로그인“นายหัวติดงานด่วนที่ฟาร์มมุกครับ”
“เลยต้องให้หนูจันทร์เจ้าเดินทางมาคนเดียว แย่จริงพ่อลูกชาย แต่ก็เอาเถอะ” ท่านพูดเหมือนไม่ได้อะไรมากมายกับลูกชาย เพราะรู้ดีว่านำทัพงานยุ่งแค่ไหน
“คุณจันทร์เจ้าเข้าไปกราบนายแม่สิครับ” โกไข่บอกหญิงสาวใกล้ๆ
“มาหาแม่สิหนูจันทร์เจ้า” ท่านอ้าแขนรอคอย รัตนปาตีเดินเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะสัมผัสมือของท่าน แล้วท่านก็กอดเธอแนบอก รู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบที่ถ่ายทอดมายังเรือนร่าง เธอค่อยๆ กอดตอบท่าน
“เสียดายที่แม่ไม่ได้เห็นหน้าหนู” คุณจรรยาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวไปมา
“หนูต้องสวยมากๆ แน่เลย ใช่ไหมไข่” ท่านหันไปถามโกไข่
“ครับ คุณจันทร์เจ้าสวยมาก กิริยามารยาทเรียบร้อย พูดก็เพราะครับ”
“หนูมาได้พอดิบพอดีกับที่ประไพจะลาออก” ท่านพูดแล้วถอนใจเหมือนเสียดาย
“ประไพคือพยาบาลที่ดูแลแม่มาหลายปี เค้าต้องกลับไปอยู่กับพ่อแม่เขา จะมาดูแลฉันตลอดชีวิตก็ไม่ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ต่อไปข้าว...เอ๊ย! จันทร์เจ้าจะดูแลนายแม่เอง”
“เรียกนายแม่ทำไม เรียกว่าแม่สิ เรียกเหมือนนำทัพนั่นแหละ” คุณจรรยารีบบอก ลูบผมของอีกฝ่ายไปมา สัมผัสเนื้อตัวของคนที่เข้าใจว่าเป็นลูกสะใภ้อย่างดีใจ
“ค่ะคุณแม่”
“แม่ของหนูสบายดีนะ”
“สบายดีค่ะ”
“ว่างๆ ก็ชวนมาเที่ยวที่ภูเก็ตบ้าง อยู่ที่โน้นคงเหงาแย่ เพราะมีหนูเป็นลูกคนเดียว”
“ค่ะคุณแม่” รัตนปาตีตอบรับ เพราะนั่นเป็นเรื่องของอนาคต
“แม่ให้คนจัดห้องพักเอาไว้แล้ว ก็ห้องนำทัพนั่นแหละ แต่เพิ่มเติมสัดส่วนของหนูเข้าไป พวกตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งสวยๆ หนูคงจะถูกใจนะจ๊ะ แย่จริง...แม่ถามว่าถูกใจหรือเปล่า หนูยังไม่เห็นห้องพักเลยใช่ไหม”
“ขอบคุณมากๆ ค่ะ หนูยังไงก็ได้ค่ะ”
“ยังไงก็ได้ ได้ยังไงกัน เป็นสะใภ้ของแม่ทั้งทีก็ต้องให้สมเกียรติสมฐานะ” ท่านกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ รัตนปาตีกังวลก็เมื่อท่านบอกว่าจัดห้องนอนให้อยู่ห้องเดียวกับนำทัพ เขาคงไม่ ชอบใจหากจะให้ภรรยาในนามอย่างเธอไปยุ่งวุ่นวายกับห้องหับของเขา แต่การที่จะเอ่ยปากพูดกับคุณจรรยาเวลานี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรพูด เดี๋ยวท่านจะสงสัยเอาได้ เรื่องนี้คงต้องให้โกไข่ช่วยเธออีกเป็นแน่
“หนูมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนก่อนดีกว่า อาบน้ำพักให้สบาย แล้วค่อยลงมาทานข้าว วันนี้นำทัพกลับไหมไข่” ท้ายประโยคคุณจรรยาเอ่ยถามโกไข่
“นายหัวคงอยู่อีกหลายวันครับ หรืออาจจะครึ่งเดือน” โกไข่พูดว่าครึ่งเดือน แต่จริงๆ อาจจะเคลียร์ปัญหากันนานกว่านั้น
