共有

บทที่ 3.2

last update 公開日: 2026-03-31 17:04:58

เขาเอ่ยหลังจากผละใบหน้าออก มือใหญ่คว้าคันชั่งมาเปิดผ้าคลุมขึ้น ใบหน้างดงามที่ผ่านการแต่งหน้าอย่างประณีต เรียกรอยยิ้มหล่อเหลาของเจ้าบ่าวออกมา

เฉินซินเยว่มองรอยยิ้มของเขาด้วยท่าทีเลื่อนลอย ใบหน้าดุดันนั้นราวกับอ่อนโยนลงหลายส่วน ในยามที่เขายิ้มแย้มให้นาง

ขณะที่คิดก็ถูกเขาอุ้มตัวลอยขึ้น ได้ยินเสียงพึมพำแผ่วเบา “ตัวเบาถึงเพียงนี้ ตัวเล็กเหลือเกิน คงต้องให้กินให้มากหน่อย”

นางแอบกลั้นหัวเราะ เพราะประโยคนั้นดูเหมือนเขาจะพูดกับตัวเอง กระทั่งถึงโต๊ะที่มีอาหารมงคลมากมายละลานตา หลางจวินนั่งลงพร้อมกับวางนางลงบนตัก

เฉินซินเยว่ขัดเขินอยู่บ้าง หากแต่ทันทีที่นางนึกถึงคำพูดของจือหลาน นางก็คล้อยตามเขาโดยดี

“อาหารพวกนี้ต้องแบ่งกันคนละครึ่งเจ้าค่ะ เป็นอาหารมงคลสำหรับบ่าวสาว พี่จือหลานบอกข้าว่าพวกท่านกินได้ทั้งอาหารมนุษย์และอาหารแบบ...”

“หมาป่า...” ดวงตาของเขาพราวระยับ

“อยากรู้หรือไม่ว่าอาหารของเผ่าพันธุ์หมาป่าเป็นแบบใด”

ไม่พูดเปล่าเขากลับเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ มือทั้งสองข้างที่กอดรัดเอวอรชรลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง

เฉินซินเยว่ขัดเขินจนทำอะไรไม่ถูก “คือ... พี่จือหลานบอกว่าท่านเอาแต่ดื่มสุรา กินอะไรสักหน่อยนะเจ้าคะ” หัวใจของนางเต้นรัว เมื่อมองเห็นดวงตาวาววับคู่นั้น เต็มไปด้วยความปรารถนา

“อือ เจ้าป้อนสิ” ใบหน้าของเขาแดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรา

เฉินซินเยว่ขยับเบี่ยงตัวเพื่อหยิบตะเกียบ สายตาของนางเหลือบไปเห็นสองมือใหญ่ที่วางประสานอยู่บนหน้าท้องของตน อยู่ๆ ใบหน้าของนางก็ร้อนเห่อขึ้น

กับข้าวอย่างแรกถูกคีบส่งไปให้เขา หลางจวินอ้าปากงับเข้าไปโดยดี ดวงตายังคงจดจ้องมองนาง พลอยทำให้เฉินซินเยว่มือสั่นเทา นางหันไปคีบอีกครั้งให้ตัวเอง หากแต่เจ้าบ่าวกลับไม่ยินยอม เขารั้งศีรษะนางเอาไว้ ก้มลงก่อนประทับริมฝีปากลงไป

สัมผัสรุกเร้าของเขาทำให้หญิงสาวกายสะท้าน มือใหญ่ที่กอดรัดเอวเล็กลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลัง รั้งร่างเล็กเข้าแนบสนิทไปกับมัดกล้ามหนั่นแน่นชวนสะท้าน กระทั่งบางอย่างถูกส่งต่อเข้ามายังปากนางเฉินซินเยว่จึงตระหนัก

“คนละครึ่ง”

หลางจวินบอกนางด้วยลมหายใจหอบพร่า เขาป้อนอาหารที่นางคีบเข้าปากให้ครึ่งหนึ่งจริงๆ!!!

