ログインลองรักลองใจ
ปรายฝนสาดสายตามองคนพูด และในแววตานั้นบ่งบอกถึงความไม่เชื่อ
“ผมไม่ได้เลวขนาดนั้นไหม”
“หากมีคนติดหนี้คุณมีลูกผู้หญิง คุณต้องใช้วิธีนี้ทุกคนเลยหรือเปล่าคะ”
เหมือนโดนตบหน้าจนหน้าชา ฐานทัพบกมือขึ้นลูบใบหน้าแรงๆ เพื่อผ่อนคลายความรู้สึกที่อัดขึ้นมาจุกในอก
“หากผมจะอยากได้ผู้หญิงสักคน ผมไม่จำเป็นต้องเสียเงินเป็นล้านๆ เพื่อจะได้มาหรอกนะครับ ก็แค่ผมอยาก…ผมก็แค่ไปหาอะไรเย็นๆ ดื่ม ในที่ที่มีสาวสวยไฮโซเค้าชอบไปสิงกัน ผมก็ได้มากกกอดฟรีๆ แล้วครับ”
ในขณะที่อีกคนยืดอกพูด หากแต่ปรายฝนทำหน้าขยาด
“คุณมันก็แค่ผู้ชายมักมากดูถูกผู้หญิง”
“ผมดูถูกตรงไหน ในเมื่อผมพูดของจริง” ฐานทัพจ้องหน้าปรายฝนสายตาจริงจัง
“สงสารผู้หญิงพวกนั้นที่มาเจอผู้ชายอย่างคุณ”
“ผมช่วยพวกเธอต่างหาก เพราะถึงผมจะมั่ว แต่ผมก็ป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพเป็นอย่างดี ซึ่งใครนอนกับผม ก็ไม่ต้องกังวล ว่าจะมีโรคแถมไปด้วย”
“สำส่อน!” คำพูดตรงๆ ทำเอาฐานทัพหน้าเจื่อน
“เราพูดอีกเรื่อง แต่ทำไมมาพูดเรื่องนี้ได้ แล้วคุณก็มาด่าผมเนี่ยนะ”
“แล้วเรื่องที่คุณทำกับครอบเรามันน่าพูดมากหรือไงคะ”
“ผมไม่ได้บังคับหรือฝืนใจครอบครัวคุณเลยนะ”
“แล้วที่มายืนอยู่ตรงนี้ เต็มใจมานักนี่ หากไม่ใช่แผนบ้าๆ ของคุณ”
“คุณไปฟังอะไรจากใครมา”
แล้วฐานทัพก็นึกถึงชมพู ให้ตายเถะ! เขาไม่น่าปล่อยให้หล่อนอยู่ด้วยกันตามลำพัง เพราะเรื่องบางเรื่องไม่มีใครรู้ แต่พ่อของชมพูรู้ดีที่สุด…
“ถึงยังไงผมก็ไม่หย่า และจะทำให้คุณเห็นว่าผู้ชายอย่างผมก็ไม่ได้เลวร้าย จนเอามาเป็นพ่อของลูกไม่ได้ ผมขอเวลาสามเดือน”
ฐานทัพประกาศกร้าวแล้วเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ปรายฝนนั่งตัวชาลืมหายใจไปชั่วขณะ
เกือบสองอาทิตย์ ที่ฐานทัพทำตัวเงียบหายไป โดยไม่เข้ามาวุ่นวายหรือทำตัวรุ่มร่ามเหมือนวันแรกที่เจอหน้ากัน นั้นทำให้ปรายฝนเผลอใจคิดถึงเขา จนเกือบรู้สึกผิดในใจ
หรือเขาต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอจริงๆ…
“ปรายฝน…”
ลมพัดโกรกจนใบไม้ร่วงปลิวมาพร้อมกับเสียงเรียกชื่อแว่วมาตามลม ปรายฝนขยับเปลี่ยนท่า
…คิดถึงจนหูแว่วเลยหรือเรา เธอครุ่นคิดเมื่อมีเสียงแผ่วทุ้มแผ่วแว่วผ่านเข้ามา ครั้นต่อมาน้ำเสียงก็เปลี่ยน
“ปรายฝน… ลูก”
ครานี้น้ำเสียงเปลี่ยนไป ปรายฝนนิ่งชะงักงัน หูคงไม่แว่วถึงสองเสียงกระมั่ง เพื่อความแน่ใจจึงหันไปมอง
“คุณพ่อ คุณพ่อจริงๆด้วย คุณพ่อมาได้ไงคะ”
เธอรีบโผล่เข้าไปหา สีหน้าลุกลี้ลุกล้นดีใจและคาดไม่ถึงในคราเดียวกัน ผู้เป็นพ่อจับแขนเรียวไว้แล้วบีบเบาๆ
“ลูกสบายดีใช่ไหม”
