로그인อรุณจันทร์ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก เธอมักจะทำทุกอย่างโดยไม่คิดถึงจิตใจใครและไม่เคยเห็นความผิดของตัวเองเลย แตกต่างจากรัตนปาตี ที่ถูกกดหัวอยู่ตลอด แต่เธอกลับมีมุมมองความคิดที่แตกต่างกันออกไป เธอรู้ดีว่าควรทำตัวอย่างไรให้อยู่รอด นั่นคือความคิดของเธอ
ไม่จำเป็นต้องต่อต้านหรือทำตามไปเสียทุกอย่าง แต่คนเรามีวิธีการที่จะทำให้ตัวเองไม่เดือดร้อนและไม่ทุกข์ ใช่ว่าสองแม่ลูกจะร้ายกาจจนเธอทนไม่ได้ แต่เธอเลือกที่จะใช้ความฉลาดในการใช้ชีวิต เธอรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของคนที่อยู่ด้วย อรุณจันทร์แม้จะเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว แต่ถ้าพูดจาถูกหูถูกใจ เธอก็ชอบอกชอบใจ ส่วนคุณนพมาศ ถึงแม้จะจู้จี้ขี้บ่นไม่แตกต่างจากลูกสาว แต่ถ้าทำทุกอย่างเสร็จอย่างที่ต้องการ ก็จะลดอารมณ์
เกรี้ยวกราดลงไปได้เยอะ เธอพยายามคิดว่าทุกอย่างที่ทำลงไป ก็เป็นความรู้ติดตัว ไม่ว่าจะเป็นการจัดบ้าน ทำอาหาร เย็บปักถักร้อย งานบีบนวดหรือเสริมสวย ซึ่งล้วนแล้วนำไปประกอบอาชีพได้ทั้งสิ้น
คนส่วนใหญ่ไม่ชอบเรียนสายอาชีพ ซึ่งจริงๆ แล้วสายอาชีพนั้นขาดแคลน และตลาดแรงงานก็ต้องการ ประกอบอาชีพได้ตลอดชีวิต ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร และเป็นงานที่มีลูกค้าอยู่ตลอด งานบริการถือว่าเป็นงานที่ดีไม่แพ้งานอื่นๆ เลยสักนิด
เธอเคยเห็นเพื่อนบ่นให้ฟังว่า ในหมู่บ้านมีช่างเหล็กอยู่คนเดียว เวลาจะทำประตู หน้าต่างบ้านทีก็ต้องไปหาคนนั้นคนเดียว คนนั้นก็รับทรัพย์เสียอื้อ บางทีก็คิวเต็ม กว่าจะได้ทำก็นาน ช่างไฟฟ้าก็เหมือนกัน จะเดินสายต่อไฟฟ้าทีหนึ่ง ก็ต้องจองคิวกันยาวๆ การเรียนสายอาชีพจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับเยาวชน เด็กที่จบปริญญาตรีสายสามัญเยอะแยะ ทำงานพวกนี้ไม่เป็น ภาษาอังกฤษประเทศไทยก็ย่ำแย่ ตกงานกันเป็นทิวแถว บางคนเรียนจบมาไม่มีอะไรทำก็เรียนต่อปริญญาโท บางคนก็แบมือขอเงินพ่อแม่อยู่เหมือนเดิม เรียกว่าจบอะไรไม่สำคัญเท่ากับมีงานทำเลี้ยงชีพได้หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะมีแค่ใบปริญญาใบเดียว แต่ทำงานอะไรไม่ได้เลย ก็เหมือนกระดาษที่ไร้ค่าแผ่นเดียว
มันก็ไม่ได้ไร้ค่าไปเสียทุกอย่าง หากกระดาษแผ่นนั้นจะเป็นใบเบิกทางไปสอบเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของเขา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะการันตีว่าคุณจะไม่ตกงาน หากทำอะไรไม่ได้เลย จ้างแล้วไม่คุ้มกับเงินเดือนที่เสียไป ก็ออกมาเตะฝุ่นตามเดิม
“หน้าตามันบ้านนอกชัดๆ” นั่นปะไร ห้ามไม่ให้คนอื่นพูด แต่ตัวเองก็พูดถึงไม่ยอมหยุด ซึ่งรัตนปาตีก็ฟังเฉยๆ ไม่ขัดอะไรเลย
