LOGINเธอเหมือนบิดาของเธอนัก แต่เขายังไม่อยากปรานีเธอตอนนี้ เพราะนั่นหมายถึงว่า เขาจะจบชีวิตลงทันที หากยอมอ่อนข้อให้ เขาต้องกำราบทำให้เธอสู้ไม่ได้และยอมทุกอย่าง ถึงจะชนะเธอได้
และสุดท้ายจะได้รู้ว่าเธอคิดจะฆ่าเขาทำไม
“หมดเวลาสนุกแล้วแองจี้ ฉันเหนื่อยเต็มทนแล้วอยากรักเธอใจจะขาดอยู่แล้ว”
มือใหญ่กระชากแขนเรียวกลมกลึงกลับมาอีกรอบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ความต้องการรุนแรงจนเขาไม่อาจรออีกต่อไป
“โอ๊ย!!!” ฟาตินร้องด้วยความเจ็บ เมื่อสะโพกผายกระแทกกับพื้นเตียงอีกครา เขาไม่มีความสงสารเห็นใจ แต่เธอเองไม่ต้องการความสมเพชจากเขาเช่นกัน
“อยากทำอะไรก็ทำ อยากฆ่าให้ตายก็ฆ่าเสียเลยสิ”
ฟาตินเบี่ยงใบหน้าหนีเมื่อร่างสูงใหญ่ขึ้นทาบทับ
“ฉันทำแน่ แต่ไม่ใช่ฆ่าเธอให้ตายในตอนนี้ แต่จะทำให้ค่อยๆ ทรมานจนสิ้นใจไปเอง บอกมาว่าใครส่งเธอมา”
เขาบีบปลายคางเธอแน่นบังคับให้หันมาสบตา เค้นเอาความจริงอีกครั้ง
เพราะการที่เธอมาฆ่าเขาแบบนี้มันต้องไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เป็นแน่ ฟาตินเม้มปากแน่น มองจ้องตาเขาไม่วาง ตัดความกลัวออกไป เขาสบกับแววตาที่ไม่ได้มีความเกรงกลัวคู่นี้ ถึงกับกัดกรามกรอด ตระหนักว่าเจ้าหล่อนคงไม่ยอมปริปากอันใดอย่างแน่นอน
“ได้... ถ้าเธอไม่ปริปาก ก็รับความทรมานไปคนเดียวแล้วกัน ถ้าเปลี่ยนใจตอนไหนค่อยบอกยังไม่สาย”
รอฮิมซบใบหน้าลงขบดูดเรือนร่างสาว ทึ้งเสื้อผ้าที่ยังค้างคาอยู่ออกจนหมด ฟาตินกรีดร้องเสียงดัง หลับตาแน่น ยอมรับชะตากรรม เธอเหนื่อยล้าเหลือเกินแล้วที่จะต่อกรกับเขาในตอนนี้
รอฮิมยิ้มร้าย เมื่อเห็นอีกฝ่ายนอนหลับตาแน่นเหมือนท่อนไม้
“ฉันอยากรู้ว่าเธอจะนอนนิ่งแบบนี้ได้นานสักเท่าไหร่กัน แต่ดีเหมือนกันไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย”
เขาหัวเราะหึๆ ฉกใบหน้าซุกซบลิ้มรสผิวผุดผ่อง
ฟาตินเม้มปากแน่นขึ้นจนเจ็บร้าวไปหมด สายตาคมเข้มเหลือบมองเพียงนิด แล้วตวัดลิ้นเลียยอดถันสีชมพูสด หญิงสาวหลับตาแน่นมือเกร็งจิกเข้าเนื้อจนเจ็บ ก่อนเผลออุทานด้วยความเจ็บเสียวเมื่อไรฟันคมกัดที่ยอดถันย้ำๆ หลายๆ ครั้ง
“อ๊ะ!!!”
