بيت / รักโบราณ / เชลยรักสองพยัคฆ์ / บทที่ 2 กฎของกรงทอง

مشاركة

บทที่ 2 กฎของกรงทอง

last update تاريخ النشر: 2025-11-27 04:49:01

          ความโอ่อ่าภายในจวนแม่ทัพแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความงามอันอ่อนช้อยของพระราชวังอวิ๋นฮวาที่มู่ตานคุ้นเคย ที่นี่ไม่มีภาพวาดลายบุปผชาติหรือเครื่องกระเบื้องเคลือบสีสดใส มีเพียงความแข็งแกร่ง น่าเกรงขาม และความเย็นชาที่จับต้องได้ พื้นหินขัดมันวาววับสะท้อนเงาเสาไม้สีดำสนิทต้นมหึมาที่ตั้งเรียงรายไปตามทางเดินยาว เสาแต่ละต้นสลักลายพยัคฆ์คำรามอย่างดุดัน ทุกย่างก้าวของมู่ตานสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ บรรยากาศทั้งหมดหนักอึ้งราวกับมีแรงกดดันที่มองไม่เห็นถาโถมเข้าใส่

          หญิงชรานางหนึ่งในชุดสีเทาเข้มยืนรอนางอยู่ที่โถงทางเข้า นางมีใบหน้าที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึก เรือนร่างผอมเกร็งแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง ผมของนางมวยไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อยและประดับด้วยปิ่นเงินธรรมดา ๆ หนึ่งอัน แววตาที่มองมายังมู่ตานนั้นว่างเปล่าราวกับกำลังมองดูสิ่งของชิ้นหนึ่ง

          “เชิญองค์หญิงตามข้ามา” น้ำเสียงของนางแหบและไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ “บ่าวชื่อจางมามา เป็นผู้ดูแลจวนแห่งนี้ มีหน้าที่ดูแลความเป็นไปทุกอย่างในจวนแห่งนี้...รวมถึงท่านด้วย”

          คำว่า ‘ดูแล’ ของนางฟังดูคล้ายกับคำว่า ‘ควบคุม’ มากกว่า

          มู่ตานไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงเดินตามร่างของหญิงชราไปอย่างเงียบเชียบ สายตาของบ่าวไพร่ที่เดินสวนไปมาลอบมองมายังนางด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนหวาดกลัว ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบตาเมื่อจางมามาปรายตามอง พวกเขาคงรู้ดีว่านางคือใคร...องค์หญิงเชลย ของรางวัลล้ำค่าของผู้เป็นนาย

          จางมามาพานางเดินลึกเข้าไปในตัวจวน ผ่านสวนหินที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหาร ผ่านลานฝึกยุทธ์ที่ยังคงมีกลิ่นเหงื่อและไอเหล็กคละคลุ้ง จนกระทั่งมาถึงเรือนเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่อย่างสงบในมุมที่ห่างไกลที่สุดของจวน มันเป็นเรือนขนาดกะทัดรัดที่มีสวนไผ่เล็ก ๆ ล้อมรอบอยู่ ดูภายนอกงดงามแต่กลับให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างน่าประหลาด

          นี่คือเรือนไผ่เร้น ที่พักของท่านนับจากนี้” จางมามากล่าวขณะผลักประตูเข้าไป “เครื่องใช้จำเป็นทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ให้แล้ว”

          ภายในเรือนสะอาดสะอ้านและตกแต่งอย่างดี เตียงไม้สลักลายเมฆดูแข็งแรงมั่นคง โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าก็ทำจากไม้เนื้อดี แต่ทุกอย่างกลับให้ความรู้สึกว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวา มันคือห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ใช่ห้องที่มีเจ้าของ

          “ท่านจงจำกฎของที่นี่ไว้ให้ดี” จางมามาหันกลับมาเผชิญหน้านาง สายตาคมปลาบ “หนึ่ง ห้ามท่านก้าวออกจากเขตเรือนไผ่เร้นหากไม่ได้รับอนุญาต สอง อาหารและน้ำจะถูกนำมาส่งให้ที่นี่วันละสามเวลา สาม ทุกคำสั่งของท่านแม่ทัพใหญ่และท่านอิงเฟิงถือเป็นเด็ดขาด ท่านไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือต่อรอง และสี่... อย่าได้หลงลืมสถานะของตนเอง ท่านคือเชลย ไม่ใช่แขก”

          แต่ละคำพูดของนางเฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงบนศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของมู่ตาน

