LOGINเจ้าสาวมือใหม่
รถเบนซ์คันใหม่เอี่ยมจอดเทียบหน้ามุขของบ้านหลังใหญ่ รอบข้างรายล้อมไปด้วยต้นไม้หลายชนิด ปลูกประดับไว้เป็นสัดส่วนสวยงาม ตรงข้ามหน้ามุขมีบ่อน้ำพรุขนาดใหญ่โดยมีรูปั้นนกอินทรีกางปีกขยายตัวใหญ่เด่นชัด
ปรายฝนมองไปรอบๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอเมื่อย้อนคิดว่า ผู้ชายอย่างฐานทัพ เพียบพร้อมทั้งฐานะและรูปร่างหน้าตาอย่างกับดาราเกาหลี ซึ่งหาผู้หญิงได้ไม่ยาก แต่ทำไมถึงยอมแต่งงานและจดทะเบียนกับผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักนิสัยใจคออย่างเธอ…
ฐานทัพเหลือบตามองสาวที่เขาไม่รู้ว่าทำไม ถึงทำให้เธอหลงใหลในเสน่ห์เขาไม่ได้ ทั้งที่ผู้หญิงคนอื่นๆ เพียงเขาเดินผ่านพวกเธอเหล่านั้นก็เกือบคลานเข่ามาหา และหากโดนใจไม่ต้องออกปาก สาวกร้านโลกก็เต็มใจให้เขาหิ้วติดมือกลับห้อง
หากแต่ปรายฝนไม่ใช่ หรือเธอมีใคร หรือใจตายด้าน! คำถามที่ไร้คำตอบมากมาย เข้ามารบกวนจิตใจให้หงุดหงิด
จะอะไรก็ช่าง ปรายฝนก็ได้ชื่อว่าเป็นเมีย ซึ่งเขาจะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือ ไม่ว่าวันนี้ พรุ่งนี้ หรือตอนไหน! ฐานทัพคิดเองเออเอง แล้วยกยิ้มมุมปาก
“จะออกไปเดินดูรอบๆ ได้นะครับ”
คราแรกปรายฝนก็ไม่เชื่อหู แต่เมื่อมองสบตาก็เห็นสายตายืนยันจากผู้ชายที่นั่งเงียบมาตลอดทาง
“...ทำไมต้องไปเดินดูด้วยคะ”
“ก็เห็นคุณสนใจ จะมานั่งมองอยู่ในรถทำไม ลงไป แล้วไปสำรวจดมกลิ่น จะได้ชัดเจนกว่า” พูดแล้วก็หลบสายตาคู่สนทนาเพื่อไปกดขำ
“คุณ! ‘คนบ้าฉันไมใช่แมว’” เสียงแหลมไม่สบอารมณ์เอ่ยเรียก โดยประโยคหลังเธอต่อว่าในใจ
เสียงดังหึในลำคอบ่งบอกว่าพอใจที่เขาแหย่เธอได้สำเร็จ
ก่อนที่ทั้งคู่จะปะทะคารมกันต่อ ผู้หญิงผิวขาวร่างอวบอ้วนใบหน้าแต้มไปด้วยรอยยิ้มเดินปรี่ตรงมา โดยที่สองคนในรถไม่มีทีท่าว่าจะลงจากรถเสียที
ฐานทัพเมื่อเห็นหญิงสูงวัย ก็รีบเปิดประตูแล้วลงจากรถไป
อาการฐานทัพที่ดูเกรงอกเกรงใจผู้หญิงสูงวัย ซึ่งอาการนั้นของเขาอยู่ในสายตาปรายฝน เธอเอียงคอมอง และเป็นจังหวะที่หญิงสูงวัยก็เอี้ยวตัวเพื่อมองมาด้านในเช่นกัน สายตาของทั้งคู่สบกันอย่างไม่ตั้งใจ
เจ้าของใบหน้าอวบอิ่ม ที่มีริ้วรอยไปตามวัย เปิดยิ้มกว้างดวงตานั้นเปล่งประกายดีใจแจ่มชัด ทำให้ปรายฝนรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาในทันที เธอจึงขยับกายลุกขึ้นออกจากรถตามอีกคนไป
“นี้ป้าพวงที่ฉันเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่…ป้าพวงนี้คุณปรายฝน”
ฐานทัพแนะนำพอเป็นพิธี
“สวัสดีค่ะ” ปรายฝนยกมือขึ้นพนมทักทายด้วยความนอบน้อมก่อน
“ไหว้พระเถอะค่ะคุณปรายฝน” คำเรียกขานและน้ำเสียงนุ่มระรื่นหู
ฐานทัพที่แอบมองดูท่าทีของปรายฝน เมื่อเห็นการปฏิบัติต่อคนสูงวัยที่เขาเคารพรัก ก็รู้สึกปลื้มปริ่มในอก