“ฉันนึกว่าเธอจะอดทนกว่านี้”
เขาเยาะเย้ยถากถาง จับหญิงสาวพลิกคว่ำพลิกหงายงับดูดเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ หรือไม่ก็อาหารรสเลิศให้กลืนกินอย่างสำราญใจ
“สิ้นฤทธิ์แล้วรึ” เขางับหูขาวเนียนแทรกชิวหาสอดเข้าหา เรือนร่างนุ่มนิ่มหอมหวานทำให้เขาหลงลืมเรื่องราวบาดหมางไปชั่วขณะ รอฮิมบีบคางเรียวแล้วสอดแทรกลิ้นเข้าดูดกลืนความหวานอีกครา
ฟาตินอยากต่อต้าน แต่อ่อนล้าอ่อนแรง เธอเพียงแต่ถอยลิ้นหนี พยายามเบี่ยงหน้าหนีเท่าที่ยังมีแรงที่น้อยนิดเต็มที
“อย่า!!!” ฟาตินผวาเมื่อเขากระชากเรียวขาออกจากกันจนกว้าง เธอปัดป้องปกปิดผลักไสเรือนร่างสูงใหญ่ด้วยความตกใจ
“ทำเป็นไม่เคยไปได้ อย่าดีดดิ้นไปหน่อยเลย”
เขากระชากชุดของตัวเองออก จดจ่อความแข็งแกร่งที่เนินเนื้อสีชมพูสด ฟาตินกระถดถอยหนี
“ไม่” เธอส่ายหน้าหนีหวาดหวั่น กายสั่นยะเยือก
“อย่าทำเป็นไม่เคยไปหน่อยเลย แต่ทำสีหน้าแบบนี้ตื่นเต้นดีชะมัด”
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงกระแทกกายเสือกสอด ลึกเข้าสู่ความเป็นอิสตรี
“โอ๊ย!!! เจ็บ คนสารเลว” ฟาตินระดมกำปั้นทุบตีร่างสูงใหญ่ด้วยความเจ็บปวด
“ฤทธิ์มากนักนะ” เขาเขย่าแขนจนหญิงสาวหัวสั่นคลอน
“ปล่อยนะ ฮึกๆ ฮือ คนเลว... เจ็บ”
เธอกัดฟันร้องด้วยความเจ็บปวด ส่ายหน้าอย่างสิ้นฤทธิ์ หมดแรงกำลังที่จะต่อสู้กับความป่าเถื่อนของเขา
“อยากได้รับการปรนนิบัติดีเยี่ยมหรือไง ถ้าอยากได้ก็ตอบมา แต่ถ้ายังไม่ยอมบอกว่าใครส่งเธอมา ก็รับโทษทัณฑ์ไปคนเดียวเถอะ”
สะโพกแกร่งบดร่างเข้าหา เขาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ความฟิตแน่นที่รัดรึงตัวตนแข็งกร้าว เขาอยากรู้ว่าอาของเธอมีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่ แต่เธอพยศนัก ไม่ยอมเอ่ยปากอันใดเลยสักนิด
“ไม่คิดว่าจะยังบริสุทธิ์ แต่ก็ดี ฉันไม่ชอบของเหลือเดนจากใคร” รอฮิมกล่าวอย่างพึงพอใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง เขาใช้หลังมือไล้ไปตามแก้มนวล ฟาตินสะบัดหน้าหนี เขาจึงกดกายเข้าหา
“อ๊ะ! คนบ้า” เธอถลึงตาใส่เขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ระวังคำพูดหน่อย เธอนี่มันน่าจริงๆ”
สุลต่านหนุ่มเอ่ยเตือน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครใช้คำพูดแบบนี้กับเขามาก่อน เธอกล้ามากที่ด่าทอเขาด้วยคำพูดแบบนี้
“ทำไมต้องระวัง”
ฟาตินเถียงพยายามดันหน้าท้องแกร่งให้ออกห่างไปจากกายเธอ แต่เขาฝังล้ำลึกนัก ยิ่งขยับยิ่งเจ็บยิ่งเสียว แถมเรือนร่างแกร่งฝังกายลงมาแนบชิดมิดเม้นไม่ยอมถอดถอย
