تسجيل الدخول“เราคงต้องไปนอนข้างถนน ฮือๆๆ เป็นคนผิดของน้าเอง น้ามันไม่ดีเอง ไม่น่าไปหลงเชื่อคนอื่นง่ายๆ เลย แรกๆ ตอนเล่นก็ได้นะปัท แต่พอเล่นไปมันยิ่งเสีย” รัตนาแกล้งตีอกชกตัว แสดงละครตีบทแตกจนปิ่นปัทมารีบเข้าไปจับไม้จับมือห้ามปรามเอาไว้ด้วยความสงสาร
“น้ารัตอย่าทำร้ายตัวเองสิคะ เราจะขอผัดผ่อนหนี้สินไปก่อนไม่ได้เหรอคะ เดี๋ยวปัทจะหาเงินมาช่วยใช้หนี้ เราช่วยๆ กันคงใช้หนี้หมด เอาบ้านและที่ดินคืนมา อีกอย่างเท่าที่ดูคุณนายก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกรรมอะไรมากมายนะคะ เพราะจริงๆ ตอนนี้ถ้าบ้านหลุดจำนองแล้ว คุณนายก็คงมายึดและไล่เราไปแล้ว แต่ท่านก็ยังปรานีให้เราอยู่ที่นี่ต่ออีก”
“ใครบอกว่าใจดีกันล่ะ เจ้าหนี้ก็หน้าเลือดหมดนั่นแหละ” รัตนายืนขึ้นหันหลังให้ปิ่นปัทมา ไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นสีหน้าแววตาของเธอเวลาพูด เดี๋ยวจะโดนจับโกหกได้
“นี่ปัทรู้ไหมลูก ยายคุณนายนั่นยืนคำขาดจะให้เราย้ายออกไปแล้วนะ จะขอผัดผ่อนหาเงินมาใช้ก็ไม่ยอม” รัตนาหันมาทำสีหน้าจริงจังในขณะที่น้ำตายังไหลพรากอาบแก้ม
“จริงเหรอคะน้ารัต”
“จริงสิ น้าจะโกหกเราทำไม เจ้าหนี้อย่างคุณนายน่ะหน้าเลือดเค็มยิ่งกว่าเกลือในมหาสมุทร ที่เราเห็นน่ะแค่เปลือกนอก จริงๆ ไม่ได้แสนดีแบบนั้นหรอก”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะนี่” ปิ่นปัทมาพูดอย่างเป็นกังวล กลายเป็นเข้าทางรัตนาทันที อีกฝ่ายลอบเหยียดยิ้ม รอโอกาสให้ลูกเลี้ยงถามแบบนี้มานานแล้ว
“ก็มีทางอยู่นะ แต่น้าเกรงใจปัทน่ะ” รัตนาแกล้งถอนใจ เหมือนไม่อยากพูดเพราะเกรงอกเกรงใจเหลือเกิน
“เกรงใจปัทหมายความว่ายังไงคะ” ปิ่นปัทมาถามอย่างสงสัย เพราะท่านพูดเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับเธอโดยตรง หรือต้องให้เธอไปทำอะไร ถึงจะช่วยครอบครัวได้
“คุณนวลแขเค้าอยากให้ปัทไปทำงานขัดดอกที่บ้านเค้าน่ะ น้าคิดว่าเป็นการเอาเปรียบปัท น้าเลยไม่ได้รับปากเค้าไปหรอกนะ” รัตนาพูดแล้วถอนใจ เหมือนไม่อยากให้ปิ่นปัทมาไป
“โธ่... เรื่องแค่นี้เอง เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะคะน้ารัต ปัทยินดีค่ะ แต่น้าต้องสัญญาว่าจะไม่เล่นการพนันอีกนะคะ ปัทว่าถ้าไปทำงานที่นั่นปัทก็จะขอทำขนมส่งขายด้วยจะได้ใช้หนี้ไปพรางๆ น้ารัตว่าดีไหมคะ แต่ปัทไม่แน่ใจว่าคุณนายจะยอมหรือเปล่า แต่ถ้าไปทำงานบ้าน พอทำหน้าที่ตัวเองเสร็จ เราก็น่าจะขออนุญาตทำงานเราด้วย จะได้มีเงินเพิ่มขึ้นมาอีก หนี้สินจะได้หมดเร็วๆ” ปิ่นปัทมาคิดในทางที่ดีเสมอ
