LOGINฟาตินวิ่งจนหอบเหนื่อย แต่กลับวนเวียนไปมาอยู่ที่เดิม มือน้อยปาดเหงื่อหน้าผากที่ไหลซึมไปทั่ว เธอทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน หันไปทางไหนก็มีแต่กำแพง เริ่มตาลายเพราะอากาศด้านในอบอ้าว
ส่วนคนที่รอให้หล่อนเหนื่อยกำลังนั่งมองเธออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของกำแพงได้ ร่างสูงใหญ่เอนกายนอนสบายมองหน้าจอนิ่ง รอให้เจ้าหล่อนเหนื่อยจนหมดแรง เขาถึงจะจัดการลงโทษให้สาสม
... แต่การลงโทษคือความปรารถนารุนแรงที่เขาจะตอบสนองให้เธอซ่านลึกไปทั้งกายใจจนถอนตัวไม่ขึ้น นอกเหนือจากนั้นยังมีบางอย่างที่เขาต้องรับหญิงสาวคนนี้มาอยู่ด้วย
ฟาตินปาดเหงื่อครั้งแล้วครั้งเล่าจนหญิงสาวทรุดร่างลงบนพื้น อากาศด้านในร้อนจนแทบทำให้เธอไหม้ ตอนแรกที่เข้ามาเธอรู้สึกว่ามันไม่ได้ร้อนขนาดนี้ เธอเริ่มหายใจเร็วขึ้นเหมือนมันจะอึดอัดไปหมด รู้สึกตาพร่าจนแทบพยุงกายไม่ไหว
“สิ้นฤทธิ์แล้วเหรอแองจี้ ต่อไปก็เป็นตาของฉันบ้าง”
รอฮิมทรุดร่างนั่งยองๆ ใกล้ร่างที่พิงกับผนังกำแพงด้วยความเหนื่อย หญิงสาวเพ่งมองก่อนจะขยับร่างหนี แต่ช้ากว่าร่างสูงที่กระชากแขนกลมกลึงกลับไปโดยแรง
“คิดจะหนีรึ อย่าฝันไปเลย ฉันจะขังเธอเอาไว้ที่วังของฉันจนวันตาย”
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยเพลิงราคะ เธอถึงกับผงะเบือนหน้าหนี หัวใจเต้นแรง กายสาวสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ฟาตินส่ายหน้าไปมาเมื่อเธอเข้าใจสถานการณ์ดีว่ากำลังเสียเปรียบเขา
รอฮิมกระชากร่างอ่อนแรงของฟาตินไปอีกห้อง เขาโยนเธอเข้าไปจนหัวคะมำ หญิงสาวเอามือยันเอาไว้ไม่ให้ชนกับกำแพงห้อง รีบกวาดตามองรอบกาย มีแต่ผนังรอบด้าน ไม่มีหน้าต่างมีแต่ประตูที่เขาพาเธอเข้ามา มุมห้องมีเตียงกว้าง โต๊ะและเก้าอี้เพียงเท่านั้น
แต่ในห้องนี้กลับรู้สึกว่าหายใจคล่องขึ้น เธอคิดว่าเขาต้องการแกล้งเธอแน่นอน
ฟาตินถอยหนี แม้จะอ่อนแรงแต่เธอไม่ใช่คนอ่อนแอ เพียงแค่ร่างสูงใหญ่ย่างกรายเข้ามา ฟาตินปล่อยหมัดและเตะไม่ยั้ง รอฮิมทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเมื่อโดนปลายเท้าเฉียดๆ ของหญิงสาว เขาปัดออกด้วยท่าทีกวนโมโห
“ยังฤทธิ์มากรึ งั้นมาออกกำลังกายกันสักตั้ง ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะใช้กำลังกับผู้หญิง มีเธอเป็นคนแรกนี่แหละ”
“จะฆ่าก็ฆ่า แต่ถ้าปล่อยให้หม่อมฉันรอด พระองค์นั่นแหละจะไม่รอด” หญิงสาวยกมือตั้งกาจเตรียมพร้อมรับมือไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ
สุลต่านหนุ่มเดินวนรอบกายเชลยสาว หลบหลีกปลายเท้าที่เตะสวนมาอย่างไม่เกรงกลัว
เขากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เบี่ยงกายคล่องแคล่ว ยกมือขึ้นกระชากปลายขาจนเธอเสียหลักทร่างล้มลงบนพื้น กายสูงใหญ่ขึ้นคร่อมทับ ฟาตินสวนหมัดเสยปลายคางโดยเร็ว
“โอ๊ย!” รอฮิมร้องด้วยความเจ็บ เขาประเมินเธอน้อยไปนิด แม้จะเป็นผู้หญิงแต่ฤทธิ์เดชไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชาย
ฟาตินวิ่งหนีไปที่ประตู แต่โดนกระชากเส้นผมให้หันกลับไปเผชิญหน้า โดยการตะครุบแล้วโยนให้อีกฝ่ายอ่อนแรงจนสู้ไม่ไหว หลังจากนั้นค่อยกลืนกินอย่างเอร็ดอร่อย รอฮิมกระแทกจูบดุเดือดบดขยี้รุกรานริมฝีปากสาว
“อื้อ...” ฟาตินเม้มปากเน้น จึงโดนเขาบีบต้นแขนทั้งสองข้าง กระชากอีกรอบจนร่างอรชรปะทะกับอกกว้าง มือใหญ่กอดรัดร่างเล็กแน่น มืออีกข้างเลื่อนไปขยำเต้าทรวงสาวเต็มแรง
“อ๊ะ!!! อื้อ...” ฟาตินเผลอร้องประท้วง เป็นโอกาสให้ปากหนาบดจูบลงมาอีกครั้ง ทั้งรุนแรงกระแทกกระทั้นไร้ความอ่อนโยน จนริมฝีปากแตกมีเลือดปนออกมา
รสชาติของเลือดสดๆ ทำให้รอฮิมแกล้งดูดหนักขึ้น ฟาตินเจ็บแทบน้ำตาร่วงเมื่อริมฝีปากร้อนชื้นดูดกลืนแผลสดๆ ในโพรงปาก เขาควานลิ้นเข้าต่อสู้กับกับลิ้นเล็กจนเกิดการฟาดฟัน หญิงสาวงับลิ้นชายหนุ่มเต็มแรง
“โอ๊ย!” รอฮิมรีบปล่อยเรียวปากบอบบาง เขาได้ลิ้มรสชาติของเลือดสดๆ ในโพรงปากตัวเอง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเคืองโกรธแทบอยากจับเธอหักคอ
ฟาตินรีบวิ่งไปที่ประตูโดยไม่รอช้า แต่ถูกกระชากกลับมาเหมือนเดิม ครั้งนี้ชายหนุ่มดึงแขนกลับมาแล้วจับขึ้นร่างเพรียวพาดบ่า ฟาดบั้นท้ายงอนงามไม่ยั้งแรง
“โอ๊ยๆๆ ปล่อย คนสารเลว บอกให้ปล่อยยังไงเล่า”
ฟาตินร้องด้วยความเจ็บดิ้นเร่าๆ กำหมัดทุบแผ่นหลังบึกบึนไม่ยั้ง
“ระวังคำพูดของเธอให้ดี” เขาเตือนเสียงดุดัน จับร่างสาวโยนไปที่เตียงกว้างอย่างไร้ความปรานี ฟาตินรีบถอยหนี ทำท่าจะคลานลงจากเตียง แต่ร่างสูงใหญ่กระโดดขึ้นคร่อมทับไว้ทั้งตัว
มือใหญ่จับปลายคางเรียวแล้วบีบแน่น เธอร้องด้วยความเจ็บ เผยอริมฝีปากให้คนที่รอจังหวะอยู่กระแทกจูบดุดันลงมา ลิ้นหนาควานเข้าแทรกสอดกับไรฟันขาวสะอาด
ฟาตินทำท่าจะงับลิ้นผู้บุกรุกอีกรอบ แต่รอฮิมรู้ทัน ถอนริมฝีปากหนีรวดเร็ว แล้วกระแทกจูบใหม่ หญิงสาวทำท่าจะงับ เขาก็ถอนริมฝีปากหนีแล้วกระแทกจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเรียวปากน้อยชอกช้ำระบมไปหมด
“จะฆ่าก็ฆ่า คนสารเลว” เธอกระชากเสียงพูดอย่างโมโหเมื่อโดนล่วงเกินด้วยความไม่เต็มใจ หมดแรงจะงับลิ้นเขาอีกแล้ว
“ปากดีแบบนี้ ตายง่ายๆ ก็ไม่สนุกน่ะสิ”