... ร่างสูงใหญ่ผลักไสมือบอบบางออกห่างแล้วกระชับสะโพกผายยกขึ้นจากพื้นเตียง
“โอ๊ย!” ฟาตินครางเสียงหลงเมื่อเขาเริ่มขยับกาย ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาสไตล์หนุ่มอาหรับถึงกับเหยเกเมื่อความรัดรึงคับแน่นบีบรัดทุกทิศทาง
เขาบดขยี้เกสรสาวเคล้นคลึงปุ่มกระสันนารีเพื่อให้หล่อนเสียวซ่านกระตุ้นหยาดน้ำหวานภายในออกมารับการชำแรกของเรือนกายกำยำ เพื่อทำให้การสอดประสานสะดวกและลดความเจ็บลง
รอฮิมขยับระรัวเร็วขึ้น แหงนเงยใบหน้าขึ้นด้านบนเพื่อปล่อยเสียงคราง ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่าง แม้เธอจะพยายามข่มใจไม่ให้หลงไปกับอารมณ์หวามที่ไม่เคยพานพบมาก่อน แต่มันเกินจะยับยั้งชั่งใจ
“ร้องสิแองจี้ ร้องดังๆ จะทรมานอยู่ทำไม”
รอฮิมกระซิบสั่ง เขาอยากได้ยินเสียงหวานๆ ของเธอ ริมฝีปากร้อนดูดเม้มใบหูหอมกรุ่น เคลื่อนฝ่ามือเข้าฟอนเฟ้นเคล้นคลึงทรวงสาว
ฟาตินกรีดร้องสุดเสียงปลดปล่อยอารมณ์รุนแรงที่โจมตีเธอเหมือนคลื่นยักษ์ใหญ่ หล่อนร้องด้วยความเจ็บปนเสียวซ่านที่กระหน่ำจากร่างสูง
“ร้องสิ เสียงเธอหวานจะตาย ต่อไปฉันจะให้เธอร้องแบบนี้ทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง”
แค่คำพูดก็บาดลึกถึงทรวงใน ฟาตินรู้สึกสั่นสะท้านรุนแรงเมื่อได้รับฟังประโยคชวนขนลุกนั้น
“อ๊า... ขยับแบบนั้นล่ะดีมาก แม่เชลยสาวคนสวย โอ้... แน่นสุดๆ แทบหายใจไม่ออก” รอฮิมคำรามสั่งเสียงพร่าด้วยใบหน้าแดงก่ำ ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากสาวด้วยความกระหาย รสชาติอันลึกล้ำของเนื้อนวลนางใต้ร่างทำให้เขาติดอกติดใจได้ไม่ยาก
ความทรมานสิ้นสุดลงด้วยการปลดปล่อยลำธารร้อนในกายสาว สุลต่านหนุ่มผละออกห่างทอดสายตาดุกร้าวมองร่างที่บอบช้ำบนเตียง
“เก็บแรงเอาไว้ ต่อจากนี้เธอจะไม่ได้นอนไปอีกนาน”
ฟาตินสะบัดหน้าให้หลุดจากมือใหญ่ที่บีบปลายคาง ท่าทีแสนพยศทำให้รอฮิมคำรามกระหึ่มในลำคอ
“ฤทธิ์มากนักนะ” เขาบีบปลายคางให้หญิงสาวหันมาสบตา ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากที่แดงช้ำ ฟาตินงับลิ้นของชายหนุ่มเต็มแรง แม้จะอ่อนแรงแต่ไม่ยอมอ่อนข้อเด็ดขาด
รอฮิมผละห่าง “แล้วเธอจะรู้ว่าความทรมานแสนหวานมันเป็นยังไงแม่เชลยสาว”
รอฮิมกระซิบบอกเสียงคุกคาม เขาดุนปลายลิ้นกับริมฝีปากด้วยความเจ็บ มองร่างเชลยสาวที่ไม่แม้จะคิดอ่อนข้อให้เขาสักนิด
ฟาตินยังมองเขาด้วยดวงตาแข็งกร้าวแม้กายจะขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ก็ตามที...