บ่าวสาวนั่งนิ่งหอบหายใจหนักหน่วง

เฉินซินเยว่ไม่ได้พูดอะไร ทั้งยังไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน นางคีบอาหารป้อนเขาทีละอย่าง และทุกคำเขาก็จะแบ่งนางครึ่งหนึ่ง

กว่าจะกินอาหารครบเก้าอย่าง ริมฝีปากของนางก็แดงเห่อ เพราะสัมผัสที่ยิ่งมาก็ยิ่งหนักหน่วง สุรามงคลยังคงต้องดื่ม หลางจวินคว้ากาสุรามาถือเอาไว้ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นกรอกสุราเข้าปากโดยไม่ใช้จอก

เฉินซินเยว่ตะลึงตะลานเล็กน้อย เขาดื่มมากถึงเพียงนี้แต่ยังคงกรอกสุราเข้าไปราวกับดื่มน้ำ “ท่าน...” ยังไม่ทันได้กล่าวอะไร สุราก็ถูกป้อนเข้าปาก พร้อมกันนั้นจุมพิตเร่าร้อนกวาดควานก็กลับมา

เฉินซินเยว่สำลักเล็กน้อย ใบหน้านวลแดงก่ำ สุราเผ็ดร้อนฤทธิ์แรงจนนางรู้สึกมึน แต่ที่เมามายมากกว่าสุรา เห็นจะเป็นเจ้าบ่าวที่ดูกระตือรือร้นในการแบ่งสันปันส่วน ทั้งอาหารและสุราเขาทำหน้าที่แบ่งกับนางคนละครึ่งอย่างเป็นธรรมที่สุด

ในที่สุดกาสุราก็ถูกวางลง มือใหญ่ของหลางจวินไต่ไปมาไม่อยู่สุข ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหน้างาม จุมพิตแผ่วเบาประทับลงยังข้างแก้ม จันทร์เสี้ยวสีแดงปลั่งหาได้ถูกแป้งกลบ

จุมพิตอ่อนโยนของเขา ทำให้เฉินซินเยว่คล้อยตาม นางนั่งอยู่บนตักกว้างสอดสองแขนโอบไหล่ของอีกฝ่ายหลวมๆ ในยามที่จุมพิตที่ค่อยๆ สำรวจรุกล้ำเข้าไปอย่างใจเย็น

สองมือของเขาขยับคราหนึ่ง สายรัดเอวของนางก็ถูกปลดออก เขาไม่ได้ใจร้อนถอดเสื้อของนาง หากแต่กลับสอดมือเข้าไปในสาบเสื้อช้าๆ คืบคลานเข้าไปกอบกุมความนุ่มหยุ่นเต็มมือ ก่อนออกแรงบีบเคล้นด้วยความพอใจ เพราะสัมผัสที่ได้รับนั้นทำให้เขาถึงกับลมหายใจติดขัด

เฉินซินเยว่หลุดเสียงออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือข้างหนึ่งของนางเผลอคว้าข้อมือของเขาเอาไว้ หากแต่เมื่อสบตากับเขา อีกทั้งสัมผัสของปลายนิ้วที่คีบปลายยอดเหนืออกอวบ ทำให้นางถึงกับกายอ่อนยวบ มือข้างนั้นทำได้เพียงกอบกุมข้อมือเขาเพื่อทรงตัว

ความวูบวาบหวามไหวแล่นพลิ้วไปทั่วร่าง นางพิงศีรษะด้านหลังลงไปยังไหล่กว้าง ลมหายใจเริ่มหอบโยน ร่างกายหรือก็สิ้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ความรัญจวนคืบคลานเข้าครอบงำจนนางไม่เป็นตัวของตัวเอง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 10.3 จบ