“ได้สิจ๊ะ ปัทนี่ช่างเป็นคนดีจริงๆ สมกับที่น้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย น้าสัญญาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขพวกนั้นอีกแล้ว เดี๋ยวน้าบอกคุณนายให้นะว่าปัทจะทำขนมส่งขายด้วย หลังจากทำงานที่บ้านเสร็จแล้ว” รัตนาสวมกอดยิ้มอย่างสาสมใจ โดยที่ปิ่นปัทมาไม่มีโอกาสได้เห็นหรือนึกเฉลียวใจสักนิดว่ามันจะมีเงื่อนไขมากกว่านั้น
“ฝากน้ารัตบอกคุณนายให้ด้วยนะคะ ได้ไม่ได้ยังไงจะได้รู้กันไปค่ะ เพราะถ้าไม่ได้จะได้หาลู่ทางอื่นหาเงินอีก”
“ได้สิจ๊ะ น้าว่าคุณนายคงต้องอนุญาตแน่นอน” รัตนาเหยียดปากใส่ลูกเลี้ยงสาวขณะกอดรัดอีกฝ่ายเอาไว้
หึ! คงมีเวลาทำขนมหรอกนะ เวลานอนยังไม่รู้จะมีหรือเปล่า เค้าจะให้ไปผลิตลูกให้เค้าแบบนั้น
แต่ช่างเถอะ! ขอให้ปิ่นปัทมารับปากว่าจะไป อย่างอื่นเธอก็เออออห่อหมกไปแบบนั้นเอง พอไปถึงไม่ได้ทำขนมส่งขายจริงๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าเธอได้ทำตามข้อเสนอของเจ้าหนี้เรียบร้อยแล้ว เรื่องจะได้ทำขนมหรือไม่ได้ทำ ปิ่นปัทมาก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเอาเอง มันไม่ใช่ปัญหาของเธอแล้วนี่นา
“ถ้าอย่างนั้นน้าจะบอกคุณนายนวลแขเลยนะจ๊ะว่าปัทตกลง” รัตนารีบบอกลูกเลี้ยงสาว ตกลงกันให้เสร็จสรรพ เพราะตอนนี้ปลายรุ้งไม่อยู่ เรียกว่าทางสะดวก
“เค้าจะยกหนี้ให้เราทั้งหมดเลยเหรอคะ” ปิ่นปัทมาถามซ้ำอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ
“ใช่จ้ะ แค่ปัทไปทำงานกับเค้าก็พอ ไม่กี่เดือนก็ปลดหนี้ได้แล้ว น้าบอกว่าปัทเก่งหลายอย่าง ทั้งทำอาหาร ทำขนม งานบ้านได้ทุกอย่าง บัญชีก็ได้ ปัทจบมาด้านนี้ คุณนายมีกิจการตั้งมากมายคงอยากหาคนไปช่วยจ้ะ”
รัตนาพูดโกหกทั้งเพ คนที่ดำเนินแผนการสำเร็จหัวใจพองโตคับอก เพราะจะได้บ้านและที่ดินกลับคืนมา เพราะสมบัติชิ้นนี้มันมีราคามากกว่าค่าตัวของปิ่นปัทมาด้วยซ้ำไป ปิ่นปัทมาจะไปเป็นอะไร โดนปู้ยี้ปู้ยำขนาดไหน ก็ไม่เกี่ยวกับเธอนี่นา แค่ลูกเลี้ยงถามอะไรเธอก็บอกว่าได้หมด ให้อีกฝ่ายรีบเดินทางไปอยู่บ้านโน้นให้เร็วที่สุด แค่นี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว
ปิ่นปัทมาเองก็ไม่อยากให้บ้านและที่ดินของบิดาต้องตกไปเป็นของใคร แค่ไปทำงานใช้หนี้เดี๋ยวก็คงหมดหนี้ ได้กลับมาอยู่บ้านตัวเองอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่าว่าอนาคตของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง!!!