“คุณจันทร์เจ้าปวดเมื่อยตรงไหนอีกไหมคะ ข้าวหอมจะได้นวดถูกจุด”
“ตรงนั้นแหละถูกแล้ว ข้าวหอมนี่นวดได้ถูกใจจริงๆ เลย นี่ถ้ามีสามี สามีรักตายเลย”
“อย่างข้าวหอมไม่มีใครเอาหรอกค่ะ”
“แต่ก็จริงนะ ใครจะเอาคนใช้อย่างเธอ” อรุณจันทร์พูดอย่างไม่รักษาน้ำใจ ดีใจที่ได้กดอีกฝ่ายให้จมดิน
“คนรวยเขาก็อยากแต่งงานกับคนรวย ไม่อยากแต่งงานกับคนจนๆ หรอกค่ะ” รัตนปาตีพูดตามที่คิด มันหมดยุค
ซินเดอเรลล่าแล้วล่ะ ใครจะมาอยากแต่งงานกับคนจน กัดก้อนเกลือกิน ลำบากยากเข็ญ หรือมาให้รับภาระเพิ่มขึ้น
“นี่นังข้าวหอม แกว่าฉันเหรอ” อรุณจันทร์ผุดลุกขึ้น ก่อนจะผลักรัตนปาตีเสียหลักเพราะไม่ทันตั้งตัว
“คุณจันทร์เจ้าเป็นอะไรคะ”
“ก็แกแดกดันฉัน แกบอกว่าคนรวยต้องแต่งงานกับคนรวย ตอนนี้ฉันมีแต่เปลือก เรียกง่ายๆ ว่าจน แกก็เลยจะว่าฉันใช่ไหม ว่าฉันว่าไม่มีผู้ชายรวยๆ ที่ไหนมาเอา มีแต่ไอ้คู่หมั้นบ้านนอกนั่น” อรุณจันทร์ระเบิดอารมณ์ใส่อีกฝ่าย
“ข้าวหอมเปล่านะคะ ข้าวหอมหมายถึงตัวเองว่าจน ไม่มีผู้ชายรวยๆ ที่ไหนมาเอาหรอกค่ะ ผู้ชายผู้หญิงเดี๋ยวนี้เค้าก็อยากให้มีเงินกันทั้งสองฝ่าย จะได้รวมทรัพย์สินกัน”
รัตนปาตีพูดตามจริง ดูอย่างเพื่อนเธอสิ แต่งงานเพื่อธุรกิจทั้งนั้น เรียกว่าเรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสีย บางคนพ่อแม่เป็นเพื่อนกันทำธุรกิจด้วยกัน ก็อยากให้ลูกหลานช่วยกันบริหารก็จับแต่งงานกัน หลายคนคบหาสมาคมกันเฉพาะในสังคมคนมีอันจะกิน อย่างที่เขาบอกว่าคนรวยก็อยากคุยแต่กับคนรวยๆ เพราะคุยกับคนจนๆ ก็มีแต่จะขอเงินขอทอง หรือไม่ก็พูดแต่เรื่องลำบากยากจนของตัวเอง คนรวยเขาไม่อยากมานั่งฟังความทุกข์ของใคร แต่อยากแลกเปลี่ยนความคิดดีๆ พูดเรื่องการลงทุนหรือขยายธุรกิจ
“แกไม่ได้ว่าฉันแน่นะ” อรุณจันทร์ลดเสียงลง เธอคับแค้นใจนัก เพราะพอบิดาเสีย ครอบครัวก็เริ่มย่ำแย่ ที่อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้เพราะทรัพย์สมบัติเก่าและที่ดินที่มารดาตัดขายเอาเงินมาหมุนในครอบครัว
“จริงสิคะ ข้าวหอมหมายถึงตัวเองค่ะ”
“แล้วไป มานวดฉันต่อเลยนะ” อรุณจันทร์นอนคว่ำเหมือนเดิม ก่อนจะเรียกให้รัตนปาตีมานวดให้ ในสมองก็ครุ่นคิดหนทางเอาตัวรอดจากการแต่งงานในครั้งนี้
อรุณจันทร์ไม่ได้ทำให้ใครระแคะระคายเลยถึงการที่เธอคิดจะหนีไป ไม่อยากเป็นเจ้าสาวของนำทัพ จนถึงวันรุ่งขึ้นที่ไม่มีใครเห็นแม้แต่ร่องรอย
คุณนพมาศแทบลมจับเมื่อพบว่าบุตรสาวหนีไปแล้ว เธอนั่งเครียดแทบอยากจะกรีดร้อง เพราะไปรับเงินนำทัพมาแล้ว จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เงินไถ่บ้าน แต่ยังมีเงินสดอีก แต่เธอไม่ได้บอกอรุณจันทร์ให้รู้ก็เท่านั้นเอง เพราะอยากจะเก็บเงินนั้นเอาไว้คนเดียว
