Partager

บทที่ 3.1 คืนวิวาห์

last update Date de publication: 2026-03-31 17:04:55

การไหว้ฟ้าดินที่ไร้ซึ่งแขกเหรื่อ กลับไม่ได้ทำให้เฉินซินเยว่รู้สึกเคว้งคว้าง ตรงกันข้ามนางกลับรู้สึกยินดียิ่งนัก มือที่กุมมือนางบีบเล็กน้อย

จือหลานกระซิบบอกให้นางหายเกร็ง ทั้งยังคอยแนะนำขั้นตอนต่างๆ ให้นางในยามที่รู้สึกว่านางทำอะไรไม่ถูก

“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!” เสียงของจือหลานดังก้อง

“สองคำนับบุพการี” มู่หย่งจวินยิ้มกว้างเพราะเขาทำหน้าที่เป็นทั้งบิดาและมารดาของบ่าวสาว

“สามบ่าวสาวคำนับกันและกัน!”

เฉินซินเยว่ที่มีผ้าคลุมหน้าสีแดงถูกพยุงเข้าไปในห้องหอซึ่งตบแต่งด้วยกลิ่นอายมงคล เดิมทีนางไม่เคยใฝ่ฝันถึงการแต่งงานมาก่อน ดังนั้นจึงไม่หวังว่าจะมีแขกเหรื่อมากมายหรืองานแต่งงานใหญ่โต

จือหลานทำหน้าที่อบรมเรื่องสามเชื่อฟังสี่คุณธรรมกับนางด้วยน้ำเสียงเอื้ออารี เฉินซินเยว่รับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ กระทั่งอีกฝ่ายยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้นาง

“นี่เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าเชียวนา เจ้าอย่าเห็นว่าข้าเป็นสตรีที่ลุ่มหลงเรื่องนี้จนหมกมุ่น ข้าเห็นว่าทั้งเจ้าเพิ่งมาอยู่ใหม่ ทั้งยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์หมาป่า ดังนั้นจึงอยากให้การแต่งงานราบรื่น”

หนังสือภาพเล่มนั้นทำให้นางหน้าแดงก่ำ เพราะมันคือตำราหยินหยาง ซึ่งเต็มไปด้วยท่วงท่าแห่งการร่วมรักของหญิงชาย

แม้อับอายแต่จือหลานกลับพูดพล่ามโน้มน้าวให้เฉินซินเยว่อ่าน ทั้งนี้ก็เพื่อให้นางจดจำไปใช้เพื่อมัดใจหลางจวิน

“เผ่าพันธุ์หมาป่าเดิมทีก็มีความปรารถนาเรื่องนี้มากกว่ามนุษย์ ยามใดเขาต้องการเจ้าสมควรตอบสนองและให้ความร่วมมือ หากทำให้เขาพึงพอใจไม่ว่ามีสิ่งใดรับรองว่าเขาล้วนมอบให้เจ้าแม้แต่ชีวิต”

“สตรีเราหากมัดใจสามีไม่อยู่ เบื้องหน้าย่อมลำบาก หากให้เขาเช้าคิดถึง เย็นย่ำปีนขึ้นเตียงแล้วสุขสม เขาย่อมไปไหนไม่รอด ข้าอาบน้ำร้อนมาก่อนเจ้า เห็นมาก็มากสตรีที่ใบหน้างดงามแต่กลับอ่อนหัดเรื่องบนเตียง บุรุษที่ไหนเล่าจะไม่เบื่อหน่าย ชีวิตเจ้าจะดีชั่วย่อมขึ้นอยู่กับสามี...”