ปิ่นปัทมามองบ้านหลังใหญ่ของคุณนวลแขด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง รัตนาผู้เป็นมารดาเลี้ยงบอกว่าแค่มาทำงานที่นี่ หนี้สินทุกอย่างก็จะหมดสิ้น เธอไม่อยากให้สมบัติชิ้นสุดท้ายหลุดลอยไป เพราะมีบ้านอยู่อย่างน้อยก็มีที่นอน ดีกว่าไปนอนข้างถนนหรือเช่าคนอื่นอยู่ ส่วนเรื่องอุปกรณ์ทำขนมนั้น รัตนาบอกว่าค่อยเอามาวันหลัง ให้เข้ามาอยู่ในบ้านของคุณนวลแขและตกลงอะไรกันให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งเธอก็เห็นด้วย เพราะอย่างไร ท่านก็คุยกับคุณนวลแขแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร
“มาแล้วรึ” คุณนวลแขขยับแว่นมองร่างที่นั่งพับเพียบบนพื้น หลังจากที่สาวใช้เชิญเข้ามาในบ้าน ปิ่นปัทมายกมือขึ้นพนมเพื่อไหว้เจ้าหนี้รายใหญ่ แต่แท้ที่จริงเธอเห็นว่าอีกฝ่ายมีอายุมากกว่าจึงทำความเคารพตามสมควร
“ค่ะคุณนาย จะให้ปัททำอะไรบ้างคะ” ปิ่นปัทมาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ เพราะมารดาเลี้ยงบอกว่าคุณนวลแขจะให้ช่วยทำงานบ้านและทำบัญชีเล็กๆ น้อยๆ ในไร่ของหลานชายท่าน
“ฉันให้เธอไปอยู่กับหลานชายของฉัน ก็ทำทุกอย่างแหละ รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไรบ้าง” คุณนวลแขเอ่ยถาม เพราะรัตนาบอกว่าปิ่นปัทมาทราบเงื่อนไขทุกอย่างแล้ว จึงไม่อยากอธิบายให้มากความ
“น้ารัตบอกแล้วค่ะ” ปิ่นปัทมารับคำ เพราะถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็ทำอย่างที่รัตนาพูดไว้แต่แรก จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายกันอีก เพราะดูแล้วคุณนวลแขก้มดูนาฬิกาข้อมือเรือนหรูหลายครั้งแล้ว คงจะรีบออกไปธุระข้างนอก
“งั้นก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ฉันเองก็กำลังจะออกไปธุระข้างนอก เธอตามแม่พุดกรองไปที่บ้านหลานชายฉันแล้วกัน อยู่อีกหลังไม่ไกลจากที่นี่มากนัก คงต้องเดินกันอีกหน่อยนะ”
คุณนวลแขลุกขึ้น หยิบกระเป๋าแบรนด์ดังคล้องเข้าที่แขนเตรียมออกจากบ้าน และตอนนี้คนขับรถก็เอารถมารอรับอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ค่ะคุณนาย” ปิ่นปัทมารับคำก่อนจะเดินตามสาวใช้ไปบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งไม่ไกลกันนัก เธอปาดเหงื่อด้วยความเหนื่อย รู้สึกกระหายน้ำเอามากๆ เพราะหลังจากตอบตกลง มารดาเลี้ยงก็ช่วยเก็บข้าวของทันที บอกว่าคุณนวลแขต้องการให้เธอมาทำงานเร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไหร่ หนี้สินก็จะหมดลงไปเร็วเท่านั้น ระยะเวลาของการทำงานก็แค่ปีเดียวเท่านั้น โดยปิ่นปัทมาไม่รู้เลยว่าปีเดียวสำหรับเธอแล้ว คือการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ
“คุณปัทมีอะไรสงสัยก็ถามพุดได้นะจ๊ะ” พุดกรองเอ่ยบอกอย่างมีไมตรีจิต
“ไม่ต้องเรียกคุณหรอกจ้ะ เรียกพี่ปัทก็ได้” ปิ่นปัทมาบอกอย่างใจดี
“ป้าเลี้ยงเขมมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นคนจิตใจดี ไม่ใช่คนร้ายกาจหรือเลวร้ายอะไร อะไรที่เคยผ่านไปแล้วก็ขอให้ผ่านไปนะลูก ให้อภัยพี่เขาได้ไหม”“ค่ะคุณป้า” ปิ่นปัทมากราบท่าน“เขมเองก็เหมือนกัน รักและดูแลน้องให้ดีนะลูก เราเป็นผู้ชาย เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องดูแลภรรยากับลูกให้ดี”“ครับคุณป้า” เขมชาติกราบคนเป็นป้า และกอดท่านอีก“น้าฝากน้องด้วยนะคุณเขม และต้องขอโทษกับเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้น”“ไม่เป็นครับคุณน้า ผมรับปากว่าจะดูแลปิ่นปัทมาให้ดี”“น้าขอโทษนะปัท ขอโทษกับทุกเรื่อง น้ารักหนูนะลูก ขอให้หนูมีความสุขมากๆ หมั่นแวะไปเยี่ยมน้าบ้างนะ บางทีได้เห็นลูกๆ หลานๆ แล้วรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน”“ค่ะน้ารัต หนูจะพาเด็กๆ ไปเยี่ยมน้านะคะ”“ความดีของหนูจะทำให้หนูเจริญก้าวหน้า ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ และหนูจะเจอแต่คนที่คอยช่วยเหลือ น้าเชื่อแบบนั้นจ้ะ” รัตนากอดลูกเลี้ยงแนบอก“มีความสุขมากๆ นะเขม”“ขอบใจนะเพื่อน” เขมชาติขอบใจชานนท์ เขาเป็นเพื่อนรักที่เข้าใจและคบกันมานานตั้งแต่เด็ก“ขอให้คุณปัทมีความสุขมากๆ นะครับ ฝากเพื่อนผมด้วย เลี้ยงให้เหมือนเลี้ยงยายหนูเลยครับ ไอ้เขมมันชอบ” ชานนท์พูดติดตลก ปิ่นปัทมายิ้มขำ
“ดีแล้วจ้ะ พี่เห็นปลายมีความสุข พี่ก็มีความสุขมากนะรู้ไหม” ปิ่นปัทมาลูบศีรษะของน้องสาวไปมา“ปลายเองก็อยากเห็นพี่ปัทมีความสุขค่ะ แล้วคุณเขมเขาดีกับพี่ปัทหรือเปล่าคะ”“คุณเขมเขาน่ารักมากค่ะ ดูแลพี่อย่างดี เขารักลูกมาก กอดหอม อุ้ม อาบน้ำ” คนเล่าอมยิ้มจนแก้มปริ“ดีจังเลยค่ะ แรกๆ ที่ปลายเห็นคุณเขม ปลายไม่ชอบหน้าเลย” ปลายรุ้งย่นจมูก“พี่ก็กลัวคุณเขมจะแย่ ชอบทำหน้าดุเหมือยักษ์” คำพูดของพี่สาวทำให้ปลายรุ้งหัวเราะคิกๆ“จริงเหรอคะ แต่พี่ปัทเป็นคนมีความอดทนมากๆ เลยนะคะ แถมยังสามารถเปลี่ยนคุณเขมให้เป็นคนละคนได้ พี่นนท์เคยเล่าว่าคุณเขมนี่เย็นชากับทุกคนนะคะ โดยเฉพาะผู้หญิง แต่กับพี่ปัทดูเหมือนจะไม่ใช่ทั้งหมด”“ตอนแรกที่พี่ไปอยู่กับคุณเขม เขาก็ไม่ค่อยพูดกับพี่นะ ทำอย่างเดียว” ปิ่นปัทมาพูดแล้วหน้าแดง ไม่น่าเล่าเลย เพราะยายน้องสาวตัวแสบตาวาวขึ้นมาทันที“ทำอย่างเดียวนี่ทำอะไรคะ”“ก็กินอย่างเดียวไม่พูดไม่จา จะไปก็ไปน่ะ ไม่ได้บอกอะไรพี่ ให้เข้าใจเลย”“กินอะไรคะ กินอย่างเดียว กินพี่ปัทหรือเปล่า”“พอเลยเรา คิดอะไรทะลึ่ง เดี๋ยวหยิกให้เนื้อเขียวเลย”“คิกๆ พี่ปัทเขินด้วย” ปลายรุ้งหนีมือเล็กๆ ของพี่สาวด้านที่แ