“จะทำยังไงดีล่ะ เดี๋ยวเขาจะมารับยัยจันทร์เจ้าไปภูเก็ตแล้ว” นำทัพบอกว่าจะมารับบุตรสาววันนี้ ซึ่งตอนนี้คนที่ต้องไปก็หายไปเสียแล้ว
“ติดต่อคุณจันทร์เจ้าไม่ได้เลยเหรอคะ” “ถ้าติดต่อได้แล้วฉันจะมานั่งเป็นทุกข์แบบนี้หรือไง โง่จริงเชียว เอ๊ะ! นั่นเสียงกริ่งหน้าบ้านนี่นา หรือว่านำทัพจะมาแล้ว” คุณนพมาศแทบนั่งไม่ติด
“จะทำยังไงดีคะ” คุณนพมาศมองประตูบ้านพร้อมๆ กับมองหน้ารัตนปาตีสลับกันไปมา ก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง บางทีนี่อาจเป็นทางออกสุดท้ายก็ได้!!!
รัตนปาตีนั่งมองวิวทิวทัศน์ข้างทางไปอย่างจิตใจเลื่อนลอย
คุณนพมาศถึงขนาดว่าลงทุนคุกเข่าอ้อนวอนเธอ และพูดถึงบุญคุณแต่หนหลัง เพราะหากไม่ได้อรุณนำมาชุบเลี้ยงป่านนี้ก็คงนอนตายอยู่ข้างถนนหรือมีสภาพไม่ต่างจากโสเภณี ถึงแม้นพมาศจะโขกสับสารพัด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ทารุณกรรมทำร้ายทุบตีให้บาดเจ็บสาหัสเหมือนข่าวที่เคยถูกสื่อนำมา ตีแผ่ในสังคมไทย เธอสงสารท่านเพราะเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ จึงตัดสินใจตกปากรับคำมาแทนอรุณจันทร์ ถือว่าเป็นการ ตอบแทนบุญคุณครั้งสุดท้ายที่เธอได้ทำให้ครอบครัวนี้มาตลอด
นำทัพไม่ได้มาเองเพราะเขาติดงานยุ่งเหยิงต้องไปจัดการปัญหา แต่ส่งลูกน้องมารับ ลูกน้องของเขามีสีหน้าชอบกลตอนเจอหน้าเธอ แต่ไม่ได้ถามอะไร คุณนพมาศบอกว่ารัตนปาตีจะไปช่วยดูแลมารดาของนำทัพเป็นอย่างดี และไปเป็นเจ้าสาวแทนอรุณจันทร์ เพราะรัตนปาตีคือหลานสาวของท่าน
คนขับรถก็ไม่ได้พูดอะไร แต่รับเธอขึ้นรถมาเลย การเดินทางนั้นช่างยาวนาน แต่หัวใจของเธอก็ฮึดสู้ อย่างน้อยก็ได้ตอบแทนบุญคุณที่ค้ำคออยู่ เธอจำได้ว่าสมัยก่อนคุณอรุณรักเธอมาก มีอะไรให้ทุกอย่าง ไม่ให้น้อยหน้าอรุณจันทร์ นั่นทำให้เธอไปจากครอบครัวนี้ไม่ได้ นี่คงเป็นการช่วยคุณนพมาศเพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณอรุณ เพราะบ้านหลังนั้นก็ไม่มีหนี้สินอีกต่อไป ถ้าคุณนพมาศรู้จักใช้เงินก็คงจะอยู่ได้ไปอีกนาน
ก่อนมาเธอบอกคุณอรุณในใจว่าได้ช่วยเหลือลูกเมียของท่านแล้ว ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณ อย่างน้อยก็เป็นการช่วยชีวิตคนที่ให้ข้าวให้น้ำเธอมาจนอายุป่านนี้
