Beranda / รักโบราณ / เชลยรักสองพยัคฆ์ / บทที่ 3 ราตรีแรกของพยัคฆ์ 1

Share

บทที่ 3 ราตรีแรกของพยัคฆ์ 1

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-29 10:41:03

          สิ้นเสียงไร้อารมณ์ของ จางมามา โลกทั้งใบของมู่ตานราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ความเย็นเยียบเฉียบพลันแล่นผ่านสันหลังของนางรวดเร็วยิ่งกว่าคมกระบี่ ความกลัวดิบเถื่อนที่พยายามกดข่มไว้ตลอดวันผุดขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนแทบหายใจไม่ออก ภาพของแม่ทัพผู้ดุดันราวกับพายุคลั่งในวันยึดนครหวนกลับมาในมโนสำนึก ชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เอง

          แต่แล้วท่ามกลางความหวาดหวั่นนั้น เสียงทุ้มกังวานของพระบิดาก็ดังแว่วขึ้นมาในความทรงจำ

         “มู่ตาน...จำไว้เถิดลูกพ่อ ยามเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ร้าย การหันหลังวิ่งหนีมีแต่จะปลุกสัญชาตญาณนักล่าของมันให้ตื่นขึ้น แต่หากเรายืนหยัดอย่างมั่นคง สบตาของมันอย่างไม่หวั่นไหว แม้ไม่อาจเอาชนะ แต่ก็จะไม่ถูกมันมองว่าเป็นเพียงเหยื่อที่อ่อนแอ”

          ใช่แล้ว...นางคือองค์หญิงมู่ตานแห่งอวิ๋นฮวา นางจะร้องขอความเมตตาไม่ได้ และจะแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูได้ใจไม่ได้เป็นอันขาด

          มู่ตานสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เก็บงำความกลัวทั้งหมดไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย นางลุกขึ้นยืนช้า ๆ จัดอาภรณ์สีขาวให้เข้าที่ แล้วกล่าวกับหญิงชราด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

          “นำทางไป”

          จางมามาปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินนำออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก ทหารยามสองนายในชุดเกราะเต็มยศก้าวเข้ามาเดินขนาบข้างนางราวกับนักโทษอุกฉกรรจ์

          การเดินทางในราตรีนี้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

          เส้นทางสู่เรือนพักของหลี่เฉียงนั้นแตกต่างจากส่วนอื่น ๆ ของจวนอย่างสิ้นเชิง พื้นทางเดินปูด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกแข็งกระด้างและมั่นคง สองข้างทางไม่มีสวนดอกไม้หรือสระบัว มีเพียงรูปสลักหินรูปพยัคฆ์ในท่วงท่าต่าง ๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในเงามืด แลดูราวกับมีชีวิตจริง ลมยามค่ำคืนพัดผ่านหอบเอาความหนาวเย็นยะเยือกมาปะทะร่างในชุดผ้าไหมบางเบา คบไฟที่ปักอยู่ตามรายทางสั่นไหวไปมา ทำให้เงาของพวกนางทอดยาวบิดเบี้ยวไปบนกำแพงราวกับภูตผีปีศาจ ทุกย่างก้าวช่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงฝีเท้าของนางและทหารยามที่ดังกระทบพื้นหินเป็นจังหวะที่น่าอึดอัด

          ในที่สุดขบวนเดินทางก็มาหยุดอยู่หน้าเรือนหลังใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น มันตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเนินที่สูงที่สุด มองลงไปเห็นพื้นที่ทั้งหมดของจวนราวกับบัลลังก์ของราชันย์ ประตูไม้สีดำบานใหญ่สลักเป็นรูปหัวพยัคฆ์คำรามดูน่าเกรงขาม ทหารองครักษ์สี่นายยืนประจำตำแหน่งอย่างแข็งขัน กลิ่นอายแห่งอำนาจและการทหารแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้

          จางมามาให้สัญญาณ ทหารองครักษ์นายหนึ่งโค้งคำนับแล้วผลักประตูบานยักษ์ให้เปิดออก เสียงไม้เสียดสีกันดังขึ้นอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นภาพด้านในที่มืดสลัว