อัมรานเดินวนไปมาอยู่ในห้องรับรองด้วยความร้อนรุ่มในหัวใจ เขาไม่อยากให้ฟาตินไปคิดเข่นฆ่าสุลต่านรอฮิม เพราะเรื่องราวมันจะบานปลายจนเขาก็คงช่วยไม่ได้
แม้หลานสาวจะบอกว่าไม่ได้คิดฆ่าสุลต่านรอฮิม แต่เขาอดกลัวแววตาคู่นั้นของฟาตินไม่ได้
สุลต่านรอฮิมไม่ใช่คนโง่ และเขาก็กลัวเหลือเกิน กลัวว่าหลานสาวจะถูกจับได้ ถ้าถึงเวลานั้น เขาควรทำเช่นไรดี ยอมให้เธอโดนประหารชีวิต หรือช่วยเหลือเอาไว้
แต่ละคำของเขาทำให้ฟารีดาหัวใจสั่นไหว ใครจะกล้าไปอาบน้ำกับเขากัน มือบางเริ่มแกะมือหนาที่รัดเอวบางไว้แน่นมากขึ้น แต่ยิ่งแกะยิ่งเหนียวแน่นจนเธอถึงกับหอบเหนื่อย“อะไรกันแค่นี้เหนื่อยแล้ว วันนี้ต้องออกกำลังกายอีกทั้งวัน” ฟารีดาตาโตแทบเป็นลมเมื่อได้ยินคำนั้น แค่เมื่อคืนที่เธอต้องรับเขาแทบทั้งคืนก็จะแย่อยู่แล้ว คนอะไรหื่นนัก“วันนี้เราต้องไปหาเสด็จย่า องค์สุลต่านและท่านพ่อนี่เพคะ” เธอหาทางเอาตัวรอด เขานิ่งคิดก่อนจะวางคางที่ไหล่มน“ไม่อยากไปเลย แต่ดีเหมือนกัน ไปให้จบๆ ซะ เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน”“ทรงปล่อยก่อนเพคะ หม่อมฉันหิวแล้ว”เธอยกอาหารไปวางบนโต๊ะพยายามเบี่ยงกายหลบแต่ไม่พ้นเมื่อเขาตามติดมาสูดดมแก้มหอมๆ แล้วชิมอาหารฝีมือของภรรยาคนสวย“อร่อย” เขากระซิบบอกกดริมฝีปากกับแก้มนวลเพื่อเอ่ยชม ฟารีดาหน้าแดงซ่านหลบหลีกไปไหน เขาตามติดรุกไล่จนเธออ่อนใจรอฟัสพึงพอใจในตัวของภรรยา แม้เมื่อคืนเขาจะทำรุนแรงไปเพราะอารมณ์อยากเอาชนะ แต่เธอยังตื่นขึ้นมาเตรียมตัว เตรียมอาหารและให้นางทาสคอยเตรียมน้ำไว้ให้เขาอาบ ทำหน้าที่ภรรยาไม่ขาดตกบกพร่องภาพที่เจ้าชายรอฟัสรูปงามเดินตามภรรยาต้อยๆ เป็นภาพที่เหล่าบรรดานางทาสแอ
“อย่าดิ้นสิ โธ่เว้ย!” รอฟัสอารมณ์เสียยิ่งขึ้นที่นักรักอย่างเขาต้องขืนใจภรรยาตัวเอง ทำไมเขาไม่ใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าเล้าโลมเธอเล่า นี่เขาบ้าไปแล้วหรือไง“อย่า... ไม่!” ฟารีดาดิ้นรนทุบตีไม่ยั้งอย่างตกใจ ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน“บอกว่าอย่าดิ้นไง” รอฟัสหงุดหงิด เขากอบกุมสะโพกสาวเอาไว้ยกขึ้นจากพื้นเตียงจนเธอล้มบนเตียง ก่อนจะกระแทกกายสอดประสานเข้าสู่กายสาวที่รัดรึงเขาทุกสัดส่วน“กรี๊ด!!!”ฟารีดากรีดร้องกระตุกเยือกเมื่อกายหนุ่มฝังลงมาหมดสิ้น ใบหน้าสวยหวานฟุบลงกับหมอนใบโต ร้องไห้สะอื้นเหมือนจะขาดใจ เธอแน่นิ่งไปหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม“ลืมตามองฉันเดี๋ยวนี้ฟารีดา” คนเผด็จการสั่ง หญิงสาวสะอื้นเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาปิดสนิทไม่อยากมองคนใจร้าย“ฉันบอกให้ลืมตายังไงเล่า” เขาพูดเสียงกร้าว ฟารีดากำจิกผ้าปูที่นอนแน่น เกร็งร่างไปทุกสัดส่วนด้วยความเสียใจ เธอไม่เหลืออะไรให้ภาคภูมิใจอีกแล้ว“ก็ได้ ดื้อใช่ไหม รู้จักคนอย่างฉันน้อยไปแล้ว”รอฟัสเริ่มขยับกาย ถอดกายออกเกือบสุดแล้วสอดประสานเข้าหาหนักหน่วงฟารีดาสะดุ้งเฮือกกายสาวหยัดตามติดด้วยความคับแน่น ริมฝีปากเม้มแน่นไม่เปล่งเสียงครางออกมา รอฟัสสอดมือเข้าใต้สะ