“พี่ใหญ่ อื้อ...” เธอครางเสียงพร่าสั่นสะท้าน จิกมือกับแผ่นหลังของเขาอย่างเสียวซ่าน เขากดกายมิดเม้นจนเธอเผยอริมฝีปากครวญครางแทบขาดใจ ร่องสาวอุ่นๆ รับการชำแรกที่แสนดุดัน แก่นกายชายถูกตอดรัดแน่นถนัดเหมือนซอกกายสาวของเธอจะดูดรัดแก่นกายของเขาให้จมหาย ยิ่งเขาขยับจังหวะเร็วรี่ เธอยิ่งครวญครางไม่หยุดปาก เสียงกึกๆ ของแรงกระแทกกระทั้นประสานเข้าหากันตลอดเวลา หยาดน้ำหวานของเธอไหลซึมออกมาชโลมกายชายให้การขับเคลื่อนคล่องตัวยิ่งขึ้นรัตนปาตีหวีดร้องเกร็งตัวสะท้านกอดรัดเขาแน่นเมื่อถึงจุดหมายปลายทางอย่างรุนแรง เธอหอบหายใจซบกับอกชื้นเหงื่อของเขา แอ่นกายท่อนล่างหยัดขึ้นรับแรงกดหนักหน่วงแล้วครางลั่นซอกสวาทตอดรัดกายชายตุบๆ ทุกทิศทาง เธอกอดเขาเอาไว้แน่นถนัด นำทัพเลื่อนใบหน้าลงไปขม้ำดูดปทุมถันอวบๆ ของภรรยาใต้ร่าง พอเธอเริ่มคลายจากความเสียวซ่าน นำทัพพลิกร่างเธอให้คุกเข่าหันหลังให้เขา นำทัพสอดกายเข้าหาเธออย่างลึกซึ้งจากทางด้านหลัง เธอแอ่นกายมาหาเขา ใบหน้าเริดขึ้นด้วยความเสียว มือหนาเลื่อนไปเคล้นคลึงทรวงอกอวบๆ ของเธอเบาๆ ก่อนจะเริ่มหนักหน่วงขึ้นตามแรงกระแทกจากส่วนล่างที่เชื่อมประสานกันอยู่นำทัพเริ่มซอยกายเข้
“พี่ว่าเราควรจะหาอะไรกินกันก่อนนะ” เขาลุกขึ้นก่อนจะดึงแขนเธอขึ้นจากเตียงนอนกว้าง รัตนปาตีให้เขาดึงขึ้นจากที่นอนแต่โดยดี“จะทำกินเองหรือสั่งดี แต่พี่ว่าท้องร้องขนาดนี้คงไม่ไหวแล้วล่ะ” เขายังล้อเลียน โยกศีรษะเธอไปมาอย่างรักใคร่ รัตนปาตีงับมือของเขาเล่น นำทัพพามือหนี ดึงเธอไปกอดรัดแรงๆ เหมือนแกล้ง“อื้อ...” คนโดนกอดรัดดิ้นรนไปมา ย่นจมูกใส่อย่างน่ารัก เลยโดนกัดปลายจมูกเบาๆ และหอมแก้มหนักๆ เป็นการหยอกเย้าไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟถึงที่ โกไข่เป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง อยู่ร่วมกันมานานแรมปี เธอนับถือโกไข่เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ นำทัพนั้นยิ่งกว่าไว้ใจ เพราะแค่มองตาก็รู้ใจ โกไข่เป็นคนเงียบๆ และใจเย็น รับคำสั่งก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ขาดตกบกพร่อง คนดีๆ ซื่อสัตย์นั้นหายากยิ่ง นำทัพจึงตอบแทนน้ำใจในความซื่อสัตย์และจงรักภักดีอย่างคุ้มค่า แต่ดูเหมือนลูกน้องคนนี้จะมักน้อย ไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว“อุ๊ย!” รัตนปาตีอุทานเมื่อถูกดึงไปนั่งบนตักของสามี นำทัพโอบเอวเธอเอาไว้หลวมๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นทำให้อารมณ์พิศวาสคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง“ดูหนังไหม” เขาเอ่ยชวน เพราะ
หลังจากพิธีการต่างๆ ก็เป็นการเลี้ยงแขกเหรื่อ จริงๆ ก็เลี้ยงตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ซึ่งนำทัพลงความเห็นว่าควรเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์รับประทานได้ตลอดวัน มีพนักงานคอยดูแลจัดเลี้ยงบริการอย่างเต็มที่และแล้วพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอก็มาถึง