เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา

เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา

last updateLast Updated : 2026-04-06
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
37Chapters
394views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เฉินซินเยว่ หญิงสาวกำพร้าผู้ซึ่งอาศัยอยู่ตามลำพังอย่างโดดเดี่ยว จันทร์เสี้ยวสีดำใต้ดวงตาคู่งาม ทำให้ผู้คนต่างรังเกียจและขับไล่ไสส่ง เนื่องจากเชื่อว่านั่นคือตราของปีศาจแห่งความมืด หญิงสาวถูกชาวบ้านส่งตัวไปบูชายัญบนจิ่วซาน และในป่าลึกนั่นนางก็ได้พบกับหลางจวิน บุรุษที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาล หลางจวิน ชายหนุ่มจากเผ่าพันธุ์หมาป่าแห่งจิ่วซาน กึ่งกลางหน้าผากของเขามีจันทร์เสี้ยวสีดำ เป็นคู่ครองซึ่งเกี่ยวข้องกับเฉินซินเยว่ ทั้งในอดีตกระทั่งถึงปัจจุบัน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชะตาชีวิตของนางผกผัน

View More

Chapter 1

บทที่ 1.1 บทนำ

ตำบลหย่งอัน แคว้นฉิน

กระท่อมหลังเล็กซอมซ่อตั้งอยู่นอกหมู่บ้าน ทั้งยังอยู่ติดกับเนินเขาลูกเล็ก ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมต่อขึ้นไปยังจิ่วซาน หุบเขาที่สูงชันและซับซ้อนที่สุดของแคว้น กระท่อมหลังนี้นอกจากหญิงสาวอัปลักษณ์ผู้หนึ่งแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอาศัยอยู่อีก

นับแต่โบราณผู้คนแคว้นฉินมักเชื่อถือในภูตผีปีศาจ ยิ่งเป็นตำบลหย่งอันซึ่งอยู่ติดกับจิ่วซาน พวกเขาก็ยิ่งงมงายจนถึงขั้นเคยจับคนส่งขึ้นไปบนเขาเพื่อบูชายัญมาแล้ว

ค่ำคืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ชาวบ้านหลายคนที่งมงายเชื่อถือในเรื่องของภูตผี กำลังรวมตัวกันหารืออย่างเคร่งเครียด

ปีนี้เกิดภัยแล้งอย่างหนัก พวกเขาต่างก็เชื่ออย่างหมดใจ ในยามที่หมอผีบอกว่าต้องส่งหญิงสาวพรหมจรรย์ให้กับหมาป่าแห่งจิ่วซาน ซึ่งเป็นผู้ปกปักแห่งพงไพร

หมอผีใคร่ครวญอย่างหนัก หลังจากที่ไม่ว่าใครก็ล้วนไม่ต้องการส่งบุตรสาวของตนขึ้นไปจิ่วซาน “ข้านึกถึงสตรีผู้หนึ่ง นางนับว่าเหมาะที่สุดแล้วเพราะปีนี้นางอายุได้สิบเก้าปีเต็ม ทั้งยังเกิดในคืนเดือนมืด”

“ผู้ใดหรือ!”

“จะใครเสียอีกเล่า สตรีอัปลักษณ์ผู้นั้นอย่างไรเล่า”

“ใคร”

“หมายถึงบุตรสาวตระกูลเฉินหรือ”

“ใช่ๆ เป็นนาง เฉินซินเยว่ผู้นั้น”

“แต่...พวกเราขับไล่นางขึ้นเขาไปแล้ว นางไม่มีวันยินยอม”

เฉินซินเยว่ผู้นี้เดิมทีเป็นบุตรสาวของคหบดีตระกูลเฉิน สิบปีก่อนเกิดเรื่องโชคร้ายขึ้น ในยามที่ออกเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องต่างเมือง ไม่คิดว่าระหว่างทางจะมีโจรกลุ่มหนึ่งเข้าปล้นฆ่าชิงทรัพย์ ขบวนใหญ่โตกลับหลงเหลือเพียงเด็กสาววัยเก้าขวบเพียงหนึ่งเดียว

