로그인เมื่อกลับมาถึงร้าน องุ่นและผู้ช่วยอีกสองคนช่วยกันขนของลงจากรถกระบะเข้าไปเก็บไว้ในร้านดอกไม้
หลังจากจัดการทุกอย่างเข้าที่ องุ่นหยุดยืนมองใบประกาศนียบัตรและถ้วยรางวัลที่วางเด่นอยู่บนเคาน์เตอร์อย่างภาคภูมิใจ
ร้านดอกไม้แห่งนี้... เธอต้องทำงานหนักเหลือเกินกว่าจะได้มันมา
ความรักในดอกไม้... เธอได้มันมาจากแม่
ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่ชอบซื้อดอกไม้จากตลาดมาจัดใส่แจกันเป็นประจำ แม่จัดดอกไม้ได้สวยมากราวกับมืออาชีพ บรรยากาศในบ้านจึงดูอบอุ่นและสดใสอยู่เสมอ เมื่อมีดอกไม้แสนสวยตั้งไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้าน
“แม่คะ แม่ชอบจัดดอกไม้ขนาดนี้ ทำไมไม่เปิดร้านเป็นของตัวเองล่ะ”
เด็กหญิงองุ่นในชุดนักเรียนประถมเคยเงยหน้าขึ้นถามอย่างใสซื่อ ทุกๆ เย็น เธอกับแม่จะนั่งอยู่ในสวนหลังบ้าน แม่นั่งจัดดอกไม้ ส่วนเธอก็นั่งทำการบ้านบนโต๊ะม้าหินอ่อน
“นั่นสินะ” ผู้เป็นแม่ยิ้มให้กับลูกสาวตัวน้อย... แต่นัยน์ตาของแม่ในวันนั้น ฉายแววเศร้าสร้อย
“แม่! พี่องุ่น! ดูซิโมสวยไหม” เสียงแตงโมเจื้อยแจ้วดังขึ้น เด็กหญิงตัวเล็กหยิบดอกกุหลาบสีเหลืองอ่อนไปทัดไว้ข้างหู พร้อมกับโพสต์ท่าราวกับนางแบบมืออาชีพ เรียกเสียงหัวเราะของแม่กับพี่สาวได้เป็นอย่างดี
“โตขึ้นโมจะเป็นนางแบบ”
“จ้า ลูกของแม่สวยขนาดนี้ เป็นนางงามยังได้เลย” ผู้เป็นแม่ยิ้มอย่างมีความสุขกับลูกสาวทั้งสองคน
องุ่นถอนหายใจ... “ตอนนี้องุ่นรู้แล้ว ว่าทำไมวันนั้นแม่ถึงเปิดร้านไม่ได้” เธอพูดกับตัวเอง
ครอบครัวของเธอมีพ่อทำงานอยู่คนเดียว เงินเดือนแค่พอกินเดือนชนเดือน แม่ไม่สามารถออกไปทำงานได้เพราะต้องเลี้ยงลูกทั้งสองคน แต่พ่อกับแม่ก็ยังรักกันดี จนกระทั่งอุบัติเหตุพรากพวกท่านไปจากเธอตลอดกาล
ป้าอร... พี่สาวของแม่ คือคนที่เสียสละทุกอย่าง แม่เคยเล่าว่าป้าอรเรียนเก่ง แม่จึงเสียสละให้พี่สาวได้เรียนหนังสือสูงๆ ป้าอรทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และแวะเวียนมาเยี่ยมครอบครัวของเธอเสมอ
หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ป้าอรก็สละชีวิตวัยสาว รับเด็กน้อยสองคนมาอยู่ด้วย โดยไม่คิดมองผู้ชายคนอื่นอีกเลย ตอนนี้ป้าของเธอเปรียบเสมือนแม่คนที่สอง ชาตินี้ทั้งชาติเธอก็ทดแทนบุญคุณไม่หมด
และเพื่อแบ่งเบาภาระของป้า ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย เพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว องุ่นต้องรับจ้างทำงานพิเศษไปทั่ว จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย เธอก็ยังทำงานอย่างหนัก ในขณะที่เพื่อนๆ ไปเที่ยว มีคนรัก...
เธอกลับไม่เคยได้สัมผัสชีวิตแบบนั้นเลย เธอเก็บหอมรอมริบทุกบาททุกสตางค์มาหลายปี...
