LOGIN“จริงเหรอคะ” องุ่นถามกลับอย่างตื่นเต้น หัวใจเต้นแรง ถ้าเธอได้ร่วมงานกับนักธุรกิจชาวต่างชาติระดับนี้ ร้านดอกไม้เล็กๆ ของเธอคงมีชื่อเสียงมากขึ้นอย่างแน่นอน
“ใช่ครับ แต่งานนี้ คุณต้องไปทำที่บ้านเกิดของผม”
“บ้านเกิด... ที่ไหนเหรอคะ” องุ่นขมวดคิ้วเรียวสวยอย่างสงสัย
“ประเทศฝรั่งเศสครับ”
คำตอบนั้นเหมือนน้ำเย็นสาดเข้าใส่หน้า ความตื่นเต้นเมื่อครู่พลันมอดดับลงทันที
“ถ้าต้องไปทำงานต่างประเทศ องุ่นคงต้องขอปฏิเสธค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว แม้จะแอบเสียดายโอกาสครั้งใหญ่นี้อย่างจับใจ แต่จะให้เธอทิ้งร้าน ทิ้งป้า และที่สำคัญ ทิ้งโฟวิลไปทำงานไกลถึงอีกซีกโลก... เธอทำไม่ได้
“ผมอยากให้คุณพิจารณาดูก่อน” เซดริกไม่แปลกใจกับคำปฏิเสธ เขาวางซองเอกสารลงบนโต๊ะรับแขกตัวเล็ก
“เงื่อนไขทั้งหมดอยู่ในนี้ และเรื่องครอบครัว คุณก็ไม่ต้องห่วง” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “คุณสามารถพาพวกเขาไปได้ทั้งหมด”
องุ่นชะงักไปเล็กน้อยกับข้อเสนอที่ไม่คาดคิด
“ค่อยๆ คิดดู” เขายิ้มอย่างเป็นมิตร “ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ก็โทรหาผมได้ทันที”
เซดริกรู้ดีว่าสีหน้าขององุ่นในตอนนี้คงยากที่จะคุยต่อ แต่เขาก็มั่นใจ ว่าอย่างไรเสียเธอก็ต้องติดต่อเขากลับมาอย่างแน่นอน “ผมกลับก่อนแล้วกัน”
“ค่ะ...” องุ่นรับคำ พยักหน้าลาอย่างเหม่อลอย เธอมองตามหลังวีลแชร์ของเซดริกไปอย่างครุ่นคิด
...ประเทศฝรั่งเศส...
เพียงแค่ได้ยินชื่อประเทศนี้อีกครั้ง... ภาพของ "ใครบางคน" ที่เธอพยายามฝังกลบให้ลึกที่สุดก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ
หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาที่ดวงตาคู่สวย พร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา ทำไม เธอถึงยังไม่สามารถลืมผู้ชายคนนั้นได้เลย
ภายในรถยนต์คันหรูที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากร้านดอกไม้ เซดริกเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ ริมฝีปากของเขาประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ
เขารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรองุ่นก็ไม่ยอมไปทำงานกับเขาที่ต่างประเทศอย่างแน่นอน
ข้อเสนอเรื่อง "งาน" นั้น เป็นเพียงแค่การโยนหินถามทาง ไม่ใช่แผนการที่แท้จริง
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเลขาคนสนิททันที
“โลร็อง เรื่องที่ฉันให้ไปจัดการไว้ ถึงไหนแล้ว”
“สำเร็จลุล่วงแล้วครับท่าน พรุ่งนี้ทางนั้นนัดเข้าไปเซ็นสัญญาครับ” เสียงปลายสายรายงานอย่างนอบน้อม
“ดีมาก” เซดริกถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ใกล้จะสำเร็จแล้ว...