ดวงตาหม่นมัวด้วยไฟเสน่หา จ้องมองร่างงามแล้วซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่น กายหนุ่มสาวหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อนที่จะจับจูงกันค้นพบความสุขแห่งรสเสน่หาพิธีอภิเษกสมรสของสุลต่านรอฮิมและคุณหนูฟาตินบุตรสาวอดีตผู้นำรัฐไบซาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความปลื้มปิติของพสกนิกรที่ประมุขของประเทศได้หญิงสาวที่เหมาะสมคู่ควรมาเคียงคู่บัลลังก์ของโอซาเนีย“จำได้ว่าท่านเคยล้อเราเมื่อปีที่แล้ว”สุลต่านอีซาและพระมเหสีทรงเสด็จมาร่วมงานฉลองมงคลสมรสของสหายรักกล่าวทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ท่านก็อย่าล้อเราไปเลย” รอฮิมหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อโดนล้อกลับ“เห็นทีปีหน้าคงต้องงดให้นางรำมาเต้นเสียแล้ว” อีซาพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี“ทำไมเล่า” รอฮิมแสร้งถาม“เดี๋ยวคนข้างกายของเราและท่านจะว่าเอาได้ เพราะนางรำมาเต้นทีไร เป็นอันได้ชายาทุกที” เสียงหัวเราะของทั้งสองประสานกันลั่น“เดี๋ยวนี้ท่านกลัวเมียแล้วเหรอ” รอฮิมกระซิบถามสหายรัก อีซาได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนหันไปสบตาหวานหยดกับภรรยาข้างกาย“นี่ของขวัญวันอภิเษกของท่าน หวังว่าท่านคงถูกใจ”อีซาตบบ่าของสหายรักก่อนที่จะจูงมเหสีคู่กายไปทรุดนั่งที่โต๊ะอาหารสำหรับรับรองแขกบ้าน
รอฟัสเอ่ยถามพี่ชายด้วยสายตาเป็นประกาย“ไม่มีอะไร”“แน่ใจหรือพ่ะย่ะค่ะ นึกว่าทรงอารมณ์ไม่ดีเพราะว่าเมียหาย”“รอฟัส!”“เจ้าพี่ หม่อมฉันตกใจหมดเลย”เจ้าชายอารมณ์ดีแสร้งยกมือขึ้นปิดหู“เรื่องฟารีดาพักไว้ก่อน ถ้าเจ้ายังขืนปากมาก”“ถึงเจ้าพี่ไม่จัดการให้ ท่านย่าก็ต้องจัดการให้ ท่านอยากได้ฟารีดามาเป็นหลานสะใภ้จะแย่อยู่แล้ว”“ถ้าพี่ไม่เห็นชอบ ย่าของเจ้าก็ช่วยไม่ได้”“ทรงขู่หม่อมฉันไปเถอะ ขนาดเจ้าพี่เอง ยังยอมลงให้ท่านย่าเลย”“พักนี้ไม่ค่อยเห็นลัยลาเลย ไปไหนก็ไม่รู้”รอฮิมเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากเถียงกับน้องชายอีก“ขลุกอยู่ตำหนักเสด็จย่าโน่น” รอฟัสบอกพี่ชาย“คงติดใจฟาติน”“ขนาดลัยลายังติดใจ ฮ่าๆๆ” รอฟัสหัวเราะร่วน“เข้าขากันดีเชียว ตั้งแต่ที่ฟาตินเข้ามาพักอยู่กับพี่ เคยเอ่ยขอฟาตินไปเป็นคนสนิทด้วยซ้ำ” รอฮิมเอ่ยบอกน้องชาย ส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วเสด็จพี่ก็ไม่ยอมให้ว่าที่พี่สะใภ้ไปรับใช้ยัยตัวแสบ” รอฟัสเดา“ยอม... แต่เผอิญพี่ต้องพาฟาตินไปไบซา” รอฮิมบอกน้องชายยิ้มๆ“ข้ออ้าง” รอฟัสรู้ทัน“อย่ามารู้ดี” รอฮิมดุน้องชายที่กล้ามารู้ทันเขา“เจ้าพี่จะไปไหน” รอฟัสเอ่ยถามพี่ชายเมื่อเห็นอีกฝ่ายลุกจากเก้าอี้“ไปเ
