจ้าเล่ห์ไม่แพ้ใครเหมือนกันอย่ามาพูดนะว่าไม่จริง" นิชาหันไปเอาที่คีบชี้หน้าดีแรค เพราะเธอรู้จักนิสัยของเขาดี"หึหึ ไปนั่งเถอะดีแรคเดี๋ยวที่เหลือพวกเราจะจัดการเอง" จีน่าบอก"ผมช่วยดีกว่าคร
@เวลาต่อมา#บ้านดีแรค"สวัสดีค่ะคุณทั้งสองคน""อุ้ย!" ฉันสะดุ้งก่อนจะหันหลังกลับไปมองยังต้นเสียงที่ดังก่อนหน้า ก่อนจะพบเข้ากับหญิงสูงวัยคนนึงยืนยิ้มให้กับฉันอยู่ "สะ สวัสดีค่ะ""สวัสดีครับแม่นม""แม่นม?""อื้ม...คนนี้แหละแม่นมที่ผมเล่าให้พี่ฟังไง""อ๋อ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่...""ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ที่นี่แรกๆ ก็ยังไม่รู้จักนมหรอกค่ะ เดี๋ยวอยู่นานไปก็ชินเอง""ค่ะแม่นม""ต้องขอโทษแม่นมด้วยนะครับที่โทรมาบอกกะทันหันเลย พอดีว่าเราสองคนเพิ่งกลับจากเที่ยวพักผ่อนกันครับ""ไม่เป็นอะไรค่ะ นมเองก็ให้แม่บ้านคอยมาทำความสะอาดให้อยู่ทุกวันเหมือนกันค่ะ ""ว่าแต่ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอครับ?""อยู่ค่ะแต่ก็อยู่บ้านใครบ้านมันไม่ได้เข้ามาวุ่นวายที่นี่ค่ะ""อ๋อ..""จะให้นมไปตามให้หรือเปล่าคะ""ไม่ต้องหรอกครับนม แค่นี้ก็ลำบากนมจะแย่แล้ว ขอบคุณน้องมากนะครับที่ช่วยจัดการธุระเรื่องนี้ให้ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเองครับนมไม่ต้องห่วง""ถ้าอย่างนั้นนมขอตัวกลับก่อนนะคะ""ครับนม""ตามสบายนะคะคุณหมอนิชา""แหะๆ ขอบคุณมากค่ะแม่นม นิเอ็งก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ หากทำอะไรผิดพลาดไปหรือทำให้แม่นมไม่พ
@หลายวันต่อมาครืด ครืด ครืดสายเรียกเข้า >>> เจนิส"เจนิสโทรมา" นิชาพูดขึ้นก่อนจะลุกออกจากตักของดีแรค แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์กดรับออกไปคุยด้านนอกระเบียง"ว่ายังไงคะคุณเพื่อน"( สารภาพมาดีๆ นะว่าแกหนีฉันไปเที่ยวไหน )"บ้านพักต่างจังหวัดที่เหนือน่ะ"( ยัยนิ! )"ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ดีแรคเล่นจัดการทุกอย่างก่อนจะมาบอกฉัน"( ถ้าอย่างนั้นแกต้องสัญญากับฉันก่อน ว่าเราจะไปเที่ยวด้วยกันหลังจากที่กลับมาแล้ว )"โอเคฉันสัญญา แต่คงจะกลับไปแล้วไปเที่ยวกับแกต่อไม่ได้เลยหรอกนะ ฉันต้องทำงานก่อน"( อาๆ เรื่องนี้ฉันยอมแกก็ได้ ว่าแต่สนุกหรือเปล่าแล้วที่นั่นเป็นยังไงบ้าง )"ก็สนุกดีนะ บ้านพักร่มรื่นรอบๆ ก็เต็มไปด้วยป่าสีเขียวชะอุ่มสดชื่นดี"( อยากไปบ้างจัง แต่เสียดายที่ไม่มีแฟนพาไปเหมือนกับแก )"ก็หาแฟนสักคนสิ แกน่ะก็มีคนมาจีบตั้งมากมายทำไมถึงไม่สนใจล่ะ"( ไม่รู้สิ ฉันไม่ชอบก็บอกไม่ชอบไปเลย และหลังจากนั้นก็หายเงียบกันไปหมดเลย )"ลองเปิดใจรับรักใครบ้างสิ"( ไว้ฉันจะลองดูนะ งั้นก็เที่ยวให้สบายใจนะแล้วค่อยเจอกันฉันไปทำงานต่อละ )"จ้า แล้วเจอกันนะ"นิชาวางสายจากเพื่อนสนิท จากนั้นก็เ