          “เข้าไป” จางมามาออกคำสั่ง

          มู่ตานก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปอย่างมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ทันทีที่นางก้าวเข้าไป ประตูบานหนักก็ปิดลงตามหลัง เสียงดังกึกก้องของมันราวกับเสียงผนึกชะตากรรมของนางโดยสมบูรณ์

          ภายในห้องไม่ใช่ห้องนอนอย่างที่นางคิด แต่เป็นห้องทำงานและห้องบัญชาการรบที่โอ่โถงและกว้างขวาง กลิ่นสุราหมักรสแรงผสมกับกลิ่นโลหะและหนังสัตว์ลอยอบอวลไปทั่ว อากาศเย็นกว่าด้านนอกเสียอีก กลางห้องมีโต๊ะทรายขนาดใหญ่ที่จำลองภูมิประเทศของสนามรบไว้อย่างละเอียด บนผนังด้านหนึ่งแขวนไว้ด้วยอาวุธนานาชนิดที่ส่องประกายวาววับจับแสงไฟ ส่วนอีกด้านเป็นแผนที่แผ่นใหญ่ของทั้งสองแคว้น บนพื้นปูไว้ด้วยหนังหมีและหนังเสือโคร่งผืนมหึมา เตียงนอนขนาดใหญ่โตมโหฬารตั้งอยู่มุมในสุดของห้อง คลุมด้วยผ้าห่มขนสัตว์สีดำสนิท ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ตะโกนบอกถึงอำนาจ ความแข็งแกร่ง และความดิบเถื่อนของผู้เป็นเจ้าของ

          และเขาก็อยู่ที่นั่น...

          หลี่เฉียงนั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมหนังข้างโต๊ะเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง เขาสวมเพียงอาภรณ์ผ้าไหมสีนิลที่ปล่อยชายเสื้อให้เปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจาง ๆ ผมยาวสีดำขลับถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างง่าย ๆ ทำให้โครงหน้าอันคมคายและดุดันของเขาเด่นชัดขึ้น ในมือเขาถือจอกสุราค่อย ๆ ควงเล่นช้า ๆ สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจับจ้องมาที่นางตั้งแต่แรกที่ก้าวเข้ามาราวกับนางเป็นเหยื่อที่เดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเอง

          “มาแล้วรึ” เขากล่าวขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากังวานอยู่ในความเงียบ “ข้านึกว่าเจ้าจะดื้อรั้นกว่านี้เสียอีก”

          มู่ตานยืนนิ่งอยู่กลางห้อง รักษาระยะห่าง “ข้าไม่ใช่คนโง่เขลา ท่านแม่ทัพ การต่อต้านที่ไร้ประโยชน์มีแต่จะนำมาซึ่งความเจ็บปวดที่ไม่จำเป็น”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 2

    คำรายงานของอาหลงเปรียบเสมือนหมากชิ้นสุดท้ายที่ปะติดปะต่อภาพแผนการอันเลวร้ายให้กระจ่างชัด หลี่เฉียงหลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นเพลิงโทสะที่กำลังลุกโชนในอก ข้อสันนิษฐานของเขาในกระโจมบัญชาการเมื่อคืนก่อนได้รับการยืนยันด้วยหลักฐานที่ประจักษ์ชัด พิษจากแคว้นซีเยว่มาปรากฏอยู่ที่ชายแดนเหนือของต้าถังได้อย่างไร หากไม่มีคนของพวกมันคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง อิงเฟิงไม่ได้เป็นเพียงกบฏที่หวังชิงบัลลังก์ แต่มันคือสายเลือดแห่งซีเยว่ที่ฝังตัวอยู่ในต้าถังมานานนับสิบปี “ส่งม้าเร็วกลับไปเมืองหลวง นำสาส์นลับที่ผนึกด้วยตราเลือดของข้าไปมอบให้องค์รัชทายาทด้วยมือของเขาเอง” หลี่เฉียงลืมตาขึ้น แววตาของเขาบัดนี้กลายเป็นน้ำแข็งที่แฝงไปด้วยคมมีดนับพันเล่ม “จงกราบทูลให้พระองค์ทรงทราบว่า แผนการก่อกบฏของรุ่ยอ๋องเป็นเพียงฉากหน้า ศัตรูที่แท้จริงที่กำลังจ้องขย้ำคอต้าถังคือแคว้นซีเยว่ ให้พระองค์ทรงระวังการเคลื่อนไหวของราชครูหวังฉีและฮองเฮาให้ดี พวกมันอาจมีเส้นสายเชื่อมโยงกับซีเยว่ด้วยเช่นกัน

