LOGIN“แล้วทำไมไม่หาแฟน”
“ทำไมหนูต้องหาแฟนฝ่ายเดียวด้วยอ่ะ ทำไมไม่ให้แฟนหาหนูบ้าง หนูไม่อยากหาแล้วอ่ะ เหนื่อย”
“ฮ่าๆ เออๆ ขาวหมวยน่ารักแบบนี้เดี๋ยวแฟนก็หาลื้อเจอเอง เดี๋ยวอั๊วะช่วยหาให้อีกแรงเอามั้ย”
“ต้องหล่อรวย น่ารัก ใจป้ำนะ อายุไม่เกี่ยง ถ้าไม่รวยไม่เอา”
“งั้นอั๊วะก็ผ่านเกณฑ์สิ”
“แปะมีเมียแล้ว หนูไม่เอาจ้า” ฉันขยิบตาหยอกเหล่ากง ถึงจะโสดหอยแห้งผากเป็นทะเลทรายก็เถอะ อย่างน้อยก็ป๊อปปูล่าในหมู่คนชราแปดสิบอัพนะจ๊ะ ฉันสวมรองเท้ายางหุ้มข้อ สับขาเดินถูไม้รีดน้ำรอบอ่างออนเซ็นด้วยอินเนอร์บียอนเซ่ อาแปะอากงแต่ละคนผ่านการมีเมียเล็กเมียน้อยมาแล้วโชกโชน แถมขยันหยอกแต่ไม่ขยันจ่ายทิป นางสาวจีจี้จึงมิชายตาแลมอง ถ้าคิดว่าไม่มีผัวชีวิตนั้นแย่แล้ว ลองไม่มีเงินดูค่ะ ชีวิตนี้ดิฉันจะอยู่เป็นโสดแบบคันๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ นั่นแหละ
แล้วงานก็เริ่มเข้าหลังจากแม่วางหูโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เสี่ยฤทธิ์ชาติเริ่มให้คนมาทวงหนี้มาแล้วนะเฮีย”
“เท่าไหร่”
“ยอดสามสิบสองล้าน ไม่รวมยอดเก่าของปีก่อน รวมๆ แล้วก็ห้าสิบกว่าล้าน” แม่นั่งดีดตัวเลขแล้วถอนหายใจ ส่วนพ่อมองมาที่ลูกสาวผู้นุ่งกางเกงเจเจลายดอก ปากแดงแจ๋ เดินลากไม้รีดน้ำ ปาดน้ำเจิ่งนองบนพื้นห้องออนเซ็นให้แห้ง แม่มองตามสายตาพ่อไป เห็นลูกสาวหัวฟูหน้าสดก็อบรมไปหนึ่งกรุบ
“ยัยจีจี้อยู่บ้านก็ทำตัวสวยๆ หน่อย อย่าปล่อยโทรม เข้าใจมั้ย!”
“ค่า” ฉันเงยหน้าสบตาแม่ น้ำตาไหลย้อย เพราะแม่พูดหลังจากฉันแต่งหน้าแต่งตัวแล้วอ่ะ ฉันต้องรู้สึกยังไงกับสถานการณ์นี้เหรอคะ ฉันเดินกดเกมคุกกี้รันไปลากไม้รีดน้ำไปท่ามกลางดงอากงนุ่งผ้าขนหนู แม่จึงคุยซุบซิบกับพ่อเรื่องเสี่ยฤทธิ์ชาติ
“เฮียๆ เมื่อกี้ได้ยินที่มันบอกสเปกผัวมั้ย”
“ได้ยิน”
“งั้นก็เสี่ยฤทธิ์ชาติไง ปีนี้เพิ่งสี่สิบ หล่อรวย ใจป้ำแถมยังโสด” แม่คุยไปคุยมา พ่อก็ชักจะตาโตแต่ยังส่ายหน้า
“จะดีเหรอ”
“ก็ดีกว่าปล่อยให้มันขลุกอยู่ในดงอากงขี้เต๊าะแบบนี้ เรายกมันให้เสี่ยเลี้ยงเลยดีกว่า”
“มันคงยอมหรอก! เธอก็รู้ว่ายัยจีจี้นิสัยมันห่ามขนาดนี้ อยู่ดีไม่ว่าดีเสี่ยจะเอาตัวภาระไปเลี้ยงทำไม เสี่ยเขาคงจะเอาหรอก”