หล่อนมีท่าทีแข็งขืนและปากดี เพียงแค่กับเขาจริงๆ…
“เชิญค่ะ เดี๋ยวของจะให้เด็กๆ ช่วยถือไปนะคะ…” ผู้สูงวัยเอ่ยสีหน้าระรื่นและฉีกยิ้มกว้างอยู่ตลอดเวลา
ตอนนี้นางเหมือนลืมไปว่าเจ้านายของตัวเองคืออีกคน ยืนหัวโด่อยู่ แต่เพราะมัวสนใจหญิงสาวฐานทัพขยับหลีกทางปล่อยให้ผู้หญิงเขาจัดการกันเอง โดยตัวเองเดินผ่านสาวใช้อีกสามคน ไม่เว้นแต่ลุงทินคนขับรถและควบตำแหน่งคนสวน ก็ออกมายืนต้อนรับฉีกยิ้มกว้างและโน้มตัวลงมาให้เขาเล็กน้อย ซึ่งก็คงมายืนต้อนรับและรอคอยสมาชิกใหม่เช่นกัน
เหมือนหมดความสำคัญอย่างไรอย่างนั้น… ฐานทัพคิด แต่ริมฝีปากคลี่ขยายด้วยความพอใจ
ปรายฝนรู้สึกเกรงใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อเดินเข้าบ้านหลังใหญ่ด้วยมือเปล่า เพราะถูกพวกสาวใช้แย่งสัมภาระของเธอไปถือกันเองหมด โดยมีป้าพวงที่แนะนำตัวไปไม่กี่นาทีก่อนเดินนำหน้าไป ส่วนแวว หวานและส้ม เดินรั้งท้าย ทั้งหมดดูดีอกดีใจจนออกนอกหน้า ซึ่งมันทำให้คนมาใหม่อย่างปรายฝนไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและอึดอัด
หากแต่ปรายฝนอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อชื่อของเธอถูกเรียกออกมาจากทุกคนที่เธอเพิ่งเจอหน้าครั้งแรกประหนึ่งคนคุ้นเคยกันดี
หลังจากที่ทุกคนช่วยกันจัดของเข้าที่เข้าทาง ก็พากันออกไปจากห้องเพื่อเข้าครัวทำอาหารต่อ ซึ่งปรายฝนก็อยากมีส่วนร่วมในการเข้าครัว แต่ก็ถูกห้ามไว้ แต่เธอยืนยันว่าขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะลงตามไป ทุกคนจึงไม่อยากขัดความตั้งใจของนายหญิง
เมื่ออาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเรียบง่าย ปรายฝนก็รีบออกจากห้องเพื่อลงไปห้องครัว ที่เธอก็ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของบ้านหลังใหญ่
ระหว่างที่เดินชะเง้อคอยาวมองหาห้องครัว เธอก็พบกับสาวสวยแต่งตัวด้วยเสื้อผ้านำสมัยและแต่งหน้าจัดจ้าน ด้วยความไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ปรายฝนจึงยกมือไหว้ หากแต่สายตาคมที่กรีดไว้ด้วยอายไลเนอร์จิกตามองมา
“คุณฐานทัพอยู่ไหน”
คำถามนั้นปรายฝนคิดว่าไม่ใช่คนในบ้านหลังนี้แน่ เธอจึงลดมือลงเมื่ออีกฝ่ายก็ไม่รับไหว้จากเธอ
“มาหาคุณฐานทัพหรือคะ”
“คนใช้ใหม่เหรอ”
สาวสวยไม่ตอบ แต่ถามกลับพร้อมใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแครงใจ จิกตาสำรวจไปบนตัวของปรายฝนแทน
“สวัสดีค่ะคุณชมพู หายไปไหนซะนานคะ”
ป้าพวงที่คุ้นเคยกับแขกเจ้านายดีรีบเอ่ยทักและเดินตรงเข้ามา ทำให้สองสาวละสายตาจากกัน
“ป้าพวงมาก็ดีแล้ว คุณฐานทัพอยู่ไหนคะ”
ชมพูเบนความสนใจจากสาวตรงหน้า แล้วหันไปถามป้าพวง
