LOGIN“ค่ะพี่ปัท น่ารักจังเลยค่ะไม่ถือตัวสักนิด พุดชื่อพุดกรองนะคะ เรียกพุดเฉยๆ ได้เลยจ้ะ พุดเป็นหลานสาวของแม่ครัวที่นี่ ถ้าพี่ปัทต้องการอะไรก็บอกพุดได้เลยนะคะ” พุดกรองบอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะขอตัวจากไป เมื่อพาปิ่นปัทมาเข้ามาในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ปิ่นปัทมายืนหมุนคว้างอยู่กลางห้อง ลืมถามไปว่าจะนอนห้องไหน เธอวางกระเป๋าเสื้อผ้าใบขนาดย่อมลงบนพื้นขัดเงา ก่อนจะเดินสำรวจบ้าน บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ทั้งหลัง เครื่องเรือนทุกอย่างล้วนมีราคาแพง เธอมองแล้วคิดตามไปว่าเจ้าของคงหวงน่าดู
หญิงสาวกลับมายืนกลางห้องรับแขกอีกครั้ง เธอควรจะเริ่มทำงานบ้านก่อน ทำอาหารเอาไว้ให้เจ้าของบ้าน เผื่อเขากลับมาจะหิว ไม่รู้ว่าหลานของคุณนวลแขชอบทานอะไรเป็นพิเศษ เธอคิดว่าเขาคงไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร
ปิ่นปัทมาเข้าไปในห้องน้ำแล้วล้างหน้าล้างตา เธอไปเปิดตู้เย็นดู ดีใจที่มีอาหารสดและผักต่างๆ บรรจุเอาไว้ คิดไปว่าเจ้าของบ้านคงชอบทำอาหารเป็นแน่ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีอาหารเต็มตู้เย็นแบบนี้ เธอเหลือบมองห้องครัวกว้างแล้วอมยิ้ม ที่นี่มีของแห้งของสด เครื่องปรุงรสครบครัน อุปกรณ์เครื่องครัวก็สะดวกสบาย
เธอขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะเครื่องปรุงรสพวกนี้ยังไม่เปิดใช้งานด้วยซ้ำ หรือเจ้าของบ้านเพิ่งซื้อมาเติมใหม่กันนะ สงสัยไปก็ไม่มีคำตอบ จึงเลิกสนใจ แต่พอหันไปดูอุปกรณ์ทำครัวก็ยิ่งแปลกใจ เพราะทุกอย่างเหมือนไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน
“น่าแปลกจัง ทุกอย่างดูใหม่หมด” ปิ่นปัทมารีบจัดการทำอาหารเลิศรสไว้ให้เจ้าของบ้าน เธอทำอาหารเสร็จก็ทำความสะอาดบ้าน และอาบน้ำ ก่อนจะกลับมาอุ่นกับข้าวใหม่อีกครั้ง แต่เจ้าของบ้านก็ยังไม่กลับมาอยู่ดี เธอจัดโต๊ะอาหารเสร็จก็ไปนั่งรอที่โซฟา นั่งไปนั่งมาก็เอนตัวลงนอนเพราะความเหนื่อยล้าและง่วงงุน ในที่สุดนิทรารมย์แสนสุขก็มาเยือน เธอนอนขดตัวหลับไปบนโซฟาในที่สุด
ปิ่นปัทมารู้สึกว่าเธอกำลังโดนคุกคามหรือก่อกวนจากใครสักคน เธอครางประท้วง พลิกกายหนี มือหนาก็ยังตามมาดึงโน้นดึงนี่จนน่ารำคาญ ในที่สุดก็ต้องลืมตาตื่นในที่สุด เมื่อโดนรบกวนจนนอนหลับต่อไม่ได้อีก
