LOGINเมืองไทย
อังคณานั่งทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จิตใจอัดแน่นไปด้วยความสับสน คิดไม่ตกว่าจะจัดการเรื่องกลัดกลุ้มในอกอย่างไรดี สองปีแล้วที่กชนิภาเป็นเชลยสวาทให้ชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลสูงคนหนึ่งของประเทศจามาล โดยที่ไม่ได้กระทำความผิดใดใดสักนิดเดียว ส่วนคนที่ผิดหาได้รู้สำนึกไว้ ไม่เคยพูดและถามถึงกชนิภาเลยสักครั้ง มองข้ามความผิดของตัวเองอย่างคนสิ้นไร้ความคิด ไร้หัวใจ
ต่างกับอังคณาที่คิดถึงน้องสาวทุกลมหายใจ หากวันนั้นตนไม่หมดสติ เรื่องร้ายคงไม่เกิดขึ้นกับกชนิภา เธอจะให้ยศวินรับโทษกับเรื่องที่ตัวเองกระทำ หาใช่ให้กชนิภารับผิดชอบแทน ซึ่งมันไม่ถูกต้อง ไม่มีความถูกต้องสักนิดเดียว วันที่เธอกับยศวินเดินทางกลับเมืองไทย เธอได้ขออัสวานพบน้องสาวเพื่อกล่าวลา อัสวานยอมให้พี่น้องได้เจอกัน แต่ต้องอยู่ในสายตาเขาและต้องพูดภาษาอังกฤษเพื่อเขาจะได้เข้าใจคำสนทนาของทั้งคู่
ทันทีที่อังคณาเห็นสภาพน้องสาว เธอปล่อยโฮออกมาด้วยความสงสาร รอยจ้ำแดงชัดและจางปรากฏรอบลำคอกชนิภา ความที่กชนิภาเป็นคนผิวขาวนวลทำให้อังคณามองเห็นรอยฝ่ามือหลายจุดตรงช่วงแขน คล้ายรอยบีบอย่างไรอย่างนั้น ส่วนยศวินไม่ได้มองหน้าใคร เขาเอาแต่ก้มหน้าเพราะไม่กล้าสบตาอัสวาน เกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายโกรธ แล้วอาจลงมือฆ่าตนได้ เขาจึงเร่งให้อังคณากล่าวลากชนิภา เพื่อจะได้ออกไปจากวังของอัสวานให้เร็วที่สุด
“คุณจะให้โรสอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ ฉันจะได้มารับน้องสาวฉัน” อังคณาใจกล้าถามอัสวาน แม้ว่าจะเตรียมใจกับคำตอบไว้แล้วก็ตาม
“ไม่มีกำหนด” น้ำตากชนิภารินไหลกับคำตอบ เธอช้อนตามองพี่สาวทั้งน้ำตา ก่อนหันไปมองต้นเหตุที่เอาแต่ก้มหน้า คลี่ยิ้มให้อังคณาที่อดร้องไห้ตามไม่ได้
“ไม่เป็นไรพี่นิด โรสไหว ฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วยนะ” กชนิภาเผลอพูดภาษาไทยกับพี่สาว น้ำเสียงอันทรงพลังของอัสวานดังขึ้นทันทีที่ได้ยินภาษาไทย
“พูดภาษาอังกฤษ พูดให้ฉันเข้าใจด้วย” สองพี่น้องถึงกับสะดุ้ง อยู่ใกล้แค่นี้ไม่เห็นเขาต้องแผดเสียงดัง “พูดประโยคเมื่อกี้ใหม่ พูดให้ฉันเข้าใจ”
กชนิภาทำตามที่อัสวานต้องการ เธอเอ่ยอีกครั้งทั้งน้ำตา ทว่าใบหน้าอัสวานกลับมีรอยยิ้มบางๆ นัยน์ตาสีนิลมองกชนิภาด้วยสายตาสะใจ
“ฉันขอโทรศัพท์มาหาโรสบ้างได้ไหม ถ้าคุณไม่ให้ฉันติดต่อกับโรสเลย พ่อกับแม่ของฉันจะสงสัยนะ แล้วถ้าท่านรู้เรื่องนี้คงไม่ยอมแน่ อีกอย่างฉันไม่อยากให้ท่านมารับรู้เรื่องนี้ด้วย ได้ไหมท่านชีค”
อังคณาขอร้องอัสวานทั้งน้ำเสียงและสายตา อัสวานใช้มือลูบคางมีเคราขึ้นเล็กน้อย มองไปยังกชนิภาที่หันหน้ามองเขาพอดี