และอีกมากมายที่เฉินซินเยว่ไม่อาจจดจำ หากแต่นางก็เริ่มคล้อยตามในที่สุด นางฟังอีกฝ่ายเล่าเรื่องบุรุษมักจะมีอนุ และทำให้ภรรยาหลวงชอกช้ำ ตอนนี้นางมีหลางจวินแน่นอนนางย่อมอยากให้เขาพึงพอใจไม่ว่าเรื่องใด

“เจ้าอย่าได้คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอาย เพราะไม่ว่าผู้ใดเมื่อแต่งงานไปก็ย่อมต้องผ่านเรื่องนี้กันทั้งนั้น”

“ไม่น่าอายแน่หรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถามด้วยท่าทีลังเลไม่มั่นใจ

จือหลานยิ้มให้นางอย่างเอ็นดู

“แต่งงานกันแรกๆ ข้าวใหม่ปลามัน ข้ากับสามีต้องขึ้นไปอยู่บนเขาด้วยซ้ำ เรี่ยวแรงของเขาราวกับช้างสาร ข้าเกรงจะอับอายบ่าวไพร่จึงได้แต่ปลีกตัวให้ห่างผู้คน ในยามที่ความปรารถนาพลุ่งพล่าน เผ่าพันธุ์หมาป่ามักควบคุมตัวเองไม่อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลัว พวกเขาย่อมทะนุถนอมคู่ของตัวเอง เอาเถิด เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เองว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นเป็นจริง”

หลังจากนั้นระหว่างที่เจ้าบ่าวกำลังดื่มสุราอวยพร เจ้าสาวก็กำลังศึกษาตำราหยินหยางอยู่กับจือหลาน ทั้งยังเป็นหลักสูตรเร่งรัด

ก่อนหน้านี้เป็นมู่หย่งจวินนัดแนะกับฮูหยินของตน ก็เพียงเพื่อให้จือหลานใช้ช่วงเวลาก่อนเข้าห้องหอ สอนสั่งและตระเตรียมให้เจ้าสาวของหลางจวิน พรั่งพร้อมและไม่ขาดตกบกพร่อง

ฟ้าเพิ่งมืดหลางจวินก็เดินโซซัดโซเซมายังห้องหอ

จือหลานปิดปากหัวเราะราวกับรู้ทัน นางได้ยินเรื่องเจ้าบ่าวที่ใจร้อนอยากเข้าห้องหอมามาก แต่ที่มาทันทีที่ฟ้ามืดนางเพิ่งเคยเห็น

หลางจวินมึนเมามากกว่าเจ็ดส่วน เขาถูกมู่หย่งจวินมอมสุราจนแทบจะยืนไม่ไหว หากแต่อีกฝ่ายยังคงนั่งยิ้มน้อยๆ ราวกับสุราสิบไหไม่อาจทำอะไรเขาได้

มองดูเจ้าสาวที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง บนศีรษะมีผ้าคลุมหน้าสีแดงปิดลงจนถึงหน้าอก หลางจวินก็เดินตรงเข้าไปหา มือใหญ่ยื่นไปช้อนคางเจ้าสาวขึ้น โดยที่เขาไม่ได้เปิดผ้าคลุมหน้าขึ้น

“เยว่เอ๋อร์”

“เจ้าคะ” นางตอบเสียงเบาเรียกรอยยิ้มของเจ้าบ่าว

เขานั่งลงข้างๆ หญิงสาวบนเตียง จากนั้นก็รั้งนางเข้าใกล้ สองมือสัมผัสใบหน้าของนางที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า จากนั้นจึงรั้งใบหน้านางให้เข้ามาหา

จุมพิตผ่านผ้าคลุมหน้า ทำให้เฉินซินเยว่สะดุ้งคราหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นมือใหญ่ของเขาก็ยังคงวางทาบยังสองข้างแก้ม ดังนั้นจึงไม่อาจขยับออกห่าง

กลิ่นกายและลมหายใจของหลางจวิน มีกลิ่นสุราปะปนเข้ามาด้วย สัมผัสของเขายังคงประทับลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า นางมองเห็นเพียงเงาทะมึนที่โอบล้อมกายเล็กเอาไว้เท่านั้น

