Beranda / รักโบราณ / เชลยรักสองพยัคฆ์ / บทที่ 1 สู่กรงพยัคฆ์

Share

บทที่ 1 สู่กรงพยัคฆ์

last update Tanggal publikasi: 2025-11-27 04:48:31

          ขบวนทหารม้าอันน่าเกรงขามของแคว้นเทียนหู่เคลื่อนทัพขึ้นเหนือผ่านดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของนาง ฝุ่นดินสีเหลืองฟุ้งตลบจากการย่ำเท้าของอาชาศึก บดบังทิวทัศน์สองข้างทางที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและร่องรอยของสงคราม

          ในวันที่สามของการเดินทาง ขบวนทัพได้เคลื่อนผ่านซากหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่นั่นนางได้เห็นราษฎรของนางที่ยังรอดชีวิต พวกเขาอยู่ในสภาพอิดโรยและสิ้นหวัง ร่างกายผอมโซในอาภรณ์ขาดวิ่น พากันกรูเข้ามาที่ข้างทาง ไม่ใช่เพื่อต่อสู้ แต่เพื่อคุกเข่าอ้อนวอนขอเศษอาหาร

          “ท่านแม่ทัพ ได้โปรด...ลูกข้าไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว” ชายชราผู้หนึ่งร่ำไห้

          มู่ตานกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางมองไปยังหลี่เฉียง แต่สิ่งที่นางได้รับกลับมาคือสายตาที่เย็นชา

          “ทหารที่มัวแต่สงสารเชลยศึก คือทหารที่ตายแล้ว” เขาตวาดเสียงกร้าว “อย่าหยุดขบวน! เคลื่อนผ่านไป!”

          เสียงกรีดร้องและร่ำไห้ไล่หลังขบวนทัพมาเปรียบเสมือนกริชเล่มแล้วเล่มเล่าที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลในใจของนาง

          มู่ตานนั่งอยู่บนหลังม้าตัวหนึ่ง มือทั้งสองของนางถูกมัดไขว้ไว้ด้านหน้าด้วยเชือกป่านเส้นหนา แม้จะไม่ถึงกับล่ามโซ่ตรวนอย่างนักโทษอุกฉกรรจ์ แต่ก็เป็นการตอกย้ำสถานะเชลยของนางได้อย่างชัดเจน อาภรณ์สีแดงเพลิงในวันนั้นถูกเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายหยาบ ๆ สีมอซอ ผมที่เคยสยายยาว บัดนี้ถูกรวบไว้อย่างลวก ๆ ฝุ่นดินและไอแดดทำให้ริมฝีปากของนางแห้งผากจนแตกระแหง

          นางเรียนรู้ที่จะเงียบ เรียนรู้ที่จะอดทน เพราะทุกครั้งที่นางพยายามต่อต้าน ผลลัพธ์ที่ได้คือความเจ็บปวดที่มากขึ้น

          แม่ทัพพยัคฆ์หลี่เฉียงขี่ม้านำอยู่หน้าขบวน ร่างสูงใหญ่ของเขาตั้งตระหง่านดุจขุนเขาที่ไม่อาจสั่นคลอน ตลอดการเดินทางเขาบังคับตนเองให้ปฏิบัติต่อนางราวกับนางไม่มีตัวตนในสายตา หลายครั้งที่หางตาของเขาจับจ้องได้ถึงร่างที่โอนเอนเกือบจะร่วงหล่น แต่เขากลับบีบบังเหียนม้าในมือจนแน่นแล้วบังคับสายตาให้มองตรงไปเบื้องหน้า

          แววตาที่ทระนงองอาจแม้จะอยู่ในสภาพที่น่าสมเพช มันช่างเหมือนกับนางในวันนั้นเหลือเกิน...

         ความทรงจำที่เจ็บปวดแล่นผ่านเข้ามาในมโนสำนึก ทำให้โทสะของเขายิ่งคุกรุ่น หากนางทำท่าจะตกม้า เขาก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง หากอาหารและน้ำที่ทหารโยนให้หกหล่น เขาก็ปล่อยให้นางอดอยากอยู่อย่างนั้น ความเย็นชาและไร้ความปรานีที่เขาจงใจแสดงออกมานั้นเด็ดขาดยิ่งกว่าคมดาบเสียอีก

          “เร่งฝีเท้าขึ้นอีก! ก่อนตะวันตกดินเราต้องถึงที่หมาย!” เสียงคำรามกร้าวของเขาดังขึ้น ปลุกให้ทหารที่เริ่มอ่อนล้ากลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง

          ในค่ำคืนวันที่ห้า อากาศหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ มู่ตานซึ่งมีเพียงผ้าคลุมผืนบางนั่งตัวสั่นเทาอยู่ข้างกองไฟที่อยู่ห่างออกไป นางได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเบา ๆ มาจากกลุ่มทหาร

          “ดูนั่นสิ เลือดของราชวงศ์ก็ไม่ได้อุ่นไปกว่าพวกเรานักหรอก”

          หลี่เฉียงซึ่งนั่งดื่มสุราอยู่ไม่ไกลมองเห็นภาพนั้น เขาแสยะยิ้มแต่ไม่ได้กล่าวอะไร

          ในทางกลับกันจอมยุทธ์เหยี่ยวอิงเฟิง ผู้ซึ่งนั่งขัดสมาธิอ่านม้วนตำราอยู่ภายใต้แสงจันทร์อย่างสงบได้ลอบสังเกตการณ์นางอยู่ตลอดเวลา

         ‘พญาหงส์ที่ปีกหัก...ก็ยังคงเป็นพญาหงส์...แต่หากปล่อยให้แข็งตายไปเสียก่อน...ก็ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี’ เขาคิดในใจ

          ชั่วครู่ต่อมาทหารนายหนึ่งได้เดินผ่านจุดที่มู่ตานนั่งอยู่ แล้วบังเอิญทำผ้าคลุมขนสัตว์ผืนหนาผืนหนึ่งหล่นลงบนพื้น มันหล่นลงในระยะที่ห่างจากนางพอสมควร ไม่ใกล้พอที่จะเป็นการจงใจมอบให้ แต่ก็ใกล้พอที่นางจะสามารถคลานเข้าไปหยิบมันได้หากนางยอมลดเกียรติของตนเองลง

          มู่ตานชะงักไป นางมองผ้าคลุมผืนนั้น แล้วจึงเหลือบไปมองอิงเฟิงที่ยังคงอ่านตำราของเขาต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางเข้าใจในทันที นี่ไม่ใช่ความเมตตาแต่มันคือการทดสอบ

          นางค่อย ๆ หันสายตากลับมา เมินเฉยต่อผ้าคลุมผืนนั้น แล้วจึงกระชับผ้าคลุมผืนบางที่ขาดวิ่นของตนเองให้แน่นขึ้น ยอมทนรับความหนาวเหน็บ ดีกว่ายอมรับความเมตตาที่มีเงื่อนไข

         ‘น่าสนใจ’ อิงเฟิงคิดในใจ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่เย็นเยียบ ‘นางไม่ใช่แค่ทระนง แต่นางฉลาดพอที่จะมองเห็นกับดัก...’

          การกระทำเหล่านี้สร้างความสับสนให้นางยิ่งนัก นางไม่ไว้ใจเขา ไม่ไว้ใจบุรุษผู้นี้ยิ่งกว่าพี่ชายที่แสดงความเกลียดชังต่อนางอย่างเปิดเผยเสียอีก ความเมตตาที่มีเงื่อนไขย่อมน่าสะพรึงกลัวกว่าความเกลียดชังที่โจ่งแจ้ง

          กาลเวลาแห่งการเดินทางได้ผ่านไปราวเจ็ดวันนับตั้งแต่นครอวิ๋นฮวาล่มสลาย สำหรับองค์หญิงมู่ตาน มันยาวนานราวกับชั่วชีวิต จนในที่สุดขบวนทัพก็เดินทางมาจนถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบกำแพงเมืองขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กำแพงหินสีดำสูงชันราวกับหน้าผา บนยอดกำแพงมีธงรูปพยัคฆ์คำรามโบกสะบัดอย่างน่าเกรงขาม ประตูเมืองทำจากเหล็กกล้าดูแข็งแกร่งจนแทบไม่มีสิ่งใดทำลายได้

          นี่คือที่ตั้งของจวนแม่ทัพใหญ่พิทักษ์อุดร ป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นเทียนหู่

          “เปิดประตู!” เสียงของหลี่เฉียงกึกก้อง

          บานประตูเหล็กหนักอึ้งค่อย ๆ ถูกชักรอกเปิดออก เผยให้เห็นเส้นทางสู่ด้านในที่กว้างขวางและเรียงรายไปด้วยทหารยามในชุดเกราะเต็มยศ ทุกสายตาจับจ้องมาที่นาง...องค์หญิงเชลย ด้วยแววตาที่แตกต่างกันไป ทั้งความอยากรู้อยากเห็น ความสมเพช และความเหยียดหยาม

