Masuk
“คุณดินจะกลับประเทศเมื่อไหร่คะ” น้ำเสียงของหญิงสาวร่างระหงส์สั่งเครือเล็กน้อยในชุดนอนซีทรูยืนอยู่ริมระเบียงในห้องนอนตัวเอง มือหนึ่งเกาะขอบระเบียงไว้ อีกมือหนึ่งกำโทรศัพท์แน่น
“คุณ...มีสิทธิ์ถามงั้นเหรอ ผมเคยบอกแล้วไงว่า ผมจะอนุญาตให้คุณพูดก็ต่อเมื่อผมต้องการคำตอบเท่านั้น” น้ำเสียงดุดัน คมเข้ม ที่ดูเหมือนเป็นเจ้านายกับลูกน้องมากกว่าสามีภรรยาเสียมากกว่า
“แต่เร็ว ๆ นี้ จะมีงานสังคมที่จำเป็นต้องไปนะคะ ถ้าคุณดินไม่กลับ ฉันก็...” หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก เพราะตั้งแต่ออกงานมา เธอต้องออกร่วมงานสังคมในฐานะภรรยาตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่คนเดียวเสมอ จนคนในแวดวงธุรกิจ และกลุ่มมาเฟีย แต่พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอคือภรรยาที่ไม่ถูกรักของตระกูลมาเฟียเมอร์ลินนี่
“คุณนิชา จำเอาไว้...คุณแต่งงานกับผมเพื่อผลประโยชน์ตั้งแต่แรง เราสองคนไม่ได้มีความสำคัญที่ต้องมาคอยทำหน้าที่รักษาน้ำใจกัน รับได้ก็ดี ถ้ารับไม่ได้ ก็หย่าซะ... ผมไม่อยากทำอะไรเกินหน้าที่ อย่าให้ผมได้กลับประเทศไปจัดการคุณด้วยตัวเองเลยนะ เพราะผมสามารถทำลายได้ทุกอย่างแม้กระทั่ง...คนที่ชื่อภรรยา”
‘ตู๊ด...’
สายถูกตัดไป เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลง ถอนหายใจแรง นี่ไม่ใช่คำพูดเย็นชาที่เธอได้รับมาครั้งแรก แต่มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังจากการแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลมาเฟียเมอร์ลินนี่ต่างหาก
“ฉันควรชินได้แล้วรึเปล่านะ หรือฉันควรจะกระโดดจาระเบียงนี่ให้มันจบเรื่องไปดี” ระหว่างที่หญิงสาวที่ปัญหาทุกอย่างรุมเร้าทางความคิด
“นายหญิงครับ” เสียงทุ้มด้านหลังดังขึ้น
“คะ?” ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไปแล้วพบว่า...คน ๆ นั้นคือบอดี้การ์ดของเธอที่สามีส่งมาดูแลเธอเกือบปี คนที่คอยอยู่ข้างกายโดยไม่เคยเรียกร้องอะไรตอบแทบ
สายตาของเขาเลื่อนจากใบหน้าของเธอก่อนหลุบลงมายังโทรศํพท์ในมือ แล้วกลับไปสบตากับเธออีกครั้งด้วยสายตาเศร้าเล็กน้อย
“บอสโทรมาอีกแล้วเหรอครับ”
“อืม...” เธอพยักหน้า “เขาบอกให้ฉันไปงานสังคมเอง ทำหน้าที่ภรรยาด้วยตัวเองอีกแล้วน่ะ”
เมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มได้ยินก็ถึงกับกัดฟันแทนนายหญิงของตัวเอง
“บอสเขาเคยทำหน้าที่สามีของนายหญิงบ้างรึเปล่าครับ เคยพูดจาหวานปลอบประโลมนายหญิงบ้างไหม”
“อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ ยังไงเขาก็เจ้านายคุณด้วย”
“ทำไมครับ แต่ตอนนี้ผมคือบอดี้การ์ดนายหญิง ผมจะเชื่อฟังและดูแลแต่นายหญิงเท่านั้น ผมเป็นได้ทุกอย่างเพื่อนายหญิงครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มเดินเข้ามาใกล้เธอช้า ๆ
“อย่าเดินเข้ามา ฉันกลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้”
“ทำไมครับ มันทำให้นายหญิงรู้สึกผิดงั้นเหรอครับ?”
