LOGINเก้าโมงเช้าวันเดียวกันภาคินจึงเรียกกัลยากรเข้าไปพบ “พี่คินมีอะไรจะคุยกับแก้มเหรอคะ” “ช่วงบ่ายวันนี้จะออกไปพบลูกค้ากับไอ้รักใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” “พี่อยากให้แก้มช่วยอะไรบางอย่าง” “ช่วยอะไรเหรอคะ” ภาคินโน้มตัวเข้ามาใกล้เธออีก แล้วกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน “พี่คินสงสัยเขาเหรอคะ” คนผู้นี้ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของกัลยากรมากนัก “อืม “พี่คินแน่ใจเหรอคะว่าแก้มจะช่วยพี่คินได้” “อืม อย่าบอกเรื่องนี้กับเจ้ารักก็พอ” “ทำไมเหรอคะ” “รักเป็นคนใจร้อน พี่ไม่อยากให้มันวู่วาม” และเขาคิดว่ารักนรินทร์คงไม่ยอมให้กัลยากรไปเสี่ยงอันตรายอย่างแน่นอน “ได้ค่ะ” “ถ้าเริ่มได้เมื่อไรก็บอกพี่นะ” “ค่ะ” ยังไม่ทันที่กัลยากรจะลุกจากเก้าอี้ ประตูห้องทำงานของภาคินก็ถูกเปิดออก อีกทั้งใบหน้าของทั้งสองยังยื่นเข้าไปใกล้กัน “ทำอะไรกันน่ะ” รักนรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ภาคินกับกัลยากรตกใจจึงรีบผละออกจากกันทันที
ราวเจ็ดโมงสี่สิบห้าพลอยไพลินจึงเดินมาที่ห้องพี่ชาย พลางเอ่ย “พี่รักแม่ให้เอาปิ่นโตมาให้” เพราะเมื่อคืนนี้ศศิธรตั้งใจทำอาหารให้ลูก ๆ กิน เพราะนานทีจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่รักนรินทร์กลับไม่อยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน ตอนเช้าเธอจึงทำอาหารมาฝากลูกชายพลอยไพลินพูดจบสายตาก็เหลือบไปเห็นปิ่นโตเช่นกัน “แล้วนั่นปิ่นโตใครอะ” “ของแก้ม” “แก้มเอาปิ่นโตมาฝากพี่รักเหรอ” “อืม” กัลยากรที่นั่งอยู่ในห้องนั้นพอดีถูกพลอยไพลินมองด้วยสายตาจับผิด “อะไรยังไงจ๊ะแก้ม” น้ำเสียงเจือหยอกเย้าอยู่ในทีกัลยากรถูกเพื่อนมองเช่นนั้นจึงหาทางเอาตัวรอด “เราออกไปทำงานก่อนนะ” พูดจบก็เดินออกจากห้องนั้นทันที“แก้มจะไปไหนกลับมาเล่าก่อน” แต่ตอนนั้นกัลยากรก็ได้ปิดประตูห้องลงแล้วรักนรินทร์จึงหาทางออกให้เลขา “พี่เป็นคนบอกแก้มเอามาให้เอง”คราวนี้รักนรินทร์ก็ถูกน้องสาวมองด้วยความสงสัยเช่นกัน “คิดอะไรกับเพื่อนพลอยป๊ะเนี่ย”“บ้า ใครจะไปคิดอย่างนั้นล่ะ อีกสองเดือนพี่ก็หมั้นแล้ว”“แล้วทำไมต้องให้แก้มเอาปิ่นโตมาให้ด้วย”“ก็แค่อยากกินกับข้าวฝีมือน้าษาเท่านั้น พลอยก็รู้ว่าน้าษาทำกับข้าวอร่อย”
เขาไม่สนใจคำถามของเธอ “อยากลองของใหม่เหรอ” ดวงตาเขามีทั้งความต้องการและความโกรธแฝงอยู่ “ไม่อยากแล้วค่ะ” เธอหลุบตามอง อกเสื้อของเขา “ไม่เชื่อ” เขารูดซิปกระโปรงทรงเอของเธอลงแล้วถอดออกอย่างรวดเร็ว “พี่รักคะ เมื่อเช้าก็เพิ่งเอาไม่ใช่เหรอคะ” “ก็แก้มอ้วนพูดไม่เข้าหู” พูดพร้อมกับใช้มือเกี่ยวแพนตี้ลูกไม้สีชมพูออก แล้วยกขึ้นมาสูดดม คล้ายกับพวกโรคจิต แค่นั้นกัลยากรก็รู้สึกเสียวไปถึงท้องน้อย จากนั้นคนตัวใหญ่จึงก้มหน้าลงไปดูดกลีบดอกไม้หนัก ๆ หนึ่งที จนเกิดเสียงน่าอาย “อื๊อพี่รัก” เขาจู่โจมอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว เธอรู้สึกเสียวจนหูอื้อ และอยากให้เขาทำให้อีกครั้ง เขาปาดไล้ลิ้นร้อนขึ้นลง จากนั้นส่งเรียวลิ้นเข้าไปควานหาความหวานข้างในโพรงรักของเธอ “อ้า พี่รักขา” เธอครางออกมาเสียงสั่น พลางยกสะโพกให้เขาเลียอย่างถนัดถนี่ “อยากลองของใหม่อีกไหม” เขาถามเสียงอู้อี้ ลิ้นก็แยงเข้าออกร่องรักของเธอไปด้วย บ้างดูด บ้างเลีย บ้างแทงสลับกัน จนกัลยากรหูตาพร่าลายไปหมด “อา พี่รักคะ แก้มจะเสร็