“ใช่ เขาตายแล้ว เพราะแกทำให้เขาตาย”มีนาพูดอย่างโกรธเกรี้ยว“ฉันไม่ได้ทำให้เขาตาย เพราะฉันไม่เคยให้ความหวังอะไรกับเขา” นีสรีนพูดเสียงเรียบตอบกลับไป แม้จะเสียใจแต่เธอเก็บซ่อนเอาไว้ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป“เพราะแก นังนีสรีน”มีนาตรงเข้าจิกผมของอีกฝ่ายและดันไปที่ก้อนหินเพื่อจะโขกศีรษะนีสรีนหมายจะให้ตายคามือด้วยความแค้น“หยุดนะ” เนย์มาร์เข้ามาจับมือของมีนาเอาไว้ ก่อนจะผลักหญิงสาวออกไปมีนาโมโหจัด ลุกขึ้นแล้วหยิบมีดที่ซุกซ่อนอยู่จ้วงแทงนีสรีนหมายจะให้ตาย แต่เนย์มาร์เข้ามารับเอาไว้“โอ๊ย!”“เนย์มาร์!” ทุกคนตะลึงอย่างตกใจ นีสรีนรีบเข้าไปประคองชายหนุ่มเอาไว้อย่างเป็นห่วงและตกใจจนทำอันใดไม่แทบไม่ถูกมีนาผงะห่างมองเลือดที่ไหลออกมาจากรอยแผลที่มีดปักด้วยใบหน้าซีดเผือด“หยุดเถอะมีน ฉันจะให้เงินเธอไปตั้งตัว รีบไปเก็บของซะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน หากจะทำร้ายลูกสาวฉันอีก เธอจะไม่ได้ไปดีๆ แน่ๆ”เสียงกัมปนาทของอูเซนทำให้มีนาชะงัก ส่ายหน้าไปมาด้วยความช็อก อูเซนยังใจดีเพราะคิดว่าอย่างไรก็เคยเป็นสามีภรรยากันหลังจากนั้นอูเซนรีบให้คนพาเนย์มาร์ส่งโรงพยาบาลโดยด่วน โดยมีนีสรีนตามไปด้วย กอดร่างชายหนุ่มไว้
“โอ๊ย! ปวดหัวจังเลยค่ะ โอ๊ย... คุณพี่” มีนาร้องโอดโอย“คุณเป็นอะไร” อูเซนหันมาถามภรรยาด้วยความเป็นห่วง ฟาตินสบตากับนีสรีนนิ่ง นีสรีนยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้มีนาชะงักงัน“เดี๋ยวให้คุณแม่บ้านพาน้ามีนไปพักนะคะ เราจะได้สอบสวนฟิรดากันต่อ...”“ให้ฟิรดาพาไปดีกว่าค่ะคุณพี่ คือว่ามีนอยากให้ฟิรดานวดขมับให้ด้วยค่ะ ปวดจนหมุนไปหมดแล้วค่ะ จะอาเจียนด้วยค่ะ” มีนาอ้อนสามี เอามือปิดปากทำท่าจะอาเจียนออกมาได้อย่างแนบเนียนอูเซนเป็นห่วงภรรยาอยู่มากแต่ปัญหายังเคลียร์ไม่เสร็จสิ้น...“ดีเหมือนกันค่ะ ให้ฟิรดาไปคิดก่อนว่า... ตอนนั้นตัวเองอยู่ที่ไหน”ฟาตินหันไปพยักหน้าเห็นด้วยกับมีนา นีสรีนหันมองญาติสาวก่อนจะนิ่งงันไป“แต่ฉันยังสอบสวนฟิรดาไม่เสร็จ”“ให้ฟิรดาพาคุณน้าไปพักเถอะค่ะ ดูสิ... หน้าซีดเผือดไปหมดแล้ว” นีสรีนพูดยิ้มๆ“หนูกับเนย์มาร์ไม่หายไปไหนหรอกค่ะ ฟิรดาก็ไม่หายไปไหน คุณพ่อใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” นีสรีนอ้อนบิดา อูเซนจึงยอมใจอ่อน“เดี๋ยวผมจะให้คนไปตามหมอนะมีน” อูเซนหันไปบอกภรรยาด้วยความห่วงใย“โทรให้อัสดินมาดูอาการมีนก็ได้ค่ะ เขารักษามีนอยู่ประจำ รู้อาการมีนดี” มีนาเอ่ยบอกเสียงเบา ทำท่าจะลุกตามกา







