LOGINการประชุมบอร์ดผู้บริหารอันแสนเคร่งเครียดเพิ่งจบลง
ฟาเบียนทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ภาระหน้าที่การงานที่เขาแบกรับมันหนักหนาสาหัสเสมอ แต่ก็คงไม่หนักเท่าความรู้สึกที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ให้
...องุ่น...
เธอทำให้หัวใจของเขารู้สึกหนักอึ้งไปหมด เขาอยากจะโกรธ แต่ก็โกรธได้ไม่สุด เธอคือผู้หญิงคนแรกที่เขา "ควบคุม" ไม่ได้ และเขาก็ไม่มีสิทธิ์ใดๆ ไปเรียกร้องให้เธอกลับมายืนอยู่เคียงข้าง
ปึ่ก!
ฟาเบียนทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงานอย่างเจ็บใจ ทำไมเขาต้องมานั่งคิดถึงเรื่องบ้าๆ ของผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันแค่วันเดียวด้วย!
"ตั๋วเครื่องบินจองเรียบร้อยแล้วครับบอส เที่ยวบินคืนนี้" อองรีเดินเข้ามารายงาน
ฟาเบียนเพียงพยักหน้า ก่อนจะหยิบรูปถ่ายเพียงใบเดียวจากงานแต่งงานเมื่อวานขึ้นมา รูปคู่ของเขากับเธอ
'ลาก่อน... รินฤทัย' เขาพูดคำนั้นอยู่ในใจ
ปลายนิ้วของเขาจุดไฟแช็ก เปลวไฟลุกเลียขอบกระดาษช้าๆ เขาปล่อยรูปนั้นลงในถาดแก้ว มองดูมันมอดไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน การวิ่งหนีไปอย่างไม่ไยดีขององุ่น มันเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเขาจนกลายเป็นแผลลึก... ลึกกว่าที่เขาคิด
อองรีเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้านายอย่างเงียบเชียบ
แววตาเจ็บปวดแบบนั้น... เขาไม่เคยเห็นมันจากฟาเบียนมาก่อน
หรือว่า... เจ้านายของเขาจะ... รู้สึก อะไรกับผู้หญิงคนนั้น?
เป็นไปไม่ได้... อองรีส่ายหัวกับความคิดตัวเอง เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นแค่คืนเดียวเท่านั้น
แม้ว่าจะเป็นแค่คืนเดียว หัวใจของเขาเองก็ยังแอบสั่นไหวให้กับรินฤทัยอยู่ไม่น้อย
'แต่มันจบลงแล้ว' อองรีบอกตัวเอง ทุกอย่างจบแล้ว
ฟาเบียนเดินเข้ามาภายในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ พร้อมกับอองรีและบอดี้การ์ดที่ติดตามอย่างใกล้ชิด เขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังประตูผู้โดยสารขาออก
แต่แล้ว... นัยน์ตาคมเข้มของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตา ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนหันหลังให้เขา
ชั่ววูบหนึ่ง... หัวใจของเขากระตุก... องุ่น?
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยพลันปรากฏรอยยิ้มจางๆ ขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างและขรึมลงทันที เมื่อหญิงสาวคนนั้นหันมา
"ฟาเบียนคะ!"
แตงโม...
เธอเรียกชายหนุ่มเสียงหวาน รีบวิ่งเข้ามาหมายจะควงแขนของเขา แต่กลับถูกเขาสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี
"โมจะไปฝรั่งเศสกับคุณนะคะ!" แตงโมรีบพูด "โมขอโทษ... โมขอโทษที่หนีคุณไป" เธอทำหน้าสำนึกผิด พยายามส่งสายตาออดอ้อนออเซาะเขาอย่างที่เคยทำ
"ผู้หญิงหน้าด้าน!" ฟาเบียนมองเธอด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
องุ่น... สอนให้เขารู้ว่าเงินซื้อศักดิ์ศรีของเธอไม่ได้ แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน!
"หน้าด้านเหรอ!" แตงโมเสียงแข็งขึ้นทันที
"แล้วฉันผิดมากหรือไงที่แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากคุณ! ผิดมากใช่ไหมที่ฉันอยากให้คุณสนใจฉันบ้าง!" เธอเริ่มตะคอกใส่เขาเสียงดัง จนผู้คนในสนามบินที่เดินผ่านไปมาเริ่มหยุดมอง
"กลับไปซะ" ฟาเบียนพูดเสียงเย็นชา "แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก... สัญญาของเรา ฉันขอยกเลิก"
"หมายความว่า..."