“ก็ฉันแต่งงานแล้ว นายก็รู้ดี”
“ผมรู้”
“ฉันคือภรรยาของบอสนายนะ”
“ผมก็รู้”
บอดี้การ์ดหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
“แล้วนายหญิงรักบอสเขารึเปล่าครับ”
“...” เธอใช้สายตามองเขาเงียบ ๆ อย่างชั่งใจ
“ไม่ต้องตอบผมก็ได้ครับ” มือซ้ายของเขายกขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะหยุดที่ข้างแก้มของเธอ ราวกับกำลังรอนายหญิงของตัวเองอนุญาต และเธอก็ไม่ได้ถอยหนีแต่อย่างใด
ปลายนิ้วของเขาจึงแตะลงบนแก้มอย่างอ่อนโยน สัมผัสเพียงเล็กน้อยนั่นพานทำให้ หัวใจที่เหี่ยวเฉาไม่ถูกใครรักจากในตระกูลเมอร์ลินนี้เต้นแรงกว่าที่ควรจะเป็น
หากจะพูดในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตมาจนทุกวันนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอยอมรับกับตัวเองว่า เขา...เป็นผู้ชายคนแรกที่สัมผัส และมอบความรักการดูแลให้เธอ และเธอเองก็รู้ตัวมาสักระยะแล้วว่า...หัวใจเธอเริ่มมีเขาแทรกกรายเข้ามาตั้งนานแล้ว
“นายหญิงสั่งให้ผมหยุดได้นะครับ” เขากระซิบข้างหูเธอ
“...”
“ถ้าคุณบอกให้หยุด ผมจะถอยทันทีตามที่นายหญิงสั่ง” เขายังพูดแต่มือนั่นก็ยังลูบวนที่พ่วงแก้มของเธอ เธอหลับตาลง
“แล้วถ้าฉันไม่พูดล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะถือว่านายหญิงกำลังเลือกผม”
เธอค่อย ๆ ลืมตาสบตาเขา
“สิ่งที่เรากำลังทำมันผิด”
“ผมรู้”
“ฉันเป็นภรรยาของคนอื่น”
“ผมรู้”
“ถ้าคนอื่นรู้”
“ผมจะรับผิดชอบเอง แม้ต้องแลกด้วยชีวิตครับ” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ก่อนจะพูดต่อ
“ผมไม่เคยขอให้นายหญิงทำลายชีวิตเพื่อผม หรือหนีไปกับผม แต่ถ้านายหญิงเลือกผม ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องรับผิดชอบคนเดียว และโดดเดี่ยวแบบนี้ครับ”
“คุณกำลังทำให้ฉันตัดสินใจเรื่องที่อาจจะย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้นะคะ”
“ครับ...เพราะผมรักนายหญิง” สุดท้ายประโยคนี้ก็ทะลายกำลังในใจของเธอ
“คุณ...”
“ลืมผู้ชายที่ไม่เคยแม้แต่จะปรากฏตัวในวันแต่งงานของนายหญิงเถอะครับ คืนนี้ไม่ต้องคิดถึงหน้าที่ของภรรยาของบอส ไม่ต้องคิดถึงตระกูลคาร์เทียร์ และไม่ต้องคิดถึงคำสั่งเขา ทิ้งไปให้หมด” มือของเขาเลื่อนลงมาประคองใบหน้าเธออย่างเบามือ
“คิดถึงแค่ตัวนายหญิงเอง ทำเพื่อตัวเองบ้างนะครับ”
เธอจ้องเขานิ่ง น้ำตาคลอยู่ในดวงตา ก่อนจะเป็นฝ่ายขยับเข้าไปหาเขาเอง
‘จูบแรก...เกิดขึ้นด้วยความลังเลในใจ’
แต่เมื่อริมฝีปากแยกออกจากกัน เธอกลับไม่ได้ถอยหนี เขาเองก็มองเธออีกครั้ง
“นายหญิงยังอยากสั่งให้ผมหยุดไหมครับ” เขาถามกับนายหญิงของตนอีกครั้ง และเธอก็ส่ายหน้าเบา ๆ เป็นคำตอบ
เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน และในค่ำคืนที่เหมือนเป็นการย่างก้าวข้ามศีลธรรมอันดีนี้ เธอตัดสินใจแล้วว่าหัวใจดวงนี้ที่เอาแต่ใช้ชีวิตคู่เพื่อตระกูลคาร์เทียร์ และเป็นภรรยาที่ดีของสามี(ที่ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้า) จะมอบให้คนที่ดูแลเธอ และคอยปกป้องเธอในยามที่เธออ้างว้างและเจ็บปวด อย่างเขาผู้ซึ่งเป็นบอดี้การ์ดข้างกายกัน
‘เฮือก...’