          ม้าของนางถูกจูงเข้าไปด้านใน ผ่านลานฝึกทหารอันกว้างใหญ่ ผ่านโรงเก็บอาวุธที่น่าสะพรึงกลัว จนมาหยุดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางจวน ตัวคฤหาสน์สร้างจากไม้สีเข้มและหินสีดำ ดูยิ่งใหญ่และน่าหวั่นเกรงไม่ต่างจากเจ้าของของมัน

          ทหารนายหนึ่งเข้ามาแก้มัดให้นาง ก่อนจะกระชากลงจากหลังม้าอย่างไม่ปรานี ร่างที่อ่อนล้าของมู่ตานเซถลาจนเกือบล้มลง

          “ยินดีต้อนรับสู่บ้านใหม่ของเจ้า...องค์หญิง” หลี่เฉียงเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า แสยะยิ้มเย็นชา “หรือควรจะเรียกว่า กรง ดีล่ะ”

          มู่ตานเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ฝุ่นดินบนใบหน้าไม่อาจปิดบังประกายทระนงในดวงตาของนางได้ นางกวาดสายตามองจวนหลังใหญ่นี้ มองกำแพงสูงที่ล้อมรอบ มองทหารยามที่ยืนคุมทุกย่างก้าว

          นี่สินะ...กรงพยัคฆ์ที่นางจะต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป

          หัวใจของนางเย็นเยียบ แต่ไฟแค้นกลับยิ่งลุกโชนขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ไม่ว่าที่นี่จะเป็นบ้านหรือกรง นางขอสาบาน สักวันหนึ่งนางจะต้องเป็นผู้ทำลายมันลงด้วยมือของนางเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 ร่มเงาพยัคฆ์และสายลมแห่งวสันต์ 2

    มู่ตานที่เดินลงมาจากศาลากลางน้ำพร้อมกับสาวใช้ที่ยกถาดขนมและน้ำชาตามมา หัวเราะเสียงใสจนไหล่สั่น นางก้าวเข้ามาหาบุตรสาวที่ซบหน้าหัวเราะคิกคักอยู่บนไหล่กว้างของอาหลง พลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ย ๆ ของหลี่ซินเบา ๆ “มีอาหลงรักซินเอ๋อร์และหานเอ๋อร์ถึงเพียงนี้ ข้าผู้เป็นแม่ก็เบาใจเจ้าค่ะ วันข้างหน้าต่อให้ไม่มีพวกเราคอยคุ้มครอง ก็ย่อมมีท่านอาที่แข็งแกร่งที่สุดในต้าถังคอยเป็นเกราะกำบังให้นางเสมอ แต่อาหลง ท่านก็เพลา ๆ ความดุลงบ้างเถิด ประเดี๋ยวซินเอ๋อร์ของข้าจะหาคู่ครองไม่ได้จริง ๆ อย่างที่เฉียงเกอว่า” อาหลงมองสบตากับมู่ตานด้วยความเคารพรัก เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ฮูหยินโปรดวางใจ ข้าเพียงแต่คัดกรองบุรุษที่จะเข้ามาในชีวิตของนางเท่านั้น หากมีผู้ใดที่ดีพร้อมอย่างแท้จริง ข้าย่อมหลีกทางให้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ข้าจะขอเป็นกำแพงเหล็กกล้าให้นางและตระกูลหลี่ตลอดไป” เขา

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 ร่มเงาพยัคฆ์และสายลมแห่งวสันต์ 1

    เวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปถึงห้าปีเต็ม นครหลวงฉางอันภายใต้การปกครองของฮ่องเต้เจี้ยนเหอเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด บ้านเมืองสงบร่มเย็นไร้ศึกสงคราม ราษฎรทำมาค้าขายอย่างเป็นสุข เช่นเดียวกับจวนติ้งกั๋วกงอันกว้างใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ซึ่งบัดนี้มิได้มีเพียงความเงียบขรึมและน่าเกรงขามเฉกเช่นค่ายทหารในอดีตอีกต่อไป ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ความอบอุ่น และเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วที่ดังก้องไปทั่วทุกมุมของสวนบุปผา ฤดูวสันต์เวียนมาบรรจบอีกครา ดอกอิงฮวาสีชมพูอ่อนเบ่งบานสะพรั่งเต็มต้น กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยละล่องไปตามสายลมที่พัดเอื่อย ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ลานกว้างที่เคยใช้เป็นที่หารือแผนการรบ บัดนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นลานฝึกซ้อมขนาดย่อมสำหรับทายาทแห่งจวนกั๋วกง หลี่เฉียงในชุดลำลองสีเข้มทะมัดทะแมง กำลังย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งบนพื้นหญ้า ในมือถือดาบไม้สลักลายเรียบง่าย นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์ที่เคยใช้สยบศัตรูนับหมื่น บ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 1 พันธสัญญาเป็ดย่างและหัวใจของหมีโง่ 2