"กับดัก" ถูกวางไว้เรียบร้อย เหลือเพียงแต่พาลูกสะใภ้คนสวยกับหลานชายตัวน้อยกลับประเทศฝรั่งเศสให้ได้
ส่วนที่เหลือ... เขาคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฟาเบียน ลูกชายหัวดื้อของเขา เป็นคนจัดการต่อเอง
ในช่วงเช้าก่อนเปิดร้าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ได้ค่ะพี่แอ๋ว องุ่นจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย”
องุ่นวางสาย คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างสงสัย ทำไมน้ำเสียงของ "พี่แอ๋ว" เจ้าของตึกที่เธอเช่าทำร้านดอกไม้ ถึงได้ดูร้อนใจชอบกล
เธอรีบขับรถกระบะคันเก่ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของแอ๋วทันที คนรับใช้ของบ้านเดินออกมาต้อนรับและนำเธอไปยังห้องรับแขกที่โอ่อ่า
“สวัสดีค่ะพี่แอ๋ว” องุ่นยกมือไหว้สาวใหญ่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม
“องุ่น มานั่งก่อนจ้ะ” แอ๋ว เศรษฐีนีผู้มีอิทธิพลประจำจังหวัดขอนแก่น ส่งยิ้มมาให้
“จะดื่มน้ำอะไรไหม เดี๋ยวพี่ให้เด็กไปเอามาเสิร์ฟ”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่” องุ่นรีบปฏิเสธ “พี่แอ๋วเรียกองุ่นมาด่วนแบบนี้ มีอะไรรึเปล่าคะ”
“คืออย่างนี้นะ... พี่มีของจะคืนให้องุ่นน่ะ” แอ๋วทำหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะยื่นซองสีขาวซองหนึ่งให้กับองุ่น
องุ่นรับซองนั้นมาอย่างงุนงง เมื่อเปิดออกก็พบว่ามีเงินสดอยู่ข้างใน หัวใจของเธอเริ่มร่วงวูบ
“พี่แอ๋ว... ให้เงินองุ่นทำไมคะ” ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี เบิกตากว้างมองสาวใหญ่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
“เงินค่ามัดจำตึกแถว พี่ขอคืนให้องุ่นนะ”
“คืนทำไมคะ!” องุ่นอุทาน “องุ่นยังไม่ได้ยกเลิกสัญญาเช่าสักหน่อยนี่คะ เมื่อสองเดือนที่แล้วเราก็เพิ่งต่อสัญญารายปีกันไป”
“...คือ... พี่ขายตึกแถวนั้นไปแล้ว”
คำพูดนั้นเหมือนค้อนทุบลงกลางอก!
“ขายไปแล้ว!” องุ่นทวนคำเสียงสั่น ใบหน้าสวยพลันไร้สีเลือด เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ยิน
“ใช่จ้ะ พอดีมีคนมาติดต่อขอซื้อ เขาให้ราคาดีมาก สิบล้านบาทแน่ะ พี่ก็เลยรีบขาย” แอ๋วอธิบาย โดยพยายามหลบสายตา “แต่เขามีข้อแม้ว่า ต้องให้ผู้เช่าย้ายออกทันที”
“...”
“พี่ก็รู้สึกเห็นใจองุ่นอยู่นะ องุ่นเป็นผู้เช่าที่ดีมาตลอด จ่ายเงินตรงเวลาตลอด”
“เจ้าของคนใหม่คือใครคะ” องุ่นพยายามตั้งสติ ถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “องุ่นขอคุยกับเจ้าของคนใหม่ได้ไหมคะ เผื่อเขาจะยอม...”