“งานด่วนอะไรหนักหนา ตั้งครึ่งเดือนเชียวรึ”
“เรื่องที่ฟาร์มมุกครับ” โกไข่ไม่อยากบอกว่าปัญหาใหญ่และเสียหายไปเยอะเพราะถูกคู่แข่งเล่นงานเข้าให้เพราะกลัวคุณจรรยาจะคิดมาก เลยบอกแค่นั้น
“เอาเถอะ เขายอมหาลูกสะใภ้มาให้ฉันก็ดีแล้วล่ะ จะทำงานยุ่งขนาดไหน เสร็จงานก็คงกลับบ้าน” ท่านยังกุมมือสะใภ้ของท่านเอาไว้ไม่ยอมคลาย
“หนูคงต้องกินข้าวกับคนแก่ตาบอด คงไม่รังเกียจหรือรำคาญใช่ไหมลูก” ท่านพูดเหมือนไม่มั่นใจ
“ไม่เลยค่ะ หนูยินดี ก่อนที่คุณประไพจะลาออก ก็ขอให้บอกรายละเอียดการดูแลให้เรียบร้อย ที่เหลือหนูจะจัดการเองค่ะ” เธอใช้คำว่าหนูแทนที่จะแทนตัวเองว่าจันทร์เจ้าเพราะรู้สึกว่าโกหกเหลือเกิน แต่เอาเถอะ ไหนๆ ก็ตกกะไดพลอยโจนมาถึงขั้นนี้แล้วอย่างที่โกไข่บอกไว้ จะยังไงก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
“หนูนี่น่ารักจริงๆ เลย ไม่เสียแรงที่แม่รบเร้านำทัพให้ไปหาหนู ไม่งั้นแม่คงไม่มีสะใภ้และไม่ได้อุ้มหลานสักที” พอพูดเรื่องหลาน รัตนปาตีก็หน้าแดงก่อนจะซีด นี่เธอโกหกคนแก่ให้ท่านมีความหวัง ถ้าท่านรู้ความจริงเข้าคงเสียใจแย่ รู้สึกไม่สบายใจเหลือเกิน
“หนูอยากกินอะไรจ๊ะ แม่จะให้คนจัดให้เป็นพิเศษ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่ต่างหากอยากทานอะไร หนูจะได้ทำให้ทาน”
“ไพดูลูกสะใภ้ของฉันสิ น่ารักแบบนี้ ฉันมีความสุขเหลือเกิน หนูชอบทำอาหารเหรอจ๊ะ นพมาศนี่เลี้ยงลูกดีจริงๆ” คุณจรรยาเอ่ยชม ใบหน้าของท่านยิ้มแย้ม
“หนูทำอาหารพอได้บ้างคะ ทั้งของคาวของหวาน แต่ไม่รู้รสมือจะถูกปากคุณแม่หรือเปล่า”
“เห็นมาเยอะแล้วว่าคนพูดแบบนี้มักจะถ่อมตัวจริงไหมไพ”
“จริงค่ะนายแม่”
“แม่น่ะชอบกินปลาจ้ะ แต่หนูล่ะชอบกินอะไร”
“ชอบปลาเหมือนกันค่ะ ย่อยง่าย และทำได้หลายเมนูเลย” รัตนปาตีพูดอย่างเอาใจ ชอบกินเหมือนกันจะได้ทำเหมือนกัน ไม่ต้องจัดหลายเมนูให้ยุ่งยาก จริงๆ เธอทานได้หมด เพราะไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร แตกต่างจากอรุณจันทร์ ซึ่งเลือกทานอาหารเหลือเกิน
“หลายเมนูก็จริง แต่ถ้าไม่เก่งจริงคงคาวน่าดู” คุณจรรยาพูดยิ้มๆ
“เดี๋ยววันนี้หนูจะทำอาหารให้คุณแม่ทานนะคะ”
“หนูมาเหนื่อยๆ ยังจะมาทำอาหารให้แม่ทานอีกเหรอ จริงๆ แม่ต้องเลี้ยงต้อนรับหนูนะ”
“หนูอยากลองทำให้คุณแม่ทานค่ะ”
“อยากจะแสดงฝีมือก็ตามสบายเลยลูก แม่น่ะรอทาน นำทัพนี่โชคดีจริงๆ ที่ได้หนูเป็นภรรยา จริงไหมไพ” ท่านหันไปถามพยาบาลส่วนตัว
“จริงค่ะ คุณจันทร์เจ้าสวยหวานน่ารัก ไพก็เบาใจว่าจะมีคนมาดูแลนายแม่ต่อ”
“หนูไปอาบน้ำนอนพักก่อน ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องทำนะลูก” คุณจรรยาพูดอย่างเอ็นดูลูกสะใภ้