“ฉันฝันบ้าอะไรกันนะ หรือว่าอ่านนิยายมากไป” ฉันดีดตัวลุกขึ้นมานั่งหอบหายในเหนื่อย ในห้องนอนที่แสนแคบอย่างรูหนู
“นายหญิงผู้เลอโฉมแอบรักกับบอดี้การ์ดส่วนตัวนอกใจสามี นั่นสินะ...ถ้าเป็นฉัน...ฉันคง...” ฉันนั่งคิดถึงความเป็นจริงของโลก แต่สุดท้ายก็ยีหัวตัวเองจนผมยุ่งที่เอาแต่เพ้ออะไรไร้สาระ
“ฉันเป็นแค่ลูกคนใช้ในตระกูลคนรวย จะไปคิดแทนบทคุณหนูทำไมกันให้ปวดหัว เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องไกลตัวจะตายไป เว้นเสียงแต่...โลกถล่ม ดินทลาย หรือไม่...ฉันต้องสวมรอยแทนคุณหนูนิชา คุณหนูของตระกูลที่ฉันอาศัยอยู่นี้ แต่ไม่หรอกมันคงเป็นไปไม่ได้...”
ฝากกดเช้าชั้น คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กะหล่ำหมีด้วยนะคะ ^^
ตอนที่ 68ยอมรับภรรยาคนนี้เมื่อทางตระกูลคาร์เทียร์ได้ยินประโยคนั้นจากปากของคุณดิน ทุกคนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด ทว่า...คุณท่านก็ยังคงเอ่ยถามย้ำเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง"คุณดินคิดกับหนูฟ้าแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหมครับ แล้วเรื่องสลับตัว มันจะไม่กระทบความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลใช่ไหมครับ?""ถ้าทางตระกูลคาร์เทียร์ยินดีที่จะรับรองและประกาศว่าฟ้าเป็นลูกบุญธรรมของพวกคุณจริงๆ"คุณดินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่หนักแน่น"ผมเชื่อว่าพ่อกับแม่ของผมไม่มีปัญหาแน่นอนครับ อีกอย่างเรื่องในครอบครัวของผม คนที่ตัดสินใจเด็ดขาดที่สุดคือผม ไม่ใช่ใครหน้าไหน ดังนั้นไม่มีปัญหาอะไรต้องกังวลทั้งนั้นครับ"คำยืนยันที่หนักแน่นนั้นทำให้ทุกคนหันมามองหน้ากัน ก่อนที่รอยยิ้มแห่งความยินดีและโล่งใจจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนในตระกูลคาร์เทียร์ แม้แต่ตัวฉันเองที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เขายอมรับฉันจริงๆ สินะและตลอดเวลาที่เขาเอ่ยปากคุยกับผู้ใหญ่ ฝ่ามือหนาก็กอบกุมมือฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ความอบอุ่นนั้นไหลผ่านเข้ามาถึงขั้วหัวใจ ทำให้ฉันรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก และเริ่มคิดได้ว่า บางที 'คุณเงา'
ตอนที่ 67เกินคาดฉันไม่ได้ตาฝาดไปจริง ๆ นั่นมันรถสปอร์ตคันหรูของคุณดิน!เขามาที่นี่ได้ยังไงกัน ในเมื่อ...เมื่อเช้าคุณหัวหน้าแม่บ้านยังบอกฉันอยู่เลยว่าเขาโทรมาแจ้งว่าจะกลับมาถึงบ้านช่วงสาย ๆ หรือไม่ก็ค่ำ ๆ ของวันนี้ แต่นี่มันยังไม่เที่ยงวันด้วยซ้ำ!ฉันสติแตกไปชั่วขณะ พยายามจะดึงมือคุณยายให้เดินหลบออกไปทางสวนหลังบ้าน แต่เหมือนคุณดินจะไวและรู้ทันกว่ามาก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบก้าวเข้ามาดักหน้าพวกเราไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพจนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ราวกับลุกคุณเงาเข้าสิง"นิชา คุณกลับบ้านทำไมไม่บอกผมครับ?"