Masukเฉินซินเยว่ หญิงสาวกำพร้าผู้ซึ่งอาศัยอยู่ตามลำพังอย่างโดดเดี่ยว จันทร์เสี้ยวสีดำใต้ดวงตาคู่งาม ทำให้ผู้คนต่างรังเกียจและขับไล่ไสส่ง เนื่องจากเชื่อว่านั่นคือตราของปีศาจแห่งความมืด หญิงสาวถูกชาวบ้านส่งตัวไปบูชายัญบนจิ่วซาน และในป่าลึกนั่นนางก็ได้พบกับหลางจวิน บุรุษที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาล หลางจวิน ชายหนุ่มจากเผ่าพันธุ์หมาป่าแห่งจิ่วซาน กึ่งกลางหน้าผากของเขามีจันทร์เสี้ยวสีดำ เป็นคู่ครองซึ่งเกี่ยวข้องกับเฉินซินเยว่ ทั้งในอดีตกระทั่งถึงปัจจุบัน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชะตาชีวิตของนางผกผัน
Lihat lebih banyakย่างก้าวที่ให้ความหวามหวิว เพราะจุดประสานยังคงแนบชิด จังหวะการเดินที่เขาจงใจโยกขยับบดเบียดความอ่อนนุ่ม ทำให้เฉินซินเยว่ครวญเสียงหวานนางโอบแขนทั้งสองข้างกับลำคออีกฝ่าย ริมฝีปากตอบรับจุมพิตของเขาอย่างยินดี เมื่อไปถึงโขดหินหลางจวินวางท่อนขาข้างหนึ่งของนางลง กระชับท่อนขาอีกข้างของนางให้โอบรอบเอวสอบมือใหญ่รั้งข้อมือเล็กขึ้นพันธนาการไว้เหนือศีรษะ กดสะโพกเพื่อโจนจ้วงเข้าหานุ่มเนื้ออุ่นที่เต้นตุบ ด้วยท่วงท่านี้เขาจึงรู้สึกว่าทั้งสองสามารถเติมเต็มให้แก่กันและกันอย่างลึกล้ำดังใจหมายอกแกร่งบดเบียดอกอิ่ม มือใหญ่เลื่อนไปนวดเฟ้นท่อนขาที่โอบกระชับ จากนั้นปลายนิ้วจึงเลื่อนไปลูบไล้จุดเชื่อมประสาน กระทั่งยื่นเข้าไปคีบปุ่มเนื้ออ่อนนุ่มที่ไวต่อสัมผัสเฉินซินเยว่อ้าปากหอบหายใจ นางสบตาคมดุอย่างหลงใหล จังหวะโจนจ้วงลึกล้ำ บวกกับปลายนิ้วที่ไล้วนปุ่มกระสัน ผนึกให้ความเสียวซ่านยิ่งถาโถมนางกรีดร้องอย่างลืมอายในยามที่เขากระทั้นกายเข้าหาด้วยจังหวะถี่ยิบ เสียงเนื้อแท้ซึ่งกระแทกกระทบดังระงมผสานเสียงครวญและเสียงคำรามด้วยความพึงพอใจข้อมือน้อยถูกปลดปล่อยเพราะหลางจวินเลื่อนมืออีกข้างลงมากอบกุมอกนุ่มหยุ่น เขาไล้ปลาย
“ใช่ ที่นั่นมีเรือนพักเดิมของข้าอยู่ ข้าเพิ่งให้คนซ่อมแซมเสร็จ อยู่ด้านหลังตำหนักจันทรานี่เอง” เขาอมยิ้มจากนั้นจึงพานางเดินลงจากเขาไปขึ้นม้าน้ำพุร้อนที่หลางจวินเอ่ยถึง เป็นน้ำพุร้อนจากธรรมชาติซึ่งหาได้ยากยิ่ง ท่ามกลางป่าเขาที่โอบล้อม มีน้ำพุร้อนขนาดเล็กอยู่จริงๆ มองดูธารน้ำที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าถูกสร้างขึ้น ทำให้เฉินซินเยว่หันไปสบตากับหลางจวินเป็นเชิงถาม“แช่น้ำพุร้อนโดยตรงไม่ได้ น้ำร้อนเกินไป ข้าให้คนเบี่ยงเส้นทางน้ำทั้งสองสาย หนึ่งร้อน หนึ่งเย็น