ปรายฝนคิ้วขมวดผูกปมกับการปรับเปลี่ยนสีหน้า และคำพูดของสาวสวย ที่พูดมีหางเสียงขึ้น คงรู้ว่าฐานทัพนับถือป้าพวงเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ท่าทางข่มคนที่ด้อยกว่าจึงเบาลง
“อ้อ นี่คุณปรายฝนคุณผู้หญิงบ้านนี้ค่ะ”
ป้าพวงไม่ได้ตอบคำถามแขกเจ้านาย แต่กลับจงใจแนะนำหญิงสาวที่ชมพูคิดว่าเป็นสาวใช้คนใหม่ให้รู้จักแทน
ความโหยหาให้ครอบครองการกระทำของปรายฟ้า สร้างความแปลกใหม่ให้สุดรักเป็นอย่างมาก เมื่อภรรยาเป็นฝ่ายรุก ก็เข้าทางที่เขาจะบรรเลงบทรักให้อย่างถึงใจ ก่อนจะจัดการปลดเสื้อสูท และกระดุมเสื้อเชิ้ตตนเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็จัดการเปลี่ยนมาถอดชุดเจ้าสาว ที่เจ้าตัวกำลังใช้ริมฝีปากโลมเลียไปทั่วริมฝีปากหนาของเขา ก่อนจะจับหมับที่เอวบางและพลิกให้เธอลงไปนอนราบบนเตียงแทน “อือ...” เธอส่งเสียงสีหน้าขัดใจเมื่อริมฝีปากถูกแยกออกจากกัน“ใจเย็นคราบบ ” เสียงทุ้มพร่าบอก ตาเป็นประกาย “ให้ไวสิคะ” เสียงหวานกระเส่า สายตาแพรวพราวไม่แพ้กัน ร่างเปล่าเปลือยที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ก้มทาบทับลงมา บรรจงจูบและซุกไซ้ไปทั่วเรือนร่างขาวนวลที่ชม้ายตามองมือเรียวหนาลูบไล้จากข้อเท้าไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างแผ่วเบา ก่อนจะวนกลับไปใหม่ และกลับขึ้นมาและไต่ขึ้นสูง“อืมส์...” เสียงหวานสั่นพร่าครางรับอย่างพอใจ เมื่อมือใหญ่ไม่ยอมอยู่นิ่ง ยังทำหน้าที่ต่อไป โดยซอกซอนไปทั่วกายงาม ก่อนจะหยุดอยู่ตรงเนินเนื้ออวบหยุ่นกระชับตึง ชูชันเหมือนกำลังท้าทายให้มือเรียวหนาเคล้นคลึง สายตาคมกล้าขยายกว้างอย่างหมั่นเขี้ยว พร้อม
ลงเอยด้วยรักหนึ่งเดือนต่อมา งานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่บ้าน ‘ประชาพงศ์’ “เจ้าสวยมาก”สุดรักค้อนใส่เพื่อน เมื่อได้ยินคำชมจากปากฐานทัพ“นู้นไปชมคนของนายเลย” แล้วชี้ไปกับปาก ทางหญิงสาวที่กำลังยืนคุยอยู่กับเจ้าสาวของตนอย่างออกรส“คนของฉันที่หนึ่งอยู่แล้ว” คนหลงเมียเอ่ยอย่างมั่นใจ สุดรักเบะปากมองบน“ว่าแต่รอบนี้คุณปรายฝนดูเปล่งปลั่งขึ้นไหมหรือฉันตาฝาด”“แน่ล่ะ คนกำลังท้อง”“เฮ้ย จริงดิ”“จะพูดเล่นไปทำไม คนมีน้ำยา”“โอ้ยหมั่นไส้เว้ย!”“ไล่ให้ทันแล้วกัน” ฐานทัพท้า แน่นอนว่าสุดรักยืนไม่ติดเมื่อโดนท้าทายจากเพื่อน เขาหมายหมาดเอาไว้ว่าคืนนี้ ต้องกล่อมให้ปรายฟ้ายอมมีน้องปรายฟ้าน้องสุดรักน้อยให้ได้“เป็นไงบ้างลูก ไปนั่งพักก่อนไหม” พุฒเดินเข้ามาโอบไหล่ลูกสาวคนโต และลูกสาวคนเล็กที่ช่วยกันยืนต้อนรับแขกไม่มีทีท่าว่าเหนื่อยล้า สีหน้านั้นยิ้มแย้มตลอดเวลาสุดาที่ดูประหม่าทุกครั้งยามเจอหน้าปรายฝน ยืนมองอยู่ห่างๆ จนกระทั่งปรายฝนผันไปเห็น จึงเดินเข้าไปหา “ไปนั่งพักกับฝนก่อนไหมคะ” เธอเอ่ยชวน“ไปสิ…”แล้วทั้งหมดก็พากันไปนั่งพักที่โต๊ะ โดยที่เจ้าบ่าวและฐานทัพยังพูดคุยและยืนส่งแขกที่กำลังทยอยกันกลับ“ดูฝ