"ส่วนเงิน 5 ล้านที่คุณเอาไป" เขาพูดต่อ "ไม่ต้องคืน ถือซะว่า... เป็นค่าตัวสำหรับความบริสุทธิ์ของพี่สาวคุณก็แล้วกัน"
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจแตงโม!
"แก... แกพูดว่าอะไรนะ!"
"พูดชัดเจนขนาดนี้ เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ" ฟาเบียนยิ้มเย้ย
"แกกล้าดียังไงมาแตะต้องพี่สาวฉัน!" แตงโมกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง โกรธจนลืมตัว จะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของฟาเบียน แต่ก็ถูกบอดี้การ์ดรวบตัวกันเอาไว้เสียก่อน
นี่เขากล้าดียังไง! กล้าดียังไงมาทำเรื่องทุเรศแบบนั้นกับพี่องุ่น!
ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ น้ำตาไหลรินอาบแก้ม เธอไม่ได้เสียใจ แต่เธอโมโหจนตัวสั่น อยากจะเข้าไปตบหน้าหล่อๆ นั่นสักที!
"ผู้ชายไร้หัวใจอย่างคุณ... ไม่มีวันเจอผู้หญิงที่รักคุณจริงได้หรอก!"
แตงโมสะบัดตัวหลุดจากบอดี้การ์ด เธอหยิบเช็คเงินสด 5 ล้านบาทออกจากกระเป๋าถือ...
แคว่ก! แคว่ก!
เธอฉีกเช็คใบนั้นจนขาดไม่เหลือชิ้นดี ก่อนจะปาเศษกระดาษนั้นใส่หน้าของฟาเบียน!
"พี่สาวของฉันมีค่ามากกว่าเงินสกปรกของแก!"
"ลาก่อน!"
พูดจบ แตงโมก็หันหลังวิ่งร้องไห้ออกไปจากสนามบิน โดยไม่หันกลับมามองฟาเบียนอีกเลย
ฟาเบียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางเศษซากของเช็ค เขาหลับตาลง ข่มอารมณ์ที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง คำพูดของแตงโมมันทิ่มแทงความรู้สึกเขา
'ไม่มีวันเจอผู้หญิงที่รักคุณจริง'
ความรักบ้าบออะไรนั่น... เขาไม่ต้องการ!
ผู้ชายอย่างเขาไม่เคยขาดผู้หญิง ทำไมเขาต้องสนใจความรักด้วย!
'ลาขาด!' ฟาเบียนพูดตอกย้ำในใจ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ หายเข้าไปในประตูผู้โดยสารขาออก
ณ โรงพยาบาล ประจำจังหวัดขอนแก่น
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นไม่ขาดสายภายในห้องคลอด
ใบหน้าสวยขององุ่นบิดเบี้ยว เหงื่อเม็ดโตผุดซึมไปทั่วร่างและหน้าผาก เธอจิกผ้าปูที่นอนแน่น รับมือกับความเจ็บปวดระลอกแล้วระลอกเล่าที่ถาโถมเข้ามา
"เบ่งอีกนิดค่ะคุณแม่! อีกนิดเดียว!"
องุ่นรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ กรีดร้องเฮือกสุดท้ายออกมาสุดเสียง... สุดแรง... พร้อมกับลมหายใจที่แทบจะหมดลง
สิ้นเสียงกรีดร้องนั้น... ความเจ็บปวดมหาศาลที่บีบรัดเธอก็พลันถูกแทนที่ด้วยเสียงเล็กๆ ที่ทรงพลังที่สุดในโลก
"อุแว้! อุแว้! อุแว้!"
“ยินดีด้วยค่ะ คุณได้ลูกชายแข็งแรงมาก”
เมื่อได้ยินเสียงร้องของลูกชายตัวน้อย... หยาดน้ำตาก็ไหลทะลักออกมาจากดวงตาคู่สวย องุ่นยิ้มทั้งน้ำตา มันคือความดีใจที่มากล้นจนอธิบายไม่ถูก ความเจ็บปวดทั้งหมดที่เธอเพิ่งเผชิญมาเมื่อครู่ มันหายไปปลิดทิ้ง
ในที่สุด... ตลอดเก้าเดือนที่เธอเฝ้าประคบประหงมเขามา เธอกับลูกก็ได้พบกันสักที
สามเดือนผ่านไป...