          เมื่อกล่าวจบ หญิงชราก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้มู่ตานยืนอยู่ลำพังกลางห้องกว้าง พร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังขึ้นราวกับเสียงผนึกฝาโลง

          ความเงียบเข้าครอบงำเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นระรัวอยู่ในอก มู่ตานทรุดกายนั่งลงบนขอบเตียง ความเข้มแข็งที่เสแสร้งมาตลอดการเดินทางพังทลายลงในพริบตา ความสูญเสีย ความอัปยศ ความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ ภาพเสด็จพ่อที่สิ้นพระชนม์บนบัลลังก์ ภาพนครที่ลุกเป็นไฟ วนเวียนอยู่ในหัวของนางจนแทบคลั่ง

          แต่แล้ว...ท่ามกลางความเจ็บปวดนั้นเอง ประกายไฟแห่งความทระนงก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

         ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้... นางบอกกับตัวเองในใจ นี่ไม่ใช่จุดจบ

          นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินสำรวจกรงของนางอย่างละเอียด นางมองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของศัตรู หลี่เฉียงคือพยัคฆ์ร้ายที่บ้าคลั่งในอำนาจ การต่อต้านเขาตรง ๆ คือความโง่เขลา ส่วนอิงเฟิงคือเหยี่ยวเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนคมเล็บไว้ใต้ปีกที่งดงาม เขาอันตรายยิ่งกว่าพี่ชายเสียอีก นางต้องเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งของคนทั้งสองเพื่อเอาชีวิตรอด

          ไม่นานนัก ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งอย่างแผ่วเบา เด็กสาวรับใช้ร่างเล็กคนหนึ่งในชุดสีฟ้าซีดเดินก้มหน้าเข้ามาพร้อมกับอ่างน้ำและผ้าสะอาด นางตัวสั่นเทาเล็กน้อยและไม่กล้าสบตามู่ตาน

          “บ่าว... บ่าวชื่อเสี่ยวเหลียน นำน้ำมาให้องค์หญิงชำระล้างเจ้าค่ะ”

          มู่ตานมองเด็กสาวคนนั้น นางคงอายุไล่เลี่ยกับนางกำนัลคนสนิทของนางที่ตายไปในสงคราม ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นผ่านดวงตาของนางไปชั่ววูบ

          “ขอบใจ” นางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบขณะที่รับผ้าผืนนั้นมา นางจงใจให้นิ้วสัมผัสกับมือที่สั่นเทาของเด็กสาวเบา ๆ ราวกับจะปลอบประโลม

          เสี่ยวเหลียนสะดุ้งเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงนางและสัมผัสปลายนิ้วนั้น ก่อนจะรีบวางของแล้วถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าจะถูกลงโทษ

          “เดี๋ยวก่อน”

          เสียงของมู่ตานดังขึ้น เรียบแต่ก็หนักแน่นพอที่จะหยุดฝีเท้าที่กำลังจะเตลิดหนีของเด็กสาวได้

          เสี่ยวเหลียนตัวแข็งทื่อ นางค่อย ๆ หันกลับมา แต่ก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้น คางของนางแทบจะชิดอก ร่างทั้งร่างสั่นเทาราวกับลูกนก

          “องค์...องค์หญิงมีสิ่งใดจะรับสั่งอีกหรือเพคะ”

          มู่ตานจ้องมองเด็กสาวตรงหน้า “เจ้ากลัวข้างั้นหรือ”

          “บ่าวเปล่าเพคะ! บ่าวเปล่า!” เสี่ยวเหลียนส่ายหน้าอย่างลนลาน “บ่าว...บ่าวเพียงแค่กลัวว่าจะทำสิ่งใดผิดพลาด...ที่นี่...ที่นี่...” นางถึงกับพูดต่อไม่เป็นคำ

          มู่ตานเข้าใจได้ในทันที ความกลัวที่ฝังรากลึกนี้ไม่ได้มาจากตัวนาง แต่มาจากกฎของกรงแห่งนี้ การซักถามใด ๆ ในตอนนี้มีแต่จะทำให้เด็กสาวตื่นกลัวยิ่งขึ้น นางจึงเปลี่ยนท่าที นางมองไปยังอาภรณ์สีฟ้าซีดที่บางเบาของเสี่ยวเหลียน

          “อากาศยามค่ำคืนที่แดนเหนือหนาวเหน็บ” มู่ตานกล่าวขึ้นมาลอย ๆ “อาภรณ์ของเจ้าดูบางเกินไป”