“หนูสบายดีคะ…” แล้วเหลือบสายตามองไปยังเจ้าของบ้านหนุ่ม ชายสูงวัยมองตามสายตาลูกสาว แล้วเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแต้มยิ้ม
“คุณฐานทัพ เขาไปรับพ่อมา…”
ปรายฝนคิ้วขมวดผูกปม สีหน้ายังมีความครางแครงใจ แต่ก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปก่อน เธออยากใช้เวลาตรงนี้กับพ่อมากกว่า
“แล้วป้าสุดาสบายดีไหมคะ”
“สบายดี ลูกไม่ต้องห่วงหรอก”
“แล้วร้านเป็นไงบ้างคะ”
“ตอนนี้ที่ร้าน ลูกค้าเก่าๆ และใหม่กลับมาใช้บริการมากขึ้นแล้วล่ะ”
“พ่อขอโทษนะที่ทำให้ลูกต้องมาลำบากใจกับพ่อด้วย” ชายสูงวัยวกเข้าเรื่องที่ตัวเองอึดอัดมานาน
ริมฝีปากบางคลี่ขยายยิ้มอ่อนให้ “ค่ะ แต่พ่อมีอะไรควรบอกกับหนูตรงๆนะคะ”
“พ่อขอโทษ พ่อคิดน้อยไปหน่อย”
“หนูรู้ว่านี่ไม่ใช่ความคิดของพ่อแต่เป็นความคิด…”
“เป็นความผิดของพ่อเอง ลูกอย่าไปว่าใครเลยนะ พ่อผิดคนเดียว หากย้อนกลับไปได้ ให้พ่อเป็นคนใจแข็งกว่านี้ เด็ดขาดกว่านี้ แต่พ่อสัญญานะ ว่าพ่อจะรีบหาเงินมาคืนคุณฐานทัพ แล้วลูกจะได้เป็นอิสระ”
“เขาโกงพ่อหรือเปล่าคะ”
“ไม่ ลูกเอาอะไรมาพูด นี่หากไม่ได้คุณฐานทัพยืนขอเสนอมาช่วยพ่อ ปานนี้ร้านเราคงโดนเสี่ยโอเอาไปแล้ว”
“เสี่ยโอ เสี่ยโอนี่คือใครคะ”
“คนที่แม่สุดากับพ่อไปกู้เงินมาเพื่อประคองร้านให้อยู่รอด แต่ตอนนั้นทั้งต้นทั้งดอกรวมแล้วก็เกือบสามล้านทั้งที่พ่อก็ทยอยทั้งต้นทั้งดอกไม่เคยขาด จนมาพักหลังลูกค้าลดลงไปเรื่อยๆ จนพ่อไม่มีปัญญาหาเงินมาเสียดอกเสียต้นได้ เสี่ยโอก็ส่งคนมาข่มขู่หลายครั้ง ดีที่ได้คุณฐานทัพมาเสนอและรับปลดหนี้ให้แล้วยังคืนร้านให้พ่อบริหารต่ออีก แต่…”
พอมาถึงตอนท้ายผู้เป็นพ่อก็ลำคอตีบตันรู้สึกผิด แต่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
“แลกที่หนูต้องแต่งงานกับเขา” ปรายฝนเป็นคนพูดขึ้น
“ใช่ พ่อขอโทษที่ไม่บอกกับลูกตรงๆ แต่ตอนนั้นแม่สุดากับน้องปรายฟ้ารับปากว่าจะรับผิดชอบเรื่องนี้ แต่ถึงตอนนี้น้องยังไม่กล้ามาเจอหน้าพ่อกับแม่เลย”
“แต่ติดต่อกับปรายฟ้าได้อยู่ใช่ไหมคะ”
ถึงความสัมพันธ์จะไม่ราบรื่นเหมือนพี่น้องทั่วไป แต่ก็ได้ชื่อว่ามีพ่อคนเดียวกัน ความรู้สึกห่วงใยก็ยังคงมีอยู่เสมอ
“รอแค่น้องติดต่อมาเองเท่านั้น”
“ก็ได้รู้ว่าปรายฟ้ายังอยู่สุขสบายดี คุณพ่อก็ไม่ต้องคิดมากนะคะดูแลสุขภาพด้วยนะคะ”
“ลูกทนได้ใช่ไหม”
ถึงคำถามนี้ ปรายฝนหันไปมองหน้าฐานทัพอีกครั้ง ก่อนจะหันมามองหน้าผู้เป็นพ่อแล้วตอบออกไป ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “คุณฐานทัพเขาไม่ได้เร่งเร้าหรือบังคับอะไรให้หนูต้องฝืนทนค่ะ พ่อไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”
“ได้ฟังลูกบอกแบบนี้พ่อก็มีแรง ยังไงพ่อจะรีบเก็บเงินมาจ่ายคุณฐานทัพให้ไวที่สุด” ผู้สูงวัยยืนยันกับลูกสาว