“ก็ได้” อัสวานตอบตกลง “แค่เดือนละหนึ่งครั้งเท่านั้น และทุกครั้งที่คุยกัน แต่ฉันต้องอยู่ข้างนิสรีน และการสื่อสารคือภาษาอังกฤษเท่านั้น ตกลงไหม”
“ค่ะ ตกลงค่ะ” อังคณาไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ขอแค่เขาอนุญาตเป็นพอ
“เธอกับพี่ชายรีบไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว ละเมิดสัญญาที่ตกลงกันไว้” จบคำพูดอัสวาน ยศวินรีบฉุดข้อมืออังคณา แล้วลากตัวน้องสาวคนกลางออกจากวังอย่างกลัวตาย มุ่งหน้าไปยังสนามบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ทิ้งให้กชนิภาอยู่เผชิญหน้ากับความขมขื่นตามลำพัง
พิศวาสทาสเสน่หา Chapter 33บุญพากุมมือของจามจุรีไว้แน่น ทั้งสองมองภาพของสร้อยระย้าที่ยืนเคียงคู่ชีคอาซาร์ด้วยรอยยิ้ม น้ำตาแห่งความดีใจไหลเอ่อที่ขอบตา เขาไม่เคยคิดเลยว่าลูกเลี้ยงของเขาคนนี้ จะได้เป็นชีคคาของแคว้นทาชเมียร์ และไม่เคยคิดเลยว่าสร้อยระย้าจะตอบแทนบุญคุณที่เขาชุบเลี้ยงจะมีความกตัญญู ต่อเขาและครอบครัวมากขนาดนี้เขาให้ฟังทุกอย่างจากปากของอาซาร์ ชีคหนุ่มเดินทางมาหาเขาที่ประเทศไทย เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอสร้อยระย้า จนกระทั่งวันที่ลูกเลี้ยงสาวตกเป็นของอาซาร์ ด้วยเหตุผลที่ว่าจะนำเงินไปใช้หนี้แทนป้องปราบ ซึ่งเรารู้มาจากปากของลูกชายก่อนหน้าแล้ว บุญพาไม่โกรธที่อาซาร์ใช้ความได้เปรียบในทุกๆ ด้านขู่บังคับสร้อยระย้า เพราะชีคหนุ่มได้แสดงให้เขาเห็นแล้วว่า มีความรักต่อลูกสาวมากมายเพียงไร คนดีมักได้ผลตอบกลับที่ดีเสมอการแต่งงานผ่านไปยังราบรื่นและอบอวลไปด้วยความสุข ก่อนงานเลี้ยงจะเลิกรา เจ้าบ่าวได้จูงมือเจ้าสาวมาที่นอกวัง โดยใช้ผ้าสีขาวปิดบังดวงตาของเธอเอาไว้“ทำไมต้องปิดตาด้วยล่ะคะ ท่านชีคจะพากระรอกไปไหน”“ไปเรือนหอของเราไงครับ” เขาตะค
พิศวาสทาสเสน่หา Chapter 32เปลือกตาของหญิงสาวค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพแรกที่เธอเห็นนั่นคือเพดานห้องแสนคุ้นตา หันมาทางซ้ายคือโคมไฟหัวเตียงสุดวิจิตร แต่พอมองมาทางขวานั้นเล่า ทำให้น้ำตาของหญิงสาวหลั่งรินด้วยความดีใจทันที ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เธอเห็นอยู่นี้ คือความจริงหรือตกอยู่ในห้วงของความฝันกันแน่“ท่าน..ท่านชีคคะ” น้ำเสียงอันแสนแห้งโรย ปลุกชายหนุ่มให้ออกจากห้วงนิทรา แรงขยับตัวของหญิงสาวเป็นอีกสัญญาณหนึ่งให้เขาลืมตาตื่นอย่างรวดเร็ว กระชับร่างบางไว้แน่นเมื่อรู้ว่าหญิงที่ตนรักตื่นมาจากฝันร้ายแล้ว “กระรอกฝันไปหรือเปล่าคะ”เธอถามออกมาด้วยความไม่แน่ใจ อาซาร์ยิ้มอย่างอ่อนโยน จุมพิตหน้าผากเกลี้ยงนูน ปลายจมูกรั้น ริมฝีปากนุ่มที่เขาแสนหลงไหล ทำให้เธอรู้ว่าไม่ใช่ความฝัน แต่มันเป็นความจริง จุมพิตที่ประทับอย่างดูดดื่มทว่าอ่อนโยน ทำให้หญิงสาวรู้ว่าทุกอย่างล้วนแต่เป็นเรื่องจริง เธอกลับมาหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นอีกครั้งหนึ่งแล้ว“มันไม่ใช่ความฝัน มันเป็นความจริง ตอนนี้นางซินกลับมาอยู่กับฉันแล้ว ต่อไปนี้ฉันสัญญาจะไม่มีใครหน้าไหนมาทำอะไรนางในของฉันได้อีก ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือว่าจิตใจ” เขาสัญญากับ