องุ่นอุ้มลูกชายตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม นัยน์ตาคู่สวยทอดมองดวงหน้าเล็กๆ ที่กำลังหลับสนิทด้วยความรักที่เอ่อล้น ช่างเหมือนเขาเหลือเกิน ลูกชายของเธอเหมือนผู้เป็นพ่อในแทบทุกสัดส่วน
เธอถอนหายใจเบาๆ เมื่อนึกถึงวันนั้น... วันที่อองรีซื้อยาคุมฉุกเฉินมาให้ มันคือความประมาทของเธอเองที่มัวแต่เสียใจจนลืมกินมัน แต่เมื่อมองหน้าทารกน้อยในตอนนี้ เธอกลับไม่นึกเสียใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว
เพราะยังไง... ลูกชายตัวน้อยก็คือของขวัญที่พิเศษที่สุดในชีวิตของเธอ
ส่วนฟาเบียน... เธอกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปแล้ว เด็กคนนี้เป็นลูกของเธอ... เพียงคนเดียวเท่านั้น
“เห่อลูกจังนะพี่องุ่น” เสียงแตงโมดังขึ้น เอ่ยแซวพี่สาวที่มองลูกไม่วางตา
ตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นวายในวันนั้น แตงโมก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอทิ้งความฝันจอมปลอมในกรุงเทพฯ และตั้งมั่นว่าจะกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายที่ขอนแก่น ตอนนี้เธอทำงานในบริษัทเล็กๆ ในตัวเมือง ช่วยแบ่งเบาภาระพี่สาว ครอบครัวของพวกเธอกลับมามีความสุขอีกครั้ง และมีความสุขมากกว่าเดิม เมื่อมีสมาชิกตัวน้อยคนนี้เพิ่มขึ้นมา
“โอ๊ย น่าเกลียดน่าชังจริงๆ ขอยายอุ้มหน่อยเถอะ” ป้าอรยิ้มกว้าง เดินเข้ามารับร่างเล็กไปอุ้มต่ออย่างมีความสุข
ป้าอรมองหน้าหลานสาวคนโตที่ตอนนี้กลายเป็นแม่คนเต็มตัว แม้ว่าองุ่นยังไม่ยอมเล่าความจริงทั้งหมดว่าใครคือพ่อของเด็ก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถาม เธอยินดีที่จะรอวันที่องุ่นพร้อมจะบอกด้วยตัวเอง
องุ่นคลี่ยิ้มอย่างมีความสุขแท้จริง มองภาพป้ากับน้องสาวกำลังหยอกล้อลูกชายของเธอ
มันไม่ง่ายเลย... เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว หลังแตงโมตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านได้เพียงสามเดือน (ซึ่งเป็นเวลาสามเดือนหลังจากคืนนั้น) อาการแพ้ท้องของเธอก็เริ่มขึ้น องุ่นอ้วกวันละสามสี่เวลาจนแทบทำงานไม่ไหว
เวลาเดินออกไปข้างนอก ก็ต้องทนฟังเสียงนินทาว่า "ท้องไม่มีพ่อ" บ้างก็ว่า "โดนฟันแล้วทิ้ง" แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เก็บมาใส่ใจ
โชคดีที่ธุรกิจร้านดอกไม้ยังประคองตัวอยู่ได้ และโชคดีที่สุด... ที่มีแตงโมเข้ามาช่วยทำงานอีกแรง ทำให้รายได้ของครอบครัวเพิ่มขึ้นจนผ่านวิกฤตินั้นมาได้
"ขอบคุณที่เกิดมานะ ลูกชายของแม่" องุ่นก้มลงหอมแก้มยุ้ยๆ ที่อยู่ในอ้อมกอดของป้าอร
ตอนนี้เธอมีความสุขที่สุด... ไม่ต้องการอะไรในชีวิต... มากไปกว่านี้อีกแล้ว
ณ ประเทศฝรั่งเศส
อีกฟากหนึ่งของโลก...