จนกระทั่งวันที่แตงโมเรียนจบ ป้าอรกับเธอจึงตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดของแม่ที่ขอนแก่น เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
เงินเก็บทั้งหมดที่เธอสะสมมาทั้งชีวิต ถูกลงทุนไปกับการเช่าตึกหลังนี้ ข้างล่างเปิดเป็นร้านขายดอกไม้ ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนที่แสนอบอุ่น
“พ่อจ๋า แม่จ๋า... องุ่นทำความฝันของแม่ให้เป็นจริงได้แล้วนะ องุ่นอยากให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยจังเลย”
หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินออกมา เธอคิดถึงพ่อกับแม่เหลือเกิน
“พี่องุ่น! เราไปฉลองกันเถอะ!”
เสียงใสของแตงโมดังขึ้นจากด้านหลัง องุ่นรีบแอบเช็ดน้ำตาแล้วหันมายิ้มให้กับน้องสาวของเธอ
“ที่ไหนดีล่ะ”
“ตามมาเลย โมพาไปเอง!” แตงโมเดินเข้ามาควงแขนพี่สาว ทั้งสองสาวยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ตอนนี้เธอกับพี่สาวสนิทสนมและเข้าใจกันมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก
เซดริกมองรูปถ่ายในมือด้วยความรู้สึกรักใคร่เอ็นดูอย่างท่วมท้น เขายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะยกปลายนิ้วลูบไปตามใบหน้าเล็กๆ ของหลานชายในรูปถ่าย
เขาแทบอดทนรอไม่ไหว... ที่จะให้พ่อลูกได้เจอหน้ากัน แผนการทุกอย่างได้ถูกเตรียมพร้อมเอาไว้หมดแล้ว
'รักแท้มีอยู่จริง... เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการตามหาเท่านั้นเอง'
เซดริกถอนหายใจ เรื่องราวของเขากับภรรยาเก่าที่จบลงอย่างเลวร้าย...
เหตุผลมันไม่ใช่แค่เพียงเรื่อง "เงิน" แต่มันมีปัจจัยอื่นที่ซับซ้อนอีกหลายอย่าง ชีวิตคู่ไม่เคยสวยงามเหมือนในนิยาย การแต่งงานเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เขาไม่ต้องการให้ลูกชายทั้งสามคนเข้าใจผิดและทำผิดพลาดเหมือนที่เขาเคยทำอีกต่อไป
หลายเดือนก่อนหน้านี้ เขาแค่สั่งคนตามสืบเรื่องของ "รินฤทัย" เพราะอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการแต่งงานจอมปลอมนั้น เขาไม่คิดเลยว่ารูปถ่ายที่ถูกส่งกลับมา จะเป็นรูปของหญิงสาวหน้าตาสวยคนหนึ่งกำลังอุ้มทารกน้อยอยู่ในอ้อมกอด
เพียงแค่เห็นผ่านรูปถ่าย เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กชายตัวน้อยคนนี้เหมือนเด็กในโซนยุโรปมากกว่าเด็กไทย และเด็กคนนี้จะเป็นลูกของใครไปได้ ถ้าไม่ใช่ลูกของฟาเบียน!
ยิ่งได้มาเจอตัวจริงในวันนั้น เขาก็ยิ่งมั่นใจ... ทั้งดวงตาสีเทาและโครงหน้านั้น ถอดแบบฟาเบียนตอนเด็กมาแทบจะทุกอย่าง
“ปู่จะพาเราไปเจอพ่อนะ... โฟวิล” เซดริกพูดกับตัวเองเบาๆ พลางมองรูปถ่ายในมืออย่างมีความสุข
"นายท่านครับ เอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ" โลร็องเดินเข้ามารายงาน ก่อนจะยื่นซองเอกสารหนาให้แก่เจ้านายของเขา
"ดีมาก" เซดริกยิ้มมุมปาก... เป็นรอยยิ้มของผู้กุมชัยชนะ "เริ่มแผนการขั้นต่อไปได้เลย"
"ครับท่าน" โลร็องโค้งรับคำสั่ง แล้วรีบเดินออกไปจัดการทันที
ที่ร้าน Lovely flowers
"สวัสดีค่ะ คุณเซดริก เชิญค่ะ" องุ่นยิ้มแย้มทักทายเสียงหวาน เมื่อเห็นชายสูงวัยในรถเข็นวีลแชร์มาเยือนถึงร้าน
เซดริกบังคับวีลแชร์เข้ามาด้านใน เขาปล่อยให้โลร็องรออยู่ด้านนอก ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านขายดอกไม้เล็กๆ ขององุ่นด้วยความชื่นชม