“ถ้าเป็นยัยอ้อแอ้ล่ะ รายนั้นมีหน้าที่การงานมั่นคง น่าจะขายออกง่ายกว่า”
“ยัยอ้อแอ้ยิ่งไม่ยอมใหญ่ มีอย่างที่ไหนจะเอาลูกไปขัดดอก”
“ฉันก็ไม่ได้บังคับสักหน่อยนี่เฮีย ถ้าไม่ชอบใจกันก็ต่างคนต่างไปแค่นั้นเอง ถ้าเกิดสองฝ่ายถูกตาต้องใจกัน อย่างน้อยลูกสาวเราคนใดคนหนึ่งก็สบายมีเสี่ยเลี้ยง ค่าสินสอดก็หักหนี้กันไปแล้วแต่ต่อรอง เอาเป็นว่าลองทาบทามให้เสี่ยมาดูตัวก่อนก็แล้วกัน”
“แน่ใจนะว่าจะชวนเสี่ยมาดูมันที่นี่”
“เอิ่มม...” แม่หันมาพิจารณาสังขารลูกสาวคนเล็กอีกทีก่อนจะถอนหายใจ “ให้มันแต่งตัวสวยๆ ไปหาเสี่ยดีกว่า... อ้าว แล้วนั่นเฮียจะโทรหาใคร”
“โทรเตือนให้เสี่ยหนีไป”
“ทำไงดีทูนหัว ลูกสาวเราน่ารักเหลือเกิน ไม่อยากห่างลูกเลยครับ”“ทำงี้สิเตง” ฉันนั่งยองๆ คุยกับลูกสาว “ถ้าจะไปกับพ่อ ลูกต้องอาบน้ำก่อนนะ”“โอเคมะม้า” แม่หนูรีบปล่อยขาพ่อแล้วจูงแขนแม่ไปเข้าห้องน้ำอย่างไว สักพักบิดาก็สตาร์ทรถ ขับหนีออกซะอย่างงั้นอ่ะ หนูต๋อมแต๋มลูกรักวิ่งออกจากห้องน้ำในสภาพฟองฟอด ตามรถพ่อไม่ทัน ฉันก็เหมือนเห็นตัวเองตอนเด็กๆ โดนพ่อหลอกทิ้งแบบนี้ไม่มีผิดค่ะ ลูกแม่น่าวงวารจริมๆ วันนั้นยัยต๋อมแต๋มงอนพ่อทั้งวันเลยค่ะคุณขาในขณะที่ยัยต๋อมแต๋มเจื้อยแจ้วเจรจาเหมือนวิญญาณนกขุนทองเข้าร่าง หนูติณณ์กลับเงียบขรึม keep look คูลกาย ตอนแรกฉันก็กังวลอยู่ว่าหนูติณณ์จะผิดปกติ เหมือนสกิลการพูดถูกน้องสาวสูบไปหมดแล้ว ฉันเทียวอุ้มไปปรึกษาหมอ หมอก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไปเพราะเด็กแต่ละคนพัฒนาการไม่เท่ากัน เด็กอาจจะกำลังงงๆ ว่าจะพูดภาษาอะไร เพราะเสี่ยพูดกับลูกเป็นภาษาอังกฤษ ฉันพูดภาษาไทย นังหม่อมพูดภาษาลู ส่วนแม่บ้านพูดอีสาน ดังนั้นหนูติณณ์ก็คงจะตัดสินใจแล้วว่าไม่พูดดีกว่า มึนเหลือเกินฉันเครียดๆ เรื่องนี้อยู่นาน สรรหาทุกวิธีทุกกระบวนท่าให้ลูกพูด
“เราจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้มั้ยนะ”“แน่นอนสิคะ จี้แน่ใจว่าเตงจะเป็นซุปเปอร์แดดดี้ของลูกๆ เราแน่นอน ส่วนจี้จะเป็นมะม้าสุดสตรอง ทุกอย่างต้องคูณสอง เราจะมีลูกกันเยอะๆ รับรองงานยุ่งจนไม่มีเวลาโอดครวญแน่นอน” หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นส่ำเอาเสียเลย ชีวิตคู่ของเรากำลังจะดำเนินไปอีกขั้น