พอเข้ามาอยู่ในลิฟต์แล้วรักนรินทร์จึงพูดขึ้นมา “ทำไมแก้มต้องไปรับปากพี่ภูด้วย หรือว่าพี่ภูกำลังจีบแก้ม” “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ คือว่าคุณภูเขารู้เรื่องของเราแล้วค่ะ” “เขารู้ได้ยังไง” “น่าจะเห็นตอนที่เราเข้าพักที่โรงแรมตอนไปค้างที่ปทุมธานีน่ะค่ะ” “แก้มก็เลยยอมไปกินข้าวกับพี่ภู” “ถ้าแก้มไม่ไปเขาจะบอกเรื่องนี้กับทุกคนค่ะ” “เขาขู่แก้มเหรอ” “พี่รักคะ ตอนนี้พี่ยังมีคดีติดตัวอยู่ อย่าเพิ่งให้เรื่องของเรามาทำให้งานพี่รักพังเลยนะคะ” กัลยากรพยายามพูดเกลี้ยกล่อม “แต่สายตาพี่ภูบอกว่ากำลังสนใจแก้มอยู่” “หึงเหรอคะ” กัลยากรมองเขาด้วยสายตายั่วเย้า รักนรินทร์รวบร่างเธอเข้ามาใกล้ แล้วประกบจูบลงบนเรียวปากของเธอหนัก ๆ “อื๊อ พี่รัก” กัลยากรผลักเขาออกแรงพอละริมฝีปากออกจึงเอ่ย “เปล่าหึง แค่อยากให้แก้มเจอคนดี ๆ กว่านี้เท่านั้น” “แล้วคุณภูมินิสัยไม่ดีเหรอคะ” กัลยากรแสร้งถาม ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกชอบภูวดลสักนิด “ไม่รู้ แต่เซนส์พี่บอกว่าอย่างนั้น” ตอนที่เขาคบกั
กัลยากรกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว จึงตักข้าวกับอาหารใส่ปิ่นโต อลิษาเห็นลูกสาวหิ้วปิ่นโตไปทำงานด้วยก็อดสงสัยไม่ได้ “ทำไมวันนี้ห่อข้าวไปด้วยล่ะลูก” “แก้มจะเอาไปฝากพลอยน่ะค่ะ พลอยบ่นว่าอยากกินอาหารฝีมือแม่ค่ะ” “อ้อ” อลิษาพยักหน้า “วันหลังชวนพลอยมากินข้าวที่บ้านเราสิ” “ได้ค่ะ งั้นแก้มไปทำงานก่อนนะคะ” “จ้ะ” นาวินเพิ่งเข็นรถเข็นออกมาจากห้องจึงถามน้องสาว “ทำไมวันนี้ออกบ้านแต่เช้าจัง เพิ่งจะหกโมงเองนะ” เพราะปกติกัลยากรจะออกจากบ้านหกโมงสี่สิบห้า “จะรีบเอาข้าวไปให้พลอยน่ะค่ะ” ว่าแล้วก็รีบสาวเท้าออกจากบ้านทันที ถึงแม่กับพี่ชายจะสงสัยก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว กัลยากรก้าวขาเข้าไปในรถก็พบว่ารักนรินทร์กำลังนอนหลับอยู่ แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูเขาจึงตื่นขึ้นมา พลางมองนาฬิกาที่ข้อมือ “มาเร็วจัง กลัวพี่หิวหรือไง” “บอสคะ” กัลยากรส่งเสียงปราม เพราะตอนนี้มีเอกชัยอยู่ด้วย “ไม่เป็นไรหรอก ไอ้เอกมันหูหนวก จริงไหมเอก” “จริงครับ” เอกชัยเคลื่อนรถออกอย่างช้า ๆ “หูหนวกแล้วได้ยินที่พี่รักถามได้ยัง
กัลยากรรู้สึกตัวอีกทีก็เพราะมีมือมานวดคลึงหน้าอก เธอเอ่ยเสียงงัวเงีย “กี่โมงแล้วคะ” “ตีสี่” “หายเหนื่อยแล้วเหรอคะ” “อืม” ความจริงเมื่อคืนเขาไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้น เพียงแต่เขารอให้เธอง้อและอ้อนวอนเขาบ้าง แต่เธอกลับไม่พูดอะไรสักคำ เขาจึงต้องหายงอนเอง เขาถอดชุดนอนของเธอออกจนร่างเปลือยเปล่า ปากพลางขบเม้มไปตามร่างนวลเนียน มือทั้งสองลูบไล้ไปทั่วร่าง ชุดนอนของเขาก็ถูกเธอถอดออกจนหมดเช่นกัน “อยากให้พี่เอาไหม” เสียงของเขาเริ่มกระเส่าแล้ว “อยากค่ะ” “อยากมากไหม” “จับดูสิคะ” ปากของเขายังดูดยอดอกสีทับทิมสลับกันไปมา มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปสัมผัสกับเนินเนื้อสาว มันรู้สึกลื่นมือไปหมด “แฉะเร็วมาก” เธอพึมพำออกเสียงเบา “แฉะตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” “แล้วทำไมไม่บอกหืม” เขากดปลายหัวบานเข้าไปในร่องรักของเธอ ปล่อยให้เขานอนน้อยใจทั้งคืนอยู่ได้ “อา ก็พี่รักเหนื่อยนี่คะ” เขาขยับบั้นท้ายเข้าออกเนิบช้า “อา เด็กโง่” พร้อมก้มลงไปจูบเธออย่างอ่อนโยนหลังจากทั้งสองสุขสมไป