ว่ากันตามจริงแล้วด้วยกำลังทรัพย์ของตระกูลเฉิน เด็กเก้าขวบสมควรมีญาติเกี่ยงกันมารับตัวไป เนื่องจากความมั่งคั่งของตระกูลเฉินนั้น เกินกว่าผู้ใดจะคาดเดาได้

หากแต่...เด็กน้อยกลับมีตราจันทร์เสี้ยวใต้หางตาข้างหนึ่ง ซึ่งทำให้เหล่าญาติที่มาพอรุมทึ้งทรัพย์สมบัติจนเกลี้ยงแล้ว พวกเขาก็พากันหลบเร้นและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งเด็กน้อยให้เผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง

ความจริงแล้วตราจันทร์เสี้ยวที่ถูกพบเห็น แบ่งออกเป็นสองประเภท ตราแห่งแสงสว่างเป็นตราจันทร์เสี้ยวสีทองหรือสีแดง หากแต่ตราของเฉินซินเยว่นั้นเป็นจันทร์เสี้ยวสีดำ

หมอผีมีใบหน้าเคร่งเครียด “ตรานั่นเห็นชัดว่าเป็นของปีศาจแห่งความมืด จิ่วซานมีเพียงหมาป่าผู้ปกปักที่สามารถขับไล่ความชั่วร้าย เราต้องส่งนางให้หมาป่าผู้ปกปัก หาไม่ภัยแล้งคงมีแต่จะยิ่งรุนแรง”

“เช่นนั้นก็จับนางมัดแล้วส่งไปก็สิ้นเรื่อง” เสียงหนึ่งเสนอขึ้น

เงียบกริบ... ชาวบ้านต่างก็ไม่มีใครคัดค้าน

กระนั้นใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความละอาย สิบปีก่อนหลังเกิดเรื่องกับตระกูลเฉิน ไม่ว่าไปที่ใดเด็กน้อยแซ่เฉินก็มักจะถูกขับไล่ นางเร่ร่อนมาถึงที่นี่ด้วยเพราะตระกูลเฉินมีที่ดินมากมายที่ปล่อยให้เช่า

ที่ผ่านมานายท่านเฉินจิตใจดีมักช่วยเหลือผู้คน หากแต่เมื่อเกิดเรื่องทุกคนล้วนปิดปากเงียบและครอบครองที่ดินผืนนั้นเป็นของตัวเอง ด้วยหวังว่าเด็กคนหนึ่งไหนเลยจะกล้ามาทวงสิทธิ์

การปรากฏตัวของเฉินซินเยว่ แม้ต่างคนต่างก็รังเกียจหากแต่ก็ไม่อาจขับไล่ ชาวบ้านต่างรวมตัวหารือกันจนได้ข้อสรุปว่าให้เฉินซินเยว่ออกไปอยู่นอกหมู่บ้าน

ถึงอย่างนั้นนางก็เป็นเพียงเด็กอายุเพียงเก้าขวบ เด็กตัวเท่านั้นเอาตัวรอดมาได้อย่างไร พวกเขาเองก็ไม่เคยรับรู้ รู้เพียงแต่ว่ามีคนเคยเห็นนางเดินอยู่ในกระท่อมซอมซ่อ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอยู่หลายต่อหลายครั้ง

“ไม่มีทางเลือกแล้ว วันนี้เป็นคืนเดือนมืด หากเราส่งตัวนางไป หมาป่าแห่งจิ่วซานย่อมมารับตัวเจ้าสาวอย่างแน่นอน”

หมอผีเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ จากนั้นจึงระดมชาวบ้านเดินตรงไปยังกระท่อมบนเนินเขา