เขาแสร้งทำเป็นเรียกชื่อ 'นิชา' ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าฉันคือ 'ฟ้า' เขากำลังเล่นละครปั่นหัวฉันชัด ๆ! และนี่มันต่อหน้าคุณยายของฉัน เขาจะแกล้งแรงเกินไปแล้วนะ!คุณยายได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ"นี่ไม่ใช่คุณหนูนิชาค่ะ นี่คือ 'ฟ้า' หลานสาวของดิฉันเอง คุณชายมาจากตระกูลใดกันคะ มาหาคุณท่านกับคุณหญิงเหรอ งั้นเดี๋ยวยายจะพาเข้าไปข้างในค่ะ"คุณดินคลายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะค้อมหัวลงเล็กน้อย"ผมแกล้งหยอกเล่นครับคุณยาย จริงๆ แล้วผมเป็นสามีของฟ้าครับ ผมชื่อดิน ลูก
หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารกันแล้วเสร็จ คุณท่านจึงสั่งให้แม่บ้านและพ่อบ้านทั้งหมดออกจากห้องอาหารบรรยากาศภายในห้องก็พลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ประตูกระจกบานใหญ่ถูกปิดลง เหลือเพียงคนในครอบครัว มีคุณท่าน คุณหญิง นิชา สามีของนิชา และฉัน"หนูฟ้า แม่ขอถามตรง ๆ นะ"คุณหญิงเอ่ยปากเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง"คุณดินเขารู้แล้วใช่ไหม ว่าหนูไม่ใช่นิชา คุณหนูแห่งตระกูลคาร์เทียร์"ฉันพยักหน้ารับช้าๆ"ค่ะ เขารู้แล้วค่ะคุณหญิง""นั่นไงล่ะ!"คุณท่านทุบโต๊ะเบาๆ คิ้วขมวดเป็นปม"แล้วทำไมในเมื่อเขารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ถึงยังไม่ยอมหย่าขาดให้มันจบ ๆ ไปซะทีล่ะ"นายท่านพูดขึ้นด้วยความสงสัย"คุณจะไปรู้ได้ยังไงคะ!"คุณหญิงหันไปค้อนใส่สามีทันควัน ก่อนจะพูดต่อ"ถ้าเขาขอหย่าขึ้นมาจริง ๆ ทางเรานี่แหละที่จะเดือดร้อนหนัก! คุณไม่รู้รึไงว่าการที่คุณดินยอมปิดเรื่องนี้ ไม่ให้คุณท่านกับคุณหญิงทางนู้นรู้ มันคือการช่วยประคองหน้าตาและธุรกิจของพวกเราอยู่แท้ ๆ แค่นี้คิดไม่ได้รึไงกันคะคุณ"คุณหญิงถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาครุ่นคิด"แต่ก็นั่นแหละ น้าเองก็เดาไม่ออกจริงๆ ว่าคุณดินเขาต้องการอะไรกันแน่""โอ๊ย! จะไป
ฉันนั่งเงียบกริบอยู่ในรถแท็กซี่ที่เรียกผ่านแอปมา แล้วกดปิดโทรศัพท์มือถือลงทันที เพราะกลัวว่า...จะมีใครโทรตาม หรือถูกสะกดรอยเช็กตำแหน่งจาก GPS สายตาฉันคอยเหลียวมองกระจกหลังอยู่เป็นระยะ เพราะเกรงว่ารถของคุณลุงคนขับรถฝั่งตระกูลเมอร์ลินจะไหวตัวทันแล้วขับตามมา"หวังว่าคุณลุงเขาจะไม่เห็นฉันนะ"ฉันพึมพำออกมา และยังคอยชะเง้อดู"มีอะไรรึเปล่าครับคุณ?"แท็กซี่เอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายของฉัน"ปะ...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่หันกลับไปคิดว่าลืมอะไรรึเปล่า"ฉันรีบส่ายหน้าปฏิเสธ พยายามระงับอาการเลิ่กลั่กรถแท็กซี่เคลื่อนตัวลัดเลาะเข้าสู่ย่านคนรวยอีกละแวกหนึ่ง ซึ่งเป็นถิ่นฐานที่ฉันเติบโตมาตั้งแต่จำความได้ คฤหาสน์ตระกูลคาร์เทียร์ตั้งเด่นสง่าอยู่เบื้องหน้า ความคิดคะนึงหาโถมทับเข้ามาในอกอย่างจัง ที่นี่คือสถานที่ที่มีแต่คนคุ้นเคยทั้งนั้น และที่สำคัญคือยังมี 'คุณยาย' ของฉันอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย"ไม่ได้กลับมานานแค่ไหนนะ แต่คุณหญิงก็คอยส่งมาบอกว่าคุณยายสบายดี"ทันทีที่รถจอดสนิท ฉันจัดการจ่ายค่าโดยสารแล้วก้าวลงมายืนมองรั้วบ้าน น้ำตาใส ๆ ที่กลั้นไว้ก่อนหน้าตั้งแต่ปากทางเข้าก็ไหลรินออกมาด้วยความอัดอั้น
