Beranda / รักโบราณ / เชลยรักสองพยัคฆ์ / บทที่ 11 พายุที่หวนคืน 2

Share

บทที่ 11 พายุที่หวนคืน 2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-15 22:06:43

          ทว่าเนิ่นนานไปขณะที่เขายังคงครอบครองเรือนร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 77 แผนลวงซ้อนกล 1

    ลมหนาวเกรี้ยวกราดแห่งแดนเหนือพัดกรรโชกผ่านหุบเขาศิลา ราวกับเสียงหวีดร้องของวิญญาณอาฆาตที่ถูกกักขัง ท้องฟ้าสีตะกั่วหนักอึ้งกดทับลงมาจนแทบจะกลืนกินยอดเขา ไร้ซึ่งแสงตะวันหรือความอบอุ่นใด ๆ มีเพียงความกดดันอันมืดมิดที่แผ่ซ่านไปทั่วค่ายทหารหลวงแห่งต้าถัง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ทารุณจนแทบหยุดลมหายใจ กองทัพนับแสนกลับตื่นตัวเต็มขั้น เสียงฝนทั่งตีเหล็ก เสียงลับคมดาบให้วาววับ และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของชายชาติทหารดังก้องประสานกันอย่างเป็นระเบียบ มันคือจังหวะชีพจรของพญามัจจุราชที่กำลังลับเคียวเตรียมเก็บเกี่ยววิญญาณข้าศึก ความเยือกเย็นของแผ่นดินไม่อาจดับเพลิงแค้นที่ลุกโชนอยู่ในอกของพวกเขาทุกคนได้เลย ภายในกระโจมบัญชาการหลังใหญ่ แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่างวับแวมขับเน้นให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของหลี่เฉียงที่กำลังยืนนิ่งสงบอยู่หน้าแท่นวางชุดเกราะ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ซึมซับกลิ่นอายของหนังวัวและเหล็กกล้าที่คุ้นเคย บาดแผลบนร่างกายที่ถูกพันแผลไว้อย่างแน่นหนายังคงส่งเสียงประท้วงอยู่ลึก ๆ ทว่าสำหร

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 4

    เวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามรุ่งอรุณของวันถัดมา หมอกหนาทึบในฤดูใบไม้ผลิลอยปกคลุมไปทั่วหุบเขา บดบังแสงตะวันที่พยายามทอประกาย บรรยากาศรอบค่ายทหารหลวงของต้าถังเงียบสงัด มีเพียงเสียงครวญครางของทหารที่บาดเจ็บและเสียงฝีเท้าของทหารยามที่เดินลาดตระเวนอย่างรัดกุม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงฝ่าม่านหมอกมาด้วยความเร็วสูงดังกึกก้องมาจากทางทิศเหนือ ทหารยามหน้าค่ายง้างหน้าไม้เตรียมพร้อมทันที ทว่าเงาดำที่พุ่งทะยานเข้ามากลับมีเพียงม้าศึกของซยงหนูเพียงตัวเดียว บนหลังม้ามีทหารคนเถื่อนผู้หนึ่งสวมชุดหนังปกปิดใบหน้ามิดชิด เมื่อม้าวิ่งเข้ามาใกล้ระยะยิง ทหารผู้นั้นก็มิได้ชะลอความเร็ว แต่กลับคว้าหีบไม้สีดำขนาดกะทัดรัดที่ผูกติดอยู่ข้างอานม้า เหวี่ยงสุดแรงเกิดข้ามรั้วกั้นค่ายเข้ามาตกกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น “ระวัง! อาวุธลับ!” ทหารยามตะโกนลั่น ก่อนจะระดมยิงเกาทัณฑ์ใส่ร่างของทหารซยงหนูผู้นั้น ทว่ามันกลับว่องไวราวกับปีศาจ พลิกตัวหลบห่าฝ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 3

    เสียงฝีเท้าแผ่วเบาทว่ามั่นคงและเงียบเชียบดุจผู้ฝึกยุทธ์ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องโถง ทหารยามชาวซยงหนูเปิดประตูออก เผยให้เห็นร่างของสตรีผู้หนึ่งในชุดรัดกุมสีเข้มทะมัดทะแมงที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นผง ชิงเหอก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าองอาจและเด็ดขาด ทว่าเมื่อดวงตาของนางประสานเข้ากับร่างของอิงเฟิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ประกายความแข็งกร้าวและเย็นชาดุจนักฆ่าก็หลอมละลายลง เหลือเพียงความรักใคร่เทิดทูนและความภักดีที่ซ่อนเร้นอยู่ลึก ๆ นางก้าวเข้าไปใกล้ คุกเข่าลงเบื้องหน้าเขาด้วยกิริยาที่นอบน้อมและเจียมตัวที่สุด “นายท่าน” ชิงเหอรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าหนักแน่น กระชับและไร้ซึ่งความตื่นตระหนก “งานที่ท่านมอบหมาย สำเร็จลุล่วงแล้วเจ้าค่ะ พิษไร้สีไร้กลิ่นถูกผสมลงในแหล่งน้ำและเสบียงของค่ายจนหมดสิ้น กองทัพต้าถังล้มตายและสิ้นเรี่ยวแรง สัญญาณไฟถูกจุดขึ้นเพื่อเปิดทางให้ทัพของท่านแม่ทัพฮูปาบุกเข้ายึดค่ายตามแผนการที่ท่านวางไว้ทุกประการเจ้าค่ะ”&nb