แม้จะผ่านการใช้ชีวิตครอบครัวมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการผูกไม้ผูกมือเป็นคู่ผัวตัวเมียกัน จัดพิธีอย่างสมเกียรติ ประกาศให้ทุกคนรับรู้เพื่อให้เกียรติกันและกัน และให้ญาติๆ ได้รับรัตนปาตีเข้ามาในครอบครัวอย่างเป็นทางการ ญาติๆ ของนำทัพน่ารักเสมอ รัตนปาตีรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่กับครอบครัวของสามี ลูกน้องกลอยใจนั้นละมุดคอยช่วยดูแล พาเข้าห้องนอนเรียบร้อยแล้วแม่สามีและญาติๆ ต่างอวยพรให้เธอกับสามีอยู่กันอย่างมีความสุข หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน อยู่กันไปจนแก่เฒ่า ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ส่วนใหญ่ก็จะอวยพรให้มีความสุข นำทัพและรัตนปาตีกราบบุพการีและญาติทุกคนที่เข้ามาในห้องหอ ก่อนที่พวกท่านจะปล่อยให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตามลำพังนำทัพค่อยๆ โอบกอดประคองร่างน้อยขึ้นมาหา เขามองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง ก่อนจะจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยง และกอดเธอไว้ด
“หยุดแหกปากเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวก็ยิงเลยแม่ง” เขตรัฐตะคอกคนที่เขาล็อกตัวเอาไว้ อรุณจันทร์ปิดปากฉับ“แกส่งคนเข้าไปฉันก็รู้แล้ว แต่ที่รับเอาไว้ก็เพราะว่าอยากรู้ว่าแกจะทำอะไรต่อ ตอนที่อรุณจันทร์ให้คนของแกไปซุกซ่อนของกลางเอาไว้ ฉันก็แอบติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ บันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด”“เธอนี่มันหน้าโง่จริงๆ บอกแล้วว่าให้ตรวจดูกล้องวงจรปิดให้ดี” เขตรัฐตวาดอรุณจันทร์เสียงดังลั่น“ฉันเช็กแล้ว มันไม่มีนี่นา”“มันตบตาเธอน่ะสิ”“เรื่องน้องสาวของนาย ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยล่วงเกินหรือทำอะไรเธอเลย”“หุบปากซะ” เขตรัฐเหมือนขาดสติเมื่อได้ยินนำทัพเอ่ยถึงน้องสาวที่ฆ่าตัวตายทิ้งเขาไปอย่างเลือดเย็น“นายควรยอมรับความจริง”“แกนั่นแหละหลอกน้องสาวฉัน” เขตรัฐตวาดกลับ เพราะรักน้องสาวคนนี้มาก ตามใจทุกอย่าง เขาไม่คิดมาก่อนว่าขัตติยาจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเพียงเพราะผู้ชายคนเดียว“พี่ใหญ่ช่วยจันทร์เจ้าด้วย”“หุบปาก ถ้ายังไม่อยากตาย” เขตรัฐเริ่มลากร่างอรุณจันทร์เดินหนี ตำรวจก็เดินตาม“ห้ามตามมา ไม่งั้นอีนี่ตาย ฉันยิงมันแน่ๆ”“พี่ใหญ่ช่วยจันทร์เจ้าด้วย”“มันไม่ช่วยเธอหรอก มันรักเมียของมันจะตายไป”“ใครบอก พวกเขากำลังทะเลา