กลางคืนอันเงียบเชียบอากาศหรือก็หนาวเหน็บ เฉินซินเยว่นอนหลับอยู่บนเตียง หลายวันมานี้นางทำงานจนเหนื่อย เนื่องจากต้องดองผักไว้แลกกับข้าวสาร ทั้งยังต้องเก็บเอาไว้กินหน้าหนาว

ชีวิตที่ต้องดิ้นรนตามลำพัง ทำให้นางไม่อาจอยู่เฉย ทุกวันต้องออกไปทำงานจึงจะมีข้าวกิน

หลายปีก่อนมีท่านลุงกับท่านป้าแซ่หูซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านสงสารนาง จึงได้ลอบนำข้าวสารและอาหารมาให้ ทั้งยังแอบมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ พร้อมกับนำผ้าห่มและของจำเป็นมามอบให้

ต่อมาเฉินซินเยว่เรียนรู้ที่จะปลูกผัก เลี้ยงไก่ และทำหลายๆ สิ่งหลายๆ ตัวเอง แต่ก็ยังไม่พอเพราะนางไม่มีพื้นที่พอสำหรับปลูกข้าว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดองผัก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านลุงนำหูไปแลกข้าวสารมาให้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
37 Chapters
บทที่ 1.1 บทนำ
ตำบลหย่งอัน แคว้นฉินกระท่อมหลังเล็กซอมซ่อตั้งอยู่นอกหมู่บ้าน ทั้งยังอยู่ติดกับเนินเขาลูกเล็ก ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมต่อขึ้นไปยังจิ่วซาน หุบเขาที่สูงชันและซับซ้อนที่สุดของแคว้น กระท่อมหลังนี้นอกจากหญิงสาวอัปลักษณ์ผู้หนึ่งแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอาศัยอยู่อีกนับแต่โบราณผู้คนแคว้นฉินมักเชื่อถือในภูตผีปีศาจ ยิ่งเป็นตำบลหย่งอันซึ่งอยู่ติดกับจิ่วซาน พวกเขาก็ยิ่งงมงายจนถึงขั้นเคยจับคนส่งขึ้นไปบนเขาเพื่อบูชายัญมาแล้วค่ำคืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ชาวบ้านหลายคนที่งมงายเชื่อถือในเรื่องของภูตผี กำลังรวมตัวกันหารืออย่างเคร่งเครียดปีนี้เกิดภัยแล้งอย่างหนัก พวกเขาต่างก็เชื่ออย่างหมดใจ ในยามที่หมอผีบอกว่าต้องส่งหญิงสาวพรหมจรรย์ให้กับหมาป่าแห่งจิ่วซาน ซึ่งเป็นผู้ปกปักแห่งพงไพรหมอผีใคร่ครวญอย่างหนัก หลังจากที่ไม่ว่าใครก็ล้วนไม่ต้องการส่งบุตรสาวของตนขึ้นไปจิ่วซาน “ข้านึกถึงสตรีผู้หนึ่ง นางนับว่าเหมาะที่สุดแล้วเพราะปีนี้นางอายุได้สิบเก้าปีเต็ม ทั้งยังเกิดในคืนเดือนมืด”“ผู้ใดหรือ!”“จะใครเสียอีกเล่า สตรีอัปลักษณ์ผู้นั้นอย่างไรเล่า”“ใคร”“หมายถึงบุตรสาวตระกูลเฉินหรือ”“ใช่ๆ เป็นนาง เฉินซินเยว่ผู้นั้น”“แต่...พวก
Read more
บทที่ 1.2
เสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกทำให้เฉินซินเยว่ลืมตานางขยับตัวลุกเพราะไม่คิดว่าตัวเองฟังผิด กระท่อมของนางนับเป็นสถานที่ต้องห้ามของคนในหมู่บ้าน ทั้งนี้ก็เพราะใบหน้าของนางมีปานรูปจันทร์เสี้ยว ซึ่งคนในหมู่บ้านต่างก็คิดว่านั่นเป็นตราของปีศาจ เป็นตราแห่งความชั่วร้ายที่มีแต่ความอัปมงคลเงาความเคลื่อนไหววูบเข้ามาใกล้ แต่หญิงสาวเพียงร้องได้เสียงหนึ่ง ผ้าผืนหนากลับถูกปิดลงมา นางได้แต่ดิ้นรนขลุกขลัก ในใจหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติเสียงซุบซิบกันของบุรุษหลายคน ทำให้นางตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด กระทั่งกลิ่นจางๆ บางอย่างบนผ้ากระสาเข้าจมูก สติของเฉินซินเยว่ก็ดับวูบบทสนทนาเลือนรางที่นางได้ยิน ทำให้นางได้แต่รู้สึกอดสู“ไม่ผิดตัวแน่หรือ”“จะผิดตัวได้อย่างไร ไม่เห็นจันทร์เสี้ยวนั่นหรือ”“แต่...มิใช่ว่านางเป็นสตรีอัปลักษณ์หรอกหรือ”“จะรู้ได้อย่างไร ไม่เคยมีใครเข้ามาพบปะและพูดคุยกับนางเสียหน่อย เรื่องที่นางเป็นสตรีอัปลักษณ์ก็พูดต่อๆ กันมาทั้งนั้น”“นั่นสินะ หากไม่นับว่าปานนั่นเด่นชัด เสี้ยวหน้าอีกข้างของนาง...นี่มิใช่โฉมสะคราญผู้หนึ่งหรอกหรือ”“เฮ้อ...ช่างน่าเสียดาย นางชื่ออะไรนะ”“นางแซ่เฉิน มีนามว่าซินเยว่”“ซินเ
Read more
บทที่ 2.1 เผ่าพันธุ์หมาป่า
เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาทุกทิศทุกทาง ทำให้เฉินซินเยว่ตัวสั่น เสียงนี้หาใช่เสียงของมนุษย์ นางอยู่ใกล้ทางขึ้นเขา แน่นอนย่อมรู้จักสัตว์ป่ามากมายเสียงที่ห้อมล้อมนางในยามนี้แน่นอนว่าจะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจากจิ้งจอกแห่งขุนเขา สัตว์นักล่าที่ออกล่าเหยื่อเป็นฝูงเมื่อพบกับนักล่าในยามค่ำคืนเช่นนี้ นางมีเพียงต้องก่อกองไฟเพราะกลัวไฟ หากแต่นางจะจุดอย่างไรเล่า เพราะแม้แต่เวลาจะตั้งสติก็แทบจะไม่มีร่างเล็กก้าวถอยหลัง มือควานไปหาเกี้ยวที่เพิ่งจะก้าวออกมา แต่เฉินซินเยว่ได้แต่ก่นด่าตัวเอง ชุดเจ้าสาวสีแดงทำให้นางสะดุดล้มคะมำไปด้านหน้าอย่างแรงเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเงาดำทะมึนกลับยืนอยู่ หัวใจของหญิงสาวหล่นวูบ นางเงยหน้าขึ้นมองกระทั่งพบว่าเป็นหมาป่าตัวใหญ่ เสียงคำรามในลำคอพร้อมกับเขี้ยวสีขาวแวววับ ทำให้ร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวในใจของหญิงสาวได้แต่อดหัวเราะด้วยความขมขื่นขึ้นมาไม่ได้ เพราะในที่สุดนางก็พบสาเหตุแล้วว่าเพราะอะไรสตรีที่ถูกส่งตัวขึ้นมาจึงล้วนหายตัวไปสิ้นเพิ่งจะก้าวออกมาจากเกี้ยว ไม่เพียงแต่เจอกับฝูงจิ้งจอกกลุ่มใหญ่ หากแต่เมื่อถอยหลังยังมาเจอเข้ากับหมาป่าสีเทาตัวมหึมาเสียงคำราม