          คำพูดนั้นทำให้เสี่ยวเหลียนต้องเงยหน้าขึ้นมองนางเป็นครั้งแรก ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและไม่เชื่อสายตา องค์หญิงเชลย...ผู้ซึ่งควรจะเกลียดชังทุกสิ่งทุกอย่างในจวนแห่งนี้.กำลังเป็นห่วงนางงั้นหรือ

          “เจ้าไปเถิด” มู่ตานกล่าว “และจงดูแลตนเองให้ดี”

          เสี่ยวเหลียนยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรวบรวมสติได้ นางรีบก้มลงโค้งคำนับจนหน้าผากแทบจะกระทบพื้น

          “ขอบพระทัยองค์หญิง! ขอบพระทัยองค์หญิง!” แล้วจึงรีบลุกขึ้นวิ่งเตลิดออกจากห้องไป ไม่ใช่แค่เพราะความกลัว แต่เพราะความสับสนอลหม่านในใจ

ท่าทีหวาดกลัวนั้นบอกอะไรได้หลายอย่าง... ผู้คนในจวนแห่งนี้คงจะยำเกรงเจ้านายของตนราวกับ เจ้าชีวิต

**********

          ในอีกฟากหนึ่งของจวน ภายในห้องหนังสือที่เต็มไปด้วยแผนที่การรบและตำราพิชัยสงคราม หลี่เฉียงกำลังใช้ผ้าเช็ดดาบเล่มใหญ่ของเขาอย่างแรง

          แสงสะท้อนวูบวาบจากคมดาบสาดกระทบใบหน้าที่บึ้งตึงของเขา มันไล้ผ่านสันกรามที่ขบแน่นขับเน้นสันจมูกที่โด่งตรงและเงามืดที่พาดผ่านรอยแผลเป็นเหนือคิ้วขวาให้ดูชัดเจนจนน่าหวั่นเกรง ทุกครั้งที่แสงสว่างวาบขึ้น มันยิ่งขับเน้นความดุดันและไร้ความปรานีในดวงตาคมกริบคู่นั้นให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น

          อิงเฟิงนั่งอยู่ตรงข้ามอย่างสงบ จิบชาชั้นดีจากถ้วยกระเบื้องช้า ๆ กลิ่นหอมของใบชาคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอายมาดขุนศึกของห้องนี้อย่างสิ้นเชิง

          “คืนนี้ข้าจะไปหานาง” หลี่เฉียงเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แววตาทระนงคู่นั้นมันคอยตอกย้ำถึงความล้มเหลวในอดีตของเขา “ม้าป่าพยศต้องถูกปราบตั้งแต่วันแรก มิเช่นนั้นมันจะไม่มีวันเชื่อง ข้าจะทำลายนางเสีย ทำลายแววตาที่เหมือนกันคู่นั้นให้มันสิ้นซากไป”

          อิงเฟิงวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา ในใจพลันรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก พี่ชายเขากำลังจะทำลายหมากตัวสำคัญที่สุดในกระดานของเขาให้ย่อยยับก่อนที่แผนการจะได้เริ่มต้นเสียอีก

          “ท่านพี่ใจร้อนเกินไปแล้ว” เขากล่าวแย้ง “บุปผางามล้ำค่า หากขยี้แรงเกินไปก็จะสิ้นกลิ่นหอม นางคือองค์หญิงรัชทายาท คือสตรีที่มีค่าที่สุดในสนามรบนี้ สิ่งที่ท่านจะได้มาก็คือตุ๊กตาที่แตกสลาย ไม่ใช่องค์หญิงผู้ทระนงที่ ผู้ซึ่งความทระนงนั้นคือสิ่งที่กำลังยั่วโทสะของท่านอยู่ตอนนี้”

          “แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร” หลี่เฉียงตวาด “ปล่อยให้นางวางแผนแก้แค้นอยู่ในจวนรึ ข้าต้องการให้นางรู้สำนึกถึงสถานะของตัวเองเสียแต่วันนี้!”