เรื่องของใจ อะไรก็รั้งไม่อยู่ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูด้านนอก ทำให้ปรายฟ้าที่ซุกหน้าอยู่กับหมอน โดยผมเผ้ายุ่งเหยิงเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอก“เข้ามาเลยแม่”บอกเสร็จเธอก็ซุกหน้าไปกับหมอนต่อ โดยไม่สนใจหันไปดูคนที่เธอเข้าใจว่าเป็นแม่ ก่อนที่เตียงนุ่มด้านข้างจะยุบลงไป แต่แม่ก็ยังไม่ส่งเสียงพูดคุยเจื่อยแจ้วเหมือนอย่างเคยด้วยความสงสัยจึงเงยหน้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แล้วพบว่าคนที่เธอเข้าใจว่าเแม่ แต่มันไม่ใช่“คุณ…” เธอดีดตัวลุกขึ้นจนเกือบตกเตียง ดีที่สุดรักคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน“กลัวอะไรผมขนาดนั้น”“ปล่อย!” เธอสะบัดตัวเพื่อให้หลุดจากวงแขนสุดรักออกแรงรัดแน่นขึ้น พร้อมกับส่งสายตากรุ่มกริ่ม “คิดถึงจะแย่”“หน้าด้าน!” เธอต่อว่า แต่สุดรักไม่ได้ใส่ใจกลับพูดขึ้นอีก“ยอมด้านไม่ยอมอดครับ” เขารับหน้าตาเฉยปรายฟ้าจึงกระทุ้งแขนไปที่ท้องเขาเต็มแรง และนั่นทำให้เธอหลุดจากวงแขนแล้วรีบวิ่งออกจากห้องโดยไม่รอให้อีกฝ่ายจับได้อีกสุดรักจุกจนตัวคู้งอ “ทำร้ายผมอีกแล้วนะ” เขาต่อว่า หากแต่อีกคนวิ่งหายไปแล้ว สุดรักจึงยืนเต็มความสูงแล้วกลั้นใจวิ่งตามออกไปเสียงวิ่งมาลงมาจากชั้นบนทำให้ผู้ใหญ่ที่นั่งคุยกันอยู่หันไปมองเป็นตาเดีย
อะไรจะเกิดก็เกิดทุกอย่างเหมือนถูกแช่แข็ง ไม่มีใครเอ่ยคำใด ปิ่นมุกเลยเดินออกจากห้อง อเนกมองตามหลังด้วยความเป็นห่วง“อากลับไปทำงานของอาเถอะครับ” สุดรักหันไปพูดกับอา ในขณะที่สีหน้ายังเต็มไปด้วยความตึงเครียดอเนกจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป โดยเก็บความอยากรู้ไว้ก่อน“ลูกจะเอาไงต่อ”“เขาคงไม่กล้ามาวุ่นวายกับผมแล้วมั่ง”“พ่อก็ไม่ได้อะไร แต่หากจะจัดการอะไรสักอย่าง ก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด อย่าปล่อยให้ครึ่งๆ กลางๆ”“ครับ ต่อไปผมจะเฝ้าระวังและหากมีเรื่องขึ้นอีก ผมจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับปิ่นเองครับ”ในขณะที่ปิ่นมุกกลับมานั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในรถ มือถือของเธอก็มีเสียงเรียกเข้าแต่เมื่อเห็นว่าเป็นสายของใครเธอก็ตัดสายทิ้ง แต่อีกฝ่ายก็โทรฯรัวกลับมาจนเธอทนไม่ไหวจึงกดรับ‘กลับมาทำงาน’ น้ำเสียงทุ้มสั่ง‘อย่ามาสั่งปิ่น’‘ทำไม อยากมีผัวเพิ่มหรือไง’‘คุณไม่ใช่ผัวปิ่น’‘ไอ้ที่ทำให้เธอคราง เวลาเอากันเขาไม่เรียกผัวแล้วเรียกว่าอะไร’‘ต่างคนต่างสนองความอยากพอใจไหมคะ’ พูดจบเธอก็กดปิดเครื่อง แล้วขับรถออกไปในขณะที่ขับรถ น้ำตาของความอ่อนแอก็ไหลทะลักออกมาอยากเก็บไว้ไม่อยู่ในวันที่เธอตัดสินใจมอมเหล้าสุดรัก แต่ถูกจับไ