รอฮิมบีบปลายคางเรียวจ้องมองด้วยดวงตาดุดัน หญิงสาวสะบัดใบหน้าหนีทำให้อีกฝ่ายกระตุกยิ้มร้าย
“พยศนัก แล้วเธอจะรู้ว่าคิดจะฆ่าคนอย่างฉันมันเป็นยังไง” เขาเลียริมฝีปากด้วยความกระหาย จนฟาตินเริ่มดิ้นหนีแรงขึ้น แต่สู้แรงมหาศาลของเขาไม่ไหว
มือใหญ่กระชากอาภรณ์ที่ปกปิดเรือนกายออกอย่างไม่ปรานี หญิงสาวกรีดร้อง ตะกายร่างดิ้นรนต่อสู้ แต่สุลต่านหนุ่มหาได้สนใจไม่ เขาก้มลงงับซอกคอขาวผ่องดูดแรงๆ จนเธอสะท้าน ฟาตินกอดลำคอหนาแน่น ยกใบหน้าขึ้นเพื่อกัดเข้าที่บ่ากว้างโดยแรง
“โอ๊ย!!!” รอฮิมร้องสุดเสียง กระชากไหล่หนาออกจากคมเขี้ยวของคนใต้ร่าง
“ชอบกัดเหรอ ได้เลย แล้วเราจะได้เห็นดีกัน กัดกันทั้งวันทั้งคืนให้มันขาดใจกันไปข้างนึง”
ใบหน้าคมสันก้มลงงับเต้าอวบ ไรฟันขาวสะอาดกัดที่ยอดถันจนหญิงสาวดิ้นพล่านเมื่อโดนทุบ
“โอ๊ย!!! เจ็บ” เธอร้องแล้วกัดฟันแน่น
“นี่ยังน้อยไป เธอต้องเจอมากกว่านี้ พูดสิ ใครส่งเธอมา”
เขาถามแต่เธอเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบ จึงก้มลงดูดทรวงสาวเข้าปากเต็มกำลัง สร้างรอยกระสันซ่านแก่หญิงสาวใต้ร่างจนดิ้นเร่า
ริมฝีปากหนาดูดเม้มขบกัดยอดถันสลับกัน มือใหญ่เลื่อนไปฟอนเฟ้นสะโพกผายขาวผ่องทั้งสองข้าง แล้วฟาดฝ่ามือตีจนเกิดรอยแดง
ฟาตินใช้มือบางผลักศีรษะของรอฮิมออกเต็มแรง แต่เขากลับมาใหม่ กลับมาเพื่อดูดกัดยอดอกจนเกิดรอยแดง
“อ๊า...”
ฟาตินร้องครางเสียงสะท้าน สะบัดใบหน้าต่อต้านกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นเหมือนเปลวไฟยักษ์
“เธอจะเสียวกว่านี้อีก”
รอฮิมคำรามรุกคาม ไล่ต้อนเหยื่ออย่างชำนาญการ ดวงตาคมดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองด้วยสายตาคมกริบ
หญิงสาวดิ้นหนียกเข่าขึ้นเพื่อจะกระแทกกับกลางลำตัวของชายหนุ่ม แต่อีกฝ่ายรู้ทัน หลบโดยการพลิกร่างไปอีกด้านของเตียง ฟาตินกลั้นใจเฮือกสุดท้ายหนีลงจากเตียงด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่น
“อยากหนีเรอะ หนีไปเลย ฉันให้เธอหนีทั้งคืนจนกว่าจะหมดแรง”
ฟาตินรีบพาร่างอ่อนระโหยโรยแรงหนีไปอย่างไร้จุดหมาย เสียงข่มขวัญของเขาไม่ได้ทำให้เธอสนใจ มากกว่าหนี เธอสัมผัสมือกับกำแพงหนา ต้องมีทางให้เธอหนีพ้น หญิงสาวคิดหวังในใจแม้มันจะริบหรี่เต็มทีก็ตาม แต่คนเราเกิดมาต้องมีความหวัง
รอฮิมนึกทึ่งในความอดทนของเจ้าหล่อน เธอเข้มแข็งไม่อ้อนวอนขอชีวิต แม้จะหวาดกลัวเขาเพียงใดก็ตาม เขาสัมผัสถึงแววตาคู่นั้นที่หวาดหวั่นได้ดี อีกทั้งริมฝีปากที่สั่นระริกเกรงกลัวนั่นอีก