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 1

    ลานกว้างเบื้องหลังแนวป้องกันของทัพหน้า บัดนี้ได้แปรสภาพเป็นลานประหารที่ไร้ซึ่งเพชฌฆาต มีเพียงพญามัจจุราชที่มองไม่เห็นกำลังแกว่งเคียวเกี่ยวตวัดดวงวิญญาณของเหล่าทหารหาญต้าถังไปทีละดวง เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทรมานดังระงมไปทั่วหุบเขาศิลา กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเลือดสีดำคล้ำที่ถูกกระอักออกมาคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นคาวโลหิตและกลิ่นเหงื่อกาฬของความตาย ร่างของทหารนับร้อยที่รอดชีวิตจากการหนีตายมาได้ กำลังนอนเกลือกกลิ้งทุรนทุรายอยู่บนผืนผ้าใบและฟางแห้งที่ถูกปูรองไว้ลวก ๆ ผิวหนังของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามลำคอและขมับราวกับมีรากไม้พิษชอนไชอยู่ใต้ผิวหนัง อาการชักกระตุกเกิดขึ้นเป็นระยะก่อนที่ลมหายใจจะค่อย ๆ แผ่วลงจนสิ้นใจไปในที่สุด มู่ตานก้าวเดินฝ่าดงความตายนั้นด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว แววตาของอดีตองค์หญิงแห่งแคว้นอวิ๋นฮวาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ภาพเบื้องหน้าจะน่าสะดุ้งกลัวเพียงใด นางสะบัดชายเสื้อคลุมสีเข้มออก นั่งคุกเข่าลงข้างร่างของนายทหารหนุ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 4

    หลี่เฉียงยื่นมือออกไปรับถ้วยชา ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วของนางโดยไม่ได้ตั้งใจ กระแสความผูกพันที่ละมุนละไมแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของทั้งสองคน เขายกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ไออุ่นจากสมุนไพรไหลซ่านลงสู่กระเพาะ ขับไล่ความตึงเครียดในจิตใจไปได้อย่างน่าประหลาด เมื่อเขาลดถ้วยชาลง หลี่เฉียงสบตากับมู่ตานท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิงที่ส่องสลัว แววตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดุจหน้าผาสูงชัน ค่อย ๆ อ่อนแสงลงเล็กน้อย เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำขอบคุณใด ๆ ทว่าการพยักหน้าให้เบา ๆ เพียงหนึ่งครั้ง และแววตาที่ทอดยาวมองนางนานกว่าปกติ ก็เพียงพอแล้วที่จะสื่อสารความรู้สึกซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจที่แหลกสลาย มู่ตานรับถ้วยชาเปล่ากลับมา นางก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาที่หวั่นไหวและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ นางรับรู้ได้ว่า พื้นที่ในหัวใจของชายผู้นี้ แม้จะเต็มไปด้วยบาดแผลและถูกครอบครองด้วยความทรงจำของลี่อินไปแล้ว ทว่านางก็ค่อย ๆ แท