ฟาเบียน แบร์นาร์ด นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในห้องประชุม รัศมีของความสำเร็จฉายชัดอยู่รอบตัวเขา หลังจากขยายธุรกิจส่งออกในภาคพื้นเอเชียได้สำเร็จ เขาก็ก้าวขึ้นเป็น CEO หนุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในยุโรป ทั้งหล่อ รวย และฉลาด สาวๆ ทั่วฝรั่งเศสต่างโหวตให้เขาเป็นหนุ่มในฝันที่น่าครอบครองที่สุด
และตอนนี้ เขากำลังมีข่าวคบหากับ "คาร่า" ทายาทสาวของผู้ดีเก่าฝรั่งเศส หญิงสาวผู้กุมบังเหียนธุรกิจแฟชั่นระดับโลก พวกเขาสมบูรณ์แบบ สวย เก่ง และร่ำรวยทัดเทียมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ข่าวลือเรื่องการแต่งงานของทั้งคู่จึงเริ่มแพร่สะพัดออกไป
แต่ความสุขที่ดูสมบูรณ์แบบมักอยู่ได้ไม่นาน...
คู่แข่งทางธุรกิจเริ่มปล่อยหมัดเด็ดเพื่อทำลายชื่อเสียงของเขา รูปภาพในอดีตของฟาเบียนที่กำลังอยู่ในพิธีแต่งงาน ถูกสาดกระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต และพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ แม้เขาจะเป็นแค่นักธุรกิจ แต่เรื่องส่วนตัวของเขากลับเป็นที่สนใจของผู้คนอย่างล้นหลาม
'เจ้าสาวปริศนาของฟาเบียน! ผู้บริหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุโรปคือใครกันแน่!'
สื่อต่างๆ พาดหัวข่าวยำใหญ่ตามใจชอบ พาดพิงไปถึงคาร่า แฟนสาวคนปัจจุบัน ว่ากำลังจะกลายเป็น "ของเก่า" ที่ถูกทิ้ง
“คุณฟาเบียนจะจัดการกับข่าวนี้ยังไงดีครับ” อองรียืนรอคำสั่งอย่างเคร่งเครียดอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของฟาเบียน
ใบหน้าหล่อเหลาครุ่นคิดอย่างหนัก... หลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนี้ เขาโกหกสื่อไม่ได้ และการจะไปตามหาตัว "องุ่น" กลับมาเพื่อแก้ข่าวในตอนนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้
“ปล่อยไป เดี๋ยวข่าวก็เงียบลงไปเอง” ฟาเบียนตอบเสียงเรียบ
แต่นัยน์ตาของเขากลับจับจ้องไปยังรูปแต่งงานใบนั้น... รูปที่เขาเคยเผาทิ้งไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้มันกลับมาอยู่ในมือของเขาอีกครั้ง
ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบ สัมผัสอันแสนหวาน กลิ่นกายหอมกรุ่นเหมือนดอกไม้ป่า... เขายังจำมันได้ดีไม่เคยลืม
“แล้วคุณคาร่าล่ะครับ” อองรีถามต่ออย่างเป็นกังวล
ฟาเบียนถอนหายใจยาว เขาคบกับคาร่ามาได้สักพัก แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไง รู้เพียงแต่ว่าคาร่าคือผู้หญิงที่ "สมบูรณ์แบบ" ทั้งสวย ทั้งเก่ง และที่สำคัญ... เธอร่ำรวยมากพอจนเขาไม่ต้องกังวลว่าเธอจะเข้าหาเขาเพราะเงิน
...แต่หัวใจของเขา... มันกลับไม่รู้สึกอะไรเลย
“จองร้านอาหารให้ด้วย” เขาตัดบท
ตอนจบ“ไม่จริง! แกโกหก!”ใบหน้าสวยส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน“มันเป็นความจริง!” ลิต้ายืนยันเสียงสั่นและแล้ว... ลิต้าก็ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดที่เธอเก็บงำไว้ในอกมาทั้งชีวิตให้ "ลูกสาว" ฟัง...ตั้งแต่เรื่องที่เธอถูกพ่อของคาร่าขืนใจจนกระทั่งตั้งท้อง...