เรียกร้อยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าของเราทั้งสอง เขายิ้มอย่างอบอุ่นขณะแหงนหน้ารับจุมพิตอ่อนโยน ท่อนแขนกำยำโอบกอดฉันไว้อย่างรักใคร่ยิ่งนัก ส่วนฉันหัวเราะสุขใจไม่หยุด"ผัวไม่สบาย แต่ดูปรีดาเสียเหลือเกินนะครับทูนหัวของผัว""เอ้า ก็จะได้รอรับมรดกผัวแล้วนี่คะ""โถ งามไส้"นางจิราภรณ์ฟังผัวด่าด้วยสีหน้าจริงจัง ถือว่าผัวด่าคือผัวรัก "เคยคิดบ้างมั้ยถ้าไม่ได้แต่งงานกับจี้ เตงจะเป็นยังไง"“ไม่มีเมียผลาญเก่งอย่างทูนหัว ป่านนี้ผัวรวยติดอันดับโลกไปแล้วครับ... อ่ะ อำๆๆ” ฉันงับจมูกเขาไปหนึ่งทีโทษฐานอำเมีย จากนั้นก็กลิ้งมุดเข้าไปใต้ผ้านวม ให้เขาใช้ฉันแทนกระเป๋าน้ำร้อนก็แล้วกัน เราสองคนเงียบงันไปอึดใจก่อนจะนำริมฝีปากมาพบกัน จุมพิตดูดดื่มเชื่องช้าพลางสอดประสานนิ้วมือเข้าหากัน เขาบรรจงจูบหอมแก้ม กร
“ทูนหัวรู้มั้ยว่าหลายคืนมานี้ฉันฝันว่าอะไร”ฉันกำลังร้องไห้จนหน้าเยินไปหมด จึงเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่งขึ้นมาถาม “ฝันว่าอะไรเหรอ”“มีเด็กสองคนรุมเรียกฉันว่าพ่อ ผู้หญิงคน ผู้ชายคน ฉันเห็นหน้าไม่ชัดแต่น่ารักมากแน่ๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงใสๆ พวกแกบอกฉันว่าเที่ยวเล่นเพลินไปหน่อยก็เลยมาช้า ให้พ่อช่วยพาไปหาแม่หน่อย” เขาอุ้มฉันนั่งตัก ระดมกอดจูบและหอมแก้มอีกหลายฟอด มือไม้อยู่ไม่สุขและจูบดูดดื่มกันอย่างอ้อยอิ่ง “ลูกๆ ฉันกำลังรอมาเกิดแล้ว ทูนหัวคิดเหมือนกันมั้ย”“อืม...”“มาพยายามด้วยกันนะ ถ้าไม่สำเร็จก็พยายามด้วยกันใหม่ เดี๋ยวนี้หมอเก่ง ถ้าใช้วิธีธรรมชาติไม่ได้ผล เราก็ไปให้หมอช่วย ตกลงมั้ย”“ได้ค่ะ”“งั้นตอนนี้ให้ฉันเป่าเด็กเข้าท้องทูนหัวเยอะๆ เลยดีมั้ย”ฉันพยักหน้า“เดี๋ยวไปซื้อชุดสวยๆ น่ารักๆ เอาไว้ใส่คืนนี้กัน”“ชุดอะไรเหรอเตง”“ก็ชุดที่ใส่แล้วของขึ้นไง อันเดอร์แวร์ตัวเล็กๆ เห็นแก้มก้นส
หลังจากแต่งงานกันมาได้เกือบปี ฉันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตั้งท้องสักที พี่อ้อแอ้คลอดลูกสาวชื่อน้องวาวา น่ารักน่าชัง แก้มยุ้ยตาโตกลมแป๊ว ฉันกับเสี่ยก็เลยเห่อหลานคนนี้มาก ครั้งแรกที่เราได้อุ้มหนูวาวา เด็กน้อยหัวเราะคิกคักและหาวหวอดแทบจะในเฮือกเดียวกัน แค่นี้ฉันกับเสี่ยก็ใจละลายแล้ว“เด็กตัวนุ่มจังเลยเนอะ”“ใช่เตง