Read more
บทที่ 2.2
ได้ยินดังนั้นหญิงสาวพลันมุ่นคิ้ว “ก่อนหน้านี้มีหลายคนถูกส่งมาบูชายัญ พวกนางล้วนไปที่นั่นหรือเจ้าคะ”หลางจวินชะงักก่อนหันกลับมามองนาง “บุรุษเผ่าหมาป่าของเรามีเจ้าสาวที่มีตราซึ่งถูกประทับเอาไว้ หากเจ้าหมายถึงเจ้าสาวคนก่อนๆ อาจจะใช่ พวกนางเคยถูกส่งตัวไปที่นั่น”“แต่...ทุกปีมีสตรีถูกส่งขึ้นมา”รอยยิ้มของเขาทำให้นางขนลุก ลางสังหรณ์บางอย่างบอกนางว่า...ไม่ใช่ทุกคนจะมีชีวิตรอด!!!“บางครั้งความงมงายของมนุษย์ก็เข้าขั้นโง่งม ภัยธรรมชาติและโรคระบาด มิได้เกิดขึ้นเพราะเทพผู้ปกปักขุนเขาเสมอไป แต่บางครั้งกลับเป็นเพราะน้ำมือของมนุษย์” เขากล่าวออกมาเสียงเรียบ“ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”“โรคระบาดเกิดขึ้นเพราะความเลินเล่อและความมักง่าย อุทกภัยเกิดขึ้นเพราะพวกเขาตัดไม้บนเขาจนเหี้ยน เช่นนี้ยังโทษว่าเป็นเพราะเทพเจ้าพิโรธได้อีกหรือ”เฉินซินเยว่รับฟังด้วยท่าทีสงบ นางเองก็เคยคิดว่าชาวบ้านช่างงมงาย หากแต่วันนี้นางกลับได้พบกับเขา หลางจวิน บุรุษผู้ลึกลับซึ่งปรากฏตัวท่ามกลางป่าเขามืดมิด“แล้วครั้งนี้ที่พวกเขาส่งข้ามาเล่าเจ้าคะ”“เจ้ามาเพราะต้องมา” หลางจวินกล่าวจบก็หันกลับไป มือใหญ่จับจูงมือของหญิงสาวให้ออกเดิน
Read more
บทที่ 2.3
“ข้ายังอยากให้นางช่วยเรื่องพิธีต่างๆ อย่าคิดมาก”เขากล่าวเสียงเรียบ หากแต่ดวงตาอ่อนโยนลงหลายส่วน ในใจพึงพอใจไม่น้อยที่นางเข้าใจอะไรง่ายๆ โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยอะไรมากเผ่าหมาป่าหาได้แตกต่างจากมนุษย์ พวกเขาทุกคนล้วนมีรูปลักษณ์และใช้ชีวิตเช่นกันกับมนุษย์ หากไม่จำเป็นพวกเขาก็จะไม่เปลี่ยนร่างกลับเป็นหมาป่า ด้วยเพราะเคยชินกับการใช้ชีวิตในรูปแบบนี้มาหลายชั่วคนแล้วเคหาสน์หงเล่อเป็นศูนย์กลางการค้าขาย เบื้องหน้าการซื้อขายคึกคัก เบื้องหลังกลับมีสตรีนางหนึ่งเป็นผู้กุมบังเหียนความยิ่งใหญ่...