และวินาทีที่เธอถูกพรากลูกออกไปจากอก เพียงเพราะ คุณผู้หญิง ของบ้านไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ที่ครอบครัวต้องแตกแยก มันไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้าของพ่อของคาร่าต่างหาก ที่ทำให้ คุณผู้หญิง รับความจริงไม่ได้“ฉันไม่เชื่อ... ฉันไม่เชื่อ!!! ฮือๆ”คาร่ากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ความจริงที่โหดร้ายนี้มันทลายโลกทั้งใบของเธอลงเธอลุกขึ้น... แล้วรีบวิ่งเตลิดหนีออกจากคฤหาสน์ที่ว่างเปล่านั้นไป... เธอไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้วหลังจากคาร่าหนีหายออกจากคฤหาสน์ไป ลิต้าก็หมดหนทางที่จะตามหาเธอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด... อาการป่วยด้วยโรคมะเร็งในมดลูกที่เธอซ่อนไว้ก็กำเริบขึ้นในเวลาเดียวกันเมื่อสิ้นหนทาง ลิต้าจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ หน้าด้าน ที่สุด คือการบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากตระกูลแบร์นาร์ดฟาเบียนและอ
ตอนที่ 38บทเรียนราคาแพงของคาร่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้วต่อให้เธอจ้างทนายที่เก่งกาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถหักล้างหลักฐานที่มัดตัวเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา จนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปการคดโกงที่สะสมมาตลอดหลายปี ส่งผลให้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐบาลเป็นเงินจำนวนมหาศาล...มหาศาล... จนบริษัทเสื้อผ้าชื่อดังของประเทศ ต้องเข้าสู่วิกฤต "ล้มละลาย"การต่อสู้ที่ยืดเยื้อในชั้นศาลตลอดหลายสัปดาห์ กลายเป็นจุดจบอันน่าเศร้า จนทำให้เธอรู้สึกคลุ้มคลั่ง... แทบจะเป็นบ้า“ฉันจะฆ่าแก... นังองุ่น!!!”สุดท้ายแล้ว... คาร่าก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า ทั้งหมดนี้คือความผิดของตัวเธอเองณ ร้านจัดดอกไม้ชื่อดังในปารีสหลังจากเรื่องราวพายุร้ายทุกอย่างจบลง องุ่นก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เธอกลับมาเรียนจัดดอกไม้กับอลิซอีกครั้ง“วันนี้คุณฟาเบียนมารับกลับบ้านเหมือนเดิมใช่ไหมจ๊ะ” อลิซเอ่ยแซวตอนนี้สาวๆ ทั้งปารีสต่าพากันอิจฉาองุ่นกันยกใหญ่ ที่เธอได้หัวใจหนุ่มฮอตอย่างฟาเบียนไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว“ค่ะ” องุ่นยิ้มเขินเล็กน้อยหลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฟาเบียนก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ถ้าเขาไม
ตอนที่ 37ภายในภัตตาคารหรู... สองหุ้นส่วนทางธุรกิจกำลังนั่งดื่มไวน์ฉลองกันอย่างสบายใจคาร่าส่งยิ้มหวานให้กับอองเดร หุ้นส่วนคนสำคัญที่ช่วยทำให้ธุรกิจของเธอมีกำไรมหาศาล และช่วยให้แผนของเธอสำเร็จ“แผนของคุณที่แกล้งประกาศถอนตัวจากการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ BTI นี่มันสุดยอดจริงๆ” อองเดรหัวเราะอย่างชอบใจ“มันเล่นเอาหลานชายตัวดีของผมกระเด็นตกจากตำแหน่ง แถมผมยังได้หน้า ในฐานะคนที่ 'ช่วย' เจรจาให้คุณยังยอมเป็นลูกค้าของบริษัทเราต่อไป”“ยังไงผลประโยชน์ก็ต้องมาก่อนอยู่แล้วนี่คะ” คาร่ายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เธอแอบทำธุรกิจลับๆ กับอองเดรมาหลายปี และมันก็เกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีมูลค่ามหาศาลต่อปี“ผมหวังว่าเราจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกันอย่างนี้ ไปเรื่อยๆ” อองเดรยกแก้วขึ้นชนกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม“แน่นอนค่ะ” คาร่ายิ้มรับเพราะการได้เห็นฟาเบียนตกต่ำ... มันคือการแก้แค้นที่หอมหวานที่สุดของเธอคลิปฉาวล่าสุดถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของประชาชนทั่วไปเพียงแค่ข้ามคืน เมื่อลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า คาร่าก็พบว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด“กรี๊ด!!!!!!