แต่ละคำของเขาทำให้ฟารีดาหัวใจสั่นไหว ใครจะกล้าไปอาบน้ำกับเขากัน มือบางเริ่มแกะมือหนาที่รัดเอวบางไว้แน่นมากขึ้น แต่ยิ่งแกะยิ่งเหนียวแน่นจนเธอถึงกับหอบเหนื่อย“อะไรกันแค่นี้เหนื่อยแล้ว วันนี้ต้องออกกำลังกายอีกทั้งวัน” ฟารีดาตาโตแทบเป็นลมเมื่อได้ยินคำนั้น แค่เมื่อคืนที่เธอต้องรับเขาแทบทั้งคืนก็จะแย่อยู่แล้ว คนอะไรหื่นนัก“วันนี้เราต้องไปหาเสด็จย่า องค์สุลต่านและท่านพ่อนี่เพคะ” เธอหาทางเอาตัวรอด เขานิ่งคิดก่อนจะวางคางที่ไหล่มน“ไม่อยากไปเลย แต่ดีเหมือนกัน ไปให้จบๆ ซะ เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน”“ทรงปล่อยก่อนเพคะ หม่อมฉันหิวแล้ว”เธอยกอาหารไปวางบนโต๊ะพยายามเบี่ยงกายหลบแต่ไม่พ้นเมื่อเขาตามติดมาสูดดมแก้มหอมๆ แล้วชิมอาหารฝีมือของภรรยาคนสวย“อร่อย” เขากระซิบบอกกดริมฝีปากกับแก้มนวลเพื่อเอ่ยชม ฟารีดาหน้าแดงซ่านหลบหลีกไปไหน เขาตามติดรุกไล่จนเธออ่อนใจรอฟัสพึงพอใจในตัวของภรรยา แม้เมื่อคืนเขาจะทำรุนแรงไปเพราะอารมณ์อยากเอาชนะ แต่เธอยังตื่นขึ้นมาเตรียมตัว เตรียมอาหารและให้นางทาสคอยเตรียมน้ำไว้ให้เขาอาบ ทำหน้าที่ภรรยาไม่ขาดตกบกพร่องภาพที่เจ้าชายรอฟัสรูปงามเดินตามภรรยาต้อยๆ เป็นภาพที่เหล่าบรรดานางทาสแอ
“อย่าดิ้นสิ โธ่เว้ย!” รอฟัสอารมณ์เสียยิ่งขึ้นที่นักรักอย่างเขาต้องขืนใจภรรยาตัวเอง ทำไมเขาไม่ใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าเล้าโลมเธอเล่า นี่เขาบ้าไปแล้วหรือไง“อย่า... ไม่!” ฟารีดาดิ้นรนทุบตีไม่ยั้งอย่างตกใจ ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน“บอกว่าอย่าดิ้นไง” รอฟัสหงุดหงิด เขากอบกุมสะโพกสาวเอาไว้ยกขึ้นจากพื้นเตียงจนเธอล้มบนเตียง ก่อนจะกระแทกกายสอดประสานเข้าสู่กายสาวที่รัดรึงเขาทุกสัดส่วน“กรี๊ด!!!”ฟารีดากรีดร้องกระตุกเยือกเมื่อกายหนุ่มฝังลงมาหมดสิ้น ใบหน้าสวยหวานฟุบลงกับหมอนใบโต ร้องไห้สะอื้นเหมือนจะขาดใจ เธอแน่นิ่งไปหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม“ลืมตามองฉันเดี๋ยวนี้ฟารีดา” คนเผด็จการสั่ง หญิงสาวสะอื้นเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาปิดสนิทไม่อยากมองคนใจร้าย“ฉันบอกให้ลืมตายังไงเล่า” เขาพูดเสียงกร้าว ฟารีดากำจิกผ้าปูที่นอนแน่น เกร็งร่างไปทุกสัดส่วนด้วยความเสียใจ เธอไม่เหลืออะไรให้ภาคภูมิใจอีกแล้ว“ก็ได้ ดื้อใช่ไหม รู้จักคนอย่างฉันน้อยไปแล้ว”รอฟัสเริ่มขยับกาย ถอดกายออกเกือบสุดแล้วสอดประสานเข้าหาหนักหน่วงฟารีดาสะดุ้งเฮือกกายสาวหยัดตามติดด้วยความคับแน่น ริมฝีปากเม้มแน่นไม่เปล่งเสียงครางออกมา รอฟัสสอดมือเข้าใต้สะ