ประคองคอวาวาไว้ด้วยนะ ดูสิ มองน้าตาแป๊วเลย” ฉันตามดูเวลาที่พี่สาวเลี้ยงลูก และอดหัวเราะไม่ได้เมื่อคุณชายเวทิศสาธิตวิธีการเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กให้พี่ชายดู แค่มองแววตาของเขา ฉันก็รู้ยิ่งกว่ารู้ว่าเขาอยากได้ลูกสักคนเหลือเกิน ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจ ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษฉันเองที่ทำให้เขาสมหวังไม่ได้สักทีช่วงนี้ฉันจึงหลบไปที่ชั้นยี่สิบแปด เป็นชั้นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แบ่งออกเป็นสองส่วนคือของฉันกับของเขา แยกกันไปเลยเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของฉันคือไอ้ไข่กับเจ้าแม่นาคี ส่วนของเขาอ่ะเหรอ... แปะรูปเมียล้วนๆ บูชาเช้าเย็นค่ะ กูจาบ้า ฉันเก็บตัวสวดมนต์ถือศีลห้าเพื่อหวังรวบรวมแต้มบุญหนุนนำทุกวันที่หนึ่งและสิบหกของเดือน ตั้งอกตั้งใจเพ่งนิมิตค้
“แฮ่กก... แฮ่กก... งื้ออ...” ฉันเกยสะโพกอยู่ตรงเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า สองขากางออกกว้างให้เขาลิ้มรส“อ๊า...” ฉันเผยอริมฝีปาก ร่างทั้งร่างเกร็งซ่านขณะปลายลิ้นร้อนๆ นั้นขยับ แตะเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงในพริบตา เขาบรรจงลงลิ้นเน้นๆ อย่างเนิบช้า ฉันครางราวกับจะขาดใจ ดิ้นเร่าๆ ร่างกายเกร็งกระตุกไม่หยุด มือไม้เริ่มไต่เปะปะไปบนแผ่นหลังทรงพลัง ลิ้นนุ่มๆ ที่ไล้เลียและสอดแทรกเข้ามานั้นทำให้ฉันบิดร่างด้วยความเสียวซ่าน ลิ้นของเขาลากไล้อย่างนุ่มนวล อ้อยอิ่งและรู้ว่าตรงไหนทำให้ฉันซาบซ่าน ฉันจิกเล็บลงบนบ่ากว้าง เนื้อตัวกระตุกไหวและต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้เมื่อปลายลิ้นกระดกถี่ยิบ“อ๊า” “แฉะสุดๆ เลยนะ ถึงเวลาใส่อย่างอื่นแทนลิ้นกับนิ้วแล้วล่ะ” ฉันหอบหายใจแรง ปรือตาขึ้นมองเขาปลดเข็มขัด เห็นได้ชัดว่าสิ่งนั้นกำลังพองขยายจนดุนดันชัดเจน มือแกร่งปลดกระดุมกางเกง ปล่อยให้มันดีดผึงออกมา มันช่างดูสวยงามทรงพลัง เครียดเขม็งและใหญ่จนฉันกำม