“พี่บอกองุ่นไม่ได้หรอก!” แอ๋วรีบปฏิเสธทันควัน “เจ้าของคนใหม่เขาต้องการให้เก็บไว้เป็นความลับ พี่เองก็ไม่เข้าใจเหตุผลเขาเหมือนกัน”
“แล้วสัญญาเช่าที่องุ่นทำไว้ล่ะคะพี่” นี่คือฟางเส้นสุดท้ายของเธอ
รอยยิ้มเกรงใจของแอ๋วหายไปทันที ถูกแทนที่ด้วยแววตาของผู้มีอำนาจ
“พี่รู้ว่าพี่ทำผิดสัญญา แต่องุ่นจะมีปัญหากับพี่เหรอ!” แอ๋วพูดดักคอเสียงสูงขึ้น ปรายสายตามองหน้าหญิงสาวที่ซีดเผือด ถ้าองุ่นคิดจะฟ้องเธอล่ะก็ มันเป็นความคิดที่โง่มาก
มีปัญหาเหรอ! องุ่นส่ายหน้าในใจ ต่อให้เธออยากฟ้องร้องในฐานะผู้เช่าที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เธอจะเอาปัญญาที่ไหนไปจ้างทนาย และถึงมีปัญญา คนทั้งจังหวัดก็รู้ดีว่าพี่แอ๋วมีอิทธิพลมากขนาดไหน เธอไม่มีวันชนะ
“องุ่นไม่กล้ากับพี่แอ๋วหรอกค่ะ” เธอจำใจฝืนยิ้มออกมา ความรู้สึกต่ำต้อยและไร้ทางสู้โถมทะลักเข้ามาในอก
“ก็ดีแล้ว” แอ๋วพยักหน้าอย่างพอใจ “พี่ให้เวลาย้ายออก จนถึงสิ้นเดือนนี้นะ”
พูดจบธุระ แอ๋วก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องรับแขกทันที ทิ้งให้องุ่นนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ตามลำพัง
องุ่นเดินอย่างไร้เรี่ยวแรงกลับมาที่รถ โลกทั้งใบของเธอกำลังพังทลาย
เธอขับรถออกมาได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ก็ไปต่อไม่ไหว องุ่นเลี้ยวรถจอดเทียบข้างทาง ก่อนจะฟุบหน้าลงกับพวงมาลัย แล้วปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมา
สิ้นเดือน!
ตอนนี้เธอรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังเหลือเกิน มีเวลาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ เธอจะมีปัญญาไปหาเงินจากที่ไหนมาเปิดร้านใหม่ ค่ามัดจำร้านใหม่ ค่าตกแต่ง... ต่อให้เอาเงินเก็บทั้งหมดที่มีออกมา มันก็ไม่เพียงพอ
ร้านดอกไม้ กำลังจะถูกปิดลง
แล้วอนาคตของเธอ... ของป้า... ของโฟวิล... จะเป็นอย่างไรต่อไป
แค่คิด... ความเจ็บปวดก็จุกแน่นขึ้นมาที่หน้าอก มือบางกำแน่นทุบตรงหน้าอกตัวเองรัวๆ หวังว่ามันจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น แต่น้ำตาก็ยังทะลักลงมาไม่ขาดสาย
รถกระบะคันเก่าจอดนิ่งอยู่หน้าร้านดอกไม้
นัยน์ตาคู่สวยที่แดงก่ำมองไปยังป้ายร้าน... "Lovely flowers"... ร้านที่เธอสร้างมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงและความฝันทั้งหมดที่มี องุ่นรีบปาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกครั้ง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ แล้วเดินเข้าไปภายในร้าน
เธอจะไม่ยอมแพ้ ต่อให้ต้องเหนื่อยอีกสักเท่าไหร่ ขอแค่เพียงมีหนทาง... แค่หนทางเดียว... ที่จะทำให้ครอบครัวของเธออยู่รอด เธอก็จะยอมทำทุกอย่าง
“โฟวิลครับ แม่ของหนูกลับมาแล้ว” ป้าอร อุ้มเด็กชายตัวน้อยเข้าไปหาองุ่นทันที
โฟวิลยิ้มกว้างอย่างดีใจเมื่อเห็นหน้าแม่ เด็กชายตัวน้อยยกแขนเล็กๆ ทั้งสองข้างขึ้น อยากให้แม่ของเขาอุ้ม
องุ่นกอดร่างเล็กของลูกชายไว้แนบอก ซบหน้าลงกับกลุ่มผมหอมกรุ่น ก่อนจะจุมพิตลงบนหน้าผากนั้นอย่างอ่อนโยน
เพียงแค่ได้เห็นหน้าลูก... เพียงแค่นี้... เธอก็มีกำลังใจฮึดสู้อีกครั้ง ต่อให้ต้องเจอเรื่องเลวร้ายมากกว่านี้ เธอก็จะไม่มีวันยอมแพ้ เพื่อครอบครัวที่เธอรัก
ค่ำคืนนั้น...