ดวงตาหม่นมัวด้วยไฟเสน่หา จ้องมองร่างงามแล้วซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่น กายหนุ่มสาวหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อนที่จะจับจูงกันค้นพบความสุขแห่งรสเสน่หาพิธีอภิเษกสมรสของสุลต่านรอฮิมและคุณหนูฟาตินบุตรสาวอดีตผู้นำรัฐไบซาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความปลื้มปิติของพสกนิกรที่ประมุขของประเทศได้หญิงสาวที่เหมาะสมคู่ควรมาเคียงคู่บัลลังก์ของโอซาเนีย“จำได้ว่าท่านเคยล้อเราเมื่อปีที่แล้ว”สุลต่านอีซาและพระมเหสีทรงเสด็จมาร่วมงานฉลองมงคลสมรสของสหายรักกล่าวทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ท่านก็อย่าล้อเราไปเลย” รอฮิมหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อโดนล้อกลับ“เห็นทีปีหน้าคงต้องงดให้นางรำมาเต้นเสียแล้ว” อีซาพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี“ทำไมเล่า” รอฮิมแสร้งถาม“เดี๋ยวคนข้างกายของเราและท่านจะว่าเอาได้ เพราะนางรำมาเต้นทีไร เป็นอันได้ชายาทุกที” เสียงหัวเราะของทั้งสองประสานกันลั่น“เดี๋ยวนี้ท่านกลัวเมียแล้วเหรอ” รอฮิมกระซิบถามสหายรัก อีซาได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนหันไปสบตาหวานหยดกับภรรยาข้างกาย“นี่ของขวัญวันอภิเษกของท่าน หวังว่าท่านคงถูกใจ”อีซาตบบ่าของสหายรักก่อนที่จะจูงมเหสีคู่กายไปทรุดนั่งที่โต๊ะอาหารสำหรับรับรองแขกบ้าน
รอฟัสเอ่ยถามพี่ชายด้วยสายตาเป็นประกาย“ไม่มีอะไร”“แน่ใจหรือพ่ะย่ะค่ะ นึกว่าทรงอารมณ์ไม่ดีเพราะว่าเมียหาย”“รอฟัส!”“เจ้าพี่ หม่อมฉันตกใจหมดเลย”เจ้าชายอารมณ์ดีแสร้งยกมือขึ้นปิดหู“เรื่องฟารีดาพักไว้ก่อน ถ้าเจ้ายังขืนปากมาก”“ถึงเจ้าพี่ไม่จัดการให้ ท่านย่าก็ต้องจัดการให้ ท่านอยากได้ฟารีดามาเป็นหลานสะใภ้จะแย่อยู่แล้ว”“ถ้าพี่ไม่เห็นชอบ ย่าของเจ้าก็ช่วยไม่ได้”“ทรงขู่หม่อมฉันไปเถอะ ขนาดเจ้าพี่เอง ยังยอมลงให้ท่านย่าเลย”“พักนี้ไม่ค่อยเห็นลัยลาเลย ไปไหนก็ไม่รู้”รอฮิมเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากเถียงกับน้องชายอีก“ขลุกอยู่ตำหนักเสด็จย่าโน่น” รอฟัสบอกพี่ชาย“คงติดใจฟาติน”“ขนาดลัยลายังติดใจ ฮ่าๆๆ” รอฟัสหัวเราะร่วน“เข้าขากันดีเชียว ตั้งแต่ที่ฟาตินเข้ามาพักอยู่กับพี่ เคยเอ่ยขอฟาตินไปเป็นคนสนิทด้วยซ้ำ” รอฮิมเอ่ยบอกน้องชาย ส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วเสด็จพี่ก็ไม่ยอมให้ว่าที่พี่สะใภ้ไปรับใช้ยัยตัวแสบ” รอฟัสเดา“ยอม... แต่เผอิญพี่ต้องพาฟาตินไปไบซา” รอฮิมบอกน้องชายยิ้มๆ“ข้ออ้าง” รอฟัสรู้ทัน“อย่ามารู้ดี” รอฮิมดุน้องชายที่กล้ามารู้ทันเขา“เจ้าพี่จะไปไหน” รอฟัสเอ่ยถามพี่ชายเมื่อเห็นอีกฝ่ายลุกจากเก้าอี้“ไปเ
