LOGIN“จื่อหรานฉันทำผู้หญิงคนนี้ท้อง” คือคำพูดของชายที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วยในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้
View Moreบนท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ช่วงเวลาของการเร่งรีบ ผู้คนมากมายต่างเดินขวักไขว่ไปมาเต็มสองข้างถนน
ไม่จำเป็นต้องเงี่ยหูฟังก็ยังได้ยินเสียงพุดคุยจอแจ เสียงรถ เสียงแตร เสียงเพลงดังครึกครื้นชวนให้รู้สึกอยากโยกตัวไปมา
ภายใต้ผู้คนมากหน้าหลายตา หญิงสาวร่างกายสูงโปร่ง ผิวอมชมพู เครื่องหน้างดงามย่างเท้าบนส้นสูงมุ่งหน้าสู่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง
เพียงการเดินผ่านของเธอก็สามารถเรียกความสนใจจากผู้คนโดยรอบ ออร่าความงานแผ่กระจายสะกดให้คนมองตามจนสุดสายตา
สองขานำพาร่างเพรียวระหงมาหยุดหน้าประตูบานหนึ่ง มือเรียวสวยผลักประตูก้าวเข้าไปด้านใน ก้าวขาเข้าไปหย่อนตัวลงนั่ง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาว่า
“มีอะไรหรือเปล่าถึงได้นัดมาหากะทันหันแบบนี้ ?”น้ำเสียงนุ่มนวลติดสงสัยเอ่ยถามคนนั่งฝั่งตรงข้าม สายตาเหลือบมองผู้หญิงข้างกายคนที่ได้ชื่อว่าแฟนหนุ่ม
แฟนหนุ่มของเธอมีท่าทีอ้ำอึ้งไม่ยอมพูดจา จื่อหรานจึงเอ่ยถามอีกครั้ง
“สีกังมีอะไร เรื่องร้ายแรงถึงขนาดต้องใช้เวลาทำใจนานขนาดนั้นเลยเหรอ ?”น้ำเสียงจื่อหรานติดหยอกล้อเล็กน้อย ยื่นมือออกไปหวังจับมือเขามากุมเหมือนทุกครั้งที่เคยทำเวลาเขามีเรื่องไม่สบายใจ ทว่าก่อนมือเธอจะสัมผัสถูกมือเขา สีกังกับชักมือกลับ
หัวคิ้วจื่อหรานขมวดเข้าหากัน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
หญิงสาวชักมือกลับมาเอนหลังพิงเก้าอี้ หรี่ตามองเขาเล็กน้อย
“สีกังพูดมาเถอะไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว”
เธอพอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ตั้งแต่เดินเข้าห้องมาแล้ว แต่ที่เลือกจะปล่อยผ่านเพราะต้องการหลอกตัวเอง
คนถูกเรียกเงยหน้ามองสบตาผู้หญิงตรงมา สายตาของเธอราวกับมองทุกอย่างได้อย่างทะลุปุโปร่ง แต่กับยังสามารถแสดงท่าทีไม่ยี่หระใด ๆ ราวกับว่าไม่สำคัญ
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ถอนหายใจออกมายาวเหยียด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“จื่อหรานฉันทำผู้หญิงคนนี้ท้อง”
“...”
ความเงียบเกิดขึ้นในห้องอาหารส่วนตัวสุดหรูระดับห้าดาว ร่างกายจื่อหรานนิ่งอึ้งไป พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ สายตาส่องสะท้อนภาพคนทั้งสองกำลังก้มหน้าไม่กล้าสบตากัน
หญิงสาวเม้มปาก หันหน้าหนี คิดจะพูดอะไรออกมาสักคำแต่เมื่อสายตาหันมาเห็นใบหน้ารู้สึกผิดของพวกเขา มือสองข้างกำกันแน่นใต้โต๊ะ เธอก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
รู้สึกผิดแล้วทำทำไม !! อีกไม่กี่เดือนพวกเราก็จะแต่งงานกันแล้วนะ !!