บนเตียงนอน องุ่นกำลังร้องเพลงกล่อมโฟวิลจนลูกชายตัวน้อยหลับไป เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มองดวงหน้าไร้เดียงสานั้น
“แม่รักลูกนะ... รักที่สุด” องุ่นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เมื่อลูกหลับสนิทแล้ว เธอก็ตัดสินใจหยิบซองเอกสารที่เซดริกให้ไว้ขึ้นมาอ่าน
เธอเปิดอ่านสัญญาอย่างละเอียดทีละหน้า และคิ้วเรียวสวยก็ยิ่งขมวดมุ่นอย่างสงสัยในข้อเสนอที่มัน
"ดีเกินจริง"
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ในสัญญาเขียนเอาไว้ ไม่ใช่แค่ร้าน แต่ชีวิตและความเป็นอยู่ของทั้งป้าอรและแตงโมก็จะถูกดูแลอย่างดี และที่สำคัญที่สุด อนาคตของโฟวิล เธอจะไม่ต้องห่วงเรื่องอนาคตของลูกชายเธออีกต่อไป
แต่... ประเทศฝรั่งเศส...
พอนึกถึงชื่อนี้ หน้าของ "ใครบางคน" ก็ลอยเข้ามาในความคิดของเธอทันที
“ประเทศฝรั่งเศสมันกว้างใหญ่ขนาดนั้น คงไม่บังเอิญเจอกันหรอกมั้ง” องุ่นพึมพำกับตัวเอง ปลอบใจตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักอึ้ง
เช้าวันต่อมา หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ องุ่นก็รวบรวมความกล้า เธอตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ครอบครัวฟัง
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! อยู่ๆ ก็มาไล่กันออกไปเฉยเลย!" แตงโมตบโต๊ะเสียงดังลั่นด้วยความฉุนเฉียว
"เราไม่เคยมีปัญหากับพี่แอ๋วเลยนะ ทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว!"
"เดี๋ยวโมไปคุยกับพี่แอ๋วเอง! จะไปเค้นให้ได้ว่าเจ้าของตึกคนใหม่มันเป็นใคร เผื่อเราจะโชคดีได้เช่าต่อ!" แตงโมทำท่าจะลุกพรวดออกจากบ้าน แต่ก็ถูกองุ่นดึงแขนเอาไว้
"อย่าเลยโม... ไม่มีประโยชน์หรอก" องุ่นส่ายหน้าช้าๆ
"ทำไมจะไม่มีประโยชน์!"
"พี่แอ๋วบอกว่า มันเป็นความต้องการของเจ้าของตึกคนใหม่ ที่ต้องการให้ พวกเรา ออกไป" องุ่นเน้นคำนั้น
แตงโมชะงัก... "หมายความว่าเขาระบุตัวเราเลยเหรอ"
องุ่นพยักหน้าอย่างหนักใจ "โม... ลองอ่านสัญญาของคุณเซดริกดูก่อน พี่ว่ามันก็ไม่เลวนะ"
ตอนจบ“ไม่จริง! แกโกหก!”ใบหน้าสวยส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน“มันเป็นความจริง!” ลิต้ายืนยันเสียงสั่นและแล้ว... ลิต้าก็ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดที่เธอเก็บงำไว้ในอกมาทั้งชีวิตให้ "ลูกสาว" ฟัง...ตั้งแต่เรื่องที่เธอถูกพ่อของคาร่าขืนใจจนกระทั่งตั้งท้อง...และวินาทีที่เธอถูกพรากลูกออกไปจากอก เพียงเพราะ คุณผู้หญิง ของบ้านไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ที่ครอบครัวต้องแตกแยก มันไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้าของพ่อของคาร่าต่างหาก ที่ทำให้ คุณผู้หญิง รับความจริงไม่ได้“ฉันไม่เชื่อ... ฉันไม่เชื่อ!!! ฮือๆ”คาร่ากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ความจริงที่โหดร้ายนี้มันทลายโลกทั้งใบของเธอลงเธอลุกขึ้น... แล้วรีบวิ่งเตลิดหนีออกจากคฤหาสน์ที่ว่างเปล่านั้นไป... เธอไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้วหลังจากคาร่าหนีหายออกจากคฤหาสน์ไป ลิต้าก็หมดหนทางที่จะตามหาเธอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด... อาการป่วยด้วยโรคมะเร็งในมดลูกที่เธอซ่อนไว้ก็กำเริบขึ้นในเวลาเดียวกันเมื่อสิ้นหนทาง ลิต้าจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ หน้าด้าน ที่สุด คือการบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากตระกูลแบร์นาร์ดฟาเบียนและอ