          “ปล่อยให้นางอยู่กับความกลัวไปก่อน” อิงเฟิงตอบกลับ สายตาฉายแววหลักแหลม “ความกลัวจะกัดกินจิตใจได้ดีกว่าความเจ็บปวดทางกาย ให้เวลานางได้ตระหนักถึงความสิ้นหวังอย่างเต็มที่เสียก่อน เมื่อนั้นจิตใจที่หวาดหวั่นย่อมง่ายต่อการควบคุมกว่าจิตใจที่แตกสลายแต่ยังเต็มไปด้วยความแค้น”

          “เล่ห์เหลี่ยมของเจ้ามันน่ารำคาญ!” หลี่เฉียงกระแทกดาบลงบนโต๊ะเสียงดังโครม “ข้าคือแม่ทัพ ข้าเชื่อในอำนาจและการหักหาญ! นับตั้งแต่ท่านพ่อและท่านแม่จากไป ข้าคือผู้ที่ต้องแบกรับทุกสิ่ง! ข้าเป็นนายของจวนแห่งนี้ และข้าเป็นคนตัดสินใจ!”

          ความขัดแย้งของทั้งสองจบลงด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด อิงเฟิงไม่ได้โต้เถียงต่อ เขารู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะท้าทายอำนาจของพี่ชายในยามนี้

**********

          กลับมาที่เรือนไผ่เร้น มู่ตานได้ชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเป็นชุดผ้าไหมเรียบ ๆ สีขาวที่เสี่ยวเหลียนนำมาให้แล้ว นางนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มองดูกลุ่มไผ่ที่ไหวเอนตามแรงลมนอกหน้าต่าง ในใจพยายามคาดเดาชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง

          ตึง...ตึง...ตึง...

          แล้วนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของนาง

          พลั่ก...

          ประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีการเคาะเตือน ร่างของจางมามาปรากฏขึ้นที่ทางเข้า ใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉยเช่นเคย

          “องค์หญิง” น้ำเสียงแหบพร่าของนางดังขึ้น “ท่านแม่ทัพใหญ่มีบัญชา ให้ท่านไปปรนนิบัติที่เรือนใหญ่คืนนี้”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 ร่มเงาพยัคฆ์และสายลมแห่งวสันต์ 2

    มู่ตานที่เดินลงมาจากศาลากลางน้ำพร้อมกับสาวใช้ที่ยกถาดขนมและน้ำชาตามมา หัวเราะเสียงใสจนไหล่สั่น นางก้าวเข้ามาหาบุตรสาวที่ซบหน้าหัวเราะคิกคักอยู่บนไหล่กว้างของอาหลง พลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ย ๆ ของหลี่ซินเบา ๆ “มีอาหลงรักซินเอ๋อร์และหานเอ๋อร์ถึงเพียงนี้ ข้าผู้เป็นแม่ก็เบาใจเจ้าค่ะ วันข้างหน้าต่อให้ไม่มีพวกเราคอยคุ้มครอง ก็ย่อมมีท่านอาที่แข็งแกร่งที่สุดในต้าถังคอยเป็นเกราะกำบังให้นางเสมอ แต่อาหลง ท่านก็เพลา ๆ ความดุลงบ้างเถิด ประเดี๋ยวซินเอ๋อร์ของข้าจะหาคู่ครองไม่ได้จริง ๆ อย่างที่เฉียงเกอว่า” อาหลงมองสบตากับมู่ตานด้วยความเคารพรัก เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ฮูหยินโปรดวางใจ ข้าเพียงแต่คัดกรองบุรุษที่จะเข้ามาในชีวิตของนางเท่านั้น หากมีผู้ใดที่ดีพร้อมอย่างแท้จริง ข้าย่อมหลีกทางให้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ข้าจะขอเป็นกำแพงเหล็กกล้าให้นางและตระกูลหลี่ตลอดไป” เขา

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 ร่มเงาพยัคฆ์และสายลมแห่งวสันต์ 1

    เวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปถึงห้าปีเต็ม นครหลวงฉางอันภายใต้การปกครองของฮ่องเต้เจี้ยนเหอเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด บ้านเมืองสงบร่มเย็นไร้ศึกสงคราม ราษฎรทำมาค้าขายอย่างเป็นสุข เช่นเดียวกับจวนติ้งกั๋วกงอันกว้างใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ซึ่งบัดนี้มิได้มีเพียงความเงียบขรึมและน่าเกรงขามเฉกเช่นค่ายทหารในอดีตอีกต่อไป ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ความอบอุ่น และเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วที่ดังก้องไปทั่วทุกมุมของสวนบุปผา ฤดูวสันต์เวียนมาบรรจบอีกครา ดอกอิงฮวาสีชมพูอ่อนเบ่งบานสะพรั่งเต็มต้น กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยละล่องไปตามสายลมที่พัดเอื่อย ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ลานกว้างที่เคยใช้เป็นที่หารือแผนการรบ บัดนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นลานฝึกซ้อมขนาดย่อมสำหรับทายาทแห่งจวนกั๋วกง หลี่เฉียงในชุดลำลองสีเข้มทะมัดทะแมง กำลังย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งบนพื้นหญ้า ในมือถือดาบไม้สลักลายเรียบง่าย นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์ที่เคยใช้สยบศัตรูนับหมื่น บ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 1 พันธสัญญาเป็ดย่างและหัวใจของหมีโง่ 2