    ย่างก้าวที่ให้ความหวามหวิว เพราะจุดประสานยังคงแนบชิด จังหวะการเดินที่เขาจงใจโยกขยับบดเบียดความอ่อนนุ่ม ทำให้เฉินซินเยว่ครวญเสียงหวานนางโอบแขนทั้งสองข้างกับลำคออีกฝ่าย ริมฝีปากตอบรับจุมพิตของเขาอย่างยินดี เมื่อไปถึงโขดหินหลางจวินวางท่อนขาข้างหนึ่งของนางลง กระชับท่อนขาอีกข้างของนางให้โอบรอบเอวสอบมือใหญ่รั้งข้อมือเล็กขึ้นพันธนาการไว้เหนือศีรษะ กดสะโพกเพื่อโจนจ้วงเข้าหานุ่มเนื้ออุ่นที่เต้นตุบ ด้วยท่วงท่านี้เขาจึงรู้สึกว่าทั้งสองสามารถเติมเต็มให้แก่กันและกันอย่างลึกล้ำดังใจหมายอกแกร่งบดเบียดอกอิ่ม มือใหญ่เลื่อนไปนวดเฟ้นท่อนขาที่โอบกระชับ จากนั้นปลายนิ้วจึงเลื่อนไปลูบไล้จุดเชื่อมประสาน กระทั่งยื่นเข้าไปคีบปุ่มเนื้ออ่อนนุ่มที่ไวต่อสัมผัสเฉินซินเยว่อ้าปากหอบหายใจ นางสบตาคมดุอย่างหลงใหล จังหวะโจนจ้วงลึกล้ำ บวกกับปลายนิ้วที่ไล้วนปุ่มกระสัน ผนึกให้ความเสียวซ่านยิ่งถาโถมนางกรีดร้องอย่างลืมอายในยามที่เขากระทั้นกายเข้าหาด้วยจังหวะถี่ยิบ เสียงเนื้อแท้ซึ่งกระแทกกระทบดังระงมผสานเสียงครวญและเสียงคำรามด้วยความพึงพอใจข้อมือน้อยถูกปลดปล่อยเพราะหลางจวินเลื่อนมืออีกข้างลงมากอบกุมอกนุ่มหยุ่น เขาไล้ปลาย

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 10.2

    “ใช่ ที่นั่นมีเรือนพักเดิมของข้าอยู่ ข้าเพิ่งให้คนซ่อมแซมเสร็จ อยู่ด้านหลังตำหนักจันทรานี่เอง” เขาอมยิ้มจากนั้นจึงพานางเดินลงจากเขาไปขึ้นม้าน้ำพุร้อนที่หลางจวินเอ่ยถึง เป็นน้ำพุร้อนจากธรรมชาติซึ่งหาได้ยากยิ่ง ท่ามกลางป่าเขาที่โอบล้อม มีน้ำพุร้อนขนาดเล็กอยู่จริงๆ มองดูธารน้ำที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าถูกสร้างขึ้น ทำให้เฉินซินเยว่หันไปสบตากับหลางจวินเป็นเชิงถาม“แช่น้ำพุร้อนโดยตรงไม่ได้ น้ำร้อนเกินไป ข้าให้คนเบี่ยงเส้นทางน้ำทั้งสองสาย หนึ่งร้อน หนึ่งเย็น แยกออกมาจนเป็นบ่อเล็กๆ เจ้าจะได้ลงไปแช่ได้โดยไม่ต้องกังวล”นางนั่งลงก่อนวักน้ำขึ้นมา ราวกำลังทดสอบว่าน้ำร้อนเกินไปหรือไม่ ซึ่งก็เป็นดังที่เขาบอก น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกันนั้น เกิดเป็นน้ำอุ่นกำลังพอดีสำหรับลงไปนั่งแช่เพื่อผ่อนคลายเฉินซินเยว่มองดูท่าทีกระตือรือร้นปรนนิบัตินางลงแช่น้ำ ก่อนที่หลางจวินจะลงมือถอดเสื้อผ้าตนพร้อมกับเดินลงมานั่งข้างๆ นาง ความคิดหนึ่งทำให้นางหรี่ตามองเขา“อะไรหรือ” เขาเอ่ยถามนางเมื่อมองเห็นแววหวาดระแวงในดวงตาคู่สวย“ทำเช่นนี้เพื่อหวังเอาใจข้า มิใช่ว่าทำเรื่องใดผิดต่อข้าหรอกนะเจ้าคะ”หลางจวินหัวเราะ “มิใช่เช่นนั้นแน