ตอนที่ 38บทเรียนราคาแพงของคาร่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้วต่อให้เธอจ้างทนายที่เก่งกาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถหักล้างหลักฐานที่มัดตัวเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา จนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปการคดโกงที่สะสมมาตลอดหลายปี ส่งผลให้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐบาลเป็นเงินจำนวนมหาศาล...มหาศาล... จนบริษัทเสื้อผ้าชื่อดังของประเทศ ต้องเข้าสู่วิกฤต "ล้มละลาย"การต่อสู้ที่ยืดเยื้อในชั้นศาลตลอดหลายสัปดาห์ กลายเป็นจุดจบอันน่าเศร้า จนทำให้เธอรู้สึกคลุ้มคลั่ง... แทบจะเป็นบ้า“ฉันจะฆ่าแก... นังองุ่น!!!”สุดท้ายแล้ว... คาร่าก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า ทั้งหมดนี้คือความผิดของตัวเธอเองณ ร้านจัดดอกไม้ชื่อดังในปารีสหลังจากเรื่องราวพายุร้ายทุกอย่างจบลง องุ่นก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เธอกลับมาเรียนจัดดอกไม้กับอลิซอีกครั้ง“วันนี้คุณฟาเบียนมารับกลับบ้านเหมือนเดิมใช่ไหมจ๊ะ” อลิซเอ่ยแซวตอนนี้สาวๆ ทั้งปารีสต่าพากันอิจฉาองุ่นกันยกใหญ่ ที่เธอได้หัวใจหนุ่มฮอตอย่างฟาเบียนไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว“ค่ะ” องุ่นยิ้มเขินเล็กน้อยหลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฟาเบียนก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ถ้าเขาไม
ตอนที่ 37ภายในภัตตาคารหรู... สองหุ้นส่วนทางธุรกิจกำลังนั่งดื่มไวน์ฉลองกันอย่างสบายใจคาร่าส่งยิ้มหวานให้กับอองเดร หุ้นส่วนคนสำคัญที่ช่วยทำให้ธุรกิจของเธอมีกำไรมหาศาล และช่วยให้แผนของเธอสำเร็จ“แผนของคุณที่แกล้งประกาศถอนตัวจากการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ BTI นี่มันสุดยอดจริงๆ” อองเดรหัวเราะอย่างชอบใจ“มันเล่นเอาหลานชายตัวดีของผมกระเด็นตกจากตำแหน่ง แถมผมยังได้หน้า ในฐานะคนที่ 'ช่วย' เจรจาให้คุณยังยอมเป็นลูกค้าของบริษัทเราต่อไป”“ยังไงผลประโยชน์ก็ต้องมาก่อนอยู่แล้วนี่คะ” คาร่ายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เธอแอบทำธุรกิจลับๆ กับอองเดรมาหลายปี และมันก็เกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีมูลค่ามหาศาลต่อปี“ผมหวังว่าเราจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกันอย่างนี้ ไปเรื่อยๆ” อองเดรยกแก้วขึ้นชนกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม“แน่นอนค่ะ” คาร่ายิ้มรับเพราะการได้เห็นฟาเบียนตกต่ำ... มันคือการแก้แค้นที่หอมหวานที่สุดของเธอคลิปฉาวล่าสุดถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของประชาชนทั่วไปเพียงแค่ข้ามคืน เมื่อลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า คาร่าก็พบว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด“กรี๊ด!!!!!!