ดอกไม้นานาชนิด หลากหลายสีสัน วางเรียงรายดึงดูดสายตาตั้งแต่หน้าประตู ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวสลับชมพูอ่อน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนหวาน บนฝาผนังมีชั้นวางโชว์ช่อดอกไม้ที่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนบนพื้นก็ไม่ต่างอะไรจากสวนดอกไม้ขนาดย่อม มีกระถางและแจกันดอกไม้ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ
“คุณตกแต่งร้านได้น่ารักมาก” เซดริกเอ่ยชมจากใจจริง
“ขอบคุณค่ะ รับน้ำอะไรดีคะ กาแฟ หรือชาสมุนไพรดีคะ”
“อะไรก็ได้ที่คุณแนะนำ”
“ถ้าอย่างนั้น... องุ่นขอแนะนำ 'ชาดอกบัว' นะคะ”
“ชาดอกบัว?” เซดริกเลิกคิ้วเล็กน้อย “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อนี้” แต่เขาก็พยักหน้าตกลง
“รับรองความอร่อยเลยค่ะ ฝีมือชงชาของป้าองุ่นไม่เป็นสองรองใครในโลกแน่นอนค่ะ” องุ่นรับประกันอย่างขบขัน
“โฮ่ ชมกันขนาดนี้ ป้าก็ตัวลอยกันพอดีสิ” ป้าอรที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์พูดแทรกขึ้นมา พลางส่ายหัวให้กับคำเยินยอของหลานสาว
“แหม๋ คุณป้าขา ก็มันจริงนี่คะ ป้าอรชงชาได้อร่อยที่สุดในโลกจริงๆ” องุ่นทำเสียงออดอ้อน ชวนให้ทั้งอรและเซดริกหัวเราะออกมาเบาๆ
“จ้า... รอสักครู่นะคะ” อรหันไปยิ้มให้กับเซดริก
เพียงแค่สบสายตา ป้าอรก็อดชื่นชมชายสูงวัยตรงหน้าไม่ได้... แม้จะอายุมากและต้องนั่งอยู่บนวีลแชร์ แต่เขาก็ยังดูดี ภูมิฐาน นัยน์ตาสีเทาคู่นั้นดูน่าเกรงขามและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ผมสีเทาปนขาวของเขาไม่ได้ทำให้เขาดูชราภาพ แต่กลับทำให้เขาดูหล่อเหลาไม่ต่างจาก ริชาร์ด เกียร์ ดารารุ่นเดอะในดวงใจของเธอเลย
“ขอบคุณครับ” เซดริกยิ้มตอบกลับอย่างสุภาพ
ระหว่างที่เขาสั่งคนตามสืบเรื่องขององุ่น เขาก็บังเอิญได้รู้เรื่องราวของ "อรอนงค์" ด้วย เธอเป็นผู้หญิงที่ยังคงความสะสวยไว้ได้แม้อายุจะล่วงเลยไปกว่าห้าสิบปี และเหนือสิ่งอื่นใด เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมาก... ดีจนเขาอดทึ่งในความเสียสละของเธอไม่ได้
องุ่นมองปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ที่สบตากันนิ่งไปชั่วขณะ เธอยกมือขึ้นป้องปากแอบอมยิ้ม
“อะแฮ่มๆ” องุ่นแกล้งกระแอมขัดจังหวะ
ป้าอรหน้าแดงขึ้นมาผิดปกติ “ตายจริง ป้าไปชงชาก่อนนะ” เธอแก้เขินด้วยการรีบเดินเลี่ยงเข้าไปหลังร้านทันที
เมื่อป้าอรลับตาไป องุ่นก็หันกลับมาหาแขกคนสำคัญ
“ว่าแต่... คุณเซดริกมาหาองุ่นถึงที่นี่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
เซดริกจิบน้ำเปล่าที่องุ่นรินให้ ก่อนจะวางแก้วลง และมองเธอด้วยสายตาจริงจัง
“ผมมีงานให้คุณทำ”
ตอนจบ“ไม่จริง! แกโกหก!”ใบหน้าสวยส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน“มันเป็นความจริง!” ลิต้ายืนยันเสียงสั่นและแล้ว... ลิต้าก็ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดที่เธอเก็บงำไว้ในอกมาทั้งชีวิตให้ "ลูกสาว" ฟัง...ตั้งแต่เรื่องที่เธอถูกพ่อของคาร่าขืนใจจนกระทั่งตั้งท้อง...และวินาทีที่เธอถูกพรากลูกออกไปจากอก เพียงเพราะ คุณผู้หญิง ของบ้านไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ที่ครอบครัวต้องแตกแยก มันไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้าของพ่อของคาร่าต่างหาก ที่ทำให้ คุณผู้หญิง รับความจริงไม่ได้“ฉันไม่เชื่อ... ฉันไม่เชื่อ!!! ฮือๆ”คาร่ากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ความจริงที่โหดร้ายนี้มันทลายโลกทั้งใบของเธอลงเธอลุกขึ้น... แล้วรีบวิ่งเตลิดหนีออกจากคฤหาสน์ที่ว่างเปล่านั้นไป... เธอไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้วหลังจากคาร่าหนีหายออกจากคฤหาสน์ไป