ของของใจใครก็มาแยกไม่ได้หลังจากปรายฟ้ากลับมาบ้าน ก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องนอนของตัวเอง ไม่ยอมพูดยอมจา ซึ่งสุดาก็ตามมาดูลูกสาวด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่กล้าซักถามเหมือนแต่ก่อน นางจึงเดินคอตกไปช่วยงานสามีต่อในขณะที่ปรายฟ้านอนพักสายตา เสียงข้อความก็ดังขึ้น ปรายฟ้าชะโงกหน้าดู และเห็นว่าเป็นข้อความของใคร เธอปิดตาหลับต่อทิ้งข้อความนั้นให้ค้างอยู่แบบนั้นอยากง้อก็ง้อไป!หลังจากที่เข้ามาในบริษัทวันนั้นอีกวันถัดไปสุดรักก็เดินทางมาทำงาน แต่รอบนี้อนุทินก็มาด้วย ทุกคนในบริษัทต่างฮือฮาและตื่นเต้น เมื่อผู้บริหารประกาศอย่างเป็นทางการ ขอวางมือและให้มอบโอนทุกอย่างให้ลูกชายคนเดียวเป็นผู้ดูแลและรับช่วงต่อในห้องประชุมแบบเร่งด่วน หลังจากที่เขาเรียกดูเอกสารที่ถูกดำเนินการค้างอยู่ สุดรักเปลี่ยนแนวทางและข้อตกลงหลายอย่างในบริษัทที่อนุทินไม่เคยกล้าทำ เพราะความเกรงใจของคนในหลายหน่วยงาน หากแต่คนรุ่นใหม่อย่างสุดรักไม่กลัว เพราะหากสิ้นค้าคุณภาพต่ำ แต่ราคาถูกลูกค้าใช้เพียงรอบเดียวก็จะไม่กลับมาใช้อีก แต่หากสิ้นค้ามีคุณภาพสูง มีอายุการใช้งานที่เพิ่มขึ้น และราคาที่ทุกคนสามมารถจับต้องได้ โดยเขาเน้นยอดสั่ง มากกว่ากำไร
ผ่านมาให้จำแล้วคิดไปถึงเหตุการณ์ที่โดนบอกเลิก ในวันที่มีนักศึกษาจบใหม่ยืนกันเป็นกลุ่มทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มและสดใส พร้อมช่อดอกไม้ดอกใหญ่ที่เพื่อนและญาติเอามามอบให้ เช่นเดียวกันกับสุดรักที่เขาหอบดอกไม้ช่อใหญ่ ไปให้ปรายฟ้าแฟนรุ่นน้องที่ตกลงคบกันลับๆ หากแต่ไม่เคยมีอะไรเกินเลยนอกจากจูบและจับมือถือแขนในขณะที่ปรายฟ้ากำลังถ่ายรูปอยู่กับเพื่อนในกลุ่ม โดยเธอไม่ได้สนใจคนรอบข้าง จนกระทั่งเพื่อนสนิทสะกิดเธอ“รุ่นพี่มาแหนะ ดอกไม้งี้ช่อโตเด่นมาแต่ไกลเชียว อิจได้ไหมเนี่ย…”“เงียบไปเลย” เธอทำเสียงดุใส่เบาๆ ซึ่งเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่รู้ว่าทั้งคู่คบกัน แต่ไม่มีใครเอาไปพูดถึงหรือเล่าต่อ“งั้นพวกเธอถ่ายกันไปนะ” แล้วปรายฟ้าก็เดินออกมาจากกลุ่มเพื่อน หลังจากนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป ไร้รอยยิ้ม“ขอโทษที่มาช้า… ยินดีด้วยนะครับ” สุดรักบอก พร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ช่อโตที่เขาสั่งทำเป็นพิเศษให้ หากแต่ปรายฟ้าเพียงมองไปที่ช่อดอกไม้ด้วยสายตาว่างเปล่า“รับสิ” สุดรักเร่งพร้อมยื่นช่อดอกไม้ใกล้ให้อีก“ขอบคุณ…” น้ำเสียงห้วนชวนให้สุดรักคิดมากแล้วปรายฟ้ามองดอกไม้ในมือที่ช่อเล็กกว่า เหมือนบอกให้เขารู้ว่า เธอมีช่อดอกไม้