แยกออกมาจนเป็นบ่อเล็กๆ เจ้าจะได้ลงไปแช่ได้โดยไม่ต้องกังวล”นางนั่งลงก่อนวักน้ำขึ้นมา ราวกำลังทดสอบว่าน้ำร้อนเกินไปหรือไม่ ซึ่งก็เป็นดังที่เขาบอก น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกันนั้น เกิดเป็นน้ำอุ่นกำลังพอดีสำหรับลงไปนั่งแช่เพื่อผ่อนคลายเฉินซินเยว่มองดูท่าทีกระตือรือร้นปรนนิบัตินางลงแช่น้ำ ก่อนที่หลางจวินจะลงมือถอดเสื้อผ้าตนพร้อมกับเดินลงมานั่งข้างๆ นาง ความคิดหนึ่งทำให้นางหรี่ตามองเขา“อะไรหรือ” เขาเอ่ยถามนางเมื่อมองเห็นแววหวาดระแวงในดวงตาคู่สวย“ทำเช่นนี้เพื่อหวังเอาใจข้า มิใช่ว่าทำเรื่องใดผิดต่อข้าหรอกนะเจ้าคะ”หลางจวินหัวเราะ “มิใช่เช่นนั้นแน
เสียงทารกร้องไห้จ้าทำเอาหลางจวินสะดุ้ง เขารีบอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้น ก่อนจะมองไปยังเตียงนอนด้วยสายตาหวาดระแวง กระนั้นเมื่อมองเห็นว่าเฉินซินเยว่ยังคงนอนหลับ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกมองไปยังเปลนอนอีกอัน เจ้าเด็กน้อยอีกคนจ้องมองเขาตาแป๋ว แต่อีกคนที่เขาอุ้มขึ้นมากลับน้ำตาคลอหน่วย “อ้ายเล่อเจ้าไม่ง่วงหรือ ดูสิพี่สาวของเจ้าแม้ไม่นอน แต่นางยังไม่ส่งเสียงรบกวนท่านแม่เลย อ้ายซินช่างเป็นเด็กดี”เฉินซินเยว่ให้กำเนิดฝาแฝดชายหญิงตัวอ้วนท้วนเมื่อสามเดือนก่อน แฝดผู้พี่เป็นทารกหญิง มีนามเรียกขานว่าอ้ายซิน แฝดผู้น้องเป็นทารกเพศชาย มีนามเรียกขานว่าอ้ายเล่อ ทั้งสองเป็นเด็กที่สมบูรณ์และแข็งแรงมากอย่างที่เขาวาดหวังแต่ถึงอย่างนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พอทั้งสองอายุครบสามเดือนกลับงอแงไม่เลิก เฉินซินเยว่รับมือจนเหนื่อยล้า เขาสงสารผู้เป็นฮูหยินจึงอาสาดูแลสองแฝด จากนั้นก็ปล่อยให้นางนอนหลับพักผ่อน“อ้ายซิน อ้ายเล่อลูกพ่อ เจ้าสองคนเป็นเด็กดีให้แม่ของเจ้าได้นอนสักหลายๆ ชั่วยามเถิดนะ นางไม่ได้นอนเลยเมื่อคืน หากเชื่อฟังพ่อ โตขึ้นอีกหน่อยพ่อจะพาไปเที่ยวดีหรือไม่”ได้ผลเด็กทั้งสองจ้องเขาตาแป๋ว ทั้งยั
นางเงยหน้าสบตาเขา “ท่านไม่คิดถึงข้าหรือ” นางเอ่ยถามเขาเสียงเบา“แต่...ข้ากลัวว่าจะรุนแรงกับเจ้าเกินไป กลัวว่าเจ้ากับลูก...”“ข้าเชื่อใจท่าน”ประโยคนั้นทำให้หลางจวินชะงักเฉินซินเยว่ขยับเข้าไปใกล้เขาอย่างใจกล้า มิใช่มีเพียงเขาที่ปรารถนาแนบชิด นางเองก็คิดถึงเขาเหลือเกิน...