“เหรอคะ” ปิ่นปัทมาไม่แน่ใจนัก“ไปด้วยกันสิคะ แพรวก็จะหาเพื่อนไปช่วยเด็ด คิดว่าจะเอาไปทำแกงส้มเหมือนกันค่ะ” รอยยิ้มอ่อนหวานของแพรวพรรณทำให้ปิ่นปัทมายิ้มรับ เธอเดินตามแพรวพรรณไปยังเขตรอยต่อระหว่างไร่“ที่นี่ดูรกจังนะคะ” ปิ่นปัทมาเอ่ยถาม สายลมที่พัดมาวูบหนึ่งทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านจนต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา“คุณแพรวคะ” ปิ่นปัทมาหันมาแพรวพรรณ แต่เธอก็โดนอีกฝ่ายใช้ไม้แข็งๆ ฟาดเข้าให้จนสติดับวูบลงไป“นังหน้าด้าน ถ้าไม่มีแก พี่เขมก็ต้องรักฉัน นังพี่สาวหน้าโง่มันตายไปแล้ว คนต่อไปก็คือแก ตายด้วยกันที่นี่แหละ ฮ่าๆๆ” แพรวพรรณหัวเราะเหมือนคนสติไม่ปกติ ก่อนจะลากร่างที่หมดสติไปยังพุ่มไม้อีกด้าน“แกได้ตายสมใจแน่ แล้วสุดท้ายคนที่ได้ครอบครองพี่เขมก็คือฉัน รอหน่อยนะพี่พิมพ์ ฉันจะส่งเพื่อนไปอยู่กับพี่”แพรวพรรณพูดเสียงเหี้ยม ในเมื่อเธอเคยฆ่าพี่สาวตัวเองตายมาแล้ว แถมยังไม่มีใครล่วงรู้ ตำรวจก็แค่มาสอบปากคำตามหน้าที่ แล้วเรื่องก็เงียบหายไป แล้วทำไมเธอจะฆ่าอีกสักคนไม่ได้ เพราะมันคือเซี้ยนหนามตำใจของเธอฆ่าศพแรกได้ ศพที่สองก็ต้องได้ ในเมื่อตำรวจหน้าโง่ยังสืบไม่รู้เลยว่าเธอเป็นคนฆ่า แพรวพรรณก็เหมือนมนุษ
ไหล่ของเธอหู่ลงในท่านอนตะแคง ก่อนที่เสียงสะอื้นจะหลุดออกมา“ฉันไม่ได้...” เหมือนก้อนอะไรสักอย่างแล่นมาจุกที่ลำคอของเขา เขมชาติไม่เคยรู้ตัวว่าละเมอถึงพิมพ์อร เขาแค่ฝันร้ายถึงเธอในระยะหลังๆ นี้เท่านั้น“ถ้าคุณเขมยังลืมเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมาบอกรักปัท ปัทคงจะเจ็บน้อยกว่าที่รู้ว่าคุณเขมรักผู้หญิงคนอื่น ดีกว่าพูดจาหลอกลวงให้ปัทเข้าข้างตัวเองไปวันๆ ว่าคุณรักปัท”“ปัท คือว่าฉัน...” เขาวางมือบนไหล่บอบบางของเธอ ปิ่นปัทมาปัดมันออกไปเสีย“ปัทรู้ดีว่าเรื่องที่คุณพิมพ์อรหายไป ทำให้คุณเป็นห่วงเธอ ถ้าคุณเป็นห่วงเธอก็ออกไปตามหาเธอสิคะ อย่ามัวมานอนละเมอพร่ำเพ้อถึงเธออยู่เลย”“ปิ่นปัทมา เธอกำลังเข้าใจผิด” เขมชาติพยายามใจเย็นให้มากที่สุด“คุณไม่ต้องพูดให้ปัทรู้สึกดีๆ หรอกค่ะ ถ้ามันไม่ได้มาจากใจของคุณจริงๆ ส่วนเรื่องลูก คุณไม่ต้องกังวลว่าปัทจะพรากยายหนูไปจากคุณ”“ฟังฉันให้ดีนะปิ่นปัทมา ฉันอยากให้เธอฟังฉันสักนิด แล้วหยุดร้องไห้ได้แล้ว” เขาดึงไหล่ดื้อดึงของเธอมาหา ก่อนจะเชยคางมนให้เงยขึ้นสบ แล้วปาดน้ำตาให้“ฉันไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ฉันรักเธอ ส่วนเรื่องที่ฉันนอนละเมอถึงเค้า ฉันไม่รู้จริงๆ แต่ถ้าฉันละเม