“ค่ะคุณแม่” รัตนปาตีกราบที่ตักของท่าน คุณจรรยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อยื่นมือไปรับไหว้คนตรงหน้า
“แม่ไพ ลูกสะใภ้ฉันเป็นยังไงบ้าง” คุณจรรยาเอ่ยถามเมื่อรัตนปาตีออกไปจากห้องแล้ว ตั้งแต่ตาบอดท่านก็หูดี ได้ยินเสียงปิดประตูก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไปแล้ว เพราะต้องใช้ประสาทสัมผัส ไม่ใช่ใช้ดวงตาในการมองเห็นเหมือนก่อน
“น่ารักค่ะนายแม่ กิริยามารยาทเรียบร้อย อ่อนหวาน พูดก็เพราะ ไพคงเบาใจว่าจะมีคนมาดูแลนายแม่แทน” ประไพก็ต้องกลับไปดูแลบิดามารดา แต่ติดตรงที่เป็นห่วงคุณจรรยาเช่นกัน บิดามารดาก็สำคัญเหลือเกิน ซึ่งไม่สามารถทิ้งไปได้ พอได้เห็นลูกสะใภ้ของเจ้านาย เลยรู้สึกเบาใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอก ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะลาออกและจากไปได้ง่ายดาย แต่จรรยาและนำทัพมีบุญคุณคอยช่วยเหลือครอบครัวของเธอมาตลอด น้ำใจนี้เธอไม่เคยลืมเลือน และอยากจะตอบแทนโดยการทำงานและดูแลจรรยาให้ดีที่สุดเป็นการตอบแทน
“คุณนิรุตก็คงพอใจที่ฉันได้ทำตามที่ท่านตั้งใจเอาไว้”
“เดี๋ยววันนี้คงได้ชิมฝีมือคุณจันทร์เจ้าค่ะ”
“ดูสิมาเหนื่อยๆ ยังจะเข้าครัว”
“ท่าทางจะเก่งงานบ้านงานเรือนนะคะ”
“แบบนี้ก็ดีสิ นำทัพเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงเก่งทำงานเหมือนผู้ชายหรอกนะ เขาชอบแม่บ้านแม่เรือน กลับมาเหนื่อยๆ เขาจะได้ชื่นใจ ผู้หญิงบางคนทำงานเก่ง แต่ที่บ้านนั้นไม่ได้ดูแลสามี มัวแต่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง ผู้ชายเขาก็ไม่ชอบหรอกนะ เขาอยากให้ภรรยาที่บ้านเอาใจ”
“ไพว่าคุณใหญ่ต้องรักคุณจันทร์เจ้าแน่ๆ ค่ะ” ประไพพูดอย่างเห็นด้วย มองประมุขใหญ่ของบ้านแล้วมีความสุขตามไปด้วย ท่านไม่ค่อยได้ยิ้มแบบนี้มานานมากแล้ว
ประไพกับคนรับใช้ในบ้านต่างมองกันแล้วยิ้มกว้างเมื่อเห็นสะใภ้หมาดๆ ที่ทำอาหารน่าทานหลายอย่าง กลิ่นหอมนั้นทำให้ทุกคนถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความหิว แล้วไหนจะภาพที่หญิงสาวคอยตักอาหารป้อนและเช็ดปากให้แม่สามี นั่นทำให้ทุกคนลงความเห็นเหมือนกันว่าทั้งน่ารักและแสนดี แบบนี้คุณจรรยามีอะไรก็คงยกให้หมด เพราะท่านก็มีลูกชายเพียงคนเดียว
นอกจากอาหารตั้งโต๊ะแล้ว รัตนปาตียังทำอาหารเผื่อแผ่สาวใช้ในบ้านและลูกจ้างคนอื่นๆ ที่ต้องรับประทานอาหารในบ้านใหญ่ ขนาดแม่ช้อยซึ่งเป็นแม่ครัวใหญ่ถึงกับเอ่ยปากว่าอาหารอร่อยเหลือเกิน ทุกคนทานไปชมไปไม่ขาดปาก เรียกว่ารัตนปาตีได้ใจทุกคนไปเกินร้อย