“ค่ะหนูจะรอนะคะ”
หลังจากพูดคุยกันจนหายคิดถึงพุฒก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ โดยฐานทัพได้ให้คนของตนเองไปส่ง
ความโหยหาให้ครอบครองการกระทำของปรายฟ้า สร้างความแปลกใหม่ให้สุดรักเป็นอย่างมาก เมื่อภรรยาเป็นฝ่ายรุก ก็เข้าทางที่เขาจะบรรเลงบทรักให้อย่างถึงใจ ก่อนจะจัดการปลดเสื้อสูท และกระดุมเสื้อเชิ้ตตนเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็จัดการเปลี่ยนมาถอดชุดเจ้าสาว ที่เจ้าตัวกำลังใช้ริมฝีปากโลมเลียไปทั่วริมฝีปากหนาของเขา ก่อนจะจับหมับที่เอวบางและพลิกให้เธอลงไปนอนราบบนเตียงแทน “อือ...” เธอส่งเสียงสีหน้าขัดใจเมื่อริมฝีปากถูกแยกออกจากกัน“ใจเย็นคราบบ ” เสียงทุ้มพร่าบอก ตาเป็นประกาย “ให้ไวสิคะ” เสียงหวานกระเส่า สายตาแพรวพราวไม่แพ้กัน ร่างเปล่าเปลือยที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ก้มทาบทับลงมา บรรจงจูบและซุกไซ้ไปทั่วเรือนร่างขาวนวลที่ชม้ายตามองมือเรียวหนาลูบไล้จากข้อเท้าไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างแผ่วเบา ก่อนจะวนกลับไปใหม่ และกลับขึ้นมาและไต่ขึ้นสูง“อืมส์...” เสียงหวานสั่นพร่าครางรับอย่างพอใจ เมื่อมือใหญ่ไม่ยอมอยู่นิ่ง ยังทำหน้าที่ต่อไป โดยซอกซอนไปทั่วกายงาม ก่อนจะหยุดอยู่ตรงเนินเนื้ออวบหยุ่นกระชับตึง ชูชันเหมือนกำลังท้าทายให้มือเรียวหนาเคล้นคลึง สายตาคมกล้าขยายกว้างอย่างหมั่นเขี้ยว พร้อม
ลงเอยด้วยรักหนึ่งเดือนต่อมา งานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่บ้าน ‘ประชาพงศ์’ “เจ้าสวยมาก”สุดรักค้อนใส่เพื่อน เมื่อได้ยินคำชมจากปากฐานทัพ“นู้นไปชมคนของนายเลย” แล้วชี้ไปกับปาก ทางหญิงสาวที่กำลังยืนคุยอยู่กับเจ้าสาวของตนอย่างออกรส“คนของฉันที่หนึ่งอยู่แล้ว” คนหลงเมียเอ่ยอย่างมั่นใจ สุดรักเบะปากมองบน“ว่าแต่รอบนี้คุณปรายฝนดูเปล่งปลั่งขึ้นไหมหรือฉันตาฝาด”“แน่ล่ะ คนกำลังท้อง”“เฮ้ย จริงดิ”“จะพูดเล่นไปทำไม คนมีน้ำยา”“โอ้ยหมั่นไส้เว้ย!”“ไล่ให้ทันแล้วกัน” ฐานทัพท้า แน่นอนว่าสุดรักยืนไม่ติดเมื่อโดนท้าทายจากเพื่อน เขาหมายหมาดเอาไว้ว่าคืนนี้ ต้องกล่อมให้ปรายฟ้ายอมมีน้องปรายฟ้าน้องสุดรักน้อยให้ได้“เป็นไงบ้างลูก ไปนั่งพักก่อนไหม” พุฒเดินเข้ามาโอบไหล่ลูกสาวคนโต และลูกสาวคนเล็กที่ช่วยกันยืนต้อนรับแขกไม่มีทีท่าว่าเหนื่อยล้า สีหน้านั้นยิ้มแย้มตลอดเวลาสุดาที่ดูประหม่าทุกครั้งยามเจอหน้าปรายฝน ยืนมองอยู่ห่างๆ จนกระทั่งปรายฝนผันไปเห็น จึงเดินเข้าไปหา “ไปนั่งพักกับฝนก่อนไหมคะ” เธอเอ่ยชวน“ไปสิ…”แล้วทั้งหมดก็พากันไปนั่งพักที่โต๊ะ โดยที่เจ้าบ่าวและฐานทัพยังพูดคุยและยืนส่งแขกที่กำลังทยอยกันกลับ“ดูฝ