“ตำรวจก็ตั้งข้อสงสัยไป เรื่องชู้สาว ขัดผลประโยชน์ หรือเคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร เราไม่ได้ทำเราบริสุทธิ์ใจซะอย่าง ไม่เห็นต้องกลัวอะไร”“หลายคืนมานี้ฉันฝันไม่ดีเลยว่ะแก” เขมชาติวางมือจากอาหารตรงหน้า เขาหันหน้าไปหาเพื่อนที่หย่อนหมูใส่กระทะและกระโดดไปอยู่อีกฟากหนึ่ง สะโพกแกร่งพิงไปกับโต๊ะที่วางอุปกรณ์ทำครัว“แกฝันไม่ดียังไง”“ฉันฝันถึงพิมพ์อร เห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้า เลือดท่วมไปหมด”“เฮ้ย! แกคิดมากไปหรือเปล่า ฝันร้ายอาจจะกลายเป็นดีก็ได้” ชานนท์ปลอบใจเพื่อน แต่เขาก็สังหรณ์ใจแปลกๆ การหายตัวไปของพิมพ์อรไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมถึงฝันแบบนั้น”“แกเล่าให้คุณปัทฟังหรือเปล่าวะ”“ไม่ได้เล่า ฉันไม่อยากให้เขาไม่สบายใจน่ะ”“เออๆๆ แกคิดมากไปแหละฉันว่า ทำกับข้าวต่อดีกว่า เดี๋ยวเมียหิว” ชานนท์ตบไหล่เพื่อนไปมา เขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจเรื่องพิมพ์อรอาหารเย็นผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่น วันนี้คุณนวลแขมาทานอาหารกับลูกๆ หลานๆ เช่นกัน ท่านดูมีความสุขที่ได้อุ้มหลานสักที และดูเหมือนจะรักเด็กหญิงเขมจิราเหลือเกิน ได้อุ้มได้กอดได้หอมก็ไม่ยอมวาง ส่งเข้านอนโน้นแหละถึงจะกลับบ้านไปได้ แถมยังอมยิ้มทั้งวั
“แกเบื่อเหรอวะ” ชานนท์เอ่ยถาม“เปล่า ฉันอยากให้เขาอยู่กับฉันแล้วยิ้ม สุขภาพจิตดี มีความสุข” พูดถึงภรรยาแล้วเขมชาติก็เผลอยิ้ม ชานนท์ชะโงกหน้ามองเพื่อน อีกฝ่ายถลึงตาใส่ ชานนท์ถึงกับหัวเราะอย่างขบขัน“แหม... ไอ้เขม น้อยๆ หน่อยแก”“จริงๆ นะโว้ย! หรือแกอยากให้ปลายรุ้งหน้าหงิกใส่แกทุกวัน”“ไม่อยากให้หน้าหงิกหรอก ต้องออกแรงปล้ำเหนื่อยว่ะกว่าจะได้นอน ปาเข้าไปตีสาม”“แกทำอะไร”“วิ่งไล่จับ”“บ้ารึ วิ่งไล่จับตีสามไม่ได้นอน”“ฉันไม่ได้กลัวเมียจริงๆ นะโว้ย ตัวเท่าลูก... หมา” คำหลังเบาแสนเบา“ปลายได้ยินแล้วใช่ไหม ไอ้นนท์บอกว่าเราเป็นหมา”“เฮ้ย! ไม่ใช่ ไอ้เขมบ้า พี่นนท์ล้อเล่น ใครบอกกันล่ะ ปลายตัวเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้กอดแล้วอุ๊นอุ่น” ชานนท์หันไปที่ประตูหลับหูหลับตายกมือไหว้ท่วมหัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง“ไอ้เขมบ้า ไหนปลายไม่มีสักหน่อย แกหลอกฉัน แกล้งให้ฉันหน้าแตกเหรอวะ” ชานนท์หน้าบึ้ง เขาเผลอแสดงความเกรงใจเมียออกมาเต็มๆ“ไหนแกบอกไม่กลัวเมีย ยกมือไหว้ท่วมหัวนะแก”“ฝากไว้ก่อน อย่าให้ถึงทีฉันบ้างล่ะ” ชานนท์คาดโทษเพื่อนเอาไว้“ไม่รับฝาก อยากเอาคืนก็เอาเลย”“ดี คืนนี้ฉันจะฟ้องคุณปัทให้ไล่แกออกมานอนนอกห้อ