“อือๆๆ” ปิ่นปัทมาทำท่าจะกรีดร้องแต่มือหนาตะปบปิดปากเธอเอาไว้ หญิงสาวตาโต กลิ่นกายของเพศชายทำให้เธอตัวสั่น แล้วรอบกายก็ดูมืดสลัวไร้แสงสว่าง แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนโซฟาแน่นอน เพราะที่เธอนอนทับอยู่เป็นเตียงกว้าง ร่างน้อยพยายามดิ้นรนเพื่อหาทางเอาตัวรอด แต่ดูเหมือนเขาจะยิ่งกดทับและกระชากเสื้อผ้าของเธอออกไปจนหมด ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของบุรุษนิรนาม มีเพียงสัมผัสที่เต็มไปด้วยความกระหายและดุดันเท่านั้น
“อื้อ...” หญิงสาวร้องครางอื้ออึงเมื่อริมฝีปากร้อนรุ่มบดจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี เธอถูกรวบแขนเอาไว้เหนือศีรษะทำให้ไม่สามารถผลักไสเขาได้ แล้วมือหนาอีกข้างก็นวดเฟ้นทรวงอกของเธอหนักๆ ไม่มีความทะนุถนอมอย่างที่ควรจะเป็น
“ปล่อยนะ!” เมื่อเขาปล่อยริมฝีปากให้เป็นอิสระ เธอก็รีบบอกเขาเสียงสั่นเทาด้วยความกลัว ไม่นะ! เธอคงจะไม่พลาดท่าเสียทีใครก็ไม่รู้ในสถานการณ์แบบนี้ใช่ไหม
ปิ่นปัทมาดิ้นรนแต่เธอก็สู้แรงเขาไม่ไหว ใบหน้าของเขาที่ก้มลงมาทำให้ดูไม่ชัด เธอยิ่งทำอะไรไม่ถูก เขาก้มลงมาอีกจนลมหายใจร้อนแรงเป่ารดอยู่ตรงซอกคอ แล้วเขาก็บดจูบ มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสซอกขาด้านในจนปิ่นปัทมาสะดุ้งสุดตัวเพราะไม่เคยให้ชายใดสัมผัสใกล้ชิดแบบนี้มาก่อน
อุ้งมือใหญ่ช้อนสะโพกกลมกลึงยกขึ้นมาก่อนจะแทรกกายเข้าไปตรงหว่างขาของคนใต้ร่าง หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อบางสิ่งบางอย่างที่แข็งแกร่งเสียดสีอยู่ตรงเนินสาว เธอไม่รู้เนื้อรู้ตัวสักนิดว่าโดนถอดเสื้อผ้าออกตอนไหน
ปิ่นปัทมากรีดร้องสุดเสียงเมื่อสิ่งนั้นคืบคลานเข้ามาในซอกทางรักของเธอ ทั้งแข็งกระด้างและใหญ่โตจนเธอส่ายหน้าไปมาเพื่อปฏิเสธ มือบางถูกกดเอาไว้บนศีรษะอย่างไร้อิสรภาพ เขาดูชะงักไปนิดเหมือนประหลาดใจ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ล่าถอยออกไป แค่ขยับกายออกห่างนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น... ให้เธอผ่อนคลาย แล้วเขาก็ฝากฝังลงมาอย่างไม่คิดปรานี
เธอกรีดร้องอีกครั้งเหมือนจุก ปิ่นปัทมาตัวแข็งค้างเด้งกายขึ้นด้วยความเจ็บปวด ไม่คิดว่าจะมาเสียตัวในสถานการณ์แบบนี้ เธอร้องไห้เบาๆ แต่คนบนร่างดูจะไม่สนใจสักนิด เขาเริ่มขยับ และคลายมือที่กดมือเธอเอาไว้ ก่อนจะเลื่อนไปกอบกุมสะโพกกลมกลึงดึงขึ้นมาให้รับแรงรักจากเขา มืออีกข้างที่ว่าง นวดเฟ้นทรวงสาวหนักๆ ริมฝีปากนั้นดูดดึงยอดอกอย่างหิวกระหาย
ปิ่นปัทมานอนร้องไห้น้ำตาไหลพราก เขาก็ตักตวงความสุขเอาจากร่างกายของเธอ เขาจับคางเธอเอาไว้ก่อนจะบดจูบหนักหน่วง ไม่มีคำปลอบโยน และความอ่อนโยนก็ไม่มี เขาเอาแต่ได้ แถมยังไม่คิดจะออมแรง ลมหายใจฟืดฟาดของเขาร้อนแรงจนเธอตัวสั่น