ตอนที่ 36ภายในห้องนอนกว้าง องุ่นนั่งมองตัวเองที่หน้ากระจก ริมฝีปากบางพยายามฝืนยิ้มให้กับเงาสะท้อนที่ดูอิดโรยพอแล้ว...วันนี้เธอต้องเป็นคนใหม่ เธอจะไม่จมอยู่กับความเศร้าและทำให้ทุกคนต้องมาเป็นห่วงเธออีกต่อไปร่างบางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินไปอุ้มโฟวิลลูกชายตัวน้อย แล้วก้าวลงมาจากบันไดชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังโต๊ะอาหารเช้า เมื่อเธอเผชิญหน้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่นั่งรออยู่ องุ่นก็ฉีกยิ้มกว้าง... ราวกับว่าเธอไม่มีความทุกข์ใดๆ หลงเหลืออยู่“กู๊ดมอนิ่งค่ะทุกคน” น้ำเสียงของเธอพยายามสดใสที่สุดทุกคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารต่างชะงักไปเล็กน้อย พวกเขาปรับสภาพอารมณ์ตามเธอแทบไม่ทันแต่ในวินาทีต่อมา ทุกคนก็พร้อมใจกันส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดกลับมาให้เธอรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของ "ครอบครัว" มันทรงพลังเหลือเกิน องุ่นอดที่จะน้ำตาซึมออกมาไม่ได้หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันทีเซดริกและลูกชายทั้งสามคนย้ายมานั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียดลูเซียงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโชว์คลิปวิดีโอที่เขาได้รับมาให้ทุกคนดู มันคือวีดีโอที่ใครบางคนแอบถ่ายเอาไว้ บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นไว้ได้อ
ตอนที่ 35นักข่าวจำนวนมหาศาลกำลังรวมตัวกันอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากเกิดเรื่องขึ้น คาร่าก็ถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลทันทีแต่ภายในห้องพักผู้ป่วย VVIP ริมฝีปากเรียวอิ่มกลับกำลังยิ้มเยาะอย่างสะใจ... ป่านนี้ มารหัวใจของเธอคงกำลังโดนตำรวจสอบสวนจนเสียขวัญ“ถ้าแกยอมถอยไปดีๆ ตั้งแต่แรก... ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก”ทางด้านสถานีตำรวจ...ภายในห้องสอบสวนที่แคบและอึดอัด มันกดดันความรู้สึกขององุ่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอยังคงนั่งหน้าเศร้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน... แต่เธอไม่ได้กลัวที่ตัวเองจะติดคุก...เธอกลัวว่าเรื่องของเธอจะทำให้ฟาเบียนเดือดร้อนถ้ารู้ว่าต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้น เธอจะไม่มีวันยอมออกมาพบคาร่าเด็ดขาด เป็นเพราะความคิดโง่ๆ ที่ว่าตัวเองคงพอจะพูดคุยช่วยเหลือฟาเบียนได้ มันจึงทำให้เธอมีจุดจบเช่นนี้“สรุปว่าคุณยังยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายคู่กรณีใช่ไหมครับ” ตำรวจชายถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย“ค่ะ... เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด... ฉันไม่ได้ทำร้ายคุณคาร่า”ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้การสอบสวนหยุดลงกลางคันประตูเปิดออก... ฟาเบียนก้าวเข้ามาใ
ตอนที่ 34ในช่วงบ่ายที่แสนสงบ องุ่นกำลังมีความสุขกับการจัดดอกไม้ที่เพิ่งตัดจากสวนใหม่ใส่แจกัน เธอยิ้มกว้างขณะมองไปที่ลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในรถเข็นเด็กข้างๆแต่แล้ว... เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบนั้นเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย“สวัสดีค่ะ” องุ่นตัดสินใจรับสายเพียงชั่ววินาที... รอยยิ้มที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าก็พลันเลือนหายไปในพริบตาสายที่โทรเข้ามาคือ "คาร่า""ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ พรุ่งนี้... และมาคนเดียว"เสียงปลายสายนั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยอำนาจ คาร่าบอกสถานที่นัดหมายอย่างชัดเจนก่อนจะตัดสายไปองุ่นยังคงยืนนิ่งถือโทรศัพท์ค้างไว้ รอยยิ้มที่เคยมีบนใบหน้าพลันเลือนหายไป“พี่องุ่น ทำอะไรอยู่คะ”เสียงใสของแตงโมที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้องุ่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะหันกลับไป“อ๋อ... ไม่มีอะไรจ้ะ กำลังคิดอะไรเพลินๆ”องุ่นสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “นี่โม... พรุ่งนี้ตอนบ่าย พี่ว่าจะออกไปทำธุระหน่อยน่ะ”“ธุระอะไรเหรอ ให้โมไปด้วยไหม”“ไม่เป็นไรหรอก” องุ่นส่ายหน้า แต่เธ