    วันตระเวนกินเป็ดย่างผ่านพ้นไป บัดนี้ถึงเวลาของงานมงคลที่แม้จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในจวนติ้งกั๋วกง ทว่ากลับอบอวลไปด้วยมิตรภาพที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ในห้องแต่งตัวอันมิดชิด มู่ตานในฐานะพี่สาวและเจ้านายกำลังบรรจงสวมปิ่นปักผมทับทิมสีแดงสดลงบนเรือนผมมวยสวยของเสี่ยวเหลียนอย่างประณีต เสี่ยวเหลียนในชุดมงคลสมรสสีแดงเพลิงนั่งตัวแข็งทื่อ นัยน์ตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้จนมองภาพในกระจกไม่ชัด “ร้องไห้ทำไมกันเสี่ยวเหลียน วันนี้เป็นวันมงคล เจ้าต้องยิ้มให้สวยที่สุดสิ” มู่ตานกระซิบเสียงอ่อนโยนพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่เอ่อล้นให้สาวใช้คนสนิท “ท่านหญิงข้าไม่อยากห่างจากท่านเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวเหลียนสะอื้นออกมาจนตัวโยน “ตั้งแต่วันแรกที่ท่านแม่ทัพมอบข้าให้รับใช้ท่านที่แดนเหนือ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเชลยที่ดูบอบบางในวันนั้น จะกลายเป็นทั้งชีวิตและเป

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 1 พันธสัญญาเป็ดย่างและหัวใจของหมีโง่ 1

    หนึ่งเดือนก่อนกำหนดการเคลื่อนทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดนอุดร นครหลวงฉางอันยามค่ำคืนเงียบสงบ แสงจันทร์นวลตาอาบไล้สระบัวภายในจวนติ้งกั๋วกงจนเป็นสีเงินยวง หลี่เฉียงในชุดลำลองสีเข้มประทับนั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำท่ามกลางลมเย็นของฤดูวสันต์ เบื้องหน้าของเขาคือกระดานหมากรุกที่ทิ้งค้างไว้ ทว่าคู่สนทนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับไม่ได้สนใจหมากในมือเลยแม้แต่น้อย เว่ยกัวเฉิน แม่ทัพพิทักษ์อุดรผู้เกรียงไกร บัดนี้กลับนั่งขยี้จมูกตัวเองจนแดงเถือก ใบหน้าคมเข้มที่เคยกรำศึกมาอย่างโชกโชนดูหมองลงด้วยความวิตกกังวล เขาถอนหายใจทิ้งทวนครั้งที่สิบจนตะเกียงวูบไหวพ่นควันจาง ๆ ออกมา “เจ้ามีเรื่องอันใดก็พูดมาเถิดกัวเฉิน ถอนหายใจทิ้งขว้างเช่นนี้ ปลาในสระจะขาดใจตายเพราะขาดอากาศเสียก่อน” หลี่เฉียงเอ่ยเสียงเรียบพลางวางหมากสีดำลงบนกระดานด้วยท่วงท่ามั่นคง “ท่านกั๋วกง คือข้า...ข้าเครียดจนกินไม

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 107 บุปผาเคียงพยัคฆ์ 3

    คำสารภาพรักที่หนักแน่นราวกับคำสาบาน ทำเอาความอดกลั้นสุดท้ายของจอมทัพหนุ่มขาดผึง หลี่เฉียงประคองใบหน้าของนางไว้ด้วยสองมือ โน้มตัวลงไปประทับจุมพิตบนหน้าผากมน ไล้เรื่อยลงมาที่ปลายจมูกรั้น และครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มของนางอย่างดูดดื่ม จุมพิตในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความโหยหา ความทะนุถนอม และความปรารถนาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน มือหนาของเขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องมงกุฎหงส์และเครื่องประดับบนเรือนผมของนางออก ปล่อยให้เส้นผมสีหมึกทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลัง ก่อนจะค่อย ๆ ปลดสายคาดเอวชุดมงคลสีแดงของนางออกอย่างอ้อยอิ่ง เมื่ออาภรณ์สีชาดหลุดลุ่ย ร่างอรชรเปลือยเปล่าปรากฏสู่สายตา ทว่ามู่ตานกลับเผลอหลบสายตา สองแขนยกขึ้นโอบกอดตัวเองด้วยความประหม่าและปมลึกซึ้งในใจ ร่องรอยและตราบาปในอดีตที่นางเคยถูกบังคับขืนใจ ทั้งจากความป่าเถื่อนของเขาในวันวาน และจากความอัปยศในเงื้อมมือของอิงเฟิง ธรรมเนียมที่กรีดแทงสตรีผู้แปดเปื้อนยังคงเป็นฝันร้ายที่ซ่อนอยู่ลึ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 107 บุปผาเคียงพยัคฆ์ 2