“กินข้าวกันเถิด”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 10.3 จบ

    ย่างก้าวที่ให้ความหวามหวิว เพราะจุดประสานยังคงแนบชิด จังหวะการเดินที่เขาจงใจโยกขยับบดเบียดความอ่อนนุ่ม ทำให้เฉินซินเยว่ครวญเสียงหวานนางโอบแขนทั้งสองข้างกับลำคออีกฝ่าย ริมฝีปากตอบรับจุมพิตของเขาอย่างยินดี เมื่อไปถึงโขดหินหลางจวินวางท่อนขาข้างหนึ่งของนางลง กระชับท่อนขาอีกข้างของนางให้โอบรอบเอวสอบมือใหญ่รั้งข้อมือเล็กขึ้นพันธนาการไว้เหนือศีรษะ กดสะโพกเพื่อโจนจ้วงเข้าหานุ่มเนื้ออุ่นที่เต้นตุบ ด้วยท่วงท่านี้เขาจึงรู้สึกว่าทั้งสองสามารถเติมเต็มให้แก่กันและกันอย่างลึกล้ำดังใจหมายอกแกร่งบดเบียดอกอิ่ม มือใหญ่เลื่อนไปนวดเฟ้นท่อนขาที่โอบกระชับ จากนั้นปลายนิ้วจึงเลื่อนไปลูบไล้จุดเชื่อมประสาน กระทั่งยื่นเข้าไปคีบปุ่มเนื้ออ่อนนุ่มที่ไวต่อสัมผัสเฉินซินเยว่อ้าปากหอบหายใจ นางสบตาคมดุอย่างหลงใหล จังหวะโจนจ้วงลึกล้ำ บวกกับปลายนิ้วที่ไล้วนปุ่มกระสัน ผนึกให้ความเสียวซ่านยิ่งถาโถมนางกรีดร้องอย่างลืมอายในยามที่เขากระทั้นกายเข้าหาด้วยจังหวะถี่ยิบ เสียงเนื้อแท้ซึ่งกระแทกกระทบดังระงมผสานเสียงครวญและเสียงคำรามด้วยความพึงพอใจข้อมือน้อยถูกปลดปล่อยเพราะหลางจวินเลื่อนมืออีกข้างลงมากอบกุมอกนุ่มหยุ่น เขาไล้ปลาย

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 10.2

    “ใช่ ที่นั่นมีเรือนพักเดิมของข้าอยู่ ข้าเพิ่งให้คนซ่อมแซมเสร็จ อยู่ด้านหลังตำหนักจันทรานี่เอง” เขาอมยิ้มจากนั้นจึงพานางเดินลงจากเขาไปขึ้นม้าน้ำพุร้อนที่หลางจวินเอ่ยถึง เป็นน้ำพุร้อนจากธรรมชาติซึ่งหาได้ยากยิ่ง ท่ามกลางป่าเขาที่โอบล้อม มีน้ำพุร้อนขนาดเล็กอยู่จริงๆ มองดูธารน้ำที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าถูกสร้างขึ้น ทำให้เฉินซินเยว่หันไปสบตากับหลางจวินเป็นเชิงถาม“แช่น้ำพุร้อนโดยตรงไม่ได้ น้ำร้อนเกินไป ข้าให้คนเบี่ยงเส้นทางน้ำทั้งสองสาย หนึ่งร้อน หนึ่งเย็น แยกออกมาจนเป็นบ่อเล็กๆ เจ้าจะได้ลงไปแช่ได้โดยไม่ต้องกังวล”นางนั่งลงก่อนวักน้ำขึ้นมา ราวกำลังทดสอบว่าน้ำร้อนเกินไปหรือไม่ ซึ่งก็เป็นดังที่เขาบอก น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกันนั้น เกิดเป็นน้ำอุ่นกำลังพอดีสำหรับลงไปนั่งแช่เพื่อผ่อนคลายเฉินซินเยว่มองดูท่าทีกระตือรือร้นปรนนิบัตินางลงแช่น้ำ ก่อนที่หลางจวินจะลงมือถอดเสื้อผ้าตนพร้อมกับเดินลงมานั่งข้างๆ นาง ความคิดหนึ่งทำให้นางหรี่ตามองเขา“อะไรหรือ” เขาเอ่ยถามนางเมื่อมองเห็นแววหวาดระแวงในดวงตาคู่สวย“ทำเช่นนี้เพื่อหวังเอาใจข้า มิใช่ว่าทำเรื่องใดผิดต่อข้าหรอกนะเจ้าคะ”หลางจวินหัวเราะ “มิใช่เช่นนั้นแน