ช่วงหลังเขาเริ่มอ่อนโยนขึ้นมานิดหนึ่ง เธอคิดว่านิดเดียวเท่านั้น มือของเขายังลูบไล้ไม่ละห่าง เธอจิกมือกับที่นอนแน่น เบือนหน้าไปทางอื่นเขาก็จับคางกลับมาเพื่อบดจูบ สัมผัสได้ถึงความเอาแต่ใจของคนบนร่าง
ร่างน้อยถูกพลิกคว่ำพลิกหงายเหมือนตุ๊กตายาง ปิ่นปัทมาคร่ำครวญร้องขอความเมตตา อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงให้เร็วที่สุด แต่เขาก็ตักตวงเอากับเธอจนคุ้มค่าแทบตลอดทั้งคืน เธอจำไม่ได้ว่าหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นขึ้นมาเขาก็ยังขยับอยู่บนเรือนร่างของเธอ บ่งบอกได้ถึงความหิวกระหายที่ไร้ขีดจำกัด
หญิงสาวค่อนขอดเขาในใจ เขาทำตัวเหมือนคนอดอยากปากแห้ง แล้วพอเจอผู้หญิงก็ซัดใส่ไม่ยั้ง พรุ่งนี้เธอจะทำเช่นไรหนอ คนที่เอาแต่เสียใจคิดกลับไปกลับมาจนหลับไปอีกครั้งอย่างอ่อนเพลีย ในขณะที่หูแว่วได้ยินเสียงครางหนักๆ ของคนบนร่าง และบางสิ่งบางอย่างที่อุ่นร้อนปลดปล่อยเข้ามาในร่างกายของเธอจนหมดสิ้น
ในเวลานั้นปิ่นปัทมาได้แต่ยอมรับเพราะหมดแรงต้านทาน เธอรู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยแห้งผาก ทุกสิ่งทุกอย่างมันรวดเร็วจนแทบทั้งตั้งตัวไม่ทัน
ปิ่นปัทมาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว เธอตกใจเมื่อหันมองรอบกายแล้วเป็นเวลาสายมากแล้ว จึงรีบลุกขึ้นจากที่นอน แต่เพราะความเจ็บร้าวกลางกายทำให้เธอทรุดฮวบลงไปกองข้างเตียง
“โอ๊ย!” หญิงสาวอุทานกุมท้องน้อยของตัวเองเอาไว้ ก้มมองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกข่มเหงก็ร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตัวเอง ทำไมเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ จู่ๆ น้ำตาก็รินไหลออกมา เธอสูดหายใจเข้าปอดแรงๆ ปาดน้ำตาไปมาพยายามเข้มแข็งเอาไว้ เพราะไม่รู้จะเจอกับอะไรอีก
เธอพยายามรวบรวมแรงกำลังเพื่อจะเดินเข้าห้องน้ำ หาเสื้อคลุมอาบน้ำหรืออะไรสักอย่างมาห่อหุ้มร่างกาย ก่อนจะออกจากห้องนอนกว้างที่เธอถูกรังแกเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา กระเป๋าเสื้อผ้าของเธอยังวางอยู่ที่เดิมในห้องรับแขก โต๊ะอาหารที่เมื่อวานเธอจัดอาหารตั้งเอาไว้ มีร่องรอยของการกิน
ปิ่นปัทมาถอนใจเฮือกใหญ่ คนที่รังแกเธอเมื่อคืนคงไม่ใช่ใครที่ไหน คงเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ และที่สำคัญก็คือเป็นหลานชายของคุณนวลแข คนที่เธอต้องมาทำงานรับใช้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนไม่ดี รังแกได้แม้กระทั้งคนใช้ หญิงสาวเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระร่างกาย