    วันตระเวนกินเป็ดย่างผ่านพ้นไป บัดนี้ถึงเวลาของงานมงคลที่แม้จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในจวนติ้งกั๋วกง ทว่ากลับอบอวลไปด้วยมิตรภาพที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ในห้องแต่งตัวอันมิดชิด มู่ตานในฐานะพี่สาวและเจ้านายกำลังบรรจงสวมปิ่นปักผมทับทิมสีแดงสดลงบนเรือนผมมวยสวยของเสี่ยวเหลียนอย่างประณีต เสี่ยวเหลียนในชุดมงคลสมรสสีแดงเพลิงนั่งตัวแข็งทื่อ นัยน์ตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้จนมองภาพในกระจกไม่ชัด “ร้องไห้ทำไมกันเสี่ยวเหลียน วันนี้เป็นวันมงคล เจ้าต้องยิ้มให้สวยที่สุดสิ” มู่ตานกระซิบเสียงอ่อนโยนพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่เอ่อล้นให้สาวใช้คนสนิท “ท่านหญิงข้าไม่อยากห่างจากท่านเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวเหลียนสะอื้นออกมาจนตัวโยน “ตั้งแต่วันแรกที่ท่านแม่ทัพมอบข้าให้รับใช้ท่านที่แดนเหนือ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเชลยที่ดูบอบบางในวันนั้น จะกลายเป็นทั้งชีวิตและเป

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 1 พันธสัญญาเป็ดย่างและหัวใจของหมีโง่ 1

    หนึ่งเดือนก่อนกำหนดการเคลื่อนทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดนอุดร นครหลวงฉางอันยามค่ำคืนเงียบสงบ แสงจันทร์นวลตาอาบไล้สระบัวภายในจวนติ้งกั๋วกงจนเป็นสีเงินยวง หลี่เฉียงในชุดลำลองสีเข้มประทับนั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำท่ามกลางลมเย็นของฤดูวสันต์ เบื้องหน้าของเขาคือกระดานหมากรุกที่ทิ้งค้างไว้ ทว่าคู่สนทนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับไม่ได้สนใจหมากในมือเลยแม้แต่น้อย เว่ยกัวเฉิน แม่ทัพพิทักษ์อุดรผู้เกรียงไกร บัดนี้กลับนั่งขยี้จมูกตัวเองจนแดงเถือก ใบหน้าคมเข้มที่เคยกรำศึกมาอย่างโชกโชนดูหมองลงด้วยความวิตกกังวล เขาถอนหายใจทิ้งทวนครั้งที่สิบจนตะเกียงวูบไหวพ่นควันจาง ๆ ออกมา “เจ้ามีเรื่องอันใดก็พูดมาเถิดกัวเฉิน ถอนหายใจทิ้งขว้างเช่นนี้ ปลาในสระจะขาดใจตายเพราะขาดอากาศเสียก่อน” หลี่เฉียงเอ่ยเสียงเรียบพลางวางหมากสีดำลงบนกระดานด้วยท่วงท่ามั่นคง “ท่านกั๋วกง คือข้า...ข้าเครียดจนกินไม