หญิงสาวกรีดร้องในใจ ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจุกอยู่ในอก
สติที่ยังหลงเหลืออยู่บอกให้เธอใจเย็น จื่อหรานประสานมือบนโต๊ะอาหารหลับตาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ลืมตาสบตาสีกังแล้วพยักหน้าเข้าใจ
ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว
เธอไม่อาละวาด ไม่แม้กระทั่งเอ่ยต่อว่าเขาที่ทรยศหักหลัง ไม่แม้จะเอ่ยถามถึงสาเหตุของการกระทำ
เพราะไม่ว่าทุกอย่างจะเกิดจากสาเหตุใดความจริงเรื่องที่ว่าเขาทำผู้หญิงท้องก็ไม่เปลี่ยนไป
จื่อหรานหยัดตัวลุกขึ้นยืน
“ขอตัวก่อนนะ”คำกล่าวสั้น ๆ ที่พยายามข่มกลั้นความรู้สึกร้อนที่กระบอกตา หันหลังเดินออกจากห้องทันที
“จื่อหราน ! คุยกันก่อนสิ”คนพูดเม้มปากแน่นเอ่ยเสียงเบา “ฉันขอโทษ...”ปลายหางเสียงเบาหวิวแทบไม่ได้ยิน แต่เพราะภายในห้องเงียบมากคนฟังจึงได้ยินมันอย่างชัดเจน
เธอหันไปเผชิญหน้าชายที่รักมาก รักมากว่าแปดปีเต็ม ชายที่เธอวาดฝันอนาคตร่วมกันหลายอย่าง
ทั้งที่บอกว่าเดือนหน้าจะไปซื้อคอนโดร่วมกัน พอแต่งงานแล้วก็จะออกรถร่วมกัน จากนั้นก็มองหาธุรกิจเล็ก ๆ ทำร่วมกัน จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น แล้วพอธุรกิจมั่นคงก็มีเด็กตัวเล็กสักคนเป็นสักขีพยานความรักของเรา
ทั้งที่พูดเอาไว้เสียดิบดี แต่ดูตอนนี้สิ...
ทุกอย่างที่พูดมาไม่สามารถทำได้แล้ว
ซุนเทียนหยูก้าวมายืนตรงหน้าหญิงสาวผู้มีบรรยากาศแตกต่างจากคนอื่น ทั้งที่ถูกเมินเฉยจากคนมากมาย แต่กับสามารถคงสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้ทำเอาเขาที่แอบมองอยู่นานรู้สึกสนใจขึ้นมา จนเกิดเป็นความคาดหวังว่านางจะสามารถผ่านการทดสอบรอบแรกไปได้“ถึงคราเจ้าแล้ว”น้ำเสียงซุนเทียนหยูยังคงนิ่งสงบเช่นเดิม ทว่าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดี มือทั้งสองข้างของเขากับกำเข้าหากันแน่นนัยน์ตาลุ่มลึกหลุบมองสบนัยน์ตาดำขลับเป็นประกายงดงามชั่วขณะที่สายตาสองคู่ประสานกัน ชายหนุ่มพลันรู้สึกเสมือนรอบข้างหยุดชะงัก เป็นความรู้สึกราวกับจิตวิญญาณถูกดูดให้ตกลงไปในหลุมลึกอันยากจะปีนป่ายเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน สัญชาติญาณสัตว์ร้ายกู่ร้องบอกให้เขาระวังเอาไว้ให้ดี“ท่านแม่ทัพ ?”ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนเพราะหลังได้สบตาคู่นี้การรับรู้ของเขาพลันบิดเบี้ยวไป จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกของคนข้าง ชายหนุ่มถึงได้มีสติขึ้นมา“เจ้าผ่านแล้ว”เขาเอ่ยออกมาทั้งที่ยังไม่ยอมหลบสายตา“อ่ะ...อื้ม”หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจเผยยิ้มเล็กน้อยส่งไปให้รอยยิ้มเพียงเล็กน้อยทำซุนเทียนหยูประหลาดใจนางคือคนแรกจากสตรีนับร้อยที่เผยสีหน้าสงสัย แถมยังส่
บรรยากาศเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงใบไม้ไหวเอนตามการพัดผ่านของสายลมซุนเทียนหยูก้าวมาด้านหน้าเผชิญหน้ากับสตรีมากมายผู้มีใจต้องการอยากเกี่ยวดองกับจวนแม่ทัพ หากไม่ใช่ว่ามารดาขอร้องเขาคงไม่คิดจะมองหาสตรีมาอยู่ข้างกายหญิงสาวแสนบอบบางเหล่านี้ไม่เหมาะกับตนเลยสักนิด มีเรื่องอะไรกระทบจิตใจเพียงเล็กน้อยก็หลั่งน้ำตาแล้วไม่ใช่ว่าซุนเทียนหยูไม่ต้องการแต่งงานเพียงแค่ไม่อยากแต่งงานกับสตรีที่เพียงสบตากันก็หวาดกลัว