“ป้าเลี้ยงเขมมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นคนจิตใจดี ไม่ใช่คนร้ายกาจหรือเลวร้ายอะไร อะไรที่เคยผ่านไปแล้วก็ขอให้ผ่านไปนะลูก ให้อภัยพี่เขาได้ไหม”“ค่ะคุณป้า” ปิ่นปัทมากราบท่าน“เขมเองก็เหมือนกัน รักและดูแลน้องให้ดีนะลูก เราเป็นผู้ชาย เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องดูแลภรรยากับลูกให้ดี”“ครับคุณป้า” เขมชาติกราบคนเป็นป้า และกอดท่านอีก“น้าฝากน้องด้วยนะคุณเขม และต้องขอโทษกับเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้น”“ไม่เป็นครับคุณน้า ผมรับปากว่าจะดูแลปิ่นปัทมาให้ดี”“น้าขอโทษนะปัท ขอโทษกับทุกเรื่อง น้ารักหนูนะลูก ขอให้หนูมีความสุขมากๆ หมั่นแวะไปเยี่ยมน้าบ้างนะ บางทีได้เห็นลูกๆ หลานๆ แล้วรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน”“ค่ะน้ารัต หนูจะพาเด็กๆ ไปเยี่ยมน้านะคะ”“ความดีของหนูจะทำให้หนูเจริญก้าวหน้า ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ และหนูจะเจอแต่คนที่คอยช่วยเหลือ น้าเชื่อแบบนั้นจ้ะ” รัตนากอดลูกเลี้ยงแนบอก“มีความสุขมากๆ นะเขม”“ขอบใจนะเพื่อน” เขมชาติขอบใจชานนท์ เขาเป็นเพื่อนรักที่เข้าใจและคบกันมานานตั้งแต่เด็ก“ขอให้คุณปัทมีความสุขมากๆ นะครับ ฝากเพื่อนผมด้วย เลี้ยงให้เหมือนเลี้ยงยายหนูเลยครับ ไอ้เขมมันชอบ” ชานนท์พูดติดตลก ปิ่นปัทมายิ้มขำ
“ดีแล้วจ้ะ พี่เห็นปลายมีความสุข พี่ก็มีความสุขมากนะรู้ไหม” ปิ่นปัทมาลูบศีรษะของน้องสาวไปมา“ปลายเองก็อยากเห็นพี่ปัทมีความสุขค่ะ แล้วคุณเขมเขาดีกับพี่ปัทหรือเปล่าคะ”“คุณเขมเขาน่ารักมากค่ะ ดูแลพี่อย่างดี เขารักลูกมาก กอดหอม อุ้ม อาบน้ำ” คนเล่าอมยิ้มจนแก้มปริ“ดีจังเลยค่ะ แรกๆ ที่ปลายเห็นคุณเขม ปลายไม่ชอบหน้าเลย” ปลายรุ้งย่นจมูก“พี่ก็กลัวคุณเขมจะแย่ ชอบทำหน้าดุเหมือยักษ์” คำพูดของพี่สาวทำให้ปลายรุ้งหัวเราะคิกๆ“จริงเหรอคะ แต่พี่ปัทเป็นคนมีความอดทนมากๆ เลยนะคะ แถมยังสามารถเปลี่ยนคุณเขมให้เป็นคนละคนได้ พี่นนท์เคยเล่าว่าคุณเขมนี่เย็นชากับทุกคนนะคะ โดยเฉพาะผู้หญิง แต่กับพี่ปัทดูเหมือนจะไม่ใช่ทั้งหมด”“ตอนแรกที่พี่ไปอยู่กับคุณเขม เขาก็ไม่ค่อยพูดกับพี่นะ ทำอย่างเดียว” ปิ่นปัทมาพูดแล้วหน้าแดง ไม่น่าเล่าเลย เพราะยายน้องสาวตัวแสบตาวาวขึ้นมาทันที“ทำอย่างเดียวนี่ทำอะไรคะ”“ก็กินอย่างเดียวไม่พูดไม่จา จะไปก็ไปน่ะ ไม่ได้บอกอะไรพี่ ให้เข้าใจเลย”“กินอะไรคะ กินอย่างเดียว กินพี่ปัทหรือเปล่า”“พอเลยเรา คิดอะไรทะลึ่ง เดี๋ยวหยิกให้เนื้อเขียวเลย”“คิกๆ พี่ปัทเขินด้วย” ปลายรุ้งหนีมือเล็กๆ ของพี่สาวด้านที่แ