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 2

    คำรายงานของอาหลงเปรียบเสมือนหมากชิ้นสุดท้ายที่ปะติดปะต่อภาพแผนการอันเลวร้ายให้กระจ่างชัด หลี่เฉียงหลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นเพลิงโทสะที่กำลังลุกโชนในอก ข้อสันนิษฐานของเขาในกระโจมบัญชาการเมื่อคืนก่อนได้รับการยืนยันด้วยหลักฐานที่ประจักษ์ชัด พิษจากแคว้นซีเยว่มาปรากฏอยู่ที่ชายแดนเหนือของต้าถังได้อย่างไร หากไม่มีคนของพวกมันคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง อิงเฟิงไม่ได้เป็นเพียงกบฏที่หวังชิงบัลลังก์ แต่มันคือสายเลือดแห่งซีเยว่ที่ฝังตัวอยู่ในต้าถังมานานนับสิบปี “ส่งม้าเร็วกลับไปเมืองหลวง นำสาส์นลับที่ผนึกด้วยตราเลือดของข้าไปมอบให้องค์รัชทายาทด้วยมือของเขาเอง” หลี่เฉียงลืมตาขึ้น แววตาของเขาบัดนี้กลายเป็นน้ำแข็งที่แฝงไปด้วยคมมีดนับพันเล่ม “จงกราบทูลให้พระองค์ทรงทราบว่า แผนการก่อกบฏของรุ่ยอ๋องเป็นเพียงฉากหน้า ศัตรูที่แท้จริงที่กำลังจ้องขย้ำคอต้าถังคือแคว้นซีเยว่ ให้พระองค์ทรงระวังการเคลื่อนไหวของราชครูหวังฉีและฮองเฮาให้ดี พวกมันอาจมีเส้นสายเชื่อมโยงกับซีเยว่ด้วยเช่นกัน

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 1

    ลานกว้างเบื้องหลังแนวป้องกันของทัพหน้า บัดนี้ได้แปรสภาพเป็นลานประหารที่ไร้ซึ่งเพชฌฆาต มีเพียงพญามัจจุราชที่มองไม่เห็นกำลังแกว่งเคียวเกี่ยวตวัดดวงวิญญาณของเหล่าทหารหาญต้าถังไปทีละดวง เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทรมานดังระงมไปทั่วหุบเขาศิลา กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเลือดสีดำคล้ำที่ถูกกระอักออกมาคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นคาวโลหิตและกลิ่นเหงื่อกาฬของความตาย ร่างของทหารนับร้อยที่รอดชีวิตจากการหนีตายมาได้ กำลังนอนเกลือกกลิ้งทุรนทุรายอยู่บนผืนผ้าใบและฟางแห้งที่ถูกปูรองไว้ลวก ๆ ผิวหนังของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามลำคอและขมับราวกับมีรากไม้พิษชอนไชอยู่ใต้ผิวหนัง อาการชักกระตุกเกิดขึ้นเป็นระยะก่อนที่ลมหายใจจะค่อย ๆ แผ่วลงจนสิ้นใจไปในที่สุด มู่ตานก้าวเดินฝ่าดงความตายนั้นด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว แววตาของอดีตองค์หญิงแห่งแคว้นอวิ๋นฮวาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ภาพเบื้องหน้าจะน่าสะดุ้งกลัวเพียงใด นางสะบัดชายเสื้อคลุมสีเข้มออก นั่งคุกเข่าลงข้างร่างของนายทหารหนุ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 4

    หลี่เฉียงยื่นมือออกไปรับถ้วยชา ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วของนางโดยไม่ได้ตั้งใจ กระแสความผูกพันที่ละมุนละไมแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของทั้งสองคน เขายกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ไออุ่นจากสมุนไพรไหลซ่านลงสู่กระเพาะ ขับไล่ความตึงเครียดในจิตใจไปได้อย่างน่าประหลาด เมื่อเขาลดถ้วยชาลง หลี่เฉียงสบตากับมู่ตานท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิงที่ส่องสลัว แววตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดุจหน้าผาสูงชัน ค่อย ๆ อ่อนแสงลงเล็กน้อย เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำขอบคุณใด ๆ ทว่าการพยักหน้าให้เบา ๆ เพียงหนึ่งครั้ง และแววตาที่ทอดยาวมองนางนานกว่าปกติ ก็เพียงพอแล้วที่จะสื่อสารความรู้สึกซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจที่แหลกสลาย มู่ตานรับถ้วยชาเปล่ากลับมา นางก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาที่หวั่นไหวและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ นางรับรู้ได้ว่า พื้นที่ในหัวใจของชายผู้นี้ แม้จะเต็มไปด้วยบาดแผลและถูกครอบครองด้วยความทรงจำของลี่อินไปแล้ว ทว่านางก็ค่อย ๆ แท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status