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 10.1 บทส่งท้าย

    เสียงทารกร้องไห้จ้าทำเอาหลางจวินสะดุ้ง เขารีบอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้น ก่อนจะมองไปยังเตียงนอนด้วยสายตาหวาดระแวง กระนั้นเมื่อมองเห็นว่าเฉินซินเยว่ยังคงนอนหลับ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกมองไปยังเปลนอนอีกอัน เจ้าเด็กน้อยอีกคนจ้องมองเขาตาแป๋ว แต่อีกคนที่เขาอุ้มขึ้นมากลับน้ำตาคลอหน่วย “อ้ายเล่อเจ้าไม่ง่วงหรือ ดูสิพี่สาวของเจ้าแม้ไม่นอน แต่นางยังไม่ส่งเสียงรบกวนท่านแม่เลย อ้ายซินช่างเป็นเด็กดี”เฉินซินเยว่ให้กำเนิดฝาแฝดชายหญิงตัวอ้วนท้วนเมื่อสามเดือนก่อน แฝดผู้พี่เป็นทารกหญิง มีนามเรียกขานว่าอ้ายซิน แฝดผู้น้องเป็นทารกเพศชาย มีนามเรียกขานว่าอ้ายเล่อ ทั้งสองเป็นเด็กที่สมบูรณ์และแข็งแรงมากอย่างที่เขาวาดหวังแต่ถึงอย่างนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พอทั้งสองอายุครบสามเดือนกลับงอแงไม่เลิก เฉินซินเยว่รับมือจนเหนื่อยล้า เขาสงสารผู้เป็นฮูหยินจึงอาสาดูแลสองแฝด จากนั้นก็ปล่อยให้นางนอนหลับพักผ่อน“อ้ายซิน อ้ายเล่อลูกพ่อ เจ้าสองคนเป็นเด็กดีให้แม่ของเจ้าได้นอนสักหลายๆ ชั่วยามเถิดนะ นางไม่ได้นอนเลยเมื่อคืน หากเชื่อฟังพ่อ โตขึ้นอีกหน่อยพ่อจะพาไปเที่ยวดีหรือไม่”ได้ผลเด็กทั้งสองจ้องเขาตาแป๋ว ทั้งยั

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 9.5

    นางเงยหน้าสบตาเขา “ท่านไม่คิดถึงข้าหรือ” นางเอ่ยถามเขาเสียงเบา“แต่...ข้ากลัวว่าจะรุนแรงกับเจ้าเกินไป กลัวว่าเจ้ากับลูก...”“ข้าเชื่อใจท่าน”ประโยคนั้นทำให้หลางจวินชะงักเฉินซินเยว่ขยับเข้าไปใกล้เขาอย่างใจกล้า มิใช่มีเพียงเขาที่ปรารถนาแนบชิด นางเองก็คิดถึงเขาเหลือเกิน...สองแขนสอดเข้าไปรั้งเอวอ่อนเข้าหาตัว หลางจวินตอบรับจุมพิตของนางช้าๆ เลื่อนตัวขึ้นนั่งพร้อมกับช่วยนางแกะสายคาดเอว“หากรู้สึกไม่ดีเจ้าต้องรีบบอกข้า” ลมหายใจของเขาแตกพร่า ความต้องการตื่นตัวขึ้นจนรู้สึกอึดอัด ยิ่งในยามที่ฉินซินเยว่ขยับขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก เขาก็ยิ่งหัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิดหลางจวินกางท่อนขาออกเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพื่อให้นางได้นั่งบนตักได้สบายขึ้น ทั้งสองต่างคนต่างก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออกอย่างลนลาน จากนั้นหลางจวินก็รั้งใบหน้างามเข้าหาจุมพิตเร่าร้อนรุกเร้า ทำให้ทั้งสองหอบหายใจเสียงพร่า อ้อมกอดที่โหยหากันและกัน ในที่สุดก็ได้รับการเติมเต็ม ผิวกายเนียนมือของเฉินซินเยว่ ทำให้หลางจวินครางออกมาด้วยความพอใจ เขาลูบไล้สัมผัสด้วยความหลงใหล จากนั้นจึงก้มหน้าครอบครองปลายยอดที่ดุนดันแผ่นอกของเขาอย่างเร่าร้อนเฉิน