“พี่ใหญ่ อื้อ...” เธอครางเสียงพร่าสั่นสะท้าน จิกมือกับแผ่นหลังของเขาอย่างเสียวซ่าน เขากดกายมิดเม้นจนเธอเผยอริมฝีปากครวญครางแทบขาดใจ ร่องสาวอุ่นๆ รับการชำแรกที่แสนดุดัน แก่นกายชายถูกตอดรัดแน่นถนัดเหมือนซอกกายสาวของเธอจะดูดรัดแก่นกายของเขาให้จมหาย ยิ่งเขาขยับจังหวะเร็วรี่ เธอยิ่งครวญครางไม่หยุดปาก เสียงกึกๆ ของแรงกระแทกกระทั้นประสานเข้าหากันตลอดเวลา หยาดน้ำหวานของเธอไหลซึมออกมาชโลมกายชายให้การขับเคลื่อนคล่องตัวยิ่งขึ้นรัตนปาตีหวีดร้องเกร็งตัวสะท้านกอดรัดเขาแน่นเมื่อถึงจุดหมายปลายทางอย่างรุนแรง เธอหอบหายใจซบกับอกชื้นเหงื่อของเขา แอ่นกายท่อนล่างหยัดขึ้นรับแรงกดหนักหน่วงแล้วครางลั่นซอกสวาทตอดรัดกายชายตุบๆ ทุกทิศทาง เธอกอดเขาเอาไว้แน่นถนัด นำทัพเลื่อนใบหน้าลงไปขม้ำดูดปทุมถันอวบๆ ของภรรยาใต้ร่าง พอเธอเริ่มคลายจากความเสียวซ่าน นำทัพพลิกร่างเธอให้คุกเข่าหันหลังให้เขา นำทัพสอดกายเข้าหาเธออย่างลึกซึ้งจากทางด้านหลัง เธอแอ่นกายมาหาเขา ใบหน้าเริดขึ้นด้วยความเสียว มือหนาเลื่อนไปเคล้นคลึงทรวงอกอวบๆ ของเธอเบาๆ ก่อนจะเริ่มหนักหน่วงขึ้นตามแรงกระแทกจากส่วนล่างที่เชื่อมประสานกันอยู่นำทัพเริ่มซอยกายเข้
“พี่ว่าเราควรจะหาอะไรกินกันก่อนนะ” เขาลุกขึ้นก่อนจะดึงแขนเธอขึ้นจากเตียงนอนกว้าง รัตนปาตีให้เขาดึงขึ้นจากที่นอนแต่โดยดี“จะทำกินเองหรือสั่งดี แต่พี่ว่าท้องร้องขนาดนี้คงไม่ไหวแล้วล่ะ” เขายังล้อเลียน โยกศีรษะเธอไปมาอย่างรักใคร่ รัตนปาตีงับมือของเขาเล่น นำทัพพามือหนี ดึงเธอไปกอดรัดแรงๆ เหมือนแกล้ง“อื้อ...” คนโดนกอดรัดดิ้นรนไปมา ย่นจมูกใส่อย่างน่ารัก เลยโดนกัดปลายจมูกเบาๆ และหอมแก้มหนักๆ เป็นการหยอกเย้าไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟถึงที่ โกไข่เป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง อยู่ร่วมกันมานานแรมปี เธอนับถือโกไข่เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ นำทัพนั้นยิ่งกว่าไว้ใจ เพราะแค่มองตาก็รู้ใจ โกไข่เป็นคนเงียบๆ และใจเย็น รับคำสั่งก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ขาดตกบกพร่อง คนดีๆ ซื่อสัตย์นั้นหายากยิ่ง นำทัพจึงตอบแทนน้ำใจในความซื่อสัตย์และจงรักภักดีอย่างคุ้มค่า แต่ดูเหมือนลูกน้องคนนี้จะมักน้อย ไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว“อุ๊ย!” รัตนปาตีอุทานเมื่อถูกดึงไปนั่งบนตักของสามี นำทัพโอบเอวเธอเอาไว้หลวมๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นทำให้อารมณ์พิศวาสคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง“ดูหนังไหม” เขาเอ่ยชวน เพราะ