เรื่องของใจ อะไรก็รั้งไม่อยู่ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูด้านนอก ทำให้ปรายฟ้าที่ซุกหน้าอยู่กับหมอน โดยผมเผ้ายุ่งเหยิงเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอก“เข้ามาเลยแม่”บอกเสร็จเธอก็ซุกหน้าไปกับหมอนต่อ โดยไม่สนใจหันไปดูคนที่เธอเข้าใจว่าเป็นแม่ ก่อนที่เตียงนุ่มด้านข้างจะยุบลงไป แต่แม่ก็ยังไม่ส่งเสียงพูดคุยเจื่อยแจ้วเหมือนอย่างเคยด้วยความสงสัยจึงเงยหน้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แล้วพบว่าคนที่เธอเข้าใจว่าเแม่ แต่มันไม่ใช่“คุณ…” เธอดีดตัวลุกขึ้นจนเกือบตกเตียง ดีที่สุดรักคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน“กลัวอะไรผมขนาดนั้น”“ปล่อย!” เธอสะบัดตัวเพื่อให้หลุดจากวงแขนสุดรักออกแรงรัดแน่นขึ้น พร้อมกับส่งสายตากรุ่มกริ่ม “คิดถึงจะแย่”“หน้าด้าน!” เธอต่อว่า แต่สุดรักไม่ได้ใส่ใจกลับพูดขึ้นอีก“ยอมด้านไม่ยอมอดครับ” เขารับหน้าตาเฉยปรายฟ้าจึงกระทุ้งแขนไปที่ท้องเขาเต็มแรง และนั่นทำให้เธอหลุดจากวงแขนแล้วรีบวิ่งออกจากห้องโดยไม่รอให้อีกฝ่ายจับได้อีกสุดรักจุกจนตัวคู้งอ “ทำร้ายผมอีกแล้วนะ” เขาต่อว่า หากแต่อีกคนวิ่งหายไปแล้ว สุดรักจึงยืนเต็มความสูงแล้วกลั้นใจวิ่งตามออกไปเสียงวิ่งมาลงมาจากชั้นบนทำให้ผู้ใหญ่ที่นั่งคุยกันอยู่หันไปมองเป็นตาเดีย
อะไรจะเกิดก็เกิดทุกอย่างเหมือนถูกแช่แข็ง ไม่มีใครเอ่ยคำใด ปิ่นมุกเลยเดินออกจากห้อง อเนกมองตามหลังด้วยความเป็นห่วง“อากลับไปทำงานของอาเถอะครับ” สุดรักหันไปพูดกับอา ในขณะที่สีหน้ายังเต็มไปด้วยความตึงเครียดอเนกจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป โดยเก็บความอยากรู้ไว้ก่อน“ลูกจะเอาไงต่อ”“เขาคงไม่กล้ามาวุ่นวายกับผมแล้วมั่ง”“พ่อก็ไม่ได้อะไร แต่หากจะจัดการอะไรสักอย่าง ก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด อย่าปล่อยให้ครึ่งๆ กลางๆ”“ครับ ต่อไปผมจะเฝ้าระวังและหากมีเรื่องขึ้นอีก ผมจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับปิ่นเองครับ”ในขณะที่ปิ่นมุกกลับมานั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในรถ มือถือของเธอก็มีเสียงเรียกเข้าแต่เมื่อเห็นว่าเป็นสายของใครเธอก็ตัดสายทิ้ง แต่อีกฝ่ายก็โทรฯรัวกลับมาจนเธอทนไม่ไหวจึงกดรับ‘กลับมาทำงาน’ น้ำเสียงทุ้มสั่ง‘อย่ามาสั่งปิ่น’‘ทำไม อยากมีผัวเพิ่มหรือไง’‘คุณไม่ใช่ผัวปิ่น’‘ไอ้ที่ทำให้เธอคราง เวลาเอากันเขาไม่เรียกผัวแล้วเรียกว่าอะไร’‘ต่างคนต่างสนองความอยากพอใจไหมคะ’ พูดจบเธอก็กดปิดเครื่อง แล้วขับรถออกไปในขณะที่ขับรถ น้ำตาของความอ่อนแอก็ไหลทะลักออกมาอยากเก็บไว้ไม่อยู่ในวันที่เธอตัดสินใจมอมเหล้าสุดรัก แต่ถูกจับไ