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 9.4

    ปลายนิ้วลูบไล้ตัวยาสมานแผลอย่างเบามือ ใบหน้าของนางเคร่งเครียดจนหลางจวินอดคว้ามือของนางเอาไว้ไม่ได้ “ไม่เป็นไรไม่เจ็บแล้ว ผู้ปกปักสิ้นใจในบ้านข้าถึงสองคน แน่นอนว่าข้าย่อมถูกลงโทษ อีกทั้งพวกเขายังเป็นสหายของข้า”“แต่นั่นมิใช่ความผิดท่าน” เช่นกันกับเรื่องอื่น...นางไม่ได้พูดประโยคถัดมา เพราะน้ำตาไหลรินสองข้างแก้ม “ท่านไม่จำเป็นต้องแบกรับความผิดทุกอย่างเอาไว้เพียงคนเดียว”“สงสารข้าหรือ”เขาเงยหน้ามองนาง ทั้งยังรวบร่างที่ยืนร้องไห้ตัวสั่นเข้ามาในอ้อมแขน “หากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็สงสารข้าให้มากๆ เห็นใจข้า สงสาร และเก็บข้าเอาไว้ในใจจนไม่อาจไปจากข้าได้”มองเห็นรอยยิ้มของเขา เฉินซินเยว่เผลอค้อนออกมาทั้งที่น้ำตายังหลั่งริน นางยอมให้เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตา จากนั้นจึงช่วยเขาสวมเสื้อ“เราสมควรออกไปกันได้แล้ว อย่างน้อยข้าควรไปช่วยพี่หยุ่นอวี๋เตรียมมื้อเช้า”“ได้” เขาพยักหน้าก่อนจะช่วยพยุงเฉินซินเยว่เดินออกมาจากห้องบรรยากาศที่เปลี่ยนไประหว่างหลางจวินและเฉินซินเยว่ ทำให้ทุกคนผ่อนคลายลงมาก พวกเขาต่างก็นั่งดื่มชาร้อนและสนทนากันอย่างออกรส ด้านนอกหิมะตกหนัก กระทั่งไม่ว่าใครก็ไม่อาจออกไปไหน“นี่เยว่เอ๋อร์” ห