“เหรอคะ” ปิ่นปัทมาไม่แน่ใจนัก“ไปด้วยกันสิคะ แพรวก็จะหาเพื่อนไปช่วยเด็ด คิดว่าจะเอาไปทำแกงส้มเหมือนกันค่ะ” รอยยิ้มอ่อนหวานของแพรวพรรณทำให้ปิ่นปัทมายิ้มรับ เธอเดินตามแพรวพรรณไปยังเขตรอยต่อระหว่างไร่“ที่นี่ดูรกจังนะคะ” ปิ่นปัทมาเอ่ยถาม สายลมที่พัดมาวูบหนึ่งทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านจนต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา“คุณแพรวคะ” ปิ่นปัทมาหันมาแพรวพรรณ แต่เธอก็โดนอีกฝ่ายใช้ไม้แข็งๆ ฟาดเข้าให้จนสติดับวูบลงไป“นังหน้าด้าน ถ้าไม่มีแก พี่เขมก็ต้องรักฉัน นังพี่สาวหน้าโง่มันตายไปแล้ว คนต่อไปก็คือแก ตายด้วยกันที่นี่แหละ ฮ่าๆๆ” แพรวพรรณหัวเราะเหมือนคนสติไม่ปกติ ก่อนจะลากร่างที่หมดสติไปยังพุ่มไม้อีกด้าน“แกได้ตายสมใจแน่ แล้วสุดท้ายคนที่ได้ครอบครองพี่เขมก็คือฉัน รอหน่อยนะพี่พิมพ์ ฉันจะส่งเพื่อนไปอยู่กับพี่”แพรวพรรณพูดเสียงเหี้ยม ในเมื่อเธอเคยฆ่าพี่สาวตัวเองตายมาแล้ว แถมยังไม่มีใครล่วงรู้ ตำรวจก็แค่มาสอบปากคำตามหน้าที่ แล้วเรื่องก็เงียบหายไป แล้วทำไมเธอจะฆ่าอีกสักคนไม่ได้ เพราะมันคือเซี้ยนหนามตำใจของเธอฆ่าศพแรกได้ ศพที่สองก็ต้องได้ ในเมื่อตำรวจหน้าโง่ยังสืบไม่รู้เลยว่าเธอเป็นคนฆ่า แพรวพรรณก็เหมือนมนุษ
ไหล่ของเธอหู่ลงในท่านอนตะแคง ก่อนที่เสียงสะอื้นจะหลุดออกมา“ฉันไม่ได้...” เหมือนก้อนอะไรสักอย่างแล่นมาจุกที่ลำคอของเขา เขมชาติไม่เคยรู้ตัวว่าละเมอถึงพิมพ์อร เขาแค่ฝันร้ายถึงเธอในระยะหลังๆ นี้เท่านั้น“ถ้าคุณเขมยังลืมเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมาบอกรักปัท ปัทคงจะเจ็บน้อยกว่าที่รู้ว่าคุณเขมรักผู้หญิงคนอื่น ดีกว่าพูดจาหลอกลวงให้ปัทเข้าข้างตัวเองไปวันๆ ว่าคุณรักปัท”“ปัท คือว่าฉัน...” เขาวางมือบนไหล่บอบบางของเธอ ปิ่นปัทมาปัดมันออกไปเสีย“ปัทรู้ดีว่าเรื่องที่คุณพิมพ์อรหายไป ทำให้คุณเป็นห่วงเธอ ถ้าคุณเป็นห่วงเธอก็ออกไปตามหาเธอสิคะ อย่ามัวมานอนละเมอพร่ำเพ้อถึงเธออยู่เลย”“ปิ่นปัทมา เธอกำลังเข้าใจผิด” เขมชาติพยายามใจเย็นให้มากที่สุด“คุณไม่ต้องพูดให้ปัทรู้สึกดีๆ หรอกค่ะ ถ้ามันไม่ได้มาจากใจของคุณจริงๆ ส่วนเรื่องลูก คุณไม่ต้องกังวลว่าปัทจะพรากยายหนูไปจากคุณ”“ฟังฉันให้ดีนะปิ่นปัทมา ฉันอยากให้เธอฟังฉันสักนิด แล้วหยุดร้องไห้ได้แล้ว” เขาดึงไหล่ดื้อดึงของเธอมาหา ก่อนจะเชยคางมนให้เงยขึ้นสบ แล้วปาดน้ำตาให้“ฉันไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ฉันรักเธอ ส่วนเรื่องที่ฉันนอนละเมอถึงเค้า ฉันไม่รู้จริงๆ แต่ถ้าฉันละเม