“เมียจ๋า” เขารวบฉันไว้แนบอก แววตาชื่นหัวอกอย่างบอกไม่ถูก มัดกล้ามทุกมัดแข็งกระด้าง เขาควบคุมตัวเองได้ยากขึ้นทุกทีจนแทบจะแตกดับ “จูบฉันหน่อยสิ”“อ้อนจังนะคะวันนี้”“ตอนอยู่ที่โต๊ะ เราเหล่กันไปเหล่กันมา ไม่ใช่ว่าอยากจูบฉันเหรอคะทูนหัว”“รู้อีกนะ” ฉันหายใจเข้าลึกๆ แล้ววางมืออันเคอะเขินบนไหล่กว้างกำยำ ทั้งที่แตะต้องตัวเขาเพียงแค่นี้ฉันกลับสะดุ้งเขิน เนื้อตัวแดงก่ำลามไปจนถึงปลายนิ้วเรียว ฉันหลับตาแน่นปี๋แล้วตัดสินใจเขย่งเท้า กลั้นลมหายใจแล้วประทับจูบ เพียงแตะริมฝีปากเล็กน้อย เปลวไฟเร่าร้อนก็ถูกจุดขึ้นในฉับพลันเราเกาะเกี่ยวกันไว้ด้วยจุมพิตดูดดื่มยิ่งกว่าครั้งใด ตวัดลิ้นหยอกล้อกันและกันจนฉันรู้สึกวาบหวิวคล้ายจะสิ้นสติ ฉันครางเบาๆ และเลื่อนมือขึ้นจากแผงอกกำยำ ไปสู่ลำคอล่ำสันจนกระทั่งซุกไซ้ปลายนิ้วเข้าสู่เรือนผมหนานุ่ม ซึ่งฉันคิดว่านุ่มเหมือนขนแมว จังหวะลมหายใจของเขาหนักหน่วงจนช่วงท้องปั่นป่วนไปหมด รู้สึกร้อนอบอ้าวเหมือนตกอยู่ในกองเพลิงทำให้เขารู้ว่าฉันรู้สึกเช
เสี่ยฤทธิ์ชาติ!คำขู่ของพี่โตพุ่งเข้ามาทันที... ฉันสังเกตเห็นเขาสอดมือเข้าไปข้างในสาบเสื้อสูท ปืนแน่ๆ ค่ะคุณตายค่ะ อีจี้ตายสมองของฉันจินตนาการภาพสโลวโมชั่น เสี่ยหมุนตัว สไลด์ตัวไปด้านข้างแล้วชักปืนพกขึ้นเล็ง กดกระสุนนัดแรกเจาะเข้ากะโหลกนังจีจี้ นัดที่สองเจาะเข้าท่อแก๊สทำควา
“ท่านพี่โปรดวางใจ อีจี้จะจัดการให้เอง”“ยังไง”“เผยธาตุแท้ไง แบไต๋ให้เห็นๆ เลยว่าบ้านเราพร้อมเกาะเป็นปลิง คนสติดีที่ไหนจะเอาเราสองคน ตีหม้อยังถูกกว่า จริงป่ะ”“ฮืออ... ทำไมฟังแล้วไม่ภูมิใจเลยอ่ะ”“พี่อ้อแอ้ไม่สนใจเหรอ ถึงจะอายุเยอะกว่าเกือบสองรอบ แต่แม่การันตีว่าเขารวย
ฉันเดินโซซัดโซเซไปหาแม่ หวังให้แม่บอกว่ามันไม่จริง ไม่จริ๊ง!!“แม่ แม่จะส่งจี้ไปเป็นนางบำเรอขัดดอกจริงเหรอ”“...”“แม่”ฉันเรียกแม่สองสามครั้ง แต่แม่กำลังจิ้มไลน์คุยกับใครสักคน นิ้วรัวแป้นจนมองตามแทบไม่ทัน แหม... ติดมือถือมากกว่าลูกอีกนะคะ ฉันเรียกแล้วเรียกอีก แม่นั่งอ
บทที่ 2 เสี่ยมาเยือนฉันฝัน...ฝันว่าเผชิญหน้ากับงูขนาดมหึมา ตัวใหญ่ล่ำกว่าควายอีกค่ะ เกล็ดงูเป็นทองฝังเพชรเหลืองอร่ามวิบวับไปทั้งตัว ตามันโตๆ แล่บลิ้นแผล่บๆ แล้วเลื้อยพุ่งเข้ามาจะรัดตัว ธรรมชาติคนเราเวลามีอันตรายสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะทำงานสูงสุดนะคะ ฉันกำหมัดตั้งท่าสู้ อาวุธไม่มีก็ต้องใช้สองมือสอ