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 3

    “ท่านแม่ทัพหมายความว่าอย่างไรขอรับ หรือมันเพียงแค่อยากใช้ซยงหนูเป็นเครื่องมือสังหารพวกเรา” เว่ยกัวเฉินขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจในความซับซ้อนของหมากกระดานนี้ หลี่เฉียงเดินวนรอบโต๊ะแผนที่ช้า ๆ เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องในความเงียบ “ท่านพ่อของข้าเคยเล่าให้ฟังก่อนสิ้นใจว่า บิดาที่แท้จริงของอิงเฟิงเป็นเพียงบัณฑิตตกยากที่รอนแรมมาจากแดนไกล ท่านพ่อสงสารจึงรับอุปการะไว้ให้ที่พักพิง ทว่าหลังจากบัณฑิตผู้นั้นป่วยตาย อิงเฟิงก็ถูกท่านพ่อรับมาเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรมและปกปิดชาติกำเนิดไว้ ข้าไม่เคยใส่ใจเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งวันนี้ ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่า ภูมิหลังที่แท้จริงของบัณฑิตผู้นั้น อาจไม่ใช่แค่คนพเนจรต้อยต่ำ” หลี่เฉียงหยุดเดิน หันมาสบตาผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสองด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “คิดดูสิ หา

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 2

    “ข้า...ข้าจะช่วยองค์หญิงเพคะ” เสี่ยวเหลียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ ทว่าหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม แววตาของเด็กสาวสลดลงเมื่อนึกถึงความจริงบางอย่าง “ที่ผ่านมา...ข้าละอายใจนักเพคะ ทั้งที่ท่านแม่ทัพส่งข้ามาให้รับใช้ท่าน แต่พอคุณหนูลี่อินปรากฏตัว ข้ากลับไปทุ่มเทดูแลแต่นางจนละเลยท่าน ข้าเป็นบ่าวที่ไม่ได้เรื่องเหลือเกินเพคะ” น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งหยดลงมาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความสำนึกผิด “ข้าจะไม่ทำให้การเสียสละของคุณหนูต้องสูญเปล่า และข้าจะไม่ละทิ้งท่านอีกแล้ว ข้าจะเรียนรู้วิธีสกัดยา ข้าจะเป็นมือเป็นเท้าให้ท่านเองเพคะ” มู่ตานส่ายหน้าช้า ๆ เอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาให้เด็กสาวซื่อสัตย์ผู้นี้ด้วยความอ่อนโยน นางไม่เคยโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าลี่อินร่างกายอ่อนแอและต้องการการดูแลมากเพียงใด อีกทั้งนางก็เอ็นดูลี่อินดั่งน้องสาว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหยิบรากสมุนไพรแห้งใส่ลงไปในโกร่งให้เด

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 1

    สายลมแห่งวสันตฤดูพัดโชยมานำพาเอาความอบอุ่นและกลิ่นอายของไอดินหลังน้ำแข็งละลาย ต้นไม้สองข้างทางที่เคยแห้งโกร๋นเริ่มผลิใบอ่อนสีเขียวขจี ดอกท้อและดอกซิ่งเบ่งบานชูช่อรับแสงตะวันประดุจการเฉลิมฉลองของธรรมชาติที่ได้ตื่นจากการหลับใหล ทว่าความงดงามแห่งฤดูกาลแห่งชีวิตนี้ กลับไม่อาจชะล้างบรรยากาศอันหนักอึ้งและมืดมนที่แผ่ซ่านออกมาจากขบวนทัพหลวงนับแสนนายได้เลย กองทัพอันเกรียงไกรแห่งต้าถังเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงดุจมังกรเหล็กกล้าที่เลื้อยผ่านขุนเขาและทุ่งราบ เสียงฝีเท้าของชายชาติทหารนับแสนดังกึกก้องปฐพี สอดประสานไปกับเสียงกีบเท้าม้าและเสียงล้อรถม้าเสบียงที่บดเบียดไปบนผืนดิน ธงรบสีแดงฉานสลักอักษรหลี่ปลิวสะบัดอย่างองอาจท้าทายสายลม ทว่าภายใต้ความยิ่งใหญ่นั้น กลับแฝงไว้ด้วยความเงียบงันราวกับขบวนแห่ศพที่กำลังมุ่งหน้าสู่ปรโลก หลี่เฉียงนั่งหลังตรงตระหง่านอยู่บนอาชาศึกสีนิลตัวเขื่อง ชุดเกราะเกล็ดปลาสีดำทมิฬของเขาสะท้อนแสงอาทิตย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status