ร่างบางถูกอุ้มลอยกลับเข้าไปในห้องด้านใน ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มนัวเนียกันด้วยความคิดถึงและโหยหาริมฝีปากประทับเข้าหากันพร้อมกับจูบแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อน สองมือก็พยายามช่วยกันและกันถอดอาภรณ์ในร่างกาย จนกระทั่งเสื้อผ้าหลุดลอยหายไปหมดสิ้น"อืม...พี่นิชา""ดีแรค...จ๊วบอืมม..."เสียงครางกระเส่าดังเล็ดลอดออกมาจากปากของทั้งสอง ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าอกอวบใหญ่ ยอดถันสีสวยสะดุดตายั่วยวนให้เขาได้ลิ้มลองรสชาตินั้น"อ๊ะอ๊าา!!~" คนตัวเล็กเปล่งเสียงครางออกมาจากริมฝีปากได้รูป พร้อมกับสองมือประคองลูบไล้เส้นผมดำขลับของคนด้านบน "อยะ อย่ากัดสิ อื้มม!~" นิชาทักท้วงขึ้น ทว่าเธอเองก็รู้สึกชอบกับการกระทำของเขาเอามากๆ เช่นกัน"ก็นมพี่น่ากัดนี่นา มันใหญ่จัง" ดีแรคพูดพร้อมกับบีบนวดเล่นไปมาราวกับลูกบอลนุ่มนิ่ม"อืมม...""ผมอยากชิมน้ำหวานๆ ของพี่จัง""นะ นายจะทำอะไร!?""...." ดีแรคมองหน้าแฟนสาวแล้วกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เขาจะขยับเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปตรงจุดกายสาวมือหนาสัมผัสกับโหนกนูนตรงหน้าอย่างหลงใหล ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะค่อยๆ ลูบลงไปตามรอยแยกงามและแยกออกจากกันจนเห็นกายสาวสีแดงกุ
@ตกเย็นวันเดียวกัน"ดื่มหน่อยไหมพี่" ดีแรคพูดขึ้นพร้อมกับชูขวดไวน์ในมือให้เธอเห็น"นายไปเอาไวน์มาจากไหน?""ซื้อมาสิพี่""ดูเหมือนนายจะเตรียมการมาพร้อมเลยนะ""เปล่าหรอก ผมลงไปซื้อมาตรงด้านหน้าน่ะ ไม่คิดว่าจะมีไวน์ด้วย""ที่นายหายไปพักนึงเพราะเรื่องนี้เหรอ?""ครับ อย่าว่าผมนะ""....""เดี๋ยวผมเอาไวน์ไปให้แป๊บนึงนะ"ดีแรครีบเดินไปหาแก้วไวน์ก่อนจะถือเดินออกไปหาเธอที่นั่งอยู่ตรงริมระเบียงด้านนอก"ไวน์สำหรับคนสวยของผมครับ""ขอบใจ" นิชารับแก้วไวน์ที่ดีแรครินให้มาจิบเล็กน้อย ก่อนจะวางลงบนโต๊ะแล้วหันหน้าไปชมธรรมชาติต่อ "บรรยากาศที่นี่ดีจังเลยเนอะ""เห็นไหมผมบอกพี่แล้ว ว่าที่นี่บรรยากาศดีพี่ต้องชอบมากแน่ๆ""นี่นาย..""ครับ""ฉันมาไม่ได้บอกเจนิสนะเนี่ย ถ้ามันรู้มีหวังบ่นฉันแน่ๆ ที่หนีมันเที่ยวแบบนี้ รายนั้นน่ะจ้องจะพาฉันไปเที่ยวอยู่ แต่ไม่มีเวลา""เอาไว้ว่างๆ ชวนเพื่อนพี่เพื่อนผม แล้วก็ครอบครัวของผมไปเที่ยวด้วยกัน เที่ยวแบบครอบครัวใหญ่คงจะมีความสุขดี""นั่นสิ ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่ได้สัมผัสคำว่าครอบครัวเลย คำว่าอบอุ่นเป็นแบบไหนฉันยังไม่รู้เลย""ห่มผ้าสิพี่ แค่นั้นก็อุ่นแล้ว""...." นิชาหันไปจ้อง