จือหลานสตรีผู้ซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเคหาสน์หงเล่อ นางเป็นมนุษย์อีกหนึ่งคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ที่ป๋ายหลาง หากแต่กลับสามารถทำให้เมืองป๋ายหลางกลับกลายมาเป็นศูนย์กลางของการค้าขายของเผ่าหมาป่าขึ้นมาได้“มาถึงกันแล้วหรือ”“ผู้นี้คือมู่หย่งจวิน สหายสนิทของข้า” หลางจวินแนะนำบุรุษที่เอ่ยทัก นางย่อกายให้อีกฝ่าย จากนั้นจึงมองไปยังสตรีเบื้องหลังเขา“นั่นคือฮูหยินของเขา จือหลาน ทั้งสองท่านนางก็คือคู่หมายของข้า เฉินซินเยว่”“เป็นดวงจันทร์ดวงน้อยที่ส่องสว่างด้วยความสุขสมชื่อจริงๆ” จือหลานเดินเข้ามากุมมือหญิงสาวเอาไว้“ในท
Read more
บทที่ 3.1 คืนวิวาห์
การไหว้ฟ้าดินที่ไร้ซึ่งแขกเหรื่อ กลับไม่ได้ทำให้เฉินซินเยว่รู้สึกเคว้งคว้าง ตรงกันข้ามนางกลับรู้สึกยินดียิ่งนัก มือที่กุมมือนางบีบเล็กน้อยจือหลานกระซิบบอกให้นางหายเกร็ง ทั้งยังคอยแนะนำขั้นตอนต่างๆ ให้นางในยามที่รู้สึกว่านางทำอะไรไม่ถูก“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!” เสียงของจือหลานดังก้อง“สองคำนับบุพการี” มู่หย่งจวินยิ้มกว้างเพราะเขาทำหน้าที่เป็นทั้งบิดาและมารดาของบ่าวสาว“สามบ่าวสาวคำนับกันและกัน!”เฉินซินเยว่ที่มีผ้าคลุมหน้าสีแดงถูกพยุงเข้าไปในห้องหอซึ่งตบแต่งด้วยกลิ่นอายมงคล เดิมทีนางไม่เคยใฝ่ฝันถึงการแต่งงานมาก่อน ดังนั้นจึงไม่หวังว่าจะมีแขกเหรื่อมากมายหรืองานแต่งงานใหญ่โตจือหลานทำหน้าที่อบรมเรื่องสามเชื่อฟังสี่คุณธรรมกับนางด้วยน้ำเสียงเอื้ออารี เฉินซินเยว่รับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ กระทั่งอีกฝ่ายยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้นาง“นี่เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าเชียวนา เจ้าอย่าเห็นว่าข้าเป็นสตรีที่ลุ่มหลงเรื่องนี้จนหมกมุ่น ข้าเห็นว่าทั้งเจ้าเพิ่งมาอยู่ใหม่ ทั้งยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์หมาป่า ดังนั้นจึงอยากให้การแต่งงานราบรื่น”หนังสือภาพเล่มนั้นทำให้นางหน้าแดงก่ำ เพราะมันคือตำราหยินหยาง ซึ่งเต็มไปด้ว
Read more
บทที่ 3.2
เขาเอ่ยหลังจากผละใบหน้าออก มือใหญ่คว้าคันชั่งมาเปิดผ้าคลุมขึ้น ใบหน้างดงามที่ผ่านการแต่งหน้าอย่างประณีต เรียกรอยยิ้มหล่อเหลาของเจ้าบ่าวออกมาเฉินซินเยว่มองรอยยิ้มของเขาด้วยท่าทีเลื่อนลอย ใบหน้าดุดันนั้นราวกับอ่อนโยนลงหลายส่วน ในยามที่เขายิ้มแย้มให้นางขณะที่คิดก็ถูกเขาอุ้มตัวลอยขึ้น ได้ยินเสียงพึมพำแผ่วเบา “ตัวเบาถึงเพียงนี้ ตัวเล็กเหลือเกิน คงต้องให้กินให้มากหน่อย”นางแอบกลั้นหัวเราะ เพราะประโยคนั้นดูเหมือนเขาจะพูดกับตัวเอง กระทั่งถึงโต๊ะที่มีอาหารมงคลมากมายละลานตา หลางจวินนั่งลงพร้อมกับวางนางลงบนตักเฉินซินเยว่ขัดเขินอยู่บ้าง หากแต่ทันทีที่นางนึกถึงคำพูดของจือหลาน นางก็คล้อยตามเขาโดยดี“อาหารพวกนี้ต้องแบ่งกันคนละครึ่งเจ้าค่ะ เป็นอาหารมงคลสำหรับบ่าวสาว พี่จือหลานบอกข้าว่าพวกท่านกินได้ทั้งอาหารมนุษย์และอาหารแบบ...”“หมาป่า...” ดวงตาของเขาพราวระยับ“อยากรู้หรือไม่ว่าอาหารของเผ่าพันธุ์หมาป่าเป็นแบบใด”ไม่พูดเปล่าเขากลับเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ มือทั้งสองข้างที่กอดรัดเอวอรชรลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งเฉินซินเยว่ขัดเขินจนทำอะไรไม่ถูก “คือ... พี่จือหลานบอกว่าท่านเอาแต่ดื่มสุรา กินอะไรสักหน่
Read more
บทที่ 3.3
สาบเสื้อด้านหน้าถูกแหวกออก หลางจวินพรมจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ สองขากางออกพร้อมกับบังคับให้ท่อนขาเพรียวที่พาดอยู่เปิดออกกว้าง ไม่นานเสื้อของนางก็ถูกดึงร่นลงตามลาดไหล่ ร่างของเฉินซินเยว่หลงเหลือเพียงเอี๊ยมและกางเกงแพรเนื้อนุ่มริมฝีปากร้อนผ่าวไล้วน ปลายลิ้นร้อนลวกยังคงลากไล้ไปตามลำคอขาวผ่อง มือใหญ่บัดนี้สอดเข้าไปในเอี๊ยม กอบกุมบีบเคล้นความอ่อนนุ่ม ทำให้ร่างอรชรแอ่นหยัดด้วยความหวิวไหวเอี๊ยมสีแดงปลิวหาย กางเกงถูกดึงร่น มือใหญ่ข้างหนึ่งไล้วนลงไปยังต้นขาเพรียวเนียนนุ่ม ส่วนอีกข้างก็รั้งใบหน้านวลให้แหงนเงยขึ้นมารับจุมพิตลึกล้ำรุกเร้ากายเล็กสะท้านไหวกับสัมผัสของเขา นางร้อนวูบวาบไปทั้งกายกับสัมผัสอันแนบชิดและเร่าร้อน กระทั่งมือที่ไต่วนสัมผัสแตะต้องยังจุดเร้นลับกลางกาย ร่างเล็กจึงสะดุ้งเฮือกท่อนขาเนียนหนีบเข้าหากัน หากแต่เขาไหนเลยจะยินยอม สองขานำทางบีบให้นางเปิดอ้า มือหนึ่งกดน้ำหนัก ไม่นานปลายนิ้วใหญ่ก็สามารถจุ่มจ้วงเพื่อเปิดทางร่างหอมกรุ่นอ่อนระทวย ลมหายใจของนางหอบโยน แต่เขากลับปลอบโยนด้วยจุมพิตที่ประพรมไปยังข้างแก้ม เสียงครางหวานแว่วทำให้ลมหายใจของหลางจวินหอบหนัก ปลายนิ้วของเขาเริ่มขยับ ยิ่ง
Read more
บทที่ 3.4
จุมพิตไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ กระทั่งเข้าครอบครองปลายยอดสีหวาน ริมฝีปากร้อนขบกัดดูดดึง มือหนึ่งก็กอบกุมบีบเคล้น เมื่อได้ยินเสียงครวญเล็ดลอด เอวสอบก็ดันกายเข้าหานางจนสุดทางเสียงหวีดร้องดังขึ้น หลางจวินจุมพิตปลอบประโลม เอวสอบกดลึกและตรึงนางเอาไว้ไม่ให้ขยับ“อา....” เขาคำรามออกมาอย่างซาบซ่านมองดูใบหน้านวลแดงก่ำ คิ้วเรียวขมวดมุ่น ดวงตาที่หลับแน่นมีน้ำตาหลั่งริน หลางจวินก็กดหน้าผากลงไปหาหน้าผากนวล “เยว่เอ๋อร์ เจ้าช่างให้สัมผัสที่วิเศษยิ่ง”นางลืมตามองเขาทั้งน้ำตา ความเจ็บยังคงเต้นตุบ หากแต่คลายลงเพราะเขาเกร็งแน่นไม่ขยับ มือน้อยทั้งสองข้างเผลอจิกลงยังลาดไหล่หนั่นแน่น นางมั่นใจว่าเพิ่งจะเผลอทำเขาเป็นแผลมือใหญ่ลูบไล้ร่างเนียน กระทั่งสอดเข้าไปกอบกุมสะโพกนุ่ม และเพราะอย่างนั้นจึงทำให้กลางกายที่สอดประสานเกิดระลอกความวาบหวามเฉินซินเยว่ครางเสียงหวาน นางหลับตาพร้อมกับแอ่นกายขึ้นหาเขาโดยไม่รู้ตัว กระทั่งร่างใหญ่เริ่มขยับนางเองก็หวิวไหวจนสั่นสะท้านหลางจวินไม่รีรอเมื่อรับรู้ว่านางคล้อยตาม เขาเริ่มขยับช้าๆ มือที่กอบกุมสะโพกนุ่ม ยกให้นางตอบรับสัมผัสที่กดลึก เสียงครวญของทั้งสองดังประสาน ความสุขสมกับสัมผัส
Read more
บทที่ 4.1 ผูกผมร่วมชะตา
มือใหญ่ทั้งสองข้างกดสะโพกนิ่มให้นางตอบรับจังหวะสอดแทรก ความกล้าแกร่งของเขากระทั้นเข้าหาความอ่อนนุ่มเป็นจังหวะเชื่องช้า และนั่นยิ่งทำให้ความหวิวไหวซาบซ่านสั่นคลอนเฉินซินเยว่นางจุมพิตตอบรับเขาอย่างเต็มใจ เอวอ่อนเริ่มแอ่นเข้าหาเขาโดยที่นางเองก็ไม่อาจห้ามความเร่าร้อนของเขาแผดเผานางจนแทบละลาย ความสุขสมอาบย้อมกายนางจนเต็มตื้น กายแกร่งของเขาเหยียดขยายร่างอ่อนนุ่ม ตีตราทั่วทุกอณูของนางให้เป็นของเขา ครอบครองทั่วตารางของร่างเนียนนุ่มอย่างหลงใหลในถังน้ำร้อนหลางจวินวางนางลงบนตัก วางเฉินซินเยว่ลงคร่อมความกล้าแกร่งร้อนเร่า นางอ่านเจอว่าท่วงท่านี้บุรุษจะชมชอบเป็นพิเศษ เนื่องจากพวกเขารู้สึกว่าการสอดประสานจะลึกล้ำจนซาบซ่านไปทั้งกายเฉินซินเยว่กดเขาเอาไว้ใต้ร่างด้วยท่าทีเงอะงะ นางยกกายขึ้นเล็กน้อย ก่อนนั่งลงครอบครองเขาด้วยจังหวะที่เขาเองก็ช่วยนางหยัดรับความสุขสมในทุกจังหวะทำให้เขาสะท้าน เจ้าร่างงามที่กดความแข็งขึงของเขาด้วยความเร่าร้อน ทำให้เขาหัวใจเต้นรัว มือใหญ่คว้าสะโพกนุ่ม ยกนางขึ้นก่อนที่เอวสอบจะสอดเสยขึ้นมาจากเบื้องล่างจังหวะที่เขากดนางลงหาตัว การสอดประสานที่ลึกล้ำมากขึ้น ๆ ทำให้คนทั้งสองสั่
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status