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 9.3

    ร่างแกร่งแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เขาดันร่างของเฉินซินเยว่ออก เพื่อให้สามารถสบดวงตาคู่งามที่เปล่งประกายในแสงสลัวดวงตาตื่นตะลึงไม่อยากเชื่อของเขา ทำให้เฉินซินเยว่อมยิ้ม “ตกใจมากเลยหรือ”“เจ้าพูดจริงหรือ”“ข้าหมายความตามนั้น เราสองคน ...ไม่สิ พวกเรา” นางวางมือหนึ่งลงไปบนหน้าท้อง “พวกเราลืมเรื่องในอดีต เริ่มต้นใหม่กันดีหรือไม่”“เจ้า...พูดจริงๆ หรือ”“ชีวิตช่างสั้นนัก นับจากสูญเสียครอบครัวข้าไม่เคยคิดว่าจะพบแสงสว่างนำทาง ตอนพบท่านข้ายึดท่านเป็นแสงสว่างหนึ่งเดียว เมื่อลมวูบหนึ่งพัดผ่านไป ข้าเคยคิดว่าแสงนั้นจะดับมอดหากแต่ไม่เลย หัวใจของข้าเจ็บปวดทุกครั้งที่โทษว่าท่านกับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่น่ารังเกียจกว่าก็คือ...”เฉินซินเยว่เม้มปาก ดวงตาของนางคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตา“ข้าเจ็บปวดกับการสูญเสีย หากแต่ยังไม่มากเท่ากับการคิดว่าข้าเป็นตัวแทนของผู้อื่นในสายตาท่าน” นางสะอื้นออกมาเสียงเบา ดันหน้าผากลงไปซบกับแผ่นอกกว้างหลางจวินกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน“เด็กโง่ ข้าจะมองเจ้าเป็นตัวแทนของผู้อื่นได้อย่างไร” เขาปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ลูบแผ่นหลังสั่นสะท้านนั้นอย่างรักใคร่“ข้ารักเจ้า และจะรักมาก

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 3.1 คืนวิวาห์

    การไหว้ฟ้าดินที่ไร้ซึ่งแขกเหรื่อ กลับไม่ได้ทำให้เฉินซินเยว่รู้สึกเคว้งคว้าง ตรงกันข้ามนางกลับรู้สึกยินดียิ่งนัก มือที่กุมมือนางบีบเล็กน้อยจือหลานกระซิบบอกให้นางหายเกร็ง ทั้งยังคอยแนะนำขั้นตอนต่างๆ ให้นางในยามที่รู้สึกว่านางทำอะไรไม่ถูก“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!” เสียงของจือหลานดังก้อง“สองคำนับบุพการี” ม

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 2.3

    “ข้ายังอยากให้นางช่วยเรื่องพิธีต่างๆ อย่าคิดมาก”เขากล่าวเสียงเรียบ หากแต่ดวงตาอ่อนโยนลงหลายส่วน ในใจพึงพอใจไม่น้อยที่นางเข้าใจอะไรง่ายๆ โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยอะไรมากเผ่าหมาป่าหาได้แตกต่างจากมนุษย์ พวกเขาทุกคนล้วนมีรูปลักษณ์และใช้ชีวิตเช่นกันกับมนุษย์ หากไม่จำเป็นพวกเขาก็จะไม่เปลี่ยนร่างกลับเป็นหมาป

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 1.2

    เสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกทำให้เฉินซินเยว่ลืมตานางขยับตัวลุกเพราะไม่คิดว่าตัวเองฟังผิด กระท่อมของนางนับเป็นสถานที่ต้องห้ามของคนในหมู่บ้าน ทั้งนี้ก็เพราะใบหน้าของนางมีปานรูปจันทร์เสี้ยว ซึ่งคนในหมู่บ้านต่างก็คิดว่านั่นเป็นตราของปีศาจ เป็นตราแห่งความชั่วร้ายที่มีแต่ความอัปมงคลเงาความเคลื่อนไหววูบเข

  • เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา   บทที่ 1.1 บทนำ

    ตำบลหย่งอัน แคว้นฉินกระท่อมหลังเล็กซอมซ่อตั้งอยู่นอกหมู่บ้าน ทั้งยังอยู่ติดกับเนินเขาลูกเล็ก ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมต่อขึ้นไปยังจิ่วซาน หุบเขาที่สูงชันและซับซ้อนที่สุดของแคว้น กระท่อมหลังนี้นอกจากหญิงสาวอัปลักษณ์ผู้หนึ่งแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอาศัยอยู่อีกนับแต่โบราณผู้คนแคว้นฉินมักเชื่อถือในภูตผีปีศาจ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status