หลังจากพิธีการต่างๆ ก็เป็นการเลี้ยงแขกเหรื่อ จริงๆ ก็เลี้ยงตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ซึ่งนำทัพลงความเห็นว่าควรเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์รับประทานได้ตลอดวัน มีพนักงานคอยดูแลจัดเลี้ยงบริการอย่างเต็มที่และแล้วพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอก็มาถึง แม้จะผ่านการใช้ชีวิตครอบครัวมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการผูกไม้ผูกมือเป็นคู่ผัวตัวเมียกัน จัดพิธีอย่างสมเกียรติ ประกาศให้ทุกคนรับรู้เพื่อให้เกียรติกันและกัน และให้ญาติๆ ได้รับรัตนปาตีเข้ามาในครอบครัวอย่างเป็นทางการ ญาติๆ ของนำทัพน่ารักเสมอ รัตนปาตีรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่กับครอบครัวของสามี ลูกน้องกลอยใจนั้นละมุดคอยช่วยดูแล พาเข้าห้องนอนเรียบร้อยแล้วแม่สามีและญาติๆ ต่างอวยพรให้เธอกับสามีอยู่กันอย่างมีความสุข หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน อยู่กันไปจนแก่เฒ่า ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ส่วนใหญ่ก็จะอวยพรให้มีความสุข นำทัพและรัตนปาตีกราบบุพการีและญาติทุกคนที่เข้ามาในห้องหอ ก่อนที่พวกท่านจะปล่อยให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตามลำพังนำทัพค่อยๆ โอบกอดประคองร่างน้อยขึ้นมาหา เขามองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง ก่อนจะจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยง และกอดเธอไว้ด
“หยุดแหกปากเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวก็ยิงเลยแม่ง” เขตรัฐตะคอกคนที่เขาล็อกตัวเอาไว้ อรุณจันทร์ปิดปากฉับ“แกส่งคนเข้าไปฉันก็รู้แล้ว แต่ที่รับเอาไว้ก็เพราะว่าอยากรู้ว่าแกจะทำอะไรต่อ ตอนที่อรุณจันทร์ให้คนของแกไปซุกซ่อนของกลางเอาไว้ ฉันก็แอบติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ บันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด”“เธอนี่มันหน้าโง่จริงๆ บอกแล้วว่าให้ตรวจดูกล้องวงจรปิดให้ดี” เขตรัฐตวาดอรุณจันทร์เสียงดังลั่น“ฉันเช็กแล้ว มันไม่มีนี่นา”“มันตบตาเธอน่ะสิ”“เรื่องน้องสาวของนาย ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยล่วงเกินหรือทำอะไรเธอเลย”“หุบปากซะ” เขตรัฐเหมือนขาดสติเมื่อได้ยินนำทัพเอ่ยถึงน้องสาวที่ฆ่าตัวตายทิ้งเขาไปอย่างเลือดเย็น“นายควรยอมรับความจริง”“แกนั่นแหละหลอกน้องสาวฉัน” เขตรัฐตวาดกลับ เพราะรักน้องสาวคนนี้มาก ตามใจทุกอย่าง เขาไม่คิดมาก่อนว่าขัตติยาจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเพียงเพราะผู้ชายคนเดียว“พี่ใหญ่ช่วยจันทร์เจ้าด้วย”“หุบปาก ถ้ายังไม่อยากตาย” เขตรัฐเริ่มลากร่างอรุณจันทร์เดินหนี ตำรวจก็เดินตาม“ห้ามตามมา ไม่งั้นอีนี่ตาย ฉันยิงมันแน่ๆ”“พี่ใหญ่ช่วยจันทร์เจ้าด้วย”“มันไม่ช่วยเธอหรอก มันรักเมียของมันจะตายไป”“ใครบอก พวกเขากำลังทะเลา