พิศวาสทาสเสน่หา Chapter 31“ตื่นแล้วเหรออาซาร์ ดื่มกาแฟกับขนมปังก่อนมั้ย” ฮาคิมเอ่ยถาม ยื่นถ้วยกหอมกรุ่นส่งให้ เพื่อนรัก หลังจากจัดการกับราฟัลเรียบร้อย ฮาคิมกับยศวัจน์ รวมทั้งลูกน้องของเขาและบอดี้การ์ดส่วนที่เหลือของอาซาร์ ได้เดินทางมาสมทบกับชีคหนุ่มที่นี่ เพื่อที่จะออกตามหาสร้อยระย้าพร้อมกัน อีกทั้งคนของอาซาร์ที่แยกตัวไปจัดการกับกองกำลังโจรรวมทั้งยาบีน่า ได้มาสมทบหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย บุคคลที่อยู่ที่กองกำลังโจร ไม่มีใครรอดชีวิตเหลือสักคนเดียว ป่านนี้ศพแต่ละคน คงจะถูกเหยี่ยวทะเลทรายจิกแทะอย่างเอร็ดอร่อย หนึ่งในนั้นคือร่างไร้วิญาณของยาบีน่า“ไม่ ฉันไม่กินอะไรทั้งนั้นกินไม่ลง พวกนายไม่เดือดเนื้อร้อนใจนี่ เพราะไม่ใช่คนที่นายรัก ถึงได้กินอะไรลง” อาซาร์พูดออกไปเพราะความเป็นห่วงสร้อยระย้าที่มีอยู่ล้นอก ไม่ได้มีเจตนาพูดจาถากถางเพื่อนสนิทเลย ซึ่งฮาคิมเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดี“ทำไมฉันจะเป็นห่วงกระรอก แต่ฉันอยากให้นายเป็นห่วงตัวเองก่อน กินซะจะได้มีแรงออกตามหากระรอก เคยได้ยินมั้ยกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ถ้านายไม่กินแล้วจะมีแรงที่ไหนออกตามหาผู้หญิงที่นายรักล่ะ ทะเลทรายไม่ได้แคบๆ นะ เราต
พิศวาสทาสเสน่หา Chapter 30แน่นอนว่า ชะตาชีวิตของโจรทะเลทราย หนีไม่พ้นความตาย ตายอย่างทุกข์ทรมาน จากการลงทัณฑ์ของชีคหนุ่ม ก่อนโยนร่างไร้ลมหายใจให้เสือ สิงโตหรือไม่ก็จระเข้ กินเป็นอาหาร ใครทำให้อาซาร์โกรธแค้น ไม่ได้ตายดีแน่ ยิ่งมาทำร้ายสร้อยระย้า อย่าหวังว่าจะตายอย่างสงบ จากโลกนี้ไปอย่างสบายผู้หญิงของอาซาร์ ใครอย่าแตะ จำเอาไว้...ความมืดโรยตัวอยู่ทั่วบริเวณทําให้เธอหวาดกลัว ความเวิ้งว้างแสนกว้างใหญ่มองไปทางไหนก็มีแต่เม็ดทราย ทำให้เธอไม่อยากจะก้าวเดินต่อ สร้อยระย้ากลัวว่ายิ่งเดินไปข้างหน้า เธอจะยิ่งเดินหลงทางมากยิ่งขึ้น และความหนาวเย็นทำให้ร่างกายสาวแทบจะก้าวเดินต่อไปไม่ได้ มันหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ สะท้านไปทั้งกายพระจันทร์ลอยอยู่บนฟ้าคืนนี้ เป็นแสงเดียวนำทาง แม้ว่ามันจะมีไม่มากก็ตาม ขาทั้งสองข้างของเธอเริ่มจะยกไม่ขึ้น ก้าวไม่ออก รู้สึกปวดฝ่าเท้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอเดินและเดิน มากกว่าสามชั่วโมงแล้ว แต่ทุกย่างก้าวและสายตาที่มองเห็น ทุกอย่างล้วนมีแต่ภาพของเม็ดทรายทั้งสิ้น“พ่อจ๋า แม่จ๋า พี่ป้อง ท่านชีค ช่วยกระรอกด้วย”ร่างเล็กล้มลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนผืนทราย ดวงตาทั้งสองข้างหนักอึ้ง