ฉันเดินตรงไปนั่งที่โต๊ะอาหาร หัวหน้าแม่บ้านเห็นฉันก็รีบสสั่งให้แม่บ้านอีกคนนำจานอาหารออกมาจัดวางตรงหน้า“รีบเอาอาหารมาเสิร์ฟให้นายหญิงเร็วเข้า”“รับทราบค่ะ”จากนั้นเหล่าแม่บ้านก็นำอาหารที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว ทยอยวางตรงหน้าฉัน“ขอบคุณมากนะคะ”ฉันฝืนพยักหน้า ยิ้มรับอย่างเป็นมิตร และพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่า...เมื่อสายตาโฟกัสไปที่อาหารตรงหน้า ฉันก็ต้องแปลกใจ อาหารวันนี้จัดเต็มเต็มโต๊ะเหมือนเดิม แต่มันกลับดูหรูหรา วัตถุดิบพรีเมี่ยมมากกว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด‘แต่ก่อนก็ว่าหรูแล้ว แต่วันนี้ดันหรูเป็นพิเศษทั้งที่ไม่มีเขาอยู่ด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึง...’ฉันตักข้าวเข้าปาก ทานไปได้เรื่อย ๆ ก่อนจะทำเป็นเนียนเอ่ยปากถามหัวหน้าแม่บ้านที่ยืนดูแลอยู่ใกล้ๆ"คุณดินยังไม่กลับมาเหรอคะ""คุณดินโทรมาแจ้งว่าติดธุระด่วนน่ะค่ะ แล้วก็...อาหารบนโต๊ะมื้อนี้ คุณดินก็เป็นคนกำชับด้วยตัวเองเลยนะคะ ว่าให้ดิฉันจัดเตรียมไว้ให้นายหญิงทานเป็นพิเศษ" หัวหน้าแม่บ้านตอบพร้อมรอยยิ้มฉันเลิกคิ้วขึ้น เขาน่ะเหรอสั่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารหรูหราพวกนี้ไว้ให้ฉัน?เหอะ...พอคิดถึงคำพูดในโทรศัพท์เมื่อ
“คุณจะรีบลุกทำไมนี่มันเช้าอยู่เลย”เสียงแหบพร่านั้นเอ่ยขึ้นด้วยความงัวเงีย ก่อนจะพยายามปรือตามามองกัน“เพราะเช้าแล้วไงคะ เลยต้องตื่นก่อนที่ใครจะมาหาคุณดิน”“ไม่มีคนมาหาหรอก ถ้าผมไม่ได้สั่ง”“งั้น...คุณดินจะนอนต่อก็ได้นะคะ แต่ว่าฉันจะกลับบ้านก่อน”พอลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าเสร็จ ฉันก็เดินไปเก็บบรรดากระดุมและชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ ในขณะที่เขาก็หยิบกางเกงขึ้นมาสวมด้วยท่าทีสงบนิ่งทว่า... เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณดินก็ดังแหวกความเงียบขึ้นมาเขากดรับสายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเรียบนิ่ง เป็นน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยใช้กับฉันมาก่อนหน้านี้"ว่าไงครับ / ครับ / คิดถึงเหมือนกันครับ เดี๋ยวผมรีบไปหานะ / อาหารมือนี้ผมเลี้ยงเองครับ"คำพูดเพียงไม่กี่คำจากปากเขา ทำเอาฉันชะงักกึก ยืนกุมมือเข้าหากันแน่นจิกเล็บเข้าเนื้อ สองขาแทบหมดแรงยืน‘นั่นสินะ ยัยฟ้า แกกำลังคาดหวังอะไรอยู่? ความจริงก็คือแกเป็นแค่บทเมียบังหน้าที่เขาใช้บังหน้าธุรกิจ และเรื่องเมื่อคืนมันก็เป็นแค่หน้าที่ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น 'เมีย' ต้องทำก็เท่านั้นเอง เขาไม่ได้รัก ไม่ได้แคร์อะไรแกเลยสักนิด!’เราทั้งคู่ยังไ