    มู่ตานวางมือเล็ก ๆ ของนางลงบนฝ่ามือของเขา ความอบอุ่นที่คุ้นเคยแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้ว หลี่เฉียงกุมมือนางไว้แน่น ประคองร่างอรชรขึ้นสู่เกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามที่สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ขบวนมงคลสมรสเคลื่อนตัวออกจากจวนท่านหญิง มุ่งหน้าสู่จวนติ้งกั๋วกงแห่งใหม่ท่ามกลางสายลมวสันต์ที่พัดพากลีบดอกท้อให้ปลิวไสว ตลอดสองข้างทาง ราษฎรต่างโปรยกลีบดอกไม้และส่งเสียงอวยพรดังกึกก้อง เป็นภาพความยิ่งใหญ่ที่จะถูกเล่าขานไปอีกนานแสนนาน เมื่อขบวนเดินทางมาถึงจวนติ้งกั๋วกง มู่ตานถูกประคองให้ก้าวข้ามกระถางไฟมงคลเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ก่อนจะก้าวเดินเคียงข้างหลี่เฉียงเข้าสู่โถงพิธีที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างอลังการ ณ ตำแหน่งประธานในโถงพิธี ฮ่องเต้เจี้ยนเหอในชุดฉลองพระองค์สีแดงเข้มเสด็จมาเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ด้วยพระองค์เอง ใบหน้าของโอรสสวรรค์เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี เคี

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 65 คำสั่งเสียในเงามืด 1

    รัตติกาลอันมืดมิดปกคลุมโรงย้อมผ้าเก่าท้ายตรอก เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้ผุพังราวกับเสียงกรีดร้องของภูตพราย แต่สรรพเสียงเหล่านั้นไม่อาจดังกลบเสียงเดือดพล่านของหม้อยาที่ตั้งอยู่บนเตาไฟกลางห้องได้ กลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรลอยอบอว]ผสมปนเป

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-29
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 67 ความลับใต้โรงย้อมผ้า 2

    โรงย้อมผ้าแห่งนี้เป็นเรือนเก่าแก่ที่สร้างมาหลายชั่วอายุคน พื้นทำจากไม้เนื้อแข็งสีดำมะเมื่อมที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน แต่มีอยู่จุดหนึ่งบริเวณใต้ถังหมักครามขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตั้งชิดผนัง พื้นไม้ตรงนั้นดูยุบตัวลงเล็กน้อยและมีลมเย็นยะเยือกพัดสวน

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-29
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 69 การหลบหนีและคมมีดที่ซ่อนเร้น 2

    “ท่านรองแม่ทัพมีเสี่ยวเหลียนดูแลแล้วเจ้าค่ะ” มู่ตานยืนกราน สายตาดุเล็กน้อย “ท่านอย่าดื้อกับหมอเลย ยื่นแขนมาเถอะ” หลี่เฉียงยอมจำนน เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อคลุมตัวนอกที่ขาดวิ่นออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อท่อนบนที่แข็งแกร่งแต่เต็มไปด้วยแผลเป็นจากการรบ แผลใหม่ที่ต้นแขนซ้ายเป็นรอยกรีดยาว แม้จะ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-29
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 61 รอยอาลัยในสายลม 1

    ในที่สุดวสันตฤดูก็มาเยือน แสงแดดอุ่นเริ่มทอประกายลอดผ่านม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมยอดเขาหิมะ ละลายความหนาวเหน็บให้กลายเป็นหยดน้ำใสไหลรินลงสู่ลำธาร เสียงนกร้องขับขานรับรุ่งอรุณดังก้องไปทั่วหุบเขาเผ่าเชียง ผสานกับเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ที่เริ่มผลิใบอ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-28
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status