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 107 บุปผาเคียงพยัคฆ์ 3

    คำสารภาพรักที่หนักแน่นราวกับคำสาบาน ทำเอาความอดกลั้นสุดท้ายของจอมทัพหนุ่มขาดผึง หลี่เฉียงประคองใบหน้าของนางไว้ด้วยสองมือ โน้มตัวลงไปประทับจุมพิตบนหน้าผากมน ไล้เรื่อยลงมาที่ปลายจมูกรั้น และครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มของนางอย่างดูดดื่ม จุมพิตในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความโหยหา ความทะนุถนอม และความปรารถนาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน มือหนาของเขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องมงกุฎหงส์และเครื่องประดับบนเรือนผมของนางออก ปล่อยให้เส้นผมสีหมึกทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลัง ก่อนจะค่อย ๆ ปลดสายคาดเอวชุดมงคลสีแดงของนางออกอย่างอ้อยอิ่ง เมื่ออาภรณ์สีชาดหลุดลุ่ย ร่างอรชรเปลือยเปล่าปรากฏสู่สายตา ทว่ามู่ตานกลับเผลอหลบสายตา สองแขนยกขึ้นโอบกอดตัวเองด้วยความประหม่าและปมลึกซึ้งในใจ ร่องรอยและตราบาปในอดีตที่นางเคยถูกบังคับขืนใจ ทั้งจากความป่าเถื่อนของเขาในวันวาน และจากความอัปยศในเงื้อมมือของอิงเฟิง ธรรมเนียมที่กรีดแทงสตรีผู้แปดเปื้อนยังคงเป็นฝันร้ายที่ซ่อนอยู่ลึ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 107 บุปผาเคียงพยัคฆ์ 2

    มู่ตานวางมือเล็ก ๆ ของนางลงบนฝ่ามือของเขา ความอบอุ่นที่คุ้นเคยแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้ว หลี่เฉียงกุมมือนางไว้แน่น ประคองร่างอรชรขึ้นสู่เกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามที่สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ขบวนมงคลสมรสเคลื่อนตัวออกจากจวนท่านหญิง มุ่งหน้าสู่จวนติ้งกั๋วกงแห่งใหม่ท่ามกลางสายลมวสันต์ที่พัดพากลีบดอกท้อให้ปลิวไสว ตลอดสองข้างทาง ราษฎรต่างโปรยกลีบดอกไม้และส่งเสียงอวยพรดังกึกก้อง เป็นภาพความยิ่งใหญ่ที่จะถูกเล่าขานไปอีกนานแสนนาน เมื่อขบวนเดินทางมาถึงจวนติ้งกั๋วกง มู่ตานถูกประคองให้ก้าวข้ามกระถางไฟมงคลเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ก่อนจะก้าวเดินเคียงข้างหลี่เฉียงเข้าสู่โถงพิธีที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างอลังการ ณ ตำแหน่งประธานในโถงพิธี ฮ่องเต้เจี้ยนเหอในชุดฉลองพระองค์สีแดงเข้มเสด็จมาเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ด้วยพระองค์เอง ใบหน้าของโอรสสวรรค์เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี เคี

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 33 ความภักดีที่ถูกปิดตา 3

    หลังจากแยกทางกับหลี่เฉียง เว่ยกัวเฉินไม่ได้กลับไปนอน คำสั่งของท่านแม่ทัพเรื่องด่านประตูทิศเหนือกวนใจเขาจนข่มตาไม่ลง เขาจึงตัดสินใจขี่ม้าออกไปตรวจตราแถวกำแพงเมืองทิศเหนือด้วยตัวเอง

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 35 งานเลี้ยงหน้ากาก 1

    ห่างไกลจากความหนาวเหน็บของชายแดนเหนือสู่ทิศใต้ลงมานับพันลี้สู่ศูนย์กลางแห่งอำนาจ ท่ามกลางความศิวิไลซ์ของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีและกลิ่นหอมของบุปผานานาพันธุ์ คฤหาสน์หลังมหึมาของราชครูหวังตั้งตระหง่านอยู่อย่างโอ่อ่า ทว่าภายใต้ความงดงามวิจิตรนั้นกลับซ่อนห้องลับใต้ดินที่อับชื้นและเย็นเยีย

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 33 ความภักดีที่ถูกปิดตา 2

    ห่างออกไปจากเรือนพักอาศัยและสายตาผู้คน ลานฝึกยุทธส่วนตัวของแม่ทัพตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางป่าสนทึบ พื้นลานปูด้วยหินสีเทาเย็นเฉียบ รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวและแสงคบเพลิงสี่มุมที่ถูกจุดขึ้น ลุกโชนต้านแรงลมหนาว

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 36 ทำนองพิณในความเงียบงัน 3

    แดดบ่ายเริ่มร้อนแรงขึ้น แต่มู่ตานกลับรู้สึกหนาวเหน็บในใจ นางสั่งให้บ่าวยกตั่งไม้มาตั้งที่ระเบียงหน้าเรือนพยัคฆ์คำราม ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก...ทิศที่ตั้งของป่าไผ่ นางวางพิณเหลียนซินลงบนตั่ง นิ้วเรียวงามลูบไล้สายพิณอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่เข้าใจความรู้

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status