“ตำรวจก็ตั้งข้อสงสัยไป เรื่องชู้สาว ขัดผลประโยชน์ หรือเคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร เราไม่ได้ทำเราบริสุทธิ์ใจซะอย่าง ไม่เห็นต้องกลัวอะไร”“หลายคืนมานี้ฉันฝันไม่ดีเลยว่ะแก” เขมชาติวางมือจากอาหารตรงหน้า เขาหันหน้าไปหาเพื่อนที่หย่อนหมูใส่กระทะและกระโดดไปอยู่อีกฟากหนึ่ง สะโพกแกร่งพิงไปกับโต๊ะที่วางอุปกรณ์ทำครัว“แกฝันไม่ดียังไง”“ฉันฝันถึงพิมพ์อร เห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้า เลือดท่วมไปหมด”“เฮ้ย! แกคิดมากไปหรือเปล่า ฝันร้ายอาจจะกลายเป็นดีก็ได้” ชานนท์ปลอบใจเพื่อน แต่เขาก็สังหรณ์ใจแปลกๆ การหายตัวไปของพิมพ์อรไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมถึงฝันแบบนั้น”“แกเล่าให้คุณปัทฟังหรือเปล่าวะ”“ไม่ได้เล่า ฉันไม่อยากให้เขาไม่สบายใจน่ะ”“เออๆๆ แกคิดมากไปแหละฉันว่า ทำกับข้าวต่อดีกว่า เดี๋ยวเมียหิว” ชานนท์ตบไหล่เพื่อนไปมา เขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจเรื่องพิมพ์อรอาหารเย็นผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่น วันนี้คุณนวลแขมาทานอาหารกับลูกๆ หลานๆ เช่นกัน ท่านดูมีความสุขที่ได้อุ้มหลานสักที และดูเหมือนจะรักเด็กหญิงเขมจิราเหลือเกิน ได้อุ้มได้กอดได้หอมก็ไม่ยอมวาง ส่งเข้านอนโน้นแหละถึงจะกลับบ้านไปได้ แถมยังอมยิ้มทั้งวั
“แกเบื่อเหรอวะ” ชานนท์เอ่ยถาม“เปล่า ฉันอยากให้เขาอยู่กับฉันแล้วยิ้ม สุขภาพจิตดี มีความสุข” พูดถึงภรรยาแล้วเขมชาติก็เผลอยิ้ม ชานนท์ชะโงกหน้ามองเพื่อน อีกฝ่ายถลึงตาใส่ ชานนท์ถึงกับหัวเราะอย่างขบขัน“แหม... ไอ้เขม น้อยๆ หน่อยแก”“จริงๆ นะโว้ย! หรือแกอยากให้ปลายรุ้งหน้าหงิกใส่แกทุกวัน”“ไม่อยากให้หน้าหงิกหรอก ต้องออกแรงปล้ำเหนื่อยว่ะกว่าจะได้นอน ปาเข้าไปตีสาม”“แกทำอะไร”“วิ่งไล่จับ”“บ้ารึ วิ่งไล่จับตีสามไม่ได้นอน”“ฉันไม่ได้กลัวเมียจริงๆ นะโว้ย ตัวเท่าลูก... หมา” คำหลังเบาแสนเบา“ปลายได้ยินแล้วใช่ไหม ไอ้นนท์บอกว่าเราเป็นหมา”“เฮ้ย! ไม่ใช่ ไอ้เขมบ้า พี่นนท์ล้อเล่น ใครบอกกันล่ะ ปลายตัวเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้กอดแล้วอุ๊นอุ่น” ชานนท์หันไปที่ประตูหลับหูหลับตายกมือไหว้ท่วมหัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง“ไอ้เขมบ้า ไหนปลายไม่มีสักหน่อย แกหลอกฉัน แกล้งให้ฉันหน้าแตกเหรอวะ” ชานนท์หน้าบึ้ง เขาเผลอแสดงความเกรงใจเมียออกมาเต็มๆ“ไหนแกบอกไม่กลัวเมีย ยกมือไหว้ท่วมหัวนะแก”“ฝากไว้ก่อน อย่าให้ถึงทีฉันบ้างล่ะ” ชานนท์คาดโทษเพื่อนเอาไว้“ไม่รับฝาก อยากเอาคืนก็เอาเลย”“ดี คืนนี้ฉันจะฟ้องคุณปัทให้ไล่แกออกมานอนนอกห้อ