สองแขนสอดเข้าไปรั้งเอวอ่อนเข้าหาตัว หลางจวินตอบรับจุมพิตของนางช้าๆ เลื่อนตัวขึ้นนั่งพร้อมกับช่วยนางแกะสายคาดเอว“หากรู้สึกไม่ดีเจ้าต้องรีบบอกข้า” ลมหายใจของเขาแตกพร่า ความต้องการตื่นตัวขึ้นจนรู้สึกอึดอัด ยิ่งในยามที่ฉินซินเยว่ขยับขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก เขาก็ยิ่งหัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิดหลางจวินกางท่อนขาออกเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพื่อให้นางได้นั่งบนตักได้สบายขึ้น ทั้งสองต่างคนต่างก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออกอย่างลนลาน จากนั้นหลางจวินก็รั้งใบหน้างามเข้าหาจุมพิตเร่าร้อนรุกเร้า ทำให้ทั้งสองหอบหายใจเสียงพร่า อ้อมกอดที่โหยหากันและกัน ในที่สุดก็ได้รับการเติมเต็ม ผิวกายเนียนมือของเฉินซินเยว่ ทำให้หลางจวินครางออกมาด้วยความพอใจ เขาลูบไล้สัมผัสด้วยความหลงใหล จากนั้นจึงก้มหน้าครอบครองปลายยอดที่ดุนดันแผ่นอกของเขาอย่างเร่าร้อนเฉิน
เสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกทำให้เฉินซินเยว่ลืมตานางขยับตัวลุกเพราะไม่คิดว่าตัวเองฟังผิด กระท่อมของนางนับเป็นสถานที่ต้องห้ามของคนในหมู่บ้าน ทั้งนี้ก็เพราะใบหน้าของนางมีปานรูปจันทร์เสี้ยว ซึ่งคนในหมู่บ้านต่างก็คิดว่านั่นเป็นตราของปีศาจ เป็นตราแห่งความชั่วร้ายที่มีแต่ความอัปมงคลเงาความเคลื่อนไหววูบเข
ตำบลหย่งอัน แคว้นฉินกระท่อมหลังเล็กซอมซ่อตั้งอยู่นอกหมู่บ้าน ทั้งยังอยู่ติดกับเนินเขาลูกเล็ก ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมต่อขึ้นไปยังจิ่วซาน หุบเขาที่สูงชันและซับซ้อนที่สุดของแคว้น กระท่อมหลังนี้นอกจากหญิงสาวอัปลักษณ์ผู้หนึ่งแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอาศัยอยู่อีกนับแต่โบราณผู้คนแคว้นฉินมักเชื่อถือในภูตผีปีศาจ
เขาเอ่ยหลังจากผละใบหน้าออก มือใหญ่คว้าคันชั่งมาเปิดผ้าคลุมขึ้น ใบหน้างดงามที่ผ่านการแต่งหน้าอย่างประณีต เรียกรอยยิ้มหล่อเหลาของเจ้าบ่าวออกมาเฉินซินเยว่มองรอยยิ้มของเขาด้วยท่าทีเลื่อนลอย ใบหน้าดุดันนั้นราวกับอ่อนโยนลงหลายส่วน ในยามที่เขายิ้มแย้มให้นางขณะที่คิดก็ถูกเขาอุ้มตัวลอยขึ้น ได้ยินเสียงพึมพ
การไหว้ฟ้าดินที่ไร้ซึ่งแขกเหรื่อ กลับไม่ได้ทำให้เฉินซินเยว่รู้สึกเคว้งคว้าง ตรงกันข้ามนางกลับรู้สึกยินดียิ่งนัก มือที่กุมมือนางบีบเล็กน้อยจือหลานกระซิบบอกให้นางหายเกร็ง ทั้งยังคอยแนะนำขั้นตอนต่างๆ ให้นางในยามที่รู้สึกว่านางทำอะไรไม่ถูก“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!” เสียงของจือหลานดังก้อง“สองคำนับบุพการี” ม