ตอนที่ 36ภายในห้องนอนกว้าง องุ่นนั่งมองตัวเองที่หน้ากระจก ริมฝีปากบางพยายามฝืนยิ้มให้กับเงาสะท้อนที่ดูอิดโรยพอแล้ว...วันนี้เธอต้องเป็นคนใหม่ เธอจะไม่จมอยู่กับความเศร้าและทำให้ทุกคนต้องมาเป็นห่วงเธออีกต่อไปร่างบางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินไปอุ้มโฟวิลลูกชายตัวน้อย แล้วก้าวลงมาจากบันไดชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังโต๊ะอาหารเช้า เมื่อเธอเผชิญหน้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่นั่งรออยู่ องุ่นก็ฉีกยิ้มกว้าง... ราวกับว่าเธอไม่มีความทุกข์ใดๆ หลงเหลืออยู่“กู๊ดมอนิ่งค่ะทุกคน” น้ำเสียงของเธอพยายามสดใสที่สุดทุกคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารต่างชะงักไปเล็กน้อย พวกเขาปรับสภาพอารมณ์ตามเธอแทบไม่ทันแต่ในวินาทีต่อมา ทุกคนก็พร้อมใจกันส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดกลับมาให้เธอรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของ "ครอบครัว" มันทรงพลังเหลือเกิน องุ่นอดที่จะน้ำตาซึมออกมาไม่ได้หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันทีเซดริกและลูกชายทั้งสามคนย้ายมานั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียดลูเซียงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโชว์คลิปวิดีโอที่เขาได้รับมาให้ทุกคนดู มันคือวีดีโอที่ใครบางคนแอบถ่ายเอาไว้ บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นไว้ได้อ
ตอนที่ 35นักข่าวจำนวนมหาศาลกำลังรวมตัวกันอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากเกิดเรื่องขึ้น คาร่าก็ถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลทันทีแต่ภายในห้องพักผู้ป่วย VVIP ริมฝีปากเรียวอิ่มกลับกำลังยิ้มเยาะอย่างสะใจ... ป่านนี้ มารหัวใจของเธอคงกำลังโดนตำรวจสอบสวนจนเสียขวัญ“ถ้าแกยอมถอยไปดีๆ ตั้งแต่แรก... ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก”ทางด้านสถานีตำรวจ...ภายในห้องสอบสวนที่แคบและอึดอัด มันกดดันความรู้สึกขององุ่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอยังคงนั่งหน้าเศร้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน... แต่เธอไม่ได้กลัวที่ตัวเองจะติดคุก...เธอกลัวว่าเรื่องของเธอจะทำให้ฟาเบียนเดือดร้อนถ้ารู้ว่าต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้น เธอจะไม่มีวันยอมออกมาพบคาร่าเด็ดขาด เป็นเพราะความคิดโง่ๆ ที่ว่าตัวเองคงพอจะพูดคุยช่วยเหลือฟาเบียนได้ มันจึงทำให้เธอมีจุดจบเช่นนี้“สรุปว่าคุณยังยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายคู่กรณีใช่ไหมครับ” ตำรวจชายถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย“ค่ะ... เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด... ฉันไม่ได้ทำร้ายคุณคาร่า”ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้การสอบสวนหยุดลงกลางคันประตูเปิดออก... ฟาเบียนก้าวเข้ามาใ
ตอนที่ 34ในช่วงบ่ายที่แสนสงบ องุ่นกำลังมีความสุขกับการจัดดอกไม้ที่เพิ่งตัดจากสวนใหม่ใส่แจกัน เธอยิ้มกว้างขณะมองไปที่ลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในรถเข็นเด็กข้างๆแต่แล้ว... เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบนั้นเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย“สวัสดีค่ะ” องุ่นตัดสินใจรับสายเพียงชั่ววินาที... รอยยิ้มที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าก็พลันเลือนหายไปในพริบตาสายที่โทรเข้ามาคือ "คาร่า""ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ พรุ่งนี้... และมาคนเดียว"เสียงปลายสายนั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยอำนาจ คาร่าบอกสถานที่นัดหมายอย่างชัดเจนก่อนจะตัดสายไปองุ่นยังคงยืนนิ่งถือโทรศัพท์ค้างไว้ รอยยิ้มที่เคยมีบนใบหน้าพลันเลือนหายไป“พี่องุ่น ทำอะไรอยู่คะ”เสียงใสของแตงโมที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้องุ่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะหันกลับไป“อ๋อ... ไม่มีอะไรจ้ะ กำลังคิดอะไรเพลินๆ”องุ่นสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “นี่โม... พรุ่งนี้ตอนบ่าย พี่ว่าจะออกไปทำธุระหน่อยน่ะ”“ธุระอะไรเหรอ ให้โมไปด้วยไหม”“ไม่เป็นไรหรอก” องุ่นส่ายหน้า แต่เธ