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 10.1 บทส่งท้าย

    เสียงทารกร้องไห้จ้าทำเอาหลางจวินสะดุ้ง เขารีบอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้น ก่อนจะมองไปยังเตียงนอนด้วยสายตาหวาดระแวง กระนั้นเมื่อมองเห็นว่าเฉินซินเยว่ยังคงนอนหลับ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกมองไปยังเปลนอนอีกอัน เจ้าเด็กน้อยอีกคนจ้องมองเขาตาแป๋ว แต่อีกคนที่เขาอุ้มขึ้นมากลับน้ำตาคลอหน่วย “อ้ายเล่อเจ้าไม่ง่วงหรือ ดูสิพี่สาวของเจ้าแม้ไม่นอน แต่นางยังไม่ส่งเสียงรบกวนท่านแม่เลย อ้ายซินช่างเป็นเด็กดี”เฉินซินเยว่ให้กำเนิดฝาแฝดชายหญิงตัวอ้วนท้วนเมื่อสามเดือนก่อน แฝดผู้พี่เป็นทารกหญิง มีนามเรียกขานว่าอ้ายซิน แฝดผู้น้องเป็นทารกเพศชาย มีนามเรียกขานว่าอ้ายเล่อ ทั้งสองเป็นเด็กที่สมบูรณ์และแข็งแรงมากอย่างที่เขาวาดหวังแต่ถึงอย่างนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พอทั้งสองอายุครบสามเดือนกลับงอแงไม่เลิก เฉินซินเยว่รับมือจนเหนื่อยล้า เขาสงสารผู้เป็นฮูหยินจึงอาสาดูแลสองแฝด จากนั้นก็ปล่อยให้นางนอนหลับพักผ่อน“อ้ายซิน อ้ายเล่อลูกพ่อ เจ้าสองคนเป็นเด็กดีให้แม่ของเจ้าได้นอนสักหลายๆ ชั่วยามเถิดนะ นางไม่ได้นอนเลยเมื่อคืน หากเชื่อฟังพ่อ โตขึ้นอีกหน่อยพ่อจะพาไปเที่ยวดีหรือไม่”ได้ผลเด็กทั้งสองจ้องเขาตาแป๋ว ทั้งยั

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 9.5

    นางเงยหน้าสบตาเขา “ท่านไม่คิดถึงข้าหรือ” นางเอ่ยถามเขาเสียงเบา“แต่...ข้ากลัวว่าจะรุนแรงกับเจ้าเกินไป กลัวว่าเจ้ากับลูก...”“ข้าเชื่อใจท่าน”ประโยคนั้นทำให้หลางจวินชะงักเฉินซินเยว่ขยับเข้าไปใกล้เขาอย่างใจกล้า มิใช่มีเพียงเขาที่ปรารถนาแนบชิด นางเองก็คิดถึงเขาเหลือเกิน...สองแขนสอดเข้าไปรั้งเอวอ่อนเข้าหาตัว หลางจวินตอบรับจุมพิตของนางช้าๆ เลื่อนตัวขึ้นนั่งพร้อมกับช่วยนางแกะสายคาดเอว“หากรู้สึกไม่ดีเจ้าต้องรีบบอกข้า” ลมหายใจของเขาแตกพร่า ความต้องการตื่นตัวขึ้นจนรู้สึกอึดอัด ยิ่งในยามที่ฉินซินเยว่ขยับขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก เขาก็ยิ่งหัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิดหลางจวินกางท่อนขาออกเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพื่อให้นางได้นั่งบนตักได้สบายขึ้น ทั้งสองต่างคนต่างก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออกอย่างลนลาน จากนั้นหลางจวินก็รั้งใบหน้างามเข้าหาจุมพิตเร่าร้อนรุกเร้า ทำให้ทั้งสองหอบหายใจเสียงพร่า อ้อมกอดที่โหยหากันและกัน ในที่สุดก็ได้รับการเติมเต็ม ผิวกายเนียนมือของเฉินซินเยว่ ทำให้หลางจวินครางออกมาด้วยความพอใจ เขาลูบไล้สัมผัสด้วยความหลงใหล จากนั้นจึงก้มหน้าครอบครองปลายยอดที่ดุนดันแผ่นอกของเขาอย่างเร่าร้อนเฉิน