ภรรยาที่แม้คิดจะมองหน้ายังไม่ได้เขาจะมีไปทำไมกันคนเป็นสามีภรรยากันไม่ใช่ว่าต้องเป็นคนที่สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องหรือ ? เป็นคู่คอยคิด คอยให้กำลังใจกัน เหมือนเช่นมารดาและบิดาของตนซุนเทียนหยูต้องการคู่ชีวิต ไม่ใช่ไม้ประดับข้างกาย“สิ่งที่ข้าอยากให้พวกเจ้าพิสูจน์มีเพียงอย่างเดียว ทนต่อการจ้องมองของข้าให้ได้ คนที่ทนได้จะถือว่าผ่านการคัดเลือกรอบแรก แล้วหลังจากนั้นข้าจะเลือกสตรีที่เหลือมาแต่งงานกับข้า”จื่อหรานถึงกับเลิกคิ้วแปลกใจง่ายไปไหม เลือกภรรยานะพี่ไม่ใช่เลือกของใช้ทว่าถึงจะแปลกใจก็หาได้เอ่ยออกไป จื่อหรานคิดว่าดีเสียอีก ไม่ต้องลงแรงทั้งยังไม่ต้องใช้สมองอะไรมากขอแค่จ้องตากับเขาได้ก็พ
การคัดเลือกจวนแม่ทัพไม่ง่ายอย่างที่คิดจริง ๆจื่อหรานนั่งอยู่กลางลานกว้างมานานกว่าสองชั่วยามแล้ว ทว่านอกจากเหล่าสตรีมากมายที่ก้าวเข้ามา ยังไม่พบเจ้าบ้านเลยสักครั้งมีเพียงนายทหารยืนนิ่งตามจุดต่าง ๆ ของจวน และเหล่าบ่าวรับใช้เดินทำงานกันไปมา บรรดาบ่าวรับใช้จวนแม่ทัพจะเดินยกสำรับของว่างและน้ำชามาวางไว้บนโต๊ะแต่ละตัวทุกครั้งที่น้ำชาเย็นหรือไม่ก็ของว่างหมดลง ซึ่งโต๊ะหนึ่งตัวนั่งล้อมวงได้ถึงสิบคน นับจากสายตาแล้วมีโต๊ะทั้งหมดสิบสามตัว และมีเพียงหนึ่งตัวที่มีคนนั่งเพียงคนเดียวเป็นโต๊ะของจื่อหรานไม่มีใครอยากเข้าใกล้ รวมถึงไม่มีใครอยากเข้ามาทำความรู้จักหญิงสาวมากมายต่างหลีกหนีด้วยกลัวว่าการเข้าไปทำความรู้จักสนิทสนมกับคนฐานะต่ำต้อยจะทำให้ตนถูกมองไม่ดี...การต้องมานั่งรอไปนาน ๆ ทำให้ความตื่นเต้นของหญิงสาวมากมายลดน้อยลง มีหลายคนเริ่มแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย ไม่ก็เอ่ยพูดคุยซุบซิบกันเสียงเบาถึงสาเหตุที่ปล่อยให้พวกนางรอ ถึงขั้นมีคนกล่าวขึ้นมาว่า“จวนแม่ทัพจะให้พวกเรารอไปจนถึงเมื่อใด ? นี่ไม่ใช่ว่าทุกคนมากันครบแล้วหรือ ? ควรเริ่มการคัดเลือกได้แล้ว”เสียงของนางไม่ดังมากนักจึงมีเพียงคนโต๊ะข้าง ๆ ไม่กี่คน
“เจ้ามาเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้”คนเอ่ยถามคือชายส่งจดหมาย วันนี้เขาได้รับหน้าที่ตรวจสอบผู้เข้ารับการคัดเลือกทั้งหมดจื่อหรานยิ้มให้คนเอ่ยทัก หยิบจดหมายแสดงตัวให้อีกฝ่ายชายหนุ่มตรงหน้าตรวจดูทั้งที่จำหน้าจื่อหรานได้ ที่ทำเช่นนี้เพื่อป้องกันคำครหาจากผู้เข้ารับการคัดเลือกคนอื่น ๆหลังยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว จื่อหรานถึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปในจวน เพียงฝีเท้าก้าวผ่านธรณีประตูสายตาไม่เป็นมิตรมากมายพลันมุ่งตรงมาผู้เข้ารับการคัดเลือกคนอื่น ๆ ต่างแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ออกมาอย่างชัดเจน และยังมีหลายคนจับกลุ่มพูดคุยกันคนที่อยู่เป็นกลุ่มคงจะรู้จักกันมาก่อนสินะหญิงสาวคิดใจในพลางมองหาที่นั่งเมื่อพบแล้วจึงเดินเข้าไปหวังหย่อนตัวนั่ง“มีคนไม่เจียมตัวกล้ามารับการคัดเลือกด้วยหรือนี่ คงไม่ได้หลงระเริงในตัวเองคิดว่าจะได้รับเลือกด้วยสภาพเช่นนั้นใช่ไหม”“คงเป็นสตรีบ้านยากจนอยากได้เงินหนึ่งตำลึงทองนะสิ ไม่เช่นนั้นคงไม่ใจกล้าเข้ามาในสถานที่สูงส่งเช่นนี้”“หึ คนบางคนก็น่าสงสารเกิดมาคงไม่เคยเจอเงินหนึ่งตำลึงทอง ถึงได้พยายามขวานขวายให้ได้มาแม้จะต้องแลกด้วยความอับอายของตนก็ตาม”จื่อหรานทำเมินเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น