“แต่ตำรวจเจอของกลางนะคะคุณป้า” อรุณจันทร์แสดงความคิดเห็น“ต้องมีคนใส่ร้ายแน่ๆ” คุณจรรยาเป็นลมไปหลายตลบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้“ใครจะใส่ร้ายล่ะคะ นั่นมันฟาร์มมุกของพี่ใหญ่นะคะ คนนอกใช่ว่าจะมีใครเข้าออกได้” อรุณจันทร์ท้วงติง“ป้าก็คิดว่ามันต้องมีหนอนบ่อนไส้ คนในนี่แหละที่ใส่ร้ายตาใหญ่”“แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกน้องพี่ใหญ่นะคะ” อรุณจันทร์แอบเบะปาก สะใจเป็นบ้าที่เห็นคนบ้านนี้อยู่ไม่เป็นสุข“ใช่ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ” เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทุกคนหันไปมองก่อนจะอุทานพร้อมกัน“พี่ใหญ่/ตาใหญ่!!!”“ครับผมเอง”“พี่ใหญ่ไม่ได้โดนจับขังหรือคะ” อรุณจันทร์หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นตำรวจเดินตามนำทัพเข้ามาหลายคน รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี และลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้เธอเตรียมหนี“พี่พ้นผิดแล้ว เพราะมีคนแอบเอาของพวกนั้นไปซุกซ่อนเอาไว้”“ใครคะ ไม่ใช่จันทร์เจ้านะ” อรุณจันทร์สะดุ้งรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน“แล้วใครบอกว่าเธอกันล่ะอรุณจันทร์” นำทัพพูดเสียงเย็น“จันทร์เจ้าก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองนะคะ แค่พะ... พูดไปแบบนั้นเอง” อรุณจันทร์มีท่าทีหลุกหลิกอย่างมีพิรุธ“คนที่เอาของไปซุกซ่อนรับสารภาพแล้วครับคุ
อรุณจันทร์รีบแต่งตัวก่อนจะไปหารัตนปาตีเพื่ออธิบายเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง พอเจออีกฝ่ายกำลังนั่งเล่นกับลูกอยู่ ก็ขอเข้าไปคุยด้วย“ข้าวหอมจ๊ะ มันเป็นแค่อุบัติเหตุนะ ฉันจะไม่ทำให้ครอบครัวของข้าวหอมต้องแตกแยกเด็ดขาดนะจ๊ะ”“คุณจันทร์เจ้าเสียหายนะคะ พี่ใหญ่ต้องรับผิดชอบ” รัตนปาตีพูดอย่างโกรธๆ“ช่างเถอะ ฉันไม่ถือ”“ไม่ถือไม่ได้หรอก”“ฉันยอมเป็นคนไปเอง เพื่อให้เธอกับพี่ใหญ่สบายใจ”“ข้าวหอมไม่ยอมหรอกค่ะ ยังไงพี่ใหญ่ก็ต้องรับผิดชอบ”“แล้วเธอจะให้พี่ใหญ่รับผิดชอบยังไงล่ะ” อรุณจันทร์เอ่ยถาม“แล้วแต่คุณจันทร์เจ้าเรียกร้องเลยค่ะ”“จะให้เป็นเมียอีกคนคงไม่ไหวหรอกนะ ฉันไม่อยากเป็นเมียน้อย” อรุณจันทร์เปรยขึ้น“ข้าวหอมจะยอมถอยให้คุณจันทร์เจ้าค่ะ ข้าวหอมจะหย่าให้พี่ใหญ่”“พี่ไม่ยอมนะข้าวหอม หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม”“แต่พี่ใหญ่ล่วงเกินคุณจันทร์เจ้านะคะ”“เธอจะเอาเงินเท่าไหร่” นำทัพหันไปถามอรุณจันทร์“จันทร์เจ้าไม่เอาเงินค่ะ ไม่เอาอะไรทั้งนั้น” อรุณจันทร์พูดแล้วก้มหน้าก้มตาทำท่าจะร้องไห้“พี่ใหญ่ไม่เป็นลูกผู้ชาย ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย เอาเงินฟาดหัวผู้หญิงได้ยังไง ถ้าคุณจันทร์เจ้าท้องขึ้นมาจะทำยังไงคะ”“พี่สาบานไ