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 9.4

    ปลายนิ้วลูบไล้ตัวยาสมานแผลอย่างเบามือ ใบหน้าของนางเคร่งเครียดจนหลางจวินอดคว้ามือของนางเอาไว้ไม่ได้ “ไม่เป็นไรไม่เจ็บแล้ว ผู้ปกปักสิ้นใจในบ้านข้าถึงสองคน แน่นอนว่าข้าย่อมถูกลงโทษ อีกทั้งพวกเขายังเป็นสหายของข้า”“แต่นั่นมิใช่ความผิดท่าน” เช่นกันกับเรื่องอื่น...นางไม่ได้พูดประโยคถัดมา เพราะน้ำตาไหลรินสองข้างแก้ม “ท่านไม่จำเป็นต้องแบกรับความผิดทุกอย่างเอาไว้เพียงคนเดียว”“สงสารข้าหรือ”เขาเงยหน้ามองนาง ทั้งยังรวบร่างที่ยืนร้องไห้ตัวสั่นเข้ามาในอ้อมแขน “หากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็สงสารข้าให้มากๆ เห็นใจข้า สงสาร และเก็บข้าเอาไว้ในใจจนไม่อาจไปจากข้าได้”มองเห็นรอยยิ้มของเขา เฉินซินเยว่เผลอค้อนออกมาทั้งที่น้ำตายังหลั่งริน นางยอมให้เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตา จากนั้นจึงช่วยเขาสวมเสื้อ“เราสมควรออกไปกันได้แล้ว อย่างน้อยข้าควรไปช่วยพี่หยุ่นอวี๋เตรียมมื้อเช้า”“ได้” เขาพยักหน้าก่อนจะช่วยพยุงเฉินซินเยว่เดินออกมาจากห้องบรรยากาศที่เปลี่ยนไประหว่างหลางจวินและเฉินซินเยว่ ทำให้ทุกคนผ่อนคลายลงมาก พวกเขาต่างก็นั่งดื่มชาร้อนและสนทนากันอย่างออกรส ด้านนอกหิมะตกหนัก กระทั่งไม่ว่าใครก็ไม่อาจออกไปไหน“นี่เยว่เอ๋อร์” ห