พิศวาสทาสเสน่หา Chapter 29อาวุธลับที่เป็นธนูขนาดเล็ก อาบด้วยยาพิษที่ปลายธนู พวยพุ่งออกมาจากผนังกระเบื้องลายวิจิตร หลายสิบดอก ปลายธนูยิงโดนร่างของโจรที่เข้ามาขโมยทรัพย์สินที่อยู่ในห้องพักผ่อน โดยที่มันยังไม่รู้ตัว เนื่องจากทั้งห้องมีแต่มันเพียงคนเดียว มือที่กำลังหยิบเหยี่ยวทองคำอ่อนล้าลง จนกระทั่งร่างกายเริ่มชาดิก ล้มลงไปนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น หากแต่พิษยังไม่เข้าสู่หัวใจ เพราะมันเป็นพิษจากแมงป่องทะเลทรายและพิษจากงูพิษมีเขาทะเลทราย ซึ่งเป็นงูที่มีพิษร้ายแรง เมื่อสองพิษที่ร้ายแรงมารวมกัน ทําให้คนได้รับพิษไปเกิดอาการชาในคราแรก ไม่สามารถกระตุกกระดิกและพูดอะไรได้ ความเจ็บปวดจึงแสดงออกทางดวงตาเท่านั้น ก่อนร่างกายจะปวดแสบปวดร้อน คล้ายกับว่ากำลังนอนอยู่กลางผืนทรายร้อนแรงยามเที่ยงตรง และต่อจากนั้นพิษจะค่อยๆ เข้าสู่หัวใจบีบรัดหัวใจให้หยุดเต้นทีละนิดๆ และเสียชีวิตในที่สุด โจรที่ปล้นทรัพย์ที่อยู่ชั้นล่างของวังเจอแบบนี้หมด และล้มสิ้นชีวาหมดเช่นกัน ยกเว้นชั้นบนที่ต้องเจอหนักกว่าฮาคิม ยศวัจน์ และลูกน้องฝีมือเยี่ยมของฮาคิม ค่อยๆ เดินออกมาจากที่ซ่อนตัว ตรงไปทางลับที่อยู่หลังห้องนอนอาซาร์ หลังจากบอดี้ก
พิศวาสทาสเสน่หา Chapter 28“ใครคือน้องสาวของไอ้ราฟัล”“เธอชื่อยาบีน่าครับ ตอนนี้รออยู่ที่กระโจมในกองโจร” ด้วยความรักตัวกลัวตาย จึงเอ่ยปากบอกทุกอย่าง อาซาร์ได้ยินชื่อของยาบีน่าแล้ว ถึงกับลมออกหูความโกรธเข้าครอบงำถึงขั้นรุนแรง ทั้งหมดนี้เป็นแผนของยาบีน่าอย่างนั้นหรือ อดีตนางในฮาเร็มของเขาหวังจะแก้แค้นที่ตัวเขาเลือกสร้อยระย้ามาเป็นคู่ชีวิต แทนที่จะเลือกเธอเป็นคนแรก“แล้วไอ้ราฟัลล่ะมันอยู่ที่กระโจมด้วยหรือเปล่า”“ไม่ ไม่ครับตอนนี้ที่ราฟัลกำลังซุ่มรอจังหวะปล้นวังของท่านซีดอยู่ ตามแผนครับ” อาซาร์กระตุกยิ้มเหี้ยม ปล้นวังของเขาอย่างนั้นหรือ ไม่ง่ายไปหน่อยมั้ง แต่เรื่องนั้นเขาไม่เป็นห่วง เพราะเตรียมการเอาไว้แล้ว แต่ตอนนี้เรื่องของสร้อยระย้าสำคัญกว่า“โขคหินที่พวกเจ้าบอกว่าบังกายให้ชีคคาตอนที่เกิดพายุอยู่ที่ไหน” ชีคหนุ่มถามเสียงเข้ม“อยู่ทางทิศตะวันออกครับ ห่างจากจุดนี้ประมาณสามกิโลเมตรครับ” เขากระตุกยิ้มอย่างน่าหลัว หลังจากที่ได้ยินคำตอบ“ขอบใจสำหรับคำตอบสุดท้ายของเจ้า...ปัง” สิ้นเสียงของอาซาร์ กระสุนได้วิ่งออกจากรังเพลิง ไปยังปลายกระบอกปืน และวิ่งตรงเข้าสู่สมองของอีกฝ่าย ทะลุจากกลางหน้าผากออก