ของของใจใครก็มาแยกไม่ได้หลังจากปรายฟ้ากลับมาบ้าน ก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องนอนของตัวเอง ไม่ยอมพูดยอมจา ซึ่งสุดาก็ตามมาดูลูกสาวด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่กล้าซักถามเหมือนแต่ก่อน นางจึงเดินคอตกไปช่วยงานสามีต่อในขณะที่ปรายฟ้านอนพักสายตา เสียงข้อความก็ดังขึ้น ปรายฟ้าชะโงกหน้าดู และเห็นว่าเป็นข้อความของใคร เธอปิดตาหลับต่อทิ้งข้อความนั้นให้ค้างอยู่แบบนั้นอยากง้อก็ง้อไป!หลังจากที่เข้ามาในบริษัทวันนั้นอีกวันถัดไปสุดรักก็เดินทางมาทำงาน แต่รอบนี้อนุทินก็มาด้วย ทุกคนในบริษัทต่างฮือฮาและตื่นเต้น เมื่อผู้บริหารประกาศอย่างเป็นทางการ ขอวางมือและให้มอบโอนทุกอย่างให้ลูกชายคนเดียวเป็นผู้ดูแลและรับช่วงต่อในห้องประชุมแบบเร่งด่วน หลังจากที่เขาเรียกดูเอกสารที่ถูกดำเนินการค้างอยู่ สุดรักเปลี่ยนแนวทางและข้อตกลงหลายอย่างในบริษัทที่อนุทินไม่เคยกล้าทำ เพราะความเกรงใจของคนในหลายหน่วยงาน หากแต่คนรุ่นใหม่อย่างสุดรักไม่กลัว เพราะหากสิ้นค้าคุณภาพต่ำ แต่ราคาถูกลูกค้าใช้เพียงรอบเดียวก็จะไม่กลับมาใช้อีก แต่หากสิ้นค้ามีคุณภาพสูง มีอายุการใช้งานที่เพิ่มขึ้น และราคาที่ทุกคนสามมารถจับต้องได้ โดยเขาเน้นยอดสั่ง มากกว่ากำไร
ผ่านมาให้จำแล้วคิดไปถึงเหตุการณ์ที่โดนบอกเลิก ในวันที่มีนักศึกษาจบใหม่ยืนกันเป็นกลุ่มทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มและสดใส พร้อมช่อดอกไม้ดอกใหญ่ที่เพื่อนและญาติเอามามอบให้ เช่นเดียวกันกับสุดรักที่เขาหอบดอกไม้ช่อใหญ่ ไปให้ปรายฟ้าแฟนรุ่นน้องที่ตกลงคบกันลับๆ หากแต่ไม่เคยมีอะไรเกินเลยนอกจากจูบและจับมือถือแขนในขณะที่ปรายฟ้ากำลังถ่ายรูปอยู่กับเพื่อนในกลุ่ม โดยเธอไม่ได้สนใจคนรอบข้าง จนกระทั่งเพื่อนสนิทสะกิดเธอ“รุ่นพี่มาแหนะ ดอกไม้งี้ช่อโตเด่นมาแต่ไกลเชียว อิจได้ไหมเนี่ย…”“เงียบไปเลย” เธอทำเสียงดุใส่เบาๆ ซึ่งเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่รู้ว่าทั้งคู่คบกัน แต่ไม่มีใครเอาไปพูดถึงหรือเล่าต่อ“งั้นพวกเธอถ่ายกันไปนะ” แล้วปรายฟ้าก็เดินออกมาจากกลุ่มเพื่อน หลังจากนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป ไร้รอยยิ้ม“ขอโทษที่มาช้า… ยินดีด้วยนะครับ” สุดรักบอก พร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ช่อโตที่เขาสั่งทำเป็นพิเศษให้ หากแต่ปรายฟ้าเพียงมองไปที่ช่อดอกไม้ด้วยสายตาว่างเปล่า“รับสิ” สุดรักเร่งพร้อมยื่นช่อดอกไม้ใกล้ให้อีก“ขอบคุณ…” น้ำเสียงห้วนชวนให้สุดรักคิดมากแล้วปรายฟ้ามองดอกไม้ในมือที่ช่อเล็กกว่า เหมือนบอกให้เขารู้ว่า เธอมีช่อดอกไม้