“แต่ตำรวจเจอของกลางนะคะคุณป้า” อรุณจันทร์แสดงความคิดเห็น“ต้องมีคนใส่ร้ายแน่ๆ” คุณจรรยาเป็นลมไปหลายตลบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้“ใครจะใส่ร้ายล่ะคะ นั่นมันฟาร์มมุกของพี่ใหญ่นะคะ คนนอกใช่ว่าจะมีใครเข้าออกได้” อรุณจันทร์ท้วงติง“ป้าก็คิดว่ามันต้องมีหนอนบ่อนไส้ คนในนี่แหละที่ใส่ร้ายตาใหญ่”“แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกน้องพี่ใหญ่นะคะ” อรุณจันทร์แอบเบะปาก สะใจเป็นบ้าที่เห็นคนบ้านนี้อยู่ไม่เป็นสุข“ใช่ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ” เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทุกคนหันไปมองก่อนจะอุทานพร้อมกัน“พี่ใหญ่/ตาใหญ่!!!”“ครับผมเอง”“พี่ใหญ่ไม่ได้โดนจับขังหรือคะ” อรุณจันทร์หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นตำรวจเดินตามนำทัพเข้ามาหลายคน รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี และลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้เธอเตรียมหนี“พี่พ้นผิดแล้ว เพราะมีคนแอบเอาของพวกนั้นไปซุกซ่อนเอาไว้”“ใครคะ ไม่ใช่จันทร์เจ้านะ” อรุณจันทร์สะดุ้งรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน“แล้วใครบอกว่าเธอกันล่ะอรุณจันทร์” นำทัพพูดเสียงเย็น“จันทร์เจ้าก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองนะคะ แค่พะ... พูดไปแบบนั้นเอง” อรุณจันทร์มีท่าทีหลุกหลิกอย่างมีพิรุธ“คนที่เอาของไปซุกซ่อนรับสารภาพแล้วครับคุ
อรุณจันทร์รีบแต่งตัวก่อนจะไปหารัตนปาตีเพื่ออธิบายเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง พอเจออีกฝ่ายกำลังนั่งเล่นกับลูกอยู่ ก็ขอเข้าไปคุยด้วย“ข้าวหอมจ๊ะ มันเป็นแค่อุบัติเหตุนะ ฉันจะไม่ทำให้ครอบครัวของข้าวหอมต้องแตกแยกเด็ดขาดนะจ๊ะ”“คุณจันทร์เจ้าเสียหายนะคะ พี่ใหญ่ต้องรับผิดชอบ” รัตนปาตีพูดอย่างโกรธๆ“ช่างเถอะ ฉันไม่ถือ”“ไม่ถือไม่ได้หรอก”“ฉันยอมเป็นคนไปเอง เพื่อให้เธอกับพี่ใหญ่สบายใจ”“ข้าวหอมไม่ยอมหรอกค่ะ ยังไงพี่ใหญ่ก็ต้องรับผิดชอบ”“แล้วเธอจะให้พี่ใหญ่รับผิดชอบยังไงล่ะ” อรุณจันทร์เอ่ยถาม“แล้วแต่คุณจันทร์เจ้าเรียกร้องเลยค่ะ”“จะให้เป็นเมียอีกคนคงไม่ไหวหรอกนะ ฉันไม่อยากเป็นเมียน้อย” อรุณจันทร์เปรยขึ้น“ข้าวหอมจะยอมถอยให้คุณจันทร์เจ้าค่ะ ข้าวหอมจะหย่าให้พี่ใหญ่”“พี่ไม่ยอมนะข้าวหอม หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม”“แต่พี่ใหญ่ล่วงเกินคุณจันทร์เจ้านะคะ”“เธอจะเอาเงินเท่าไหร่” นำทัพหันไปถามอรุณจันทร์“จันทร์เจ้าไม่เอาเงินค่ะ ไม่เอาอะไรทั้งนั้น” อรุณจันทร์พูดแล้วก้มหน้าก้มตาทำท่าจะร้องไห้“พี่ใหญ่ไม่เป็นลูกผู้ชาย ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย เอาเงินฟาดหัวผู้หญิงได้ยังไง ถ้าคุณจันทร์เจ้าท้องขึ้นมาจะทำยังไงคะ”“พี่สาบานไ