“ใช่ เขาตายแล้ว เพราะแกทำให้เขาตาย”มีนาพูดอย่างโกรธเกรี้ยว“ฉันไม่ได้ทำให้เขาตาย เพราะฉันไม่เคยให้ความหวังอะไรกับเขา” นีสรีนพูดเสียงเรียบตอบกลับไป แม้จะเสียใจแต่เธอเก็บซ่อนเอาไว้ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป“เพราะแก นังนีสรีน”มีนาตรงเข้าจิกผมของอีกฝ่ายและดันไปที่ก้อนหินเพื่อจะโขกศีรษะนีสรีนหมายจะให้ตายคามือด้วยความแค้น“หยุดนะ” เนย์มาร์เข้ามาจับมือของมีนาเอาไว้ ก่อนจะผลักหญิงสาวออกไปมีนาโมโหจัด ลุกขึ้นแล้วหยิบมีดที่ซุกซ่อนอยู่จ้วงแทงนีสรีนหมายจะให้ตาย แต่เนย์มาร์เข้ามารับเอาไว้“โอ๊ย!”“เนย์มาร์!” ทุกคนตะลึงอย่างตกใจ นีสรีนรีบเข้าไปประคองชายหนุ่มเอาไว้อย่างเป็นห่วงและตกใจจนทำอันใดไม่แทบไม่ถูกมีนาผงะห่างมองเลือดที่ไหลออกมาจากรอยแผลที่มีดปักด้วยใบหน้าซีดเผือด“หยุดเถอะมีน ฉันจะให้เงินเธอไปตั้งตัว รีบไปเก็บของซะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน หากจะทำร้ายลูกสาวฉันอีก เธอจะไม่ได้ไปดีๆ แน่ๆ”เสียงกัมปนาทของอูเซนทำให้มีนาชะงัก ส่ายหน้าไปมาด้วยความช็อก อูเซนยังใจดีเพราะคิดว่าอย่างไรก็เคยเป็นสามีภรรยากันหลังจากนั้นอูเซนรีบให้คนพาเนย์มาร์ส่งโรงพยาบาลโดยด่วน โดยมีนีสรีนตามไปด้วย กอดร่างชายหนุ่มไว้
“โอ๊ย! ปวดหัวจังเลยค่ะ โอ๊ย... คุณพี่” มีนาร้องโอดโอย“คุณเป็นอะไร” อูเซนหันมาถามภรรยาด้วยความเป็นห่วง ฟาตินสบตากับนีสรีนนิ่ง นีสรีนยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้มีนาชะงักงัน“เดี๋ยวให้คุณแม่บ้านพาน้ามีนไปพักนะคะ เราจะได้สอบสวนฟิรดากันต่อ...”“ให้ฟิรดาพาไปดีกว่าค่ะคุณพี่ คือว่ามีนอยากให้ฟิรดานวดขมับให้ด้วยค่ะ ปวดจนหมุนไปหมดแล้วค่ะ จะอาเจียนด้วยค่ะ” มีนาอ้อนสามี เอามือปิดปากทำท่าจะอาเจียนออกมาได้อย่างแนบเนียนอูเซนเป็นห่วงภรรยาอยู่มากแต่ปัญหายังเคลียร์ไม่เสร็จสิ้น...“ดีเหมือนกันค่ะ ให้ฟิรดาไปคิดก่อนว่า... ตอนนั้นตัวเองอยู่ที่ไหน”ฟาตินหันไปพยักหน้าเห็นด้วยกับมีนา นีสรีนหันมองญาติสาวก่อนจะนิ่งงันไป“แต่ฉันยังสอบสวนฟิรดาไม่เสร็จ”“ให้ฟิรดาพาคุณน้าไปพักเถอะค่ะ ดูสิ... หน้าซีดเผือดไปหมดแล้ว” นีสรีนพูดยิ้มๆ“หนูกับเนย์มาร์ไม่หายไปไหนหรอกค่ะ ฟิรดาก็ไม่หายไปไหน คุณพ่อใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” นีสรีนอ้อนบิดา อูเซนจึงยอมใจอ่อน“เดี๋ยวผมจะให้คนไปตามหมอนะมีน” อูเซนหันไปบอกภรรยาด้วยความห่วงใย“โทรให้อัสดินมาดูอาการมีนก็ได้ค่ะ เขารักษามีนอยู่ประจำ รู้อาการมีนดี” มีนาเอ่ยบอกเสียงเบา ทำท่าจะลุกตามกา