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 9.3

    ร่างแกร่งแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เขาดันร่างของเฉินซินเยว่ออก เพื่อให้สามารถสบดวงตาคู่งามที่เปล่งประกายในแสงสลัวดวงตาตื่นตะลึงไม่อยากเชื่อของเขา ทำให้เฉินซินเยว่อมยิ้ม “ตกใจมากเลยหรือ”“เจ้าพูดจริงหรือ”“ข้าหมายความตามนั้น เราสองคน ...ไม่สิ พวกเรา” นางวางมือหนึ่งลงไปบนหน้าท้อง “พวกเราลืมเรื่องในอดีต เริ่มต้นใหม่กันดีหรือไม่”“เจ้า...พูดจริงๆ หรือ”“ชีวิตช่างสั้นนัก นับจากสูญเสียครอบครัวข้าไม่เคยคิดว่าจะพบแสงสว่างนำทาง ตอนพบท่านข้ายึดท่านเป็นแสงสว่างหนึ่งเดียว เมื่อลมวูบหนึ่งพัดผ่านไป ข้าเคยคิดว่าแสงนั้นจะดับมอดหากแต่ไม่เลย หัวใจของข้าเจ็บปวดทุกครั้งที่โทษว่าท่านกับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่น่ารังเกียจกว่าก็คือ...”เฉินซินเยว่เม้มปาก ดวงตาของนางคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตา“ข้าเจ็บปวดกับการสูญเสีย หากแต่ยังไม่มากเท่ากับการคิดว่าข้าเป็นตัวแทนของผู้อื่นในสายตาท่าน” นางสะอื้นออกมาเสียงเบา ดันหน้าผากลงไปซบกับแผ่นอกกว้างหลางจวินกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน“เด็กโง่ ข้าจะมองเจ้าเป็นตัวแทนของผู้อื่นได้อย่างไร” เขาปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ลูบแผ่นหลังสั่นสะท้านนั้นอย่างรักใคร่“ข้ารักเจ้า และจะรักมาก

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 3.2

    เขาเอ่ยหลังจากผละใบหน้าออก มือใหญ่คว้าคันชั่งมาเปิดผ้าคลุมขึ้น ใบหน้างดงามที่ผ่านการแต่งหน้าอย่างประณีต เรียกรอยยิ้มหล่อเหลาของเจ้าบ่าวออกมาเฉินซินเยว่มองรอยยิ้มของเขาด้วยท่าทีเลื่อนลอย ใบหน้าดุดันนั้นราวกับอ่อนโยนลงหลายส่วน ในยามที่เขายิ้มแย้มให้นางขณะที่คิดก็ถูกเขาอุ้มตัวลอยขึ้น ได้ยินเสียงพึมพ

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 2.3

    “ข้ายังอยากให้นางช่วยเรื่องพิธีต่างๆ อย่าคิดมาก”เขากล่าวเสียงเรียบ หากแต่ดวงตาอ่อนโยนลงหลายส่วน ในใจพึงพอใจไม่น้อยที่นางเข้าใจอะไรง่ายๆ โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยอะไรมากเผ่าหมาป่าหาได้แตกต่างจากมนุษย์ พวกเขาทุกคนล้วนมีรูปลักษณ์และใช้ชีวิตเช่นกันกับมนุษย์ หากไม่จำเป็นพวกเขาก็จะไม่เปลี่ยนร่างกลับเป็นหมาป

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 2.2

    ได้ยินดังนั้นหญิงสาวพลันมุ่นคิ้ว “ก่อนหน้านี้มีหลายคนถูกส่งมาบูชายัญ พวกนางล้วนไปที่นั่นหรือเจ้าคะ”หลางจวินชะงักก่อนหันกลับมามองนาง “บุรุษเผ่าหมาป่าของเรามีเจ้าสาวที่มีตราซึ่งถูกประทับเอาไว้ หากเจ้าหมายถึงเจ้าสาวคนก่อนๆ อาจจะใช่ พวกนางเคยถูกส่งตัวไปที่นั่น”“แต่...ทุกปีมีสตรีถูกส่งขึ้นมา”รอยยิ้มข

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 2.1 เผ่าพันธุ์หมาป่า

    เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาทุกทิศทุกทาง ทำให้เฉินซินเยว่ตัวสั่น เสียงนี้หาใช่เสียงของมนุษย์ นางอยู่ใกล้ทางขึ้นเขา แน่นอนย่อมรู้จักสัตว์ป่ามากมายเสียงที่ห้อมล้อมนางในยามนี้แน่นอนว่าจะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจากจิ้งจอกแห่งขุนเขา สัตว์นักล่าที่ออกล่าเหยื่อเป็นฝูงเมื่อพบกับนักล่าในยามค่ำคืนเช่นนี้ นางมี

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status