ログインเขา... สุลต่านผู้ปกครองประเทศอันมั่งคั่งและร่ำรวย เธอ... นักฆ่าสาวที่หมายเอาชีวิตเขา เรื่องราวสลับซับซ้อนในอดีตเริ่มเปิดเผยขึ้นมาอีกครั้ง
もっと見るيقولون إن الحياة عادلة.
لكن من عاشها حقا يعرف أن العدالة ليست سوى كلمة جميلة نرددها كي نتحمل الفوارق التي نراها كل يوم. فالعالم، في نظر بطلتنا، لم يكن أكثر من كعكة ضخمة مقسمة إلى طبقات؛ طبقة فوق طبقة، وكلما ارتفعت إلى الأعلى، صار الهواء خانقا وصارت الأبواب أكثر صعوبة في الفتح. في القاع، هناك الطبقة الكادحة. أناس يستيقظون قبل الشمس، يركضون خلف أرزاقهم، ويعودون إلى بيوتهم منهكين، لكنهم يملكون شيئا لا يمكن شراؤه بسهولة؛ دفء العائلة، ضحكات الأطفال، وجلسات الشاي التي تجمعهم حول مائدة صغيرة وكأنها مملكة كاملة. لم يكونوا يملكون الكثير، لكنهم كانوا يعرفون قيمة ما يملكون. ثم تأتي الطبقة المتوسطة. أناس لا يموتون جوعا، ولا يعيشون في القصور، لكن لديهم سقف فوق رؤوسهم، وطعام على موائدهم، وربما سيارة وبعض الكماليات، لكن أعينهم لا تكف عن الصعود. ينظرون إلى من هو أعلى منهم. يقارنون. يحلمون. ويحسبون دائما كم يحتاجون من المال كي تصبح حياتهم شبيهة بحياة أولئك الذين يرونهم على شاشات هواتفهم. أما في القمة... فهناك عالم آخر تماما. عالم الأغنياء. الطبقة البرجوازية والرأسمالية التي لا تحتاج إلى الركض خلف شيء؛ لأن كل شيء يركض إليها. أموال موروثة. شركات. قصور. سيارات فاخرة. سفر حول العالم. وأسماء عائلية تفتح الأبواب قبل أن يطرق أصحابها عليها. كانوا يولدون وفي أيديهم مفاتيح الحياة، لا يعرفون معنى أن تحلم بشيء ثم تحسب ما إذا كان راتبك يسمح لك بشرائه، ولا يعرفون معنى أن تؤجل تلبية رغبة ما لأن فاتورة الكهرباء أهم. كل شيء كان متاحا. وربما لهذا السبب تحديدا، كان بعضهم يشعر بالفراغ. حين تصبح الأشياء التي يحلم بها الآخرون عادية في حياتك، تفقد الكثير من الأشياء بريقها. سيارة جديدة؟ يمكن شراؤها. سفر؟ متى شئت. مطعم فاخر؟ احجز الطاولة. جامعة مرموقة؟ الأبواب مفتوحة. بيت جديد؟ هناك أكثر من خيار. حتى الأحلام، بالنسبة إليهم، كان يمكن شراؤها. وهكذا عاش بعضهم داخل أبراجهم العاجية، بعيدين عن صخب الطبقات الأخرى، لا تتقاطع طرقهم معها إلا في مناسبات عابرة. وفي هذا العالم المتناقض، كان بطل قصتنا قد ولد في أعلى السلم. لم يكن يعرف معنى أن يبدأ من الصفر. كل شيء كان ينتظره. اسم عائلة قوي. مال. نفوذ. مستقبل مضمون. لكن بطلتنا؟ كانت من عالم آخر تماماً. من المغرب في مدينة تطوان، وُلدت في أسرة متوسطة؛ أب شمالي وأم من الدار البيضاء، عائلة بسيطة تعيش بكرامة، وتعرف كيف تدبر أمورها دون أن تمد يدها لأحد. كان بيتها متواضعا، حياتها عادية لكن أحلامها لم تكن كذلك، كانت عيناها دائما معلقتين بالسماء. كلما فتحت هاتفها ورأت فتاة من طبقة الأثرياء تتجول في باريس، أو شابا يصور سيارته الفاخرة، أو عائلة تقضي عطلتها في منتجع لا ف حتى اسمها... كانت تشعر بشيء يحترق داخلها. لم تكن تكتفي بالإعجاب. كانت تغار وتغضب وتتساءل: لماذا هم؟ وليس أنا؟ ومع مرور الوقت، تحول الحلم إلى هوس، لم تعد تريد حياة أفضل فحسب، كانت تريد أن تصبح واحدة منهم، بأي طريقة وبأي ثمن. ولم تكن تعرف بعد أن الطريق إلى القمة قد يجعل الإنسان يخسر أشياء لم يكن يتخيل يوما أنه قادر على خسارتها. في أحد صالونات الخياطة، كانت رائحة الشاي بالنعناع تختلط برائحة القماش الجديد والعطور النسائية. جلست امرأتان متقابلتين حول مائدة صغيرة، وبينهما صحن من الحلويات المغربية. قالت الأولى وهي تمد يدها نحو كأسها: "أيتها الخائنة! اسكبي لي كوب ٱخر من الشاي، لقد اشتقت حقاً لدردشاتنا يا صديقتي!" ضحكت الثانية وهي تصب لها الشاي."أين غبتِ أيتها المرأة! لم نرك منذ دهور، بل توقفتِ حتى عن القدوم لتعديل ملابسك، ما سبب هذا الغياب كله؟" وضعت المرأة الكأس أمامها وتنهدت بعمق: "لنستر الأمر يا أختي..." ومدت لها طبق الحلويات، "أنا وحدي في مواجهة تلك المصيبة التي ابتلاني الله بها!" قالت مليكة أو ملاك كما اعتادت أن تناديها صديقاتها وهي ترفع يدها إلى جبهتها في حركة استسلام. "طوال اليوم وأنا أركض خلفها وكل مالي يذهب عليها أريدها فقط ألا تشعر بالنقص أمام صديقاتها، لكن ماذا أفعل وهي لا تعرف إلا الماركات؟ تشتري شيئاً جديدا اليوم، وغداً تراه قديماً!" ضحكت صديقتها بخفة. ثم تابعت الأم وهي تهز رأسها: "هي الآن في السابعة عشرة من عمرها، وستبلغ الثامنة عشرة قريباً، تريد أن تعبر عن نفسها، وأن ترتدي ما يحلو لها، وتخرج كما تشاء، وتسافر وكأنها امرأة في الثلاثين من عمرها!" أجابت الصديقة بهدوء: "هذه هي فترة المراهقة." "هذه ليست مجرد مراهقة؛ هذه حرب!" طرقت ملاك بیدها على الطاولة. وتابعت بنبرة محبطة: "هي وأبوها أصبحا كقط وفأر، هو يقول يميناً، وهي تقول يساراً، يأمرها بشيء فتفعل العكس فقط لتثبت له أنها تستطيع. "وأنتِ؟" أجابت ملاك بابتسامة متعبة: "أنا حاول أن أظل على الحياد، أحاول امتصاص غضبها لتقترب مني وتخبرني بما يدور في ذهنها." توقفت قليلاً، ثم أضافت بنبرة ساخرة: "لكنها أذكى مما ينبغي، لا تخبرني إلا بما تريد مني أن أعرفه، وكل مرة أكتشف خدعة جديدة." ضحكت صديقتها مرة أخرى. "يبدو أن ابنتك تعرف كيف تتعامل مع والدتها." "لا تضحكي!" أشارت ملاك حول المحل. "أنا أنفق كل دخل هذا الصالون تقريباً عليها!" وتابعت ملاك بصوت يرتفع من شدة الاستياء: "ولو أغلقت الصالون، فلن يدفع لي أبوها حتى ربع درهم مقابل الأموال التي أنفقتها عليها!" أشارت صديقتها بلطف: "لكنه أبوها." قالت ملاك بصوت منخفض: "أنا أدرك ذلك، ولا أطلب منه أن يتركها بلا شيء، لكنني أريدها أن تفهم أننا لسنا أثرياء كما تظن." ثم انحنت أقرب "أبوها رجل عسكري، وأنتِ تعرفين كيف يكون العسكريون – الأوامر هي الأوامر، لا مجال للنقاش أو التسوية، حتى مع زوجته." تنهدت بعمق: "وأنا واقعة بين نارين." ابتسمت صديقتها وقالت: "هذه مرحلة حرجة يا عزيزتي، ابنتك تمر بمرحلة صعبة، لذا حاولي ألا تكوني صارمة معها كثيراً، خاصة أنها طفلتك الوحيدة." أطلقت ملاك تنهيدة طويلة ومجهدة: "آه يا أختي..." ثم توقفت وتمتمت بصوت منخفض: "المشكلة أنها تريد أن تكبر بسرعة أكثر من اللازم، كل شهر تريد تغيير شيئ في مظهرها، وكل يوم تذهب إلى الصالون لتصفيف شعرها ووضع المكياج، ثم تقول لي: ابقي بعيدة، أنا أعرف ما أفعله!" ضحكت صديقتها: "لأنها جميلة وتلفت الانظار." "هذا هو السبب بالذات الذي يجعلني قلقة عليها!" ضربت ملاك كفاً بكف، ثم اقتربت من صديقتها وخفضت صوتها كأنها تتحدث عن سر خطير. "الفتاة تجذب الانتباه دون حتى أن تدرك ذلك وفوق ذلك، تمتلك تلك الحركات، والمشية المتغنجة، وطريقة اللبس تلك... إنها تطير يا أختي، تطير" وضعت صديقتها كأس شاي أمامها: "دعيها وشأنها؛ ما زالت صغيرة." اتسعت عيناها ملاك دهشة: "صغيرة؟! هي مقتنعة أنها تفهم كل شيء، وأننا جميعا مجموعة من المغفلين، تعتقد أنها الشخص الوحيد الذكي والراقي، بينما ما زلنا نعيش في العصر الحجري!" تنهدت بحرقة وهي تستند إلى مقعدها. "بصراحة، أتمنى أن تتزوج قريباً، لكي أرتاح من صداعها المستمر." قبل أن تتم جملتها، توقفت ملاك فجأة. التفتت عيناها نحو باب الصالون، فانحنت أقرب إلى صديقتها بينما انخفض صوتها إلى همسة حادة. "آه... ها قد وصلت العروس." استدارت بسرعة نحو صديقتها، وقد تحول تعبير وجهها من الاستياء إلى تحذير محموم. "غيري الموضوع فوراً! إن سمعتِني أتحدث عنها، ستعتبرني عدوتها الرسمية ونبدأ حرباً جديدة لا تنتهي!" في تلك اللحظة بالذات، ظهرت غيثة عند الباب.แต่ละคำของเขาทำให้ฟารีดาหัวใจสั่นไหว ใครจะกล้าไปอาบน้ำกับเขากัน มือบางเริ่มแกะมือหนาที่รัดเอวบางไว้แน่นมากขึ้น แต่ยิ่งแกะยิ่งเหนียวแน่นจนเธอถึงกับหอบเหนื่อย“อะไรกันแค่นี้เหนื่อยแล้ว วันนี้ต้องออกกำลังกายอีกทั้งวัน” ฟารีดาตาโตแทบเป็นลมเมื่อได้ยินคำนั้น แค่เมื่อคืนที่เธอต้องรับเขาแทบทั้งคืนก็จะแย่อยู่แล้ว คนอะไรหื่นนัก“วันนี้เราต้องไปหาเสด็จย่า องค์สุลต่านและท่านพ่อนี่เพคะ” เธอหาทางเอาตัวรอด เขานิ่งคิดก่อนจะวางคางที่ไหล่มน“ไม่อยากไปเลย แต่ดีเหมือนกัน ไปให้จบๆ ซะ เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน”“ทรงปล่อยก่อนเพคะ หม่อมฉันหิวแล้ว”เธอยกอาหารไปวางบนโต๊ะพยายามเบี่ยงกายหลบแต่ไม่พ้นเมื่อเขาตามติดมาสูดดมแก้มหอมๆ แล้วชิมอาหารฝีมือของภรรยาคนสวย“อร่อย” เขากระซิบบอกกดริมฝีปากกับแก้มนวลเพื่อเอ่ยชม ฟารีดาหน้าแดงซ่านหลบหลีกไปไหน เขาตามติดรุกไล่จนเธออ่อนใจรอฟัสพึงพอใจในตัวของภรรยา แม้เมื่อคืนเขาจะทำรุนแรงไปเพราะอารมณ์อยากเอาชนะ แต่เธอยังตื่นขึ้นมาเตรียมตัว เตรียมอาหารและให้นางทาสคอยเตรียมน้ำไว้ให้เขาอาบ ทำหน้าที่ภรรยาไม่ขาดตกบกพร่องภาพที่เจ้าชายรอฟัสรูปงามเดินตามภรรยาต้อยๆ เป็นภาพที่เหล่าบรรดานางทาสแอ
“อย่าดิ้นสิ โธ่เว้ย!” รอฟัสอารมณ์เสียยิ่งขึ้นที่นักรักอย่างเขาต้องขืนใจภรรยาตัวเอง ทำไมเขาไม่ใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าเล้าโลมเธอเล่า นี่เขาบ้าไปแล้วหรือไง“อย่า... ไม่!” ฟารีดาดิ้นรนทุบตีไม่ยั้งอย่างตกใจ ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน“บอกว่าอย่าดิ้นไง” รอฟัสหงุดหงิด เขากอบกุมสะโพกสาวเอาไว้ยกขึ้นจากพื้นเตียงจนเธอล้มบนเตียง ก่อนจะกระแทกกายสอดประสานเข้าสู่กายสาวที่รัดรึงเขาทุกสัดส่วน“กรี๊ด!!!”ฟารีดากรีดร้องกระตุกเยือกเมื่อกายหนุ่มฝังลงมาหมดสิ้น ใบหน้าสวยหวานฟุบลงกับหมอนใบโต ร้องไห้สะอื้นเหมือนจะขาดใจ เธอแน่นิ่งไปหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม“ลืมตามองฉันเดี๋ยวนี้ฟารีดา” คนเผด็จการสั่ง หญิงสาวสะอื้นเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาปิดสนิทไม่อยากมองคนใจร้าย“ฉันบอกให้ลืมตายังไงเล่า” เขาพูดเสียงกร้าว ฟารีดากำจิกผ้าปูที่นอนแน่น เกร็งร่างไปทุกสัดส่วนด้วยความเสียใจ เธอไม่เหลืออะไรให้ภาคภูมิใจอีกแล้ว“ก็ได้ ดื้อใช่ไหม รู้จักคนอย่างฉันน้อยไปแล้ว”รอฟัสเริ่มขยับกาย ถอดกายออกเกือบสุดแล้วสอดประสานเข้าหาหนักหน่วงฟารีดาสะดุ้งเฮือกกายสาวหยัดตามติดด้วยความคับแน่น ริมฝีปากเม้มแน่นไม่เปล่งเสียงครางออกมา รอฟัสสอดมือเข้าใต้สะ
ดวงตาหม่นมัวด้วยไฟเสน่หา จ้องมองร่างงามแล้วซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่น กายหนุ่มสาวหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อนที่จะจับจูงกันค้นพบความสุขแห่งรสเสน่หาพิธีอภิเษกสมรสของสุลต่านรอฮิมและคุณหนูฟาตินบุตรสาวอดีตผู้นำรัฐไบซาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความปลื้มปิติของพสกนิกรที่ประมุขของประเทศได้หญิงสาวที่เหมาะสมคู่ควรมาเคียงคู่บัลลังก์ของโอซาเนีย“จำได้ว่าท่านเคยล้อเราเมื่อปีที่แล้ว”สุลต่านอีซาและพระมเหสีทรงเสด็จมาร่วมงานฉลองมงคลสมรสของสหายรักกล่าวทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ท่านก็อย่าล้อเราไปเลย” รอฮิมหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อโดนล้อกลับ“เห็นทีปีหน้าคงต้องงดให้นางรำมาเต้นเสียแล้ว” อีซาพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี“ทำไมเล่า” รอฮิมแสร้งถาม“เดี๋ยวคนข้างกายของเราและท่านจะว่าเอาได้ เพราะนางรำมาเต้นทีไร เป็นอันได้ชายาทุกที” เสียงหัวเราะของทั้งสองประสานกันลั่น“เดี๋ยวนี้ท่านกลัวเมียแล้วเหรอ” รอฮิมกระซิบถามสหายรัก อีซาได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนหันไปสบตาหวานหยดกับภรรยาข้างกาย“นี่ของขวัญวันอภิเษกของท่าน หวังว่าท่านคงถูกใจ”อีซาตบบ่าของสหายรักก่อนที่จะจูงมเหสีคู่กายไปทรุดนั่งที่โต๊ะอาหารสำหรับรับรองแขกบ้าน
รอฟัสเอ่ยถามพี่ชายด้วยสายตาเป็นประกาย“ไม่มีอะไร”“แน่ใจหรือพ่ะย่ะค่ะ นึกว่าทรงอารมณ์ไม่ดีเพราะว่าเมียหาย”“รอฟัส!”“เจ้าพี่ หม่อมฉันตกใจหมดเลย”เจ้าชายอารมณ์ดีแสร้งยกมือขึ้นปิดหู“เรื่องฟารีดาพักไว้ก่อน ถ้าเจ้ายังขืนปากมาก”“ถึงเจ้าพี่ไม่จัดการให้ ท่านย่าก็ต้องจัดการให้ ท่านอยากได้ฟารีดามาเป็นหลานสะใภ้จะแย่อยู่แล้ว”“ถ้าพี่ไม่เห็นชอบ ย่าของเจ้าก็ช่วยไม่ได้”“ทรงขู่หม่อมฉันไปเถอะ ขนาดเจ้าพี่เอง ยังยอมลงให้ท่านย่าเลย”“พักนี้ไม่ค่อยเห็นลัยลาเลย ไปไหนก็ไม่รู้”รอฮิมเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากเถียงกับน้องชายอีก“ขลุกอยู่ตำหนักเสด็จย่าโน่น” รอฟัสบอกพี่ชาย“คงติดใจฟาติน”“ขนาดลัยลายังติดใจ ฮ่าๆๆ” รอฟัสหัวเราะร่วน“เข้าขากันดีเชียว ตั้งแต่ที่ฟาตินเข้ามาพักอยู่กับพี่ เคยเอ่ยขอฟาตินไปเป็นคนสนิทด้วยซ้ำ” รอฮิมเอ่ยบอกน้องชาย ส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วเสด็จพี่ก็ไม่ยอมให้ว่าที่พี่สะใภ้ไปรับใช้ยัยตัวแสบ” รอฟัสเดา“ยอม... แต่เผอิญพี่ต้องพาฟาตินไปไบซา” รอฮิมบอกน้องชายยิ้มๆ“ข้ออ้าง” รอฟัสรู้ทัน“อย่ามารู้ดี” รอฮิมดุน้องชายที่กล้ามารู้ทันเขา“เจ้าพี่จะไปไหน” รอฟัสเอ่ยถามพี่ชายเมื่อเห็นอีกฝ่ายลุกจากเก้าอี้“ไปเ
“ใช่ เขาตายแล้ว เพราะแกทำให้เขาตาย”มีนาพูดอย่างโกรธเกรี้ยว“ฉันไม่ได้ทำให้เขาตาย เพราะฉันไม่เคยให้ความหวังอะไรกับเขา” นีสรีนพูดเสียงเรียบตอบกลับไป แม้จะเสียใจแต่เธอเก็บซ่อนเอาไว้ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป“เพราะแก นังนีสรีน”มีนาตรงเข้าจิกผมของอีกฝ่ายและดันไปที่ก้อนหินเพื่อจะโขกศีรษะนีสรีนหมายจะให้ตา
“เอ่อ...” นีสรีนอึกอักเพราะเธอไม่รู้จะอธิบายอันใดให้บิดาฟังดี“พูดความจริงมา ตามที่ลูกควรจะพูด และพ่อควรจะรู้ โชคดีที่สุลต่านรอฮิมไม่เอาเรื่อง ทั้งๆ ที่พระองค์เป็นแขกคนสำคัญ และลูกยังเป็นว่าที่คู่หมั้น แต่ทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้”อูเซนพูดเสียงเครียดมองบุตรสาวที่เขารักนิ่ง“คุณอย่าดุนักสิคะ ดูสิ...
หล่อนตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าขึ้นมาหา โดยที่เธอไม่ได้ต้องการ เพราะหากเป็นก่อนหน้าเธอต้องดูต้นทางให้เขา ไม่เช่นนั้นอาจถูกใครจับได้“คุณหนูส่งจดหมายไปหาผมบอกว่าให้ผมขึ้นมาหา”เขาบอกนายสาว เพราะในจดหมายนัดแนะให้เขาเข้าทางคฤหาสน์ด้านหลัง ประตูหลังถูกเปิดไว้เพื่ออำนวยความสะดวก ขึ้นมาบนคฤหาสน์เงียบกริ
“ไม่ต้องห่วงเรื่องสุลต่านรอฮิมหรอก เดี๋ยวหนูนีขอองค์สุลต่านให้เอง”นีสรีนพยักหน้าให้ฟาติน เข้าใจว่าญาติสาวตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ฟาตินยิ้มรับ ก่อนพยักหน้าให้ นีสรีนยิ้มกว้าง ดีใจที่ได้มีคนที่คุยกันถูกคอไปอยู่ด้วย“อุ๊ย! ปล่อยเพคะ” ฟารีดาเบี่ยงหนีอ้อมแขนหนาที่กอดรัดมาแนบอกแต่สู้แรงคนตัวโตไม่ได้“ไ