ลิต้าก็หมดหนทางที่จะตามหาเธอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด... อาการป่วยด้วยโรคมะเร็งในมดลูกที่เธอซ่อนไว้ก็กำเริบขึ้นในเวลาเดียวกันเมื่อสิ้นหนทาง ลิต้าจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ หน้าด้าน ที่สุด คือการบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากตระกูลแบร์นาร์ดฟาเบียนและอ
ตอนที่ 38บทเรียนราคาแพงของคาร่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้วต่อให้เธอจ้างทนายที่เก่งกาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถหักล้างหลักฐานที่มัดตัวเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา จนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปการคดโกงที่สะสมมาตลอดหลายปี ส่งผลให้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐบาลเป็นเงินจำนวนมหาศาล...มหาศาล... จนบริษัทเสื้อผ้าชื่อดังของประเทศ ต้องเข้าสู่วิกฤต "ล้มละลาย"การต่อสู้ที่ยืดเยื้อในชั้นศาลตลอดหลายสัปดาห์ กลายเป็นจุดจบอันน่าเศร้า จนทำให้เธอรู้สึกคลุ้มคลั่ง... แทบจะเป็นบ้า“ฉันจะฆ่าแก... นังองุ่น!!!”สุดท้ายแล้ว... คาร่าก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า ทั้งหมดนี้คือความผิดของตัวเธอเองณ ร้านจัดดอกไม้ชื่อดังในปารีสหลังจากเรื่องราวพายุร้ายทุกอย่างจบลง องุ่นก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เธอกลับมาเรียนจัดดอกไม้กับอลิซอีกครั้ง“วันนี้คุณฟาเบียนมารับกลับบ้านเหมือนเดิมใช่ไหมจ๊ะ” อลิซเอ่ยแซวตอนนี้สาวๆ ทั้งปารีสต่าพากันอิจฉาองุ่นกันยกใหญ่ ที่เธอได้หัวใจหนุ่มฮอตอย่างฟาเบียนไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว“ค่ะ” องุ่นยิ้มเขินเล็กน้อยหลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฟาเบียนก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ถ้าเขาไม
ตอนที่ 37ภายในภัตตาคารหรู... สองหุ้นส่วนทางธุรกิจกำลังนั่งดื่มไวน์ฉลองกันอย่างสบายใจคาร่าส่งยิ้มหวานให้กับอองเดร หุ้นส่วนคนสำคัญที่ช่วยทำให้ธุรกิจของเธอมีกำไรมหาศาล และช่วยให้แผนของเธอสำเร็จ“แผนของคุณที่แกล้งประกาศถอนตัวจากการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ BTI นี่มันสุดยอดจริงๆ” อองเดรหัวเราะอย่างชอบใจ“มันเล่นเอาหลานชายตัวดีของผมกระเด็นตกจากตำแหน่ง แถมผมยังได้หน้า ในฐานะคนที่ 'ช่วย' เจรจาให้คุณยังยอมเป็นลูกค้าของบริษัทเราต่อไป”“ยังไงผลประโยชน์ก็ต้องมาก่อนอยู่แล้วนี่คะ” คาร่ายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เธอแอบทำธุรกิจลับๆ กับอองเดรมาหลายปี และมันก็เกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีมูลค่ามหาศาลต่อปี“ผมหวังว่าเราจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกันอย่างนี้ ไปเรื่อยๆ” อองเดรยกแก้วขึ้นชนกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม“แน่นอนค่ะ” คาร่ายิ้มรับเพราะการได้เห็นฟาเบียนตกต่ำ... มันคือการแก้แค้นที่หอมหวานที่สุดของเธอคลิปฉาวล่าสุดถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของประชาชนทั่วไปเพียงแค่ข้ามคืน เมื่อลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า คาร่าก็พบว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด“กรี๊ด!!!!!!
ตอนที่ 36ภายในห้องนอนกว้าง องุ่นนั่งมองตัวเองที่หน้ากระจก ริมฝีปากบางพยายามฝืนยิ้มให้กับเงาสะท้อนที่ดูอิดโรยพอแล้ว...วันนี้เธอต้องเป็นคนใหม่ เธอจะไม่จมอยู่กับความเศร้าและทำให้ทุกคนต้องมาเป็นห่วงเธออีกต่อไปร่างบางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินไปอุ้มโฟวิลลูกชายตัวน้อย แล้วก้าวลงมาจากบันไดชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังโต๊ะอาหารเช้า เมื่อเธอเผชิญหน้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่นั่งรออยู่ องุ่นก็ฉีกยิ้มกว้าง... ราวกับว่าเธอไม่มีความทุกข์ใดๆ หลงเหลืออยู่“กู๊ดมอนิ่งค่ะทุกคน” น้ำเสียงของเธอพยายามสดใสที่สุดทุกคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารต่างชะงักไปเล็กน้อย พวกเขาปรับสภาพอารมณ์ตามเธอแทบไม่ทันแต่ในวินาทีต่อมา ทุกคนก็พร้อมใจกันส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดกลับมาให้เธอรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของ "ครอบครัว" มันทรงพลังเหลือเกิน องุ่นอดที่จะน้ำตาซึมออกมาไม่ได้หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันทีเซดริกและลูกชายทั้งสามคนย้ายมานั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียดลูเซียงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโชว์คลิปวิดีโอที่เขาได้รับมาให้ทุกคนดู มันคือวีดีโอที่ใครบางคนแอบถ่ายเอาไว้ บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นไว้ได้อ
ตอนที่ 35นักข่าวจำนวนมหาศาลกำลังรวมตัวกันอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากเกิดเรื่องขึ้น คาร่าก็ถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลทันทีแต่ภายในห้องพักผู้ป่วย VVIP ริมฝีปากเรียวอิ่มกลับกำลังยิ้มเยาะอย่างสะใจ... ป่านนี้ มารหัวใจของเธอคงกำลังโดนตำรวจสอบสวนจนเสียขวัญ“ถ้าแกยอมถอยไปดีๆ ตั้งแต่แรก... ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก”ทางด้านสถานีตำรวจ...ภายในห้องสอบสวนที่แคบและอึดอัด มันกดดันความรู้สึกขององุ่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอยังคงนั่งหน้าเศร้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน... แต่เธอไม่ได้กลัวที่ตัวเองจะติดคุก...เธอกลัวว่าเรื่องของเธอจะทำให้ฟาเบียนเดือดร้อนถ้ารู้ว่าต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้น เธอจะไม่มีวันยอมออกมาพบคาร่าเด็ดขาด เป็นเพราะความคิดโง่ๆ ที่ว่าตัวเองคงพอจะพูดคุยช่วยเหลือฟาเบียนได้ มันจึงทำให้เธอมีจุดจบเช่นนี้“สรุปว่าคุณยังยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายคู่กรณีใช่ไหมครับ” ตำรวจชายถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย“ค่ะ... เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด... ฉันไม่ได้ทำร้ายคุณคาร่า”ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้การสอบสวนหยุดลงกลางคันประตูเปิดออก... ฟาเบียนก้าวเข้ามาใ
ตอนที่ 34ในช่วงบ่ายที่แสนสงบ องุ่นกำลังมีความสุขกับการจัดดอกไม้ที่เพิ่งตัดจากสวนใหม่ใส่แจกัน เธอยิ้มกว้างขณะมองไปที่ลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในรถเข็นเด็กข้างๆแต่แล้ว... เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบนั้นเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย“สวัสดีค่ะ” องุ่นตัดสินใจรับสายเพียงชั่ววินาที... รอยยิ้มที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าก็พลันเลือนหายไปในพริบตาสายที่โทรเข้ามาคือ "คาร่า""ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ พรุ่งนี้... และมาคนเดียว"เสียงปลายสายนั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยอำนาจ คาร่าบอกสถานที่นัดหมายอย่างชัดเจนก่อนจะตัดสายไปองุ่นยังคงยืนนิ่งถือโทรศัพท์ค้างไว้ รอยยิ้มที่เคยมีบนใบหน้าพลันเลือนหายไป“พี่องุ่น ทำอะไรอยู่คะ”เสียงใสของแตงโมที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้องุ่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะหันกลับไป“อ๋อ... ไม่มีอะไรจ้ะ กำลังคิดอะไรเพลินๆ”องุ่นสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “นี่โม... พรุ่งนี้ตอนบ่าย พี่ว่าจะออกไปทำธุระหน่อยน่ะ”“ธุระอะไรเหรอ ให้โมไปด้วยไหม”“ไม่เป็นไรหรอก” องุ่